สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นหนึ่งในรูปแบบสินเชื่อที่ใช้สำหรับนำเงินไปจัดการค่าใช้จ่ายหรือความจำเป็นต่าง ๆ แต่รายละเอียดของสินเชื่อแต่ละประเภทไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด การทำความเข้าใจว่า สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร จึงเป็นเรื่องสำคัญก่อนตัดสินใจเลือกสินเชื่อมาใช้ เพราะช่วยให้เปรียบเทียบเงื่อนไขและประเมินภาระผ่อนชำระของตัวเองได้เหมาะสมมากขึ้น บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่ความหมายของสินเชื่อส่วนบุคคล ประเภทของสินเชื่อที่พบได้บ่อย สินเชื่อเงินก้อนต่างจากบัตรกดเงินสดอย่างไร ก่อนเลือกสินเชื่อให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง
สินเชื่อส่วนบุคคลคืออะไร และมีกี่ประเภท?
สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ คือสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันให้แก่บุคคลธรรมดาโดยไม่ระบุวัตถุประสงค์การใช้เงิน อยู่ภายใต้การกำกับดูแลร่วมกันของกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก
- รับเงินก้อนเดียว (สินเชื่อเงินก้อน) — ทำสัญญาแล้วรับเงินเต็มจำนวนครั้งเดียว จากนั้นผ่อนชำระคืนเป็นงวดเท่า ๆ กันทุกเดือน
- วงเงินหมุนเวียนผ่านบัตรกดเงินสด — ได้รับวงเงินสำหรับเบิกใช้ตามต้องการ โดยนอกจากการกดหรือโอนเงินสด ปัจจุบันบัตรกดเงินสดบางประเภท อย่างบัตรกดเงินสด KTC PROUD สามารถนำวงเงินไปใช้กับบริการอื่นได้ เช่น รูดซื้อสินค้า ผ่อนชำระสินค้า หรือโอนเงินเข้าบัญชีผ่าน Mobile App ของสถาบันการเงิน โดยคิดดอกเบี้ยตามยอดและระยะเวลาที่ใช้วงเงินจริง
- ซื้อสินค้าแบบรายชิ้น — ใช้สำหรับซื้อสินค้าเป็นชิ้น ๆ ไป เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้า (ไม่รวมรถยนต์และรถจักรยานยนต์)
วิธีคิดดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) คืออะไร?
ตามเกณฑ์ ธปท. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับต้องคิดดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และค่าธรรมเนียมรวมกัน ไม่เกินร้อยละ 25 ต่อปี โดยคำนวณแบบ ลดต้นลดดอก (Effective Rate) ซึ่งหมายความว่า ยิ่งผ่อนชำระคืนไปเรื่อย ๆ เงินต้นคงเหลือจะยิ่งลดลง และดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะคำนวณจากเงินต้นที่ลดลงนั้นตามไปด้วย
Flat Rate กับ Effective Rate ต่างกันอย่างไร
ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบความเข้าใจ)
สูตรพื้นฐานของดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกคือ
ดอกเบี้ยต่องวด = เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x (จำนวนวันในงวด ÷ 365)
สมมติว่าเงินต้นคงเหลืองวดนั้นอยู่ที่ 10,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 20% ต่อปี และงวดนั้นมี 30 วัน ดอกเบี้ยของงวดนั้นจะเท่ากับ 10,000 x 0.20 x (30/365) ≈ 164 บาท เมื่อผ่อนต่อไปเรื่อย ๆ เงินต้นคงเหลือลดลง ดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็จะลดลงตามสัดส่วน (ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายหลักการคำนวณ ไม่ใช่อัตราดอกเบี้ยจริงของผลิตภัณฑ์ใด)
ดังนั้น หากมีเงินก้อนระหว่างทาง เช่น โบนัสหรือเงินได้พิเศษ การนำไปโปะเงินต้นก่อนกำหนดจะช่วยลดฐานคำนวณดอกเบี้ยในงวดถัดไป และลดภาระดอกเบี้ยจ่ายรวมทั้งสัญญาได้
เปรียบเทียบ สินเชื่อเงินก้อน vs บัตรกดเงินสด ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับคุณ?
สินเชื่อเงินก้อนเหมาะกับคนที่ต้องการเงินก้อนใหญ่ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เช่น ปิดหนี้ก้อนอื่น หรือใช้จ่ายรายการใหญ่ครั้งเดียว ส่วนบัตรกดเงินสดเหมาะกับคนที่ต้องการมีวงเงินสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน โดยไม่อยากแบกดอกเบี้ยในช่วงที่ยังไม่ได้ใช้เงิน
บัตรกดเงินสด KTC PROUD ทางเลือกสินเชื่อหมุนเวียน ตอบโจทย์สภาพคล่องอย่างไร?
- รูด ช้อปสะดวกที่ร้านค้า และช้อปออนไลน์ ได้ทั่วโลก พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษทั้งปี
- โอนเงินง่ายผ่านแอป KTC Mobile หรือ กดตู้ ATM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- กดเงิน ที่ตู้ ATM ทั่วไทย ฟรีค่าธรรมเนียม
- ใช้บัตรผ่อนสินค้าอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% นาน 24 เดือน (เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ)
มีวงเงินพร้อมใช้สำหรับกรณีฉุกเฉิน หากยังไม่เบิกถอนใช้ก็ไม่เสียดอกเบี้ย
ข้อควรเช็กก่อนสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลให้ผ่านง่ายและไม่เป็นภาระ
- คำนวณภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio) — ประเมินว่าภาระผ่อนชำระทั้งหมดต่อเดือน (รวมหนี้เดิมและหนี้ใหม่) คิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของรายได้ เพื่อไม่ให้แบกภาระเกินความสามารถในการชำระคืน
- เตรียมเอกสารแสดงรายได้ให้ครบ — เช่น สลิปเงินเดือน หรือรายการเดินบัญชี เพื่อให้สถาบันการเงินใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติ
- วางแผนการชำระคืนล่วงหน้า — กำหนดวันชำระให้สอดคล้องกับรอบรายได้ และหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระ เพราะจะถูกบันทึกในประวัติเครดิตบูโรและอาจกระทบการขอสินเชื่อในอนาคต
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินเชื่อส่วนบุคคล
Q: ขอสินเชื่อส่วนบุคคลกระทบต่อการติดเครดิตบูโรหรือไม่?
เมื่อยื่นขอสินเชื่อ ธนาคาร/สถาบันการเงินจะตรวจสอบประวัติเครดิตของผู้กู้เป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาอนุมัติเสมอ หากผ่อนชำระตรงเวลาจะช่วยสร้างประวัติเครดิตที่ดี แต่หากผิดนัดชำระ ข้อมูลดังกล่าวจะถูกบันทึกไว้ในระบบเครดิตบูโร และอาจส่งผลต่อการขอสินเชื่อครั้งต่อไป
Q: โปะปิดสินเชื่อส่วนบุคคลก่อนกำหนด มีค่าปรับหรือไม่?
โดยหลักการทั่วไปตามแนวทางการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินของ ธปท. สินเชื่อส่วนบุคคลส่วนใหญ่ไม่คิดค่าปรับจากการปิดบัญชีก่อนกำหนด แต่เงื่อนไขที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละผลิตภัณฑ์
Q: ไม่มีสลิปเงินเดือน สามารถสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลหรือบัตรกดเงินสด KTC PROUD ได้ไหม?
เอกสารประกอบการสมัครบัตรกดเงินสด PROUD โดยปกติจะมีเอกสารยืนยันตัวตนอย่าง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี ส่วนเอกสารแสดงรายได้ นอกจากจะใช้ได้ทั้งหนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) ก็ได้แล้วสำหรับใครที่ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือไม่ได้ทำงานประจำมีหนังสือรับรองเงินเดือน ก็สามารถใช้หนังสือ รับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิได้
สินเชื่อส่วนบุคคลไม่ว่าจะเป็นแบบเงินก้อนหรือวงเงินหมุนเวียนอย่างบัตรกดเงินสด ล้วนเป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสภาพคล่องได้ในยามจำเป็น สิ่งสำคัญคือการเลือกรูปแบบให้ตรงกับลักษณะการใช้เงินจริงของตัวเอง สำหรับคนที่มองหาวงเงินสำรองไว้ใช้เฉพาะยามฉุกเฉินโดยไม่อยากแบกภาระดอกเบี้ยล่วงหน้า บัตรกดเงินสด KTC PROUD เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ ทั้งรูดซื้อ การเบิกถอน โอนเงินเข้าบัญชี และผ่อนชำระสินค้าในที่เดียว ใครสนใจสามารถสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ได้ผ่านแอป KTC Mobile ตลอด 24 ชม.
บัตรกดเงินสด KTC PROUD วงเงินพร้อมใช้ โอนง่ายผ่านแอป



