สำหรับคนที่ทำงานสายตัดต่อและกราฟิก การเลือกโน้ตบุ๊กที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพและคุณภาพของงาน เพราะโน้ตบุ๊กที่ดีสำหรับงานตัดต่อและกราฟิกไม่ใช่แค่คอมพิวเตอร์ทั่วไป แต่ต้องมีสเปกพิเศษที่รองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ การแสดงผลสีที่แม่นยำ และการทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล การลงทุนในโน้ตบุ๊กที่เหมาะสมจะช่วยประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลงานที่มีคุณภาพสูงขึ้น แต่หากไม่รู้จะเลือกซื้ออย่างไร KTC สรุปวิธีการเลือกโน้ตบุ๊กพร้อมแนะนำโน้ตบุ๊ก 10 รุ่นสำหรับสายตัดต่อมาให้แล้ว

 

วิธีการเลือกโน้ตบุ๊กสำหรับตัดต่อ

CPU ที่เหมาะกับงานตัดต่อ

Intel Core i7 และ i9 เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานตัดต่อ โดย Intel Core i7 รุ่นใหม่มีสถาปัตยกรรมแบบ Hybrid ที่ประกอบด้วย Performance Core และ Efficiency Core ช่วยให้สามารถจัดการงานหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วน Intel Core i9 จะมีจำนวนคอร์และเธรดมากกว่า เหมาะสำหรับงานที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด

AMD Ryzen 7 และ Ryzen 9 ก็เป็นอีกทางเลือกที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในเรื่องของจำนวนคอร์และเธรดที่มากกว่าในราคาที่คุ้มค่า AMD มักให้ประสิทธิภาพที่ดีในงานที่ต้องใช้การประมวลผลแบบ multi-core เช่น การเรนเดอร์วิดีโอความละเอียดสูง

สำหรับการเลือก CPU ควรพิจารณาจำนวนคอร์อย่างน้อย 6-8 คอร์ และความเร็วสัญญาณนาฬิกาเบส (Base Clock) ที่ 3.0 GHz ขึ้นไป เพื่อให้สามารถรองรับการทำงานของซอฟต์แวร์ตัดต่อสมัยใหม่ได้อย่างราบรื่น

การ์ดจอ (GPU) - ตัวช่วยสำคัญในการประมวลผล

การ์ดจอเป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะซอฟต์แวร์ตัดต่อและกราฟิกสมัยใหม่สามารถใช้ประโยชน์จากพลังการประมวลผลของ GPU ได้อย่างเต็มที่ สิ่งที่ควรพิจารณาคือ VRAM (Video Memory) ซึ่งควรมีอย่างน้อย 6-8 GB สำหรับงานตัดต่อ 4K และกราฟิกความละเอียดสูง

มี RAM และ SSD ครบในเครื่องเดียว

ต้องบอกว่าทั้ง RAM และ SSD มีความสำคัญต่อการทำงานของ Notebook มาก เพราะช่วยให้คุณสามารถใช้งานโน้ตบุ๊กได้อย่างลื่นไหล โดย RAM และ SSD ทำหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • RAM (แรม) ย่อมาจาก Random Access Memory เป็นหน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูลชั่วคราว เมื่อคุณเปิดใช้งานโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันบนโน้ตบุ๊ก ระบบจะดึงข้อมูลส่วนที่จำเป็นมาเก็บไว้ใน RAM เพื่อให้สามารถอ่านและเขียนข้อมูลได้รวดเร็ว และเมื่อปิดโปรแกรมหรือปิดเครื่อง ข้อมูลดังกล่าวที่เก็บอยู่ใน RAM ก็จะถูกลบออกไป เพื่อนำพื้นที่กลับคืนมาไว้ใช้กับโปรแกรมอื่น ๆ ต่อ สำหรับโน้ตบุ๊กตัดต่อวิดีโอหรือใช้เล่นเกมเป็นงานอดิเรก ควรเลือกเครื่องที่มี RAM  8GB ขึ้นไป
  • SSD ย่อมากจาก Solid State Drive เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เหมือนกับ HDD ในการจัดเก็บข้อมูลแบบถาวร แต่ SSD จะใช้หน่วยความจำในลักษณะของ Flash Memory Chips ซึ่งมีลักษณะการทำงานคล้ายคลึงกับ Flash Drive หรือ Thumb Drive แต่เร็วกว่าและเสถียรกว่า ดังนั้นถ้ารู้สึกว่าโน้ตบุ๊กที่ใช้งานอยู่อืดจนทำให้เสียอารมณ์ เป็นไปได้ว่าโน้ตบุ๊กเครื่องดังกล่าวไม่มี SSD หรือ SSD ที่ใช้มีขนาดต่ำมาก หากอยากโน้ตบุ๊กตัดต่อวิดีโอที่อ่านข้อมูลได้รวดเร็วแล้วยังทำงานได้เงียบ ควรเลือกเครื่องที่มี SSD ความจุ 256GB ขึ้นไป แต่ทั้งนี้ห้ามเซฟไฟล์หรือติดตั้งโปรแกรมจนเกิน 80% ของพื้นที่ทั้งหมดของ SSD ควรมีที่ว่างสำหรับพักไฟล์ให้ SSD ได้ใช้งานด้วย เพื่อป้องกัน SSD เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ

พอร์ตเชื่อมต่อและหน้าจอความละเอียดสูง

การเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกเป็นสิ่งสำคัญสำหรับมืออาชีพ ควรมีพอร์ตที่หลากหลาย เช่น

  • USB-C/Thunderbolt 4 สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ความเร็วสูงและการชาร์จ HDMI 2.1 สำหรับเชื่อมต่อจอภาพภายนอกความละเอียด 4K USB-A สำหรับอุปกรณ์ทั่วไป SD Card Reader สำหรับโอนไฟล์จากกล้อง
  • หน้าจอควรมีความละเอียดอย่างน้อย Full HD (1920x1080) แต่แนะนำ 4K (3840x2160) สำหรับงานที่ต้องการความละเอียด สิ่งที่สำคัญกว่าคือ Color Accuracy ควรเลือกจอที่มี Color Gamut ครอบคลุม sRGB อย่างน้อย 95% หรือ DCI-P3 80% ขึ้นไป
  • น้ำหนักและการพกพา โน้ตบุ๊กสำหรับงานตัดต่อมักจะหนักและใหญ่เนื่องจากต้องบรรจุฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาไป ปัจจุบันมีตัวเลือกที่สมดุลระหว่างประสิทธิภาพและความพกพาได้ดีขึ้น
  • โน้ตบุ๊กหน้าจอ 15-16 นิ้ว มักจะหนักประมาณ 2.0-2.5 กิโลกรัม ซึ่งยังพกพาได้สะดวก โน้ตบุ๊กหน้าจอ 17-18 นิ้ว จะให้พื้นที่การทำงานที่กว้างขึ้น แต่น้ำหนักอาจ 2.5-3.5 กิโลกรัม
  • ควรพิจารณาการใช้งานของตนเอง หากต้องเดินทางบ่อย ความบางและเบาจะสำคัญกว่า แต่หากใช้งานประจำที่ การมีหน้าจอใหญ่และพอร์ตครบครันอาจสำคัญกว่า

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรพิจารณาคือระบบระบายความร้อน การออกแบบพัดลมและช่องระบายอากาศที่ดีจะช่วยให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่เกิดปัญหา Thermal Throttling ซึ่งจะลดประสิทธิภาพลงเมื่อเครื่องร้อนเกินไป

 

รวม 10 รุ่น Notebook ตัดต่อ สเปคดี ราคาคุ้ม ปี 2026

ขอบคุณรูปภาพจาก apple

1. Apple MacBook Pro 16

ใครเป็นสาวก apple อยู่แล้วน่าจะถูกใจ Macbook อยู่ไม่น้อย  เพราะนอกจากรูปลักษณ์ที่เรียบหรูสะท้อนความเป็น Apple แล้วยังเป็นที่สุดของความเสถียรและประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการตัดต่อวิดีโอที่เรนเดอร์เร็วมาก แบตเตอรี่อึด และหน้าจอ Liquid Retina XDR ที่ให้สีสันแม่นยำเป็นเลิศ

  • ราคา : ~฿124,900
  • CPU: Apple M4 Max
  • Graphics: Integrated 32-Core GPU
  • RAM: 32GB
  • SSD: 1TB

ขอบคุณรูปภาพจาก Asus

2. Asus ZenBook S 14 OLED

โดดเด่นที่ความบางเบาสุดๆ และจอภาพ ASUS Lumina OLED 3K 120Hz ที่ให้สีสันสวยงามและแม่นยำมาก เหมาะสำหรับกราฟิกดีไซเนอร์ที่ต้องการจอคุณภาพสูงในการทำงานและพกพาได้สะดวก

  • ราคา : ~฿62,990
  • CPU: Intel Core Ultra 7 258V
  • Graphics: Intel Arc Graphics
  • RAM: 32GB LPDDR5X
  • SSD: 1TB NVMe PCIe 4.0

ขอบคุณรูปภาพจาก Asus

3. ASUS ProArt P16 H7606WP-ME958WA

โน้ตบุ๊กสำหรับครีเอเตอร์ตัวจริง มาพร้อมชิปเซ็ตใหม่และ GPU ระดับสูง NVIDIA GeForce RTX 50 Series Laptop GPU (สูงสุด 5090) มอบพลัง AI และการเรนเดอร์ที่รวดเร็ว พร้อมจอ OLED ที่ให้สีตรงตามมาตรฐาน PANTONE Validated

  • ราคา : ~฿155,990
  • CPU: AMD Ryzen AI 9 HX 370
  • Graphics: NVIDIA GeForce RTX 5070
  • RAM: 64GB LPDDR5X
  • SSD: 2TB

ขอบคุณรูปภาพจาก Dell

4. DELL 16 Plus ODB16250 

ดีไซน์เรียบหรูทันสมัย จอบางแต่สีคมชัดสบายตาด้วย ComfortView Plus ขับเคลื่อนด้วย Intel Core Ultra และกราฟิก Intel Arc ตอบโจทย์ทั้งงานและความบันเทิง

  • ราคา : ~฿59,990
  • CPU: Intel Core Ultra 9 288V
  • Graphics: Intel Arc Graphics
  • RAM: 32GB
  • SSD: 2TB

ขอบคุณรูปภาพจาก Dell

 

5. Dell XPS 17

โน้ตบุ๊กดีไซน์พรีเมียม จอใหญ่ 17 นิ้ว เหมาะกับงานที่ต้องการพื้นที่ทำงานกว้างขวาง มาพร้อมสเปคที่ทรงพลัง และจอความละเอียดสูง มักจะถูกยกให้เป็นคู่แข่งกับ MacBook Pro ในฝั่ง Windows

  • ราคา : ~฿159,990
  • CPU: Intel Core i9-13900H
  • Graphics: Nvidia GeForce RTX 4070
  • RAM: 32GB
  • SSD: 2TB

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Acer

 

6. Acer Swift X 14

เป็นโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่จาก Acer ที่วางขายในปี 2025 ผสมผสานความเบาและประสิทธิภาพได้ดี มาพร้อมชิป Intel Core Ultra และการ์ดจอแยก NVIDIA GeForce RTX ที่ให้พลังในการเรนเดอร์ได้ดีเหมาะสำหรับงานตัดต่อวิดีโอ การเรนเดอร์ 3D และการออกแบบ

  • ราคา : ~฿67,000
  • CPU: Intel® Core™ Ultra 9 (Series 2)
  • Graphics: NVIDIA GeForce RTX 5070
  • RAM: 32GB
  • SSD: 2TB

ขอบคุณรูปภาพจาก MSI

 

7. MSI Prestige 16 AI Evo B2HMG-076TH

โน้ตบุ๊กบางเบาน้ำหนักเพียง 1.5 กิโลกรัม มาพร้อมชิป Intel Core Ultra และคุณสมบัติ AI Engine ช่วยจัดการทรัพยากรให้เหมาะสมกับงานสร้างสรรค์ พร้อมแบตเตอรี่ความจุสูง 99.9Whr และจอ QHD+ (2560 x 1600) ที่มีขอบเขตสี 100% DCI-P3

  • ราคา : ~฿ 52,990
  • CPU: Intel® Core™ Ultra 7 255H
  • Graphics: Intel® Arc Graphics
  • RAM: 32GB
  • SSD: 1TB

ขอบคุณรูปภาพจาก HP

8. HP ZBook Studio G10

โน้ตบุ๊กเวิร์คสเตชันระดับมืออาชีพ ที่มาพร้อมชิป Intel Core i9 หรือ AMD Ryzen Pro และการ์ดจอ NVIDIA RTX Ada ที่มี ISV Certification (การรับรองจากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์) มั่นใจได้ในความเข้ากันได้กับโปรแกรมเฉพาะทาง

  • ราคา : ~฿63,360
  • CPU: Intel® Core™ i7-13700H
  • Graphics: NVIDIA RTX™ A1000
  • RAM: 16 GB
  • SSD: 1TB

ขอบคุณรูปภาพจาก Gigabyte

 

9. Gigabyte AERO X16-2WHA3THC64AH

เน้นประสิทธิภาพและการระบายความร้อนที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมชิป AMD Ryzen AI และการ์ดจอ NVIDIA RTX 50 Series จอ IPS WQXGA 165Hz ที่ให้สี 100% sRGB เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการทั้งงานสร้างสรรค์และการเล่นเกม

  • ราคา : ~฿59,990
  • CPU: AMD Ryzen AI 9 HX 370
  • Graphics: NVIDIA GeForce RTX 5070
  • RAM: 32GB
  • SSD: 1TB

ขอบคุณรูปภาพจาก Lenovo

10. Lenovo

น้ตบุ๊กสองหน้าจอ OLED ขนาด 13.3 นิ้ว ที่ทำงานแบบ Multi-tasking ได้อย่างยอดเยี่ยม เหมาะกับครีเอเตอร์ที่ต้องทำงานหลายโปรแกรมพร้อมกัน หรือใช้เป็นพื้นที่วาดภาพขนาดใหญ่

  • ราคา : ~฿72,990
  • CPU: Intel Core Ultra 9 285H
  • Graphics: Intel Arc Graphics
  • RAM: 32GB
  • SSD: 1TB

 

การเลือกโน้ตบุ๊กสำหรับงานตัดต่อและกราฟิกจึงต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน และควรหาจุดสมดุลที่เหมาะสมกับความต้องการ งบประมาณ และรูปแบบการใช้งานของแต่ละบุคคล และอย่าลืมใช้บัตรเครดิตในการซื้อโน้ตบุ๊กเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและรับสิทธิประโยชน์แบบคุ้ม ๆ สำหรับใครที่ยังไม่มีก็สามารถกดสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากโปรโมชั่นตลอดปีแล้วยังมีคะแนน KTC FOREVER ให้ได้สะสมเพื่อใช้แลกรับเป็นเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดได้แบบไม่จำกัดอีกด้วย  

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC