นอกจากจัดงานแต่งงานแล้ว การจดทะเบียนสมรสเป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่ทำให้ความสัมพันธ์ของคู่รักได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ พร้อมก่อให้เกิดสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในทรัพย์สิน การตัดสินใจด้านการรักษาพยาบาล สิทธิในการรับมรดก หรือการวางแผนภาษี บทความนี้รวบรวมทุกขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การจองคิวผ่านแอป ThaID ไปจนถึงค่าธรรมเนียมและข้อควรรู้ เพื่อให้คู่สมรสเตรียมตัวได้ครบในครั้งเดียว
จดทะเบียนสมรสดีไหม? สรุปข้อดี-ข้อเสียทางกฎหมาย
กฎหมายไทยแยกสถานะ "คู่สมรสตามกฎหมาย" ออกจาก "คู่รักที่อยู่ด้วยกัน" อย่างชัดเจน และตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ สถานะคู่สมรสนี้ก็ครอบคลุมคู่รักทุกเพศบนเงื่อนไขเดียวกันทั้งหมด
ข้อดีของการจดทะเบียนสมรส
เมื่อจดทะเบียนแล้ว คู่สมรสจะได้รับสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทันที เช่น
- สิทธิจัดการสินสมรสร่วมกัน
- สิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม
- สิทธิเซ็นยินยอมรักษาพยาบาลแทนกันในกรณีฉุกเฉิน ้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากคู่สมรส
- สิทธิรับเงินสวัสดิการต่างๆ จากภาครัฐหรือประกันสังคมในฐานะคู่สมรสโดยตรง
ที่สำคัญคือทรัพย์สินที่หามาระหว่างสมรสจะถือเป็นสินสมรส แบ่งกันคนละครึ่งหากเกิดการหย่าร้างในอนาคต ซึ่งช่วยป้องกันข้อพิพาททรัพย์สินได้ในระดับหนึ่ง
ข้อเสียหรือข้อควรรู้ก่อนจดทะเบียนสมรส
สิ่งที่ต้องพิจารณาคู่กันคือภาระหนี้สินร่วม เพราะหนี้ที่เกิดขึ้นระหว่างสมรสเพื่อประโยชน์ของครอบครัว ทั้งสองฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกันแม้จะไม่ได้เป็นผู้ก่อหนี้โดยตรง การจดทะเบียนยังมีผลต่อสถานะทางกฎหมายในเรื่องอื่นๆ เช่น การฟ้องหย่าที่ต้องผ่านกระบวนการทางศาลหรือที่ว่าการอำเภอ ไม่สามารถเลิกกันได้ง่ายเหมือนคู่รักที่ไม่ได้จดทะเบียน หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีธุรกิจหรือหนี้สินส่วนตัวจำนวนมาก ควรปรึกษาเรื่องสัญญาก่อนสมรสเพื่อแยกทรัพย์สินให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส ใครจดได้บ้าง?
ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดยเปลี่ยนหลักการจาก "ชายและหญิง" เป็น "บุคคลสองฝ่าย" ทำให้ทั้งคู่รักต่างเพศและคู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน ใช้เอกสาร แบบฟอร์ม และขั้นตอนเดียวกันทั้งหมด
- ผู้ที่สามารถจดทะเบียนสมรสได้ ต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมาย ดังนี้
- เป็น บุคคลสองฝ่าย ที่ประสงค์จะจดทะเบียนสมรสร่วมกัน โดยไม่จำกัดเพศหรืออัตลักษณ์ทางเพศ
- ทั้งสองฝ่ายมีอายุ ครบ 18 ปีบริบูรณ์ หรือหากอายุต่ำกว่า ต้องได้รับอนุญาตจากศาลตามกฎหมาย
- ทั้งสองฝ่ายต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือเป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
- ทั้งสองฝ่ายต้องไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรง หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
- ต้องไม่เป็นผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมของตน
- ทั้งสองฝ่ายต้อง ไม่มีคู่สมรสตามกฎหมายอยู่ก่อนแล้ว (ไม่อยู่ในสถานะสมรสกับบุคคลอื่น)
คุณสมบัติทั้งหมดนี้ใช้กับคู่สมรสทุกคู่โดยเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคู่รักต่างเพศหรือคู่รักเพศเดียวกัน ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายสมรสเท่าเทียมที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบัน
จดทะเบียนสมรส ทำอย่างไร? สรุปขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียนแบบ Step-by-Step
ขั้นตอนที่ 1: การจองคิวออนไลน์ จองคิวล่วงหน้าผ่านแอป ThaID หรือเว็บไซต์ระบบจองคิวของกรมการปกครองที่ q-online.bora.dopa.go.th ได้ล่วงหน้าสูงสุด 15 วัน โดยต้องจองก่อนเวลา 16.00 น. ของวันที่ต้องการ เลือกสำนักงานเขตหรืออำเภอที่สะดวก ไม่จำเป็นต้องเป็นเขตตามทะเบียนบ้าน
ขั้นตอนที่ 2: การยื่นเอกสารและตรวจสอบคุณสมบัติ ไปถึงสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอตามเวลานัดหมาย พร้อมพยาน 2 คน ยื่นเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและความถูกต้องของเอกสาร หากมีจุดที่ต้องแก้ไข เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบทันที
ขั้นตอนที่ 3: การลงนามต่อหน้านายทะเบียนและพยาน เมื่อเอกสารครบถ้วน นายทะเบียนจะอ่านเงื่อนไขและสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายให้ฟัง จากนั้นทั้งคู่และพยานลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มต่อหน้านายทะเบียน ถือเป็นการสมรสที่สมบูรณ์ตามกฎหมายทันทีที่ลงนามเสร็จ
ขั้นตอนที่ 4: การรับใบสำคัญการสมรส (คร.2 และ คร.3) เจ้าหน้าที่จะออกใบสำคัญการสมรส (คร.3) ให้คู่สมรสฝ่ายละ 1 ฉบับ ส่วนคร.2 คือทะเบียนสมรสที่เก็บไว้ ณ สำนักทะเบียน ทั้งกระบวนการตั้งแต่ยื่นเอกสารจนได้รับใบสำคัญใช้เวลาไม่เกิน 30 นาทีในกรณีที่เอกสารครบถ้วน
จดทะเบียนสมรสใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารสำหรับบุคคลสัญชาติไทย
- บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง หรือยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- พยาน 2 คน พร้อมบัตรประจำตัว (พยานต้องบรรลุนิติภาวะ ไม่วิกลจริต ไม่หูหนวกเป็นใบ้หรือตาบอดทั้งสองข้าง)
- หนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง กรณีอายุครบ 18 ปีแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะและผู้ปกครองไม่สามารถมาให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่ได้
- สัญญาก่อนสมรส (ถ้ามี)
การยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนดิจิทัลผ่านแอป ThaiD
ปัจจุบันสำนักงานเขตและที่ว่าการอำเภอส่วนใหญ่รองรับการยืนยันตัวตนผ่านแอป ThaID แทนบัตรประชาชนตัวจริงได้แล้ว เพียงเปิดแอปแสดง QR Code หรือข้อมูลบัตรดิจิทัลให้เจ้าหน้าที่สแกน ก็สามารถใช้แทนบัตรแข็งได้ในขั้นตอนการยื่นเรื่อง แต่แนะนำให้พกบัตรประชาชนตัวจริงติดตัวไปด้วย เผื่อบางพื้นที่ยังต้องการเอกสารตัวจริงประกอบ
Checklist เอกสารสำหรับจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ
ฝ่ายไทย:
- บัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทางไทย
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- พยาน 1 คน (ฝ่ายละ 1 คน รวม 2 คน)
ฝ่ายชาวต่างชาติ:
- หนังสือเดินทางตัวจริงและสำเนา
- หนังสือรับรองสถานภาพโสด (Certificate of No Impediment) ออกโดยสถานทูตของประเทศตนในไทย
- เอกสารดังกล่าวต้องแปลเป็นภาษาไทย และผ่านการรับรองนิติกรณ์จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนนำไปยื่นที่สำนักงานเขตหรืออำเภอ
- ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว (ถ้ามี)
จดทะเบียนสมรสที่ไหนได้บ้าง?
สามารถจดทะเบียนได้ที่สำนักงานเขตทุกแห่งในกรุงเทพฯ ที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านของพื้นที่นั้น เลือกจดที่ไหนก็ได้ตามสะดวก สำหรับคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ สามารถจดทะเบียนได้ที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลไทยในต่างประเทศ ซึ่งมีให้บริการอยู่ทั่วโลกกว่า 800 แห่ง
จดทะเบียนสมรส ทำออนไลน์ได้ไหม?
ยังทำแบบออนไลน์เต็มรูปแบบไม่ได้ ปัจจุบันทำได้เฉพาะขั้นตอนจองคิวล่วงหน้าผ่านแอป ThaID หรือเว็บไซต์ q-online.bora.dopa.go.th เท่านั้น ส่วนการลงนามยืนยันการสมรสยังต้องเดินทางไปแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียนพร้อมพยานที่สำนักงานเขตหรืออำเภอด้วยตนเองเสมอ
จดทะเบียนสมรส รอบ 2 ใช้อะไรบ้าง?
หากเคยจดทะเบียนสมรสมาก่อนและต้องการจดใหม่กับคู่สมรสคนใหม่ ต้องพิสูจน์ว่าการสมรสครั้งก่อนสิ้นสุดลงแล้วอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเตรียมเอกสารเพิ่มเติมจากชุดปกติ ได้แก่ ใบสำคัญการหย่า (คร.6) ในกรณีหย่าโดยความยินยอม หรือคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด ในกรณีหย่าโดยคำสั่งศาล หากคู่สมรสเดิมเสียชีวิต ให้ใช้ใบมรณบัตรของคู่สมรสคนก่อนแทน เอกสารเหล่านี้จำเป็นเพราะนายทะเบียนต้องตรวจสอบว่าไม่มีคู่สมรสที่ยังมีผลตามกฎหมายซ้อนอยู่
สรุปตารางค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสมรส
(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจดทะเบียนสมรส (FAQ)
Q: จดทะเบียนสมรส ไม่มีพยานทำอย่างไร? ต้องเตรียมพยานไปเองไหม?
ต้องเตรียมพยานไปเอง 2 คน ทางสำนักงานเขตหรืออำเภอไม่มีบริการจัดหาพยานให้ พยานต้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะ พกบัตรประชาชนไปด้วย หากหาพยานไม่ได้จริงๆ อาจลองสอบถามเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานนั้นๆ ว่ามีแนวทางช่วยเหลือหรือไม่ แต่ไม่ควรคาดหวังว่าจะมีบริการนี้ทุกที่
Q: จดทะเบียนสมรสแล้ว ไม่เปลี่ยนนามสกุล หรือไม่เปลี่ยนคำนำหน้านาม ได้ไหม?
กฎหมายไม่บังคับให้เปลี่ยนนามสกุลหรือคำนำหน้านามหลังจดทะเบียน ทั้งสองฝ่ายสามารถเลือกใช้นามสกุลเดิมของตนเองต่อไปได้ หรือฝ่ายหนึ่งจะเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของอีกฝ่ายก็ทำได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของคู่สมรสเอง ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับของการจดทะเบียน
Q: จดทะเบียนสมรสวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้ไหม?
บางสำนักงานเขตและอำเภอเปิดให้บริการนอกเวลาราชการในเทศกาลพิเศษ เช่น วันวาเลนไทน์หรือวันคู่ (เช่น 14/02, 09/09) โดยต้องติดตามประกาศและจองคิวล่วงหน้าเป็นกรณีพิเศษ นอกช่วงเทศกาลเหล่านี้ การจดทะเบียนยังคงให้บริการเฉพาะวันและเวลาราชการตามปกติ คือวันจันทร์-ศุกร์ ควรตรวจสอบตารางของแต่ละพื้นที่ก่อนไปโดยตรง เพราะแต่ละเขตอาจกำหนดวันพิเศษไม่ตรงกัน
Q: จดทะเบียนสมรส ต่างเขตหรือต่างภูมิภาคได้ไหม?
กฎหมายไม่กำหนดให้ต้องจดทะเบียนตามภูมิลำเนาหรือทะเบียนบ้าน คู่รักสามารถเลือกจดทะเบียนที่สำนักงานเขตหรืออำเภอใดก็ได้ทั่วประเทศตามความสะดวก เพียงจองคิวล่วงหน้าและเตรียมเอกสารให้ครบตามที่กำหนด
Q: จดทะเบียนสมรส เสียเงินกี่บาท?
หากจดทะเบียน ณ สำนักงานเขตหรืออำเภอตามปกติ ไม่เสียค่าธรรมเนียมใดๆ เลย เสียเฉพาะกรณีเชิญนายทะเบียนไปจดนอกสถานที่ ซึ่งอยู่ที่ 200 บาทต่อฉบับ บวกค่าพาหนะตามระยะทางจริง ส่วนคู่ที่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นชาวต่างชาติ ค่าใช้จ่ายหลักจะไปตกอยู่ที่ขั้นตอนแปลเอกสารและรับรองนิติกรณ์ก่อนวันจดทะเบียน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมของสำนักทะเบียนเอง
จดทะเบียนสมรสเสร็จ สิทธิและหน้าที่ทางกฎหมายเปลี่ยนไปทันที เช่นเดียวกับการเงินของครอบครัวที่ต้องเริ่มวางแผนร่วมกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือน การผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือเก็บเงินเผื่อเหตุฉุกเฉิน การมีเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยบริหารจัดการรายจ่ายได้อย่างเป็นระบบจึงเป็นอีกเรื่องที่คู่สมรสมือใหม่ควรให้ความสำคัญ
บัตรเครดิต KTC ตอบโจทย์การใช้จ่ายของคู่สมรสได้หลายรูปแบบ ทั้งการผ่อนชำระสินค้าและบริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามโปรโมชั่น เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ สำหรับบ้านใหม่ การสะสมคะแนน KTC FOREVER ที่ได้ 1 คะแนนจากทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 25 บาท นำแลกส่วนลดร้านค้าที่ใช้บ่อย ๆ ไปจนถึงสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกที่ช่วยให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตคู่คุ้มค่ามากขึ้น สนใจสมัครบัตรเครดิต KTC เพื่อเป็นตัวช่วยด้านการเงินให้ครอบครัวใหม่ สมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์หรือผ่านแอป KTC Mobile ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าธรรมเนียมทั้งแรกเข้าและรายปี
บริหารเงินอย่างชาญฉลาดกับบัตรเครดิต KTC





