การช้อปปิ้งออนไลน์กลายเป็นไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ตอบโจทย์การใช้ชีวิตไม่ว่าจะเป็นความสะดวกรวดเร็วหรือความง่ายต่อการใช้จ่าย ด้วยทางเลือกในการจ่ายเงินที่มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการโอนผ่าน mobile banking, ใช้เงินสดจ่ายปลายทาง หรือทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยแบ่งเบาภาระไม่ต้องจ่ายเงินสดทันทีอย่างบัตรเครดิต หรือ BNPL อย่าง SpayLater ที่มากับแอปช้อปปิ้งออนไลน์ ที่สามารถผ่อนสินค้าได้โดยอยู่ในวงเงินที่จำกัดคล้ายกับบัตรเครดิตดี แต่ทั้งนี้ SpayLater และบัตรเครดิตต่างก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน วันนี้เราจะมาเจาะลึกทั้งสองตัวเลือก เพื่อช่วยให้ทุกคนตัดสินใจได้ว่าอันไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์การช้อปของตัวเองมากกว่ากัน
ทำความรู้จักบัตรเครดิตและ BNPL (Buy now pay later)
บัตรเครดิตคืออะไร?
บัตรเครดิตคือบัตรที่ออกโดยธนาคารหรือสถาบันการเงิน ให้คุณกู้ยืมเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการก่อน แล้วค่อยชำระคืนในภายหลัง เป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีประวัติยาวนานและได้รับการยอมรับกว้างขวางที่สุด
จุดเด่นของบัตรเครดิต
- ใช้ได้ทุกที่ที่รับบัตร ทั้งในและต่างประเทศ
- สิทธิประโยชน์มากมาย เช่น คะแนนสะสม, Cashback, ประกันการเดินทาง, ส่วนลดจากร้านค้าพันธมิตร
- ช่วยสร้างประวัติเครดิตที่ดี เป็นประโยชน์ต่อการขอสินเชื่อในอนาคต
- ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยหากชำระเต็มจำนวนตามกำหนด อย่างของบัตรเครดิต KTC ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยก็จะอยู่ที่สูงสุด 45 วัน
- ความคุ้มครองการซื้อสินค้าและประกันต่าง ๆ
BNPL (Buy Now, Pay Late) คืออะไร?
BNPL หรือ Buy Now, Pay Later คือระบบการชำระเงินที่ให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวนในตอนซื้อ และสามารถผ่อนชำระในภายหลังตามระยะเวลาที่กำหนด มีขั้นตอนสมัครที่ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งผู้ให้บริการ BNPL จะประเมินความสามารถในการชำระเงินของผู้ใช้ผ่านข้อมูลพฤติกรรมการซื้อหรือเครดิตเบื้องต้น และในบางกรณีอาจมีโปรโมชั่นผ่อน 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ อย่างไรก็ตาม หากชำระล่าช้าหรือผิดนัด อาจมีค่าปรับหรือดอกเบี้ยสูงตามมา จึงควรใช้อย่างมีวินัยทางการเงิน
เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างบัตรเครดิต กับ BNPL (Buy now pay later) แบบไหนคุ้มกว่ากัน
1.ความสะดวกในการสมัครและใช้งาน
BNPL (Buy now pay later) สามารถสมัครผ่านแอปได้สะดวก ใช้เวลาเพียง 5–10 นาที อนุมัติทันทีหรือภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องยื่นหลักฐานรายได้หรือสลิปเงินเดือนสำหรับวงเงินเริ่มต้น แตกต่างจากบัตรเครดิตที่มีกระบวนการสมัครที่เยอะกว่าและใช้เวลา 7–14 วัน พร้อมทั้งต้องรอการพิจารณาและจัดส่งบัตร รวมถึงต้องมีเอกสารประกอบ เช่น สลิปเงินเดือน หนังสือรับรองการทำงาน และต้องมีรายได้ขั้นต่ำตามเงื่อนไขของธนาคารหรือสถาบันการเงิน (โดยทั่วไปเริ่มต้นที่ 15,000 บาทต่อเดือน) ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้สมัคร และลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาการก่อหนี้เกินตัวในอนาคต
2. โปรโมชันและสิทธิประโยชน์
SpayLater มักมีโปรโมชันเฉพาะจุด ส่วนลดพิเศษจากร้านค้าพันธมิตร ดอกเบี้ย 0% สำหรับงวดแรก ๆ หรือโปรโมชั่นพิเศษในช่วงวันพิเศษ เช่น 11.11, 12.12 มีคอยน์ให้สะสมจากการรีวิวสินค้าและใช้เป็นส่วนลดได้ ในขณะที่บัตรเครดิตมีสิทธิประโยชน์มากมายและมักจะสะสมคะแนนทันทีทุกการใช้จ่าย นอกจากนี้เอาคะแนนไปแลกรับเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดมากมายเพราะมีโปรโมชั่นกับพาร์ทเนอร์เยอะ แต่นอกจากส่วนลดแล้วบัตรเครดิตยังมีสิทธิประโยชน์พิเศษที่มาพร้อมกับบัตรเครดิตด้วยอย่างประกันการเดินทางฟรี, เข้าใช้ Airport Lounge ส่วนลดโรงแรมและตั๋วเครื่องบินเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต
ข้อควรระวังสำหรับ BNPL (Buy now pay later) และบัตรเครดิต
- ตรวจสอบดอกเบี้ยและค่าปรับหากชำระช้า
- อย่าผ่อนหลายรายการพร้อมกันจนเกินความสามารถ แม้จะเป็นยอดน้อย ๆ แต่ถ้ารวมกันในแต่ละเดือนก็อาจสูงจนเกินกำลังจ่ายไหว
- ชำระเต็มจำนวนทุกเดือนเพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ย
- ใช้จ่ายตามแผนที่วางไว้ อย่าเกินตัว
- เลือกบัตรที่สิทธิประโยชน์ตรงกับไลฟ์สไตล์
ระหว่าง BNPL (Buy now pay later) กับ บัตรเครดิต ควรเลือกอันไหน?
แนะนำว่าให้เลือก BNPL (Buy now pay later) ถ้าไม่มีบัตรเครดิตหรือยื่นสมัครบัตรเครดิตแล้วแต่ไม่ผ่านการอนุมัติ แต่ถ้ามีรายได้ประจำและใช้จ่ายสม่ำเสมอ ช้อปปิ้งออนไลน์บ่อยและต้องการสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสะสม หรือ Cashback หรือต้องการใช้งานได้หลากหลายทั้งในและต่างประเทศมองหาความคุ้มค่าระยะยาว ก็แนะนำว่าควรมีบัตรเครดิตไว้สักใบเพื่อความสะดวกสบาย
สำหรับสายช้อปออนไลน์จริง ๆ แล้ว บัตรเครดิตคือตัวเลือกที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุด เพราะคุณจะได้รับผลตอบแทนจากทุกการใช้จ่าย แถมยังมีความยืดหยุ่นและสิทธิประโยชน์มากมายที่บางครั้ง SpayLater อาจไม่ครอบคลุม แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่ว่าจะเลือกใช้อะไร ต้องใช้อย่างมีสติและวินัยทางการเงิน เพื่อให้การช้อปปิ้งเป็นความสุข ไม่ใช่ภาระหนี้สิน ใครยังไม่มีก็กดสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากโปรโมชั่นตลอดปีแล้วยังมีคะแนน KTC FOREVER ให้ได้สะสมเพื่อใช้แลกรับเป็นเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดได้แบบไม่จำกัดอีกด้วย
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC
