แม้คอนโดมิเนียมจะถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงและทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้ดีกว่าบ้านเดี่ยวทั่วไป
แต่ แผ่นดินไหว ก็ยังสามารถสร้างความเสียหายได้ โดยเฉพาะในรูปแบบของรอยร้าว

โครงสร้างเล็ก ๆ ที่เสื่อมสภาพ หรือระบบภายในที่ผิดปกติ ซึ่งหากมองข้าม

อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในระยะยาว

บทความนี้จะพาคุณมารู้จักวิธีประเมินความเสียหายหลังแผ่นดินไหวในคอนโด

พร้อมแนวทางการเตรียมตัวให้พร้อมรับมืออย่างถูกวิธี


สิ่งที่ต้องประเมินเบื้องต้น ภายในคอนโด หลังแผ่นดินไหว


1. สภาพโครงสร้างภายในห้อง

  • มีรอยร้าวที่ ผนัง เพดาน หรือพื้นห้อง หรือไม่
  • รอยร้าวมีลักษณะลึก ยาว หรือแผ่ขยายออกหรือไม่
  • ฝ้าเพดานหรือแผ่นยิปซัม หลุดหรือแอ่นตัว หรือไม่


2. ประตู หน้าต่าง และเฟรม

  • เปิด-ปิดได้ตามปกติหรือไม่
  • วงกบโย้ บิด หรือกระจกแตกร้าวหรือไม่
  • ประตูหนีไฟใกล้ยูนิตยังใช้งานได้ไหม


 3. ระบบไฟฟ้าในห้อง

  • สวิตช์ไฟหรือปลั๊กไฟมีเสียงผิดปกติหรือไม่
  • มีไฟกระพริบ ควัน กลิ่นไหม้ หรืออุปกรณ์ใช้ไฟไม่เสถียรหรือไม่
  • เบรกเกอร์ทำงานปกติหรือมีการตัดไฟเอง


4. ระบบประปาและสุขภัณฑ์

  • มีน้ำรั่วซึมบริเวณก๊อก ท่อ ใต้ซิงก์หรือห้องน้ำหรือไม่
  • แรงดันน้ำลดลงผิดปกติ หรือมีเสียงน้ำรั่วในผนัง
  • ชักโครกและท่อระบายน้ำทำงานตามปกติหรือไม่


5. เฟอร์นิเจอร์และของใช้ภายในห้อง

  • เฟอร์นิเจอร์ล้ม หลุดจากผนัง หรือชั้นวางไม่มั่นคง
  • ของหนักตกหล่นหรือเสียหาย
  • อุปกรณ์แขวน เช่น โคมไฟ กรอบรูป หรือทีวี ยังยึดติดแน่นหรือไม่


สิ่งที่ควรแจ้ง นิติบุคคลคอนโด

ความเสียหายบางอย่างควรแจ้งให้นิติบุคคลของคอนโดทราบทันที เช่น:

  • โครงสร้างส่วนกลาง: เสารับน้ำหนัก รอยร้าวในโถงทางเดิน พื้นที่จอดรถ
    ฯลฯ

  • ระบบไฟฟ้า: สวิตช์ไฟไม่ทำงาน ไฟกระพริบ หรือมีกลิ่นไหม้
  • ลิฟต์: ลิฟต์ค้าง หยุดทำงาน หรือเปิด-ปิดผิดปกติ
  • ระบบน้ำประปา: น้ำไหลอ่อน ท่อรั่ว หรือระบบปั๊มน้ำขัดข้อง

การแจ้งอย่างรวดเร็วช่วยให้นิติบุคคลดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมได้ทันท่วงที
ลดความเสี่ยงต่อผู้อยู่อาศัยทั้งหมด


วิธีเตรียมตัวรับมือแผ่นดินไหวในคอนโด


1. ตรวจสอบห้องและเฟอร์นิเจอร์

  • ยึดตู้สูง ชั้นวางหนังสือ หรือของหนักเข้ากับผนัง
    เพื่อป้องกันล้มทับ

  • อย่าวางของหนักไว้บนที่สูง เช่น ตู้บนหัวเตียง
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่า ทีวี กรอบรูป กระจก ยึดแน่น
    ไม่หลุดง่าย

  • เคลียร์เส้นทางทางออกให้ไม่มีสิ่งของขวาง


 2. เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินไว้ให้พร้อม

  • ไฟฉาย + ถ่านสำรอง
  • ชุดปฐมพยาบาล
  • วิทยุแบบใช้ถ่าน
  • น้ำดื่ม อาหารแห้ง อย่างน้อย 1-3 วัน
  • เอกสารสำคัญ (เก็บไว้ในถุงกันน้ำ)
  • Power bank สำหรับมือถือ

แนะนำให้ใส่ของทั้งหมดไว้ใน “กระเป๋าฉุกเฉิน” หยิบง่าย
พร้อมพาออกจากห้องได้ทันที


3. วางแผนการอพยพล่วงหน้า

  • รู้จักทางหนีไฟหลักและสำรองที่ใกล้ยูนิตของคุณ
  • ฝึกเดินเส้นทางหนีไฟจริงเป็นระยะ ๆ
  • อย่าใช้ลิฟต์ ในระหว่างหรือหลังเกิดแผ่นดินไหว


4. เตรียมข้อมูลการติดต่อและสื่อสาร

  • บันทึกเบอร์โทรฉุกเฉิน เช่น หน่วยกู้ภัย / สายด่วนนิติบุคคล /
    เบอร์ครอบครัว

  • ติดแผ่นข้อมูลฉุกเฉินไว้ในห้อง เช่น เบอร์คนในครอบครัว
  • ดาวน์โหลดแอปพยากรณ์แผ่นดินไหว หรือแจ้งเตือนภัย


6. เตรียมความพร้อมของสมาชิกในครอบครัว

  • พูดคุยและซ้อมแผนร่วมกัน
  • สอนเด็กเล็กให้รู้ว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
  • วางแผนจุดนัดพบหากต้องอพยพจากอาคาร





 แนวทางป้องกันแผ่นดินไหวล่วงหน้า

นอกจากวิธีเตรียมรับแผ่นดินไหวข้างต้นที่กล่าวไปแล้ว
แต่แผ่นดินไหวไม่ใช่แค่เรื่องของการเตรียมตัวแต่คือการวางแผนระยะยาว

การทำประกันภัยแผ่นดินไหว คือแนวทางป้องกันล่วงหน้าที่ชาญฉลาดเพื่อให้คุณ

มั่นใจว่า แม้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ก็ยังสามารถฟื้นตัวได้

คอนโดแม้จะไม่ถล่มง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย 100% หลังเกิดแผ่นดินไหว
การรู้จักประเมินความเสียหายอย่างถูกต้อง การแจ้งผู้ดูแลอาคารให้เร็วที่สุด

และการเตรียมตัวรับมืออยู่เสมอ คือกุญแจสำคัญสู่ความปลอดภัยของคุณและคนที่คุณรัก

อย่ารอให้ปัญหาเล็ก ๆ ลุกลามใหญ่เกินแก้ ป้องกันไว้ก่อนด้วยความรู้

และความคุ้มครองที่เหมาะสม


ให้คุณอุ่นใจ ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน นึกถึงบัตรเครดิต KTC