หากย้อนกลับเมื่อไม่กี่ปีก่อน การช้อปปิ้งออนไลน์ยังคงเป็นในรูปแบบของการโอนเงินเต็มจำนวนเพื่อให้ได้รับสินค้า เฉกเช่นกับการซื้อของที่หน้าร้านทั่ว ๆ ไป แต่ในปัจจุบัน รูปแบบการซื้อ-ขายออนไลน์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เนื่องจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ต่างพลิกโฉมประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์ด้วยการเปิดตัวบริการ “ผ่อนชำระ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง ที่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นกว่าที่เคย แม้จะยังไม่มีเงินก้อนมาชำระเต็มจำนวนก็ตาม ทั้งยังไม่จำเป็นมีบัตรเครดิตอีกด้วย โดยสินค้าที่สามารถใช้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังนั้น ก็เริ่มต้นตั้งแต่ราคาเพียงหลักสิบหรือหลักร้อยบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท และที่สำคัญคือตั้งแต่กระบวนการเลือกซื้อ ตัดสินใจซื้อ เลือกรูปแบบการผ่อน และการชำระคืน ทั้งหมดล้วนดำเนินการได้ครบจบในแอปพลิเคชันเดียว

 

ผ่อนของออนไลน์คืออะไร เหมาะกับใครบ้าง?

การผ่อนของออนไลน์ หรือบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) คือรูปแบบสินเชื่อดิจิทัลที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซมอบวงเงินให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อสินค้าได้ก่อน แล้วค่อยชำระเงินคืนเป็นงวดรายเดือนในภายหลัง โดยดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งการสมัครใช้งานสินเชื่อรูปแบบนี้ลดขั้นตอนการยื่นเอกสารที่ธนาคาร/สถาบันการเงิน เพราะเป็นการผ่อนผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซโดยตรง และด้วยเหตุนี้การยื่นสมัครและรออนุมัติจึงใช้เวลาดำเนินการน้อยกว่า ทำให้เข้าถึงได้ง่ายกว่า และเริ่มต้นใช้งานซื้อของและผ่อนของออนไลน์ได้ทันที แต่ข้อจำกัดคือ วงเงินที่ได้รับอนุมัติจะสามารถใช้ซื้อสินค้าและบริการได้เฉพาะบนแพลตฟอร์มนั้น ๆ เท่านั้น

จากความสะดวกและความรวดเร็วในการใช้งาน การบริการผ่อนของออนไลน์ ผ่าน Shopee, Lazada และ TikTok Shop จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนงบน้อยที่ต้องการซื้อสินค้าราคาสูง หรือกลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานทำให้ยังไม่มีประวัติทางการเงินมากพอจะยื่นสมัครบัตรเครดิต หรือแม้แต่คนที่มีเงินเพียงพอต่อค่าสินค้าและบริการ แต่ไม่ต้องการจ่ายเงินก้อนโตในครั้งเดียว เนื่องจากอยากบริหารกระแสเงินสดให้คล่องตัวในแต่ละเดือน

บริการผ่อนของออนไลน์ ตอบโจทย์คนหลายกลุ่ม

  • คนที่มีงบจำกัดแต่จำเป็นต้องซื้อสินค้าที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิต เช่น นักศึกษาที่ต้องการซื้อโน้ตบุ๊กเพื่อใช้เรียนออนไลน์ หรือคนเพิ่งเริ่มทำงานที่ต้องการสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่เพื่อใช้ติดต่อทำงาน แต่ยังไม่มีเงินก้อนมากเพียงพอ
  • คนที่ต้องการบริหารกระแสเงินสดให้คล่องตัวมากขึ้นในแต่ละเดือน เพราะแทนที่จะจ่ายค่าสินค้าเต็มจำนวน 15,000 บาท ภายในครั้งเดียว การเลือกผ่อนของออนไลน์เพื่อให้สามารถแบ่งจ่ายออกเป็นงวดเดือน เดือนละ 1,500 บาท นาน 10 เดือน ช่วยให้เงินสดยังคงอยู่ในมือมากพอสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนอื่น ๆ และมีเหลือมากพอเพื่อเก็บเป็นเงินทุนสำรองในยามฉุกเฉิน
  • คนที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือไม่ต้องการสมัครใช้งานบัตรเครดิต ด้วยเหตุผลส่วนตัวหรือประวัติทางการเงินไม่ดี ก็ยังสามารถสมัครใช้งานสินเชื่อดิจิทัลเพื่อผ่อนชำระค่าสินค้าผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้แทนได้
  • นักวางแผนการเงินมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างประวัติทางการเงิน อาจเลือกสมัครใช้งานสินเชื่อดิจิทัลของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อเป็นการสร้างเครดิตบูโรและสร้างความน่าเชื่อถือทางการเงิน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการขอสินเชื่ออื่น ๆ ต่อไปในอนาคต

อย่างไรก็ดี แม้การผ่อนของออนไลน์ ผ่าน Shopee, Lazada และ TikTok Shop จะเป็นทางเลือกที่ใช้งานสะดวกและเข้าถึงได้ง่าย แต่สิ่งสำคัญคือการพึงระลึกไว้เสมอว่า การผ่อนชำระก็คือการซื้อสินค้าที่จะต้องชำระคืนในภายหลัง และไม่ใช่การได้สินค้ามาฟรี ๆ ดังนั้นก่อนตัดสินใจผ่อนของออนไลน์ใด ๆ ก็ตาม จะต้องมั่นใจว่าสามารถชำระได้เต็มจำนวนและตรงเวลาทุกงวดเดือนโดยไม่กระทบสภาพคล่องของตัวเอง

 

ผ่อนของออนไลน์ Shopee ผ่อนได้ขั้นต่ำกี่บาท?

แพลตฟอร์ม Shopee มีบริการผ่อนชำระที่เรียกว่า SPayLater ซึ่งเป็นบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังของ Shopee ที่สามารถเริ่มต้นผ่อนชำระได้โดยไม่ต้องมีบัตรเครดิต เพียงมีบัญชี Shopee จากนั้นยื่นสมัครผ่านแอปพลิเคชัน และหากผ่านเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนด ก็จะเริ่มต้นใช้งานได้ทันที โดยวงเงินสูงสุดจะอยู่ที่ 100,000 บาท ในกรณีที่สมัครใช้บริการ SPayLater สำเร็จก่อนวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 หรือสูงสุด 20,000 บาท ในกรณีที่สมัครใช้บริการ SPayLater สำเร็จตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี วงเงินสูงสุดของแต่ละผู้ใช้บริการจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้ให้บริการ

จุดเด่นที่ทำให้บริการ SPayLater น่าสนใจเป็นพิเศษก็คือ การไม่มีขั้นต่ำในการผ่อน เพราะผู้ใช้งานสามารถใช้บริการ SPayLater ในการชำระค่าสินค้าบนแอปพลิเคชัน Shopee ที่มีราคาขั้นตํ่าตั้งแต่ 1 บาท โดยสามารถผ่อนได้นานสูงสุด 12 เดือน สำหรับผู้ที่สมัครใช้บริการ SPayLater สำเร็จก่อนวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 และสูงสุด 5 เดือน สำหรับผู้ที่สมัครใช้บริการ SPayLater สำเร็จตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป โดยจะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ 0% - 25% ต่อปี

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • สัญชาติไทย
  • อายุ 20 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป
  • เป็นผู้ที่ได้รับเชิญจาก Shopee เท่านั้น

 

ผ่อนของออนไลน์ Lazada ผ่อนได้ขั้นต่ำกี่บาท?

แพลตฟอร์ม Lazada มีบริการผ่อนชำระผ่านระบบที่เรียกว่า LazPayLater ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน Lazada สามารถเลือกซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มและแบ่งชำระเป็นงวดรายเดือนได้โดยไม่ต้องอาศัยบัตรเครดิต และ ไม่มีขั้นต่ำในการผ่อน โดยวงเงินที่ได้รับอนุมัติสูงสุดจะอยู่ที่ 100,000 บาท และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 วัน ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% หรือเลือกแผนผ่อนชำระได้นานสูงสุด 12 เดือน

อย่างไรก็ดี แม้ว่าการผ่อนของออนไลน์ ผ่าน LazPayLater จะไม่ขั้นต่ำ และครอบคลุมสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ แต่ก็มีสินค้าบางประเภทที่ไม่สามารถผ่อนออนไลน์ ผ่าน LazPayLater ได้ ได้แก่ สินค้าประเภททอง สินค้าดิจิทัลทุกรูปแบบ และนมผงสูตร 1&2

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • มีบัตรประจำตัวประชาชนไทย
  • สัญชาติไทย
  • อายุ 20 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป
  • เป็นผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Lazada ที่ลงทะเบียนและมีบัญชีที่ใช้งานได้

 

ผ่อนของออนไลน์ TikTok Shop ผ่อนได้ขั้นต่ำกี่บาท?

แพลตฟอร์ม TikTok ได้เปิดตัวบริการผ่อนชำระผ่านระบบที่เรียกว่า Pay Later Service เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งเป็นบริการที่ให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อสินค้าบน TikTok Shop ด้วยวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และสามารถเลือกผ่อนชำระสินค้าภายในแอปพลิเคชัน TikTok ได้นานสูงสุดถึง 5 รอบการชำระเงินรายเดือน โดยไม่มีขั้นต่ำราคาสินค้า ทั้งนี้ วงเงินที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ TikTok เป็นรายบุคคล

คุณสมบัติผู้สมัคร

  • เป็นผู้ใช้งาน TikTok ที่มีบัตรประจำตัวประชาชนที่ถูกต้อง
  • มีข้อมูลอาชีพและรายได้ต่อเดือน โดยผู้สมัครใช้งานที่มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จะได้รับวงเงินสูงสุด 1.5 เท่าของรายได้ และผู้สมัครใช้งานที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาท จะได้รับวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้

มือใหม่ต้องรู้ ก่อนผ่อนของออนไลน์

ก่อนตัดสินใจผ่อนของออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์ม Shopee, Lazada และ TikTok จำเป็นต้องทำความเข้าใจถึงรูปแบบการใช้งาน และข้อกำหนดเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์มให้ถี่ถ้วนดีก่อน เพื่อไม่ให้การผ่อนชำระที่ตั้งใจจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายรายเดือนกลายเป็นภาระทางการเงินที่หนักกว่าเดิม

1. เข้าใจความแตกต่างระหว่าง “ผ่อน 0%” กับ “ผ่อนแบบมีดอกเบี้ย” 

การผ่อน 0% หมายถึง การผ่อนชำระเฉพาะราคาสินค้าจริงโดยแบ่งออกเป็นงวดเดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ส่วนการผ่อนแบบมีดอกเบี้ย คือการที่สินค้านั้น ๆ สามารถเลือกผ่อนชำระเป็นงวดเดือนได้ แต่จะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยทบเข้าไปในยอดหนี้ที่ต้องชำระในแต่ละเดือน ทำให้ยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมดสูงกว่าราคาสินค้าจริง อย่างไรก็ดี สำหรับการผ่อนแบบมีดอกเบี้ย แพลตฟอร์มจะแสดงยอดรวมดอกเบี้ยให้เห็นก่อนยืนยันการสั่งซื้อเสมอ ควรตรวจสอบให้ดีก่อนกดยืนยัน

2. วงเงินที่ได้ไม่ใช่เงินของคุณ 

หนึ่งสิ่งที่พึงระลึกไว้เสมอก็คือ วงเงินที่ได้รับบนแพลตฟอร์มแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ไม่ใช่เงินที่แพลตฟอร์มให้เปล่า แต่คือสินเชื่อที่ต้องชำระคืน การใช้วงเงินเต็มจำนวนทันทีโดยไม่ได้วางแผนอาจทำให้มีงวดผ่อนหลายรายการพร้อมกัน กลายเป็นภาระทางการเงินที่บริหารจัดการได้ยาก

3. ตรวจสอบวันครบกำหนดชำระ 

แต่ละบริการมีวันครบกำหนดชำระที่แตกต่างกัน การพลาดกำหนดชำระแม้เพียงครั้งเดียวอาจนำมาซึ่งดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม รวมถึงอาจส่งผลต่อสิทธิ์การใช้งานด้วย

4. เตรียมเอกสารให้พร้อม 

การสมัคร SPayLater, LazPayLater และ Pay Later Service จาก TikTok ล้วนต้องใช้บัตรประชาชนในการยืนยันตัวตน และมีข้อกำหนดว่า ผู้สมัครจะต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเป็นผู้มีสัญชาติไทย การจัดเตรียมเอกสารบัตรประชาชนให้พร้อมจะทำให้การดำเนินการยื่นสมัครเสร็จสิ้นรวดเร็วยิ่งขึ้น

5. อย่าผ่อนเพียงเพราะเห็นแก่ราคาต่องวดถูก

ข้อควรระวังที่สำคัญคือ เมื่อราคาผ่อนต่องวดเดือนถูกมาก อาจทำให้เกิดความอยากผ่อนสินค้าหลายชิ้นพร้อมกัน แต่หลายคนอาจหลงลืมไปว่า เมื่อสินค้าราคาถูกหลากหลายชิ้นรวมกัน ยอดชำระรายเดือนก็ย่อมสูงขึ้นจนกลายเป็นภาระหนี้ก้อนโต ที่อาจเกินขีดความสามารถในการชำระหนี้ต่อเดือนได้

6. อ่านเงื่อนไขสินค้าให้ครบ 

บางร้านค้าหรือบางหมวดหมู่สินค้าอาจไม่รองรับการผ่อนชำระ หรืออาจมีเงื่อนไขพิเศษ เช่น ต้องสั่งซื้อถึงขั้นต่ำที่กำหนดจึงจะสามารถผ่อนได้ในอัตราดอกเบี้ย 0% ดังนั้นจึงควรอ่านเงื่อนไขสินค้า และไตร่ตรองให้ดีก่อนตัดสินใจ

7. ชำระเต็มจำนวนและตรงเวลาเสมอ

รักษาวินัยในการชำระคืน โดยจะต้องชำระเต็มจำนวนและตรงเวลาเสมอ เพราะหากชำระล่าช้า นอกจากอาจจะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมแล้ว ยังส่งผลเสียต่อประวัติทางการเงิน และทำให้การขอเพิ่มวงเงินในอนาคตยากยิ่งขึ้นด้วย

ผ่อนของออนไลน์ Shopee, Lazada และ TikTok แบบไหนคุ้มที่สุด?

ด้วยการให้บริการ SPayLater, LazPayLater และ Pay Later Service จาก TikTok ที่ล้วนมาในรูปแบบของสินเชื่อดิจิทัลเหมือนกัน ทำให้การผ่อนของออนไลน์กับทั้งสามแพลตฟอร์มจึงไม่แตกต่างกันมากนัก เพราะต่างก็เป็นทางเลือกผ่อนชำระที่คุ้มค่าทั้งสิ้น ดังนั้นการจะเปรียบเทียบให้ได้คำตอบว่า ทางเลือกการผ่อนใดคุ้มค่ามากหรือน้อยกว่ากันนั้น จึงอาจขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ใช้งานแต่ละรายร่วมด้วย อย่างไรก็ดี หากยังตัดสินใจไม่ได้ว่า ควรเลือกผ่อนของออนไลน์กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใด การเปิดใจลองสมัครใช้งาน “บัตรเครดิต KTC” และ “บัตรกดเงินสด KTC PROUD” และเลือกผ่อนของออนไลน์ ผ่านบัตรเครดิต KTC และบัตรกดเงินสด KTC PROUD ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจและมีแต่ความคุ้มค่าไม่แพ้กัน ซึ่งสำหรับบัตรเครดิต KTC สามารถผ่อนสินค้าบน Shopee ได้นาน 3, 6 และ 10 เดือน (เงื่อนไขเป็นไปตามยอดคำสั่งซื้อขั้นต่ำ) รวมถึงสามารถผ่อนสินค้าบน Lazada ได้นาน 6 และ 10 เดือน (เงื่อนไขเป็นไปตามยอดคำสั่งซื้อขั้นต่ำ) และสามารถผ่อนสินค้าบน TikTok Shop ได้นาน 3, 4, 6 และ 10 เดือน (เงื่อนไขเป็นไปตามยอดคำสั่งซื้อขั้นต่ำ)

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นแลกรับส่วนลดอีกมากมายตลอดทั้งปี อีกทั้งในทุกการใช้จ่ายครบ 25 บาท จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัด และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งสามารถนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติมได้อีก

ในยุคที่การช้อปออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การสมัครใช้งานบริการผ่อนชำระที่เข้าถึงง่าย อย่าง SPayLater, LazPayLater, Pay Later Service จาก TikTok และบัตรเครดิต KTC นับว่าเป็นการรู้จักใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดได้อย่างชาญฉลาด และที่สำคัญคือการพึงระลึกไว้เสมอว่า การวางแผนทางการเงินที่ดีและการชำระตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอจะทำให้บริการผ่อนชำระเหล่านี้กลายเป็นเพื่อนช่วยชีวิตทางการเงิน แทนที่จะเป็นกับดักหนี้ที่ก่อปัญหา สำหรับผู้ที่สนใจ สมัครบัตรเครดิต KTC สามารถยื่นสมัครออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า สะสมคะแนน KTC FOREVER ได้ไม่จำกัด และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ 

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC