สำหรับคนที่ใช้รถเป็นประจำ ไม่ว่าจะขับไปทำงาน เดินทางต่างจังหวัด หรือใช้รถในการทำงาน ค่าน้ำมันที่เกิดขึ้นทุกเดือนถือเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ไม่น้อย หากเลือกใช้บัตรเครดิตเติมน้ำมันที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ ก็สามารถเปลี่ยนค่าใช้จ่ายเดิมให้คุ้มค่ามากขึ้นได้ บทความนี้จะพาไปดูว่าบัตรเครดิตเติมน้ำมันจำเป็นไหม ควรเลือกแบบไหน ใบไหนคุ้มสุด เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวและทำให้ทุกครั้งที่เติมน้ำมันได้ความคุ้มค่ากลับมามากกว่าเดิม
บัตรเครดิตเติมน้ำมันคืออะไร ช่วยประหยัดค่าน้ำมันได้จริงไหม?
บัตรเครดิตเติมน้ำมัน คือบัตรเครดิตที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ โดยเฉพาะค่าน้ำมัน ซึ่งมักมาพร้อมสิทธิประโยชน์อย่างส่วนลดหน้าปั๊ม เครดิตเงินคืน คะแนนสะสม หรือโปรโมชั่นพิเศษกับสถานีบริการน้ำมันที่ร่วมรายการ หากเป็นคนที่ใช้รถเป็นประจำ เติมน้ำมันทุกสัปดาห์ หรือเดินทางไกลบ่อย เมื่อรวมยอดตลอดทั้งเดือนก็สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้
บัตรเครดิตเติมน้ำมันเหมาะกับใคร?
- คนที่ขับรถไปทำงานทุกวัน
- คนที่เดินทางต่างจังหวัดหรือขับรถทางไกลบ่อย
- ครอบครัวที่มีค่าใช้จ่ายเรื่องรถเป็นประจำ
- พนักงานขายหรือคนทำงานที่ต้องออกพบลูกค้านอกสถานที่
- คนขับรถรับส่งสินค้า เดลิเวอรี หรือใช้รถทำงานเป็นหลัก
- คนที่เติมน้ำมันเดือนละหลายพันบาทและอยากลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
บัตรเครดิตเติมน้ำมันมีกี่แบบ? เลือกยังไงดี?
โดยทั่วไป บัตรเครดิตที่ใช้เติมน้ำมันสามารถแบ่งได้คร่าว ๆ ดังนี้
- บัตรเครดิตสายเติมน้ำมันโดยเฉพาะ เน้นส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนเกี่ยวกับค่าน้ำมันโดยตรง
- บัตรสะสมคะแนน ที่เหมาะกับคนอยากนำคะแนนไปแลกสิทธิประโยชน์อื่น
- บัตรเครดิตไลฟ์สไตล์ทั่วไป ที่แม้ไม่ได้เน้นน้ำมันโดยตรง แต่มีโปรโมชั่นร่วมกับปั๊มน้ำมันเป็นระยะ
บัตรเครดิตเติมน้ำมัน ใบไหนคุ้มที่สุด ต้องดูจากอะไร?
แม้ว่าบัตรเครดิตทั่วไป ๆ จะสามารถใช้เติมน้ำมันและรับโปรโมชั่นได้เหมือนกัน แต่บัตรเครดิตเติมน้ำมันโดยเฉพาะ จะถูกออกแบบมาเพื่อคนใช้รถเป็นหลัก ทำให้ได้สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าน้ำมันแบบต่อเนื่องมากกว่า ดังนั้นหากเป็นคนที่ขับรถทุกวัน เติมน้ำมันเป็นประจำ หรือมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถค่อนข้างสูง การเลือกบัตรเครดิตที่เน้นสิทธิประโยชน์ด้านน้ำมันโดยตรง มักให้ความคุ้มค่าได้มากกว่า
แนะนำบัตรเครดิต KTC บัตรเครดิตเติมน้ำมัน
บัตรเครดิต KTC - BANGCHAK VISA PLATINUM
บัตรเครดิต KTC ปั๊มน้ำมันบางจาก มาพร้อมสิทธิพิเศษ รับเครดิตเงินคืน 1% จากยอดชำระไม่เกิน 3,000 บาท /เซลส์สลิป ซึ่งเครดิตเงินคืนจะเข้าบัญชีบัตรเครดิตในเดือนถัดไปทันทีโดยไม่ต้องแลกคะแนนหรือมียอดชำระขั้นต่ำ นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษแบบบัตรเครดิต KTC VISA ที่เรียกได้ว่ามีไว้แล้วคุ้ม อาทิ การรับส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าพาร์ทเนอร์ที่ร่วมรายการ บริการแตะจ่ายง่าย ปลอดภัย รวดเร็ว ด้วย Visa Contactless ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี และยังสมัครง่ายอีกด้วย
บัตรเครดิต KTC - BANGCHAK PLATINUM MASTERCARD
บัตรเครดิตเติมน้ำมันอีกหนึ่งใบที่เรียกได้ว่าคุ้มค่า โดยบัตรเครดิต KTC - BANGCHAK PLATINUM MASTERCARD เป็นบัตรที่ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี พร้อมให้คุณรับสิทธิพิเศษที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ทั้งจากโปรโมชั่นหรือสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตเองแบบไม่ต้องรอโปรโมชั่นก็ได้ คือการรับเครดิตเงินคืน 1% ได้ทันทีตั้งแต่บาทแรกจากยอดชำระไม่เกิน 3,000 บาท/เซลส์สลิป สำหรับน้ำมันใสที่ปั๊มน้ำมันบางจาก โดยจะคืนเข้าบัญชีบัตรเครดิตในเดือนถัดไป
เติมน้ำมันด้วยบัตรเครดิตคุ้มกว่าจ่ายเงินสดยังไง?
การเติมน้ำมันด้วยเงินสดอาจเป็นเรื่องคุ้นเคยและดูสะดวก แต่ทุกครั้งที่จ่ายก็จบลงแค่การชำระค่าใช้จ่าย โดยไม่ได้มีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมกลับมา ต่างจากการใช้บัตรเครดิตที่ช่วยให้ค่าใช้จ่ายเดิมสร้างความคุ้มค่าเพิ่มขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสะสม เครดิตเงินคืน หรือส่วนลดค่าน้ำมันจากโปรโมชั่นที่ร่วมกับสถานีบริการน้ำมัน
สำหรับคนที่ใช้รถเป็นประจำ ค่าเติมน้ำมันถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกเดือน การเลือกใช้บัตรเครดิตที่เหมาะกับการเติมน้ำมันจึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย ว่าแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถเท่าไหร่ ช่วยวางแผนการเงินได้สะดวกมากขึ้น
ใช้บัตรเครดิตเติมน้ำมันยังไงให้คุ้มกว่าคนอื่น?
Pro-Tips 7 วิธีใช้บัตรเติมน้ำมันให้ประหยัดจริง
1. เลือกบัตรให้ตรงกับปั๊มที่เติมบ่อย บัตรเครดิตหลายใบให้สิทธิ์คืนเงินหรือคะแนนพิเศษเฉพาะปั๊มในเครือพาร์ทเนอร์เท่านั้น อย่างบัตรเครดิต KTC BANGCHAK VISA PLATINUM ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับปั๊มบางจาก ใครชอบเติมน้ำมันที่ปั๊มบางจากอยู่แล้วก็เหมาะมากกับบัตรเครดิตใบนี้
2. เช็กยอดเติมขั้นต่ำก่อนใช้โปร ถ้าหากจะใช้โปรโมชั่นควรเช็กให้ดี เพราะโปรส่วนใหญ่มีเงื่อนไขซ่อนอยู่ เช่น ต้องเติมขั้นต่ำ 900 บาทต่อครั้งถึงจะได้เงินคืน
3.ดูเพดานเครดิตเงินคืนหรือคะแนนสะสมต่อเดือน หลายบัตรเครดิตจะกำหนดยอดเครดิตเงินคืนหรือคะแนนสะสมสูงสุดในแต่ละเดือนเอาไว้ จึงควรเช็กเงื่อนไขให้ละเอียดว่าใช้จ่ายได้ถึงประมาณไหนก่อนจะเกินเพดาน เพราะถ้ารู้จุดนี้ล่วงหน้า ก็จะช่วยวางแผนรูดบัตรและแบ่งการใช้จ่ายได้คุ้มมากขึ้น
4. เติมในวันที่มีโปรหรือแคมเปญพิเศษ ๆ ถ้าเติมช่วงมีโปรโมชั่นพิเศษจะช่วยประหยัดได้โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
5. รวมค่าใช้จ่ายรถไว้ในบัตรเดียวเพื่อเช็กง่าย ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับรถ ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าล้างรถ ถ้ารวมไว้ในบัตรเดียวทำให้เห็นได้ง่ายว่าแต่ละเดือนใช้เงินไปกับรถเท่าไหร่ เพื่อวางแผนบริหารเงิน
6. จ่ายเต็มจำนวนทุกเดือน ดอกเบี้ยบัตรเครดิตอยู่ที่ประมาณ 16% ต่อปี แนะนำว่าให้ใช้เท่าที่จำเป็นเพื่อที่สิ้นเดือนจะได้ไม่ต้องค้างจ่ายหรือจ่ายยอดขั้นต่ำให้เสียดอกเบี้ย
7. ใช้แอปบัตรเครดิตเช็กยอดและวันครบกำหนดชำระ เช็กแอปสม่ำเสมอช่วยให้รู้ว่าใช้ไปเท่าไหร่ เหลือวงเงินอีกเท่าไหร่ และไม่พลาดวันชำระที่อาจโดนค่าปรับโดยไม่รู้ตัว
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิตเติมน้ำมัน
Q: บัตรเครดิตเติมน้ำมันช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายรถยนต์อะไรได้อีกบ้าง?
บัตรเครดิตเติมน้ำมันไม่ได้ช่วยแค่ค่าน้ำมัน แต่ยังบริหารค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถได้หลายด้าน ทั้งค่าซ่อมบำรุง ค่าเปลี่ยนยาง ค่าประกันรถยนต์ ค่าทางด่วน หรือแม้แต่ร้านอาหารระหว่างเดินทาง การรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไว้ในบัตรเดียวช่วยให้เห็นภาพรวมการใช้เงินได้ชัดขึ้น และยังสะสมคะแนนได้มากกว่าการแยกจ่ายหลายช่องทาง
Q: ใช้บัตรเครดิตเติมน้ำมันกับค่าซ่อมรถและประกันรถยนต์ได้ไหม?
ปัจจุบันผู้ให้บริการหลายรายรองรับการจ่ายด้วยบัตรเครดิตแล้ว แถมบางช่วงยังมีโปรผ่อนชำระสินค้าและบริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามโปรโมชั่น เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ หรือได้เครดิตเงินคืน อย่างไรก็ตามควรเช็กเงื่อนไขกับร้านค้าหรือบริษัทที่ร่วมรายการก่อนทุกครั้ง เพราะสิทธิ์อาจต่างกันตามช่วงเวลา
Q: บัตรเครดิต KTC เติมน้ำมันคุ้มไหม เหมาะกับคนใช้รถแบบไหน?
บัตรเครดิต KTC เป็นตัวเลือกสำหรับคนใช้รถที่ต้องการบัตรเครดิตใช้จ่ายได้หลายหมวด ทั้งเติมน้ำมัน ร้านอาหาร ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว หรือผ่อนสินค้า จุดเด่นคือสามารถสะสมคะแนน KTC FOREVER ตามเงื่อนไข และเช็กยอดผ่าน KTC Mobile ได้สะดวก ทั้งนี้แนะนำว่าควรตรวจสอบโปรโมชั่นน้ำมันและร้านค้าที่ร่วมรายการล่าสุดก่อนใช้สิทธิ
Q: สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ต้องเตรียมอะไร?
เอกสารประกอบการสมัครสำหรับผู้มีรายได้ประจำ
เอกสารยืนยันตัวตน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
เอกสารแสดงรายได้
- เอกสารแสดงรายได้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) : หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
การเติมน้ำมันทุกครั้งดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าคิดรวมกันทั้งค่าน้ำมันและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับรถ แล้วอาจกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่เราอาจไม่รู้ตัว ซึ่งบัตรเครดิต KTC เป็นบัตรเครดิตอีกใบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนใช้รถมาก เพราะไม่ได้มีแค่สิทธิพิเศษจากบัตรแต่ยังมีโปรโมชั่นมากมายตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังยังได้รับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนจากการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 25 บาท ซึ่งสามารถสะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ ช่วยให้ค่าใช้จ่ายประจำเปลี่ยนเป็นความคุ้มค่าได้มากขึ้น ใครสนใจ สมัครบัตรเครดิต KTCออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทั้งยังได้รับความคุ้มค่าทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC




