ในยุคที่ความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมเป็นเรื่องที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลาย และกลายเป็นหัวข้อสำคัญสำหรับการลงทุนหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนไปพร้อมๆ กับการสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน นั่นก็คือ"กองทุน Thai ESG"


บทความนี้ เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนThai ESG ว่าคืออะไร ลงทุนในอะไรบ้าง มีเงื่อนไขอย่างไร และแตกต่างจากกองทุนอื่นๆ อย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุนของคุณในอนาคต


กองทุน Thai ESG คืออะไร? ลงทุนอะไรบ้าง ?

กองทุน Thai ESG คือ กองทุนลดหย่อนภาษีที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นไทยและตราสารหนี้ไทย เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) ซึ่งกองทุนนี้จะเลือกลงทุนในบริษัทที่มีแนวทางการดำเนินงานที่โปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีการจัดการกับสิ่งแวดล้อมที่ดี

ยกตัวอย่างเช่น หุ้นของบริษัทที่ผลิตพลังงานสะอาด บริษัทที่ให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงาน หรือบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งกองทุน Thai ESG คือกองทุนที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถมีส่วนร่วมในการสนับสนุนแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมกับการรับผลตอบแทนทางการเงินได้นั่นเอง


Thai ESG มีเงื่อนไขอะไรที่ต้องรู้ ?

  • ระยะเวลาการลงทุน : ต้องถือหน่วยลงทุนอย่างน้อย 5 ปีเต็ม นับจากวันที่ซื้อ (นับแบบวันชนวัน ไม่ใช่นับแบบปฏิทิน) ซื้อปีไหนก็จะได้ลดหย่อนปีนั้น
  • ไม่มีข้อกำหนดในการซื้อต่อเนื่อง : ไม่บังคับว่าต้องซื้อหน่วยลงทุนต่อเนื่องเพิ่มทุกปี
  • วงเงินลงทุนสูงสุด : สามารถนำเงินลงทุนมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี และไม่เกิน 300,000 บาท โดยไม่มีกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ
  • วงเงินลงทุนของ Thai ESG ไม่ถูกนับรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่นๆ : ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว (SSF), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน และกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่ปัจจุบันกำหนดเพดานลดหย่อนภาษีรวมกันได้ไม่เกิน 500,000 บาท ดังนั้น เท่ากับว่าจะได้วงเงินลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจาก Thai ESG 300,000 บาท และเมื่อนับรวมกับกองทุนการออมเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ ก็จะลดหย่อนได้สูงสุดถึง 900,000 บาท


ลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ ?

กองทุน Thai ESG สามารถนำเงินลงทุนมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี โดยไม่มีกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำ ซึ่งเป็นสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลดภาษีและลงทุนไปพร้อมๆ กัน


ตารางเปรียบเทียบ Thai ESG / SSF / RMF ต่างกันอย่างไร ?

รายการ

Thai ESG

SSF

RMF

นโยบายลงทุน

หุ้นไทยและตราสารหนี้ไทยที่เข้าหลักเกณฑ์ ESG

กองทุนรวมเพื่อส่งเสริม การออมระยะยาวลงทุน ได้หลากหลายสินทรัพย์ ทั้งในและต่างประเทศ

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ลงทุนได้หลากหลายสินทรัพย์ ทั้งในและต่างประเทศ

สิทธิประโยชน์ทางภาษี

ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี

ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี

ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี

วงเงินลงทุนสูงสุด

ไม่เกิน 300,000 บาท

ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ

ระยะเวลาการลงทุน

5 ปีนับจากวันที่ซื้อ

10 ปีนับจากวันที่ซื้อ

จนถึงอายุ 55 ปี และครบ 5 ปี นับจากวันที่ซื้อ โดยต้องซื้อต่อเนื่องทุกปีหรือปีเว้นปีได้




โปรโมชั่น KTAM ThaiESG กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน

ลงทุนในกลุ่มกองทุน KTAM ThaiESG รับหน่วยลงทุน KTSTPLUS มูลค่า 100 บาท
เมื่อมียอดลงทุนสุทธิทุกๆ 50,000 บาท และสามารถชำระผ่านบัตรเครดิต KTCหรือใช้คะแนน KTC FOREVER ทุก 1,000 คะแนน แทนเงินลงทุน 100 บาท


ระยะเวลาโปรโมชั่น : 2 ม.ค. 68 – 30 ธ.ค. 68


หลักเกณฑ์และเงื่อนไขโปรโมชั่นกองทุน KTAM ThaiESG

  1. กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารภาครัฐ ESG (KTESGSI-ThaiESG) และกองทุน ThaiESG ที่จัดตั้งใหม่ในปี 2568 ที่บริษัทอาจประกาศยกเว้นภายหลัง  ไม่เข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายนี้
  2. นับยอดเงินลงทุนสุทธิจากการลงทุนในกองทุน ThaiESG ที่ร่วมรายการของบลจ.กรุงไทย ตั้งแต่ 2 ม.ค. 2568 - 30 ธ.ค. 2568 ทั้งนี้ ยอดซื้อและสับเปลี่ยนเข้าสุทธิของกองทุนที่ร่วมรายการรวมกันสูงสุด 300,000 บาทต่อปีภาษี โดยไม่จำกัดยอดสูงสุดสำหรับรายการโอนระหว่าง บลจ.
  3. ยอดเงินลงทุนสุทธิในการคำนวณของสมนาคุณพิจารณาจาก “ยอดรวมของรายการซื้อ สับเปลี่ยนเข้า มายังกองทุน ThaiESG ที่ทำรายการ ตั้งแต่ 2 ม.ค. 2568 - 30 ธ.ค. 2568” หักด้วย “ยอดรวมของรายการขายคืน สับเปลี่ยนออกและโอนไปยังบลจ.อื่น ตั้งแต่ 2 ม.ค. 2568 - 30 เม.ย. 2569” ทั้งนี้ไม่นับยอดการสับเปลี่ยนภายในกลุ่ม ThaiESG ของบลจ.กรุงไทย 
  4. ต้องคงยอดสุทธิไว้จนถึง 30 เม.ย. 2569 โดยผู้ลงทุนจะได้รับหน่วยลงทุน KTSTPLUS ภายใน 30 มิ.ย. 2569 
  5. กรณีชำระค่าซื้อหน่วยลงทุนด้วยบัตรเครดิต คิดค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตในอัตราร้อยละ 2 โดยคิดเฉพาะส่วนที่ลงทุนผ่านบัตรเครดิต กรณีถือครองไม่ครบตามระยะเวลาที่กำหนด
  6. กรณีผู้ลงทุนมีบัญชีมากกว่า 1 บัญชี นับยอดเงินจากทุกบัญชีของผู้ลงทุนรวมกัน โดยยึดเลขประจำตัวประชาชนเป็นหลัก
  7. การซื้อหน่วยลงทุนกองทุน ThaiESG ผ่านบัตรเครดิต ไม่ได้รับคะแนนสะสม ไมล์สะสม หรือเงินคืนกลับเข้าบัตรฯ และไม่ได้รับสิทธิแบ่งผ่อนชำระ
  8. กรณีที่ได้รับสิทธิ์ในการรับของสมนาคุณจากโปรโมชั่นกองทุน ThaiESG นี้แล้ว จะไม่สามารถรับของสมนาคุณ/รางวัลใดๆ จากโปรโมชั่นอื่นๆ ของบลจ.กรุงไทย อีกในช่วงระยะเวลาเดียวกันนี้
  9. บลจ.กรุงไทย ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของรายการส่งเสริมการขายนี้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีมีข้อพิพาท คำตัดสินของบลจ.กรุงไทยถือเป็นที่สุด

                กองทุน Thai ESG นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทยและตราสารหนี้ไทยที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และในขณะเดียวกันก็สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในกลุ่มกองทุน KTAM ThaiESG สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

                สำหรับใครที่สนใจกองทุน Thai ESG อยากได้สิทธิประโยชน์แบบนี้ ไม่มีบัตรเครดิต KTCสมัครออนไลน์ได้เลยสมัครง่าย อาชีพไหนก็สมัครได้ สมัครได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง


                ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC