เจ็บคอเป็นอาการที่หลายคนมักเจอเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง หรือร่างกายอ่อนแอลง ทำให้รู้สึกไม่สบาย พูดยาก กลืนลำบาก และบางครั้งอาจลามไปสู่ไข้หวัดได้ แต่รู้ไหมว่า “อาหาร” ก็มีบทบาทสำคัญในการบรรเทาอาการเจ็บคอได้ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักสาเหตุของเจ็บคอ วิธีเลือกอาหารให้เหมาะ และเมนูแก้เจ็บคอที่ทำง่ายที่บ้าน
อาการเจ็บคอเกิดจากอะไร?
อาการเจ็บคอไม่ได้เกิดจากแค่การติดหวัดเท่านั้น แต่มีหลายปัจจัยที่ทำให้รู้สึกระคายเคือง กลืนลำบาก หรือแสบคอได้ ซึ่งการเข้าใจสาเหตุ จะช่วยให้ดูแลตัวเองได้ถูกวิธีมากขึ้น
1. คอแห้ง ระคายเคือง
สาเหตุที่พบได้บ่อยในช่วงที่อากาศแห้ง หรืออยู่ในห้องแอร์นาน ๆ โดยไม่มีความชื้น ทำให้เยื่อบุในลำคอแห้ง จนเกิดการระคายเคือง อาการจะคล้ายรู้สึกจิ๊ด ๆ ในคอ อยากไอหรือกลืนบ่อย ๆ โดยไม่มีเสมหะร่วม
2. ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
การติดเชื้อเป็นสาเหตุหลักของอาการเจ็บคอ โดยเฉพาะจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ หวัดธรรมดา หรือโควิด-19 รวมถึงแบคทีเรีย เช่น Streptococcus ที่ทำให้เกิดคออักเสบหรือทอนซิลอักเสบ มักมีอาการร่วม เช่น มีไข้ เสมหะ เจ็บคอมาก กลืนลำบาก
3. ใช้เสียงเยอะ
นักพูด ครู พนักงานขาย หรือคนที่ใช้เสียงตลอดวันมีแนวโน้มเจ็บคอจากกล่องเสียงอักเสบหรือเส้นเสียงล้า เสียงอาจแหบ หรือแสบคอหลังพูดนาน อาการจะดีขึ้นเมื่อได้พักเสียง
4. ดื่มน้ำน้อย พักผ่อนไม่พอ
การดื่มน้ำน้อยทำให้ร่างกายขาดความชุ่มชื้น ส่งผลให้เยื่อบุในลำคอแห้งระคายเคืองง่าย และถ้านอนดึก พักผ่อนไม่พอ ร่างกายจะอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรืออักเสบในลำคอมากขึ้น
5. สารระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม
ฝุ่น ควัน มลพิษ หรือควันบุหรี่ สามารถกระตุ้นให้ลำคอระคายเคือง แม้จะไม่ได้ติดเชื้อ และหากสัมผัสบ่อยอาจทำให้มีอาการไอเรื้อรัง หรือคอแห้งเรื้อรังตามมา
เจ็บคอ เลือกอาหารอย่างไรดี?
อาหารที่กินในช่วงเจ็บคอควรช่วยให้คอชุ่มชื้น ไม่ระคายเคือง และมีสารต้านการอักเสบ เลือกอาหารที่ นุ่ม อุ่น ย่อยง่าย เช่น ซุป ไข่ตุ๋น ข้าวต้ม และเลือกวัตถุดิบที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทา เช่น ขิง น้ำผึ้ง มะนาว หลีกเลี่ยงของ ทอด รสจัด เย็นจัด เพราะจะระคายคอเพิ่มขึ้น
แนะนำ 10 เมนู แก้เจ็บคอ กินอะไร หายเร็ว
1. น้ำขิงสดร้อน
ขิงมีสารสำคัญชื่อ “จินเจอรอล (Gingerol)” ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ ลดเสมหะ และให้ความรู้สึกโล่งคอแบบธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีอาการระคายคอหรือคัดจมูก
วิธีทำ:
นำขิงสดหั่นบาง ๆ ประมาณ 4–5 แว่น ต้มในน้ำร้อนประมาณ 10–15 นาที สามารถเติมน้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ จิบช้า ๆ ตอนอุ่น ๆ จะรู้สึกว่าคอโล่งขึ้นชัดเจน
2. น้ำผึ้งผสมมะนาว
น้ำผึ้งช่วยเคลือบลำคอ ลดอาการไอ และทำให้ลำคอชุ่มชื้น ขณะที่มะนาวมีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและช่วยละลายเสมหะ เป็นเมนูที่นิยมใช้ดูแลอาการคอแห้งหรือไอแห้ง
วิธีทำ:
ผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว กับน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวคั้นสดประมาณ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากันแล้วจิบระหว่างวัน
3. ซุปกระเทียม
กระเทียมมีสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียและไวรัส ช่วยลดการอักเสบในลำคอได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันอีกด้วย
วิธีทำ:
นำกระเทียมสับ 4–5 กลีบ ผัดกับน้ำมันเล็กน้อยให้หอม เติมน้ำซุปผักหรือน้ำต้มกระดูก เคี่ยวประมาณ 15 นาที ปรุงรสอ่อน ๆ สามารถเติมขิงซอยเพื่อเสริมสรรพคุณได้อีก
4. น้ำต้มใบเตยผสมเกลือ
ใบเตยมีฤทธิ์เย็นตามหลักสมุนไพร ช่วยลดการอักเสบ ลดอุณหภูมิในลำคอ ส่วนเกลือช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอ่อน ๆ เหมาะสำหรับจิบหรือกลั้วคอระหว่างวัน
วิธีทำ:
นำใบเตยสดล้างสะอาดหั่นท่อน ต้มในน้ำประมาณ 15 นาที จากนั้นเติมเกลือป่นเล็กน้อย ดื่มอุ่น ๆ หรือใช้กลั้วคอก็ได้
5. กล้วยปั่นน้ำผึ้งมะนาว
กล้วยน้ำว้ามีเนื้อเนียนนุ่ม ช่วยเคลือบลำคอและบรรเทาอาการระคายเคือง เมื่อผสมกับน้ำผึ้งและมะนาวจะได้เมนูที่มีทั้งความชุ่มคอและวิตามินจากธรรมชาติ
วิธีทำ:
ปั่นกล้วยน้ำว้า 1 ลูกกับน้ำอุ่นครึ่งแก้ว ใส่น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และน้ำมะนาวเล็กน้อย ดื่มเย็น ๆ พอประมาณ (ไม่ควรใส่น้ำแข็ง)
6. น้ำมะขามป้อมต้ม
มะขามป้อมมีวิตามินซีสูงมาก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบในลำคอได้ดี ช่วยละลายเสมหะ เหมาะกับคนที่เจ็บคอมีเสมหะมาก
วิธีทำ:
ใช้มะขามป้อมแห้งประมาณ 4–5 ลูก ต้มกับน้ำประมาณ 2 แก้ว เคี่ยวจนเหลือ 1 แก้ว แล้วกรองเอาแต่น้ำ ดื่มอุ่น ๆ ระหว่างวัน
7. ซุปฟักทองใส่ขิง
ฟักทองมีเบต้าแคโรทีนช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เนื้อเนียนนุ่ม ย่อยง่าย ส่วนขิงช่วยลดการอักเสบในลำคอ เป็นเมนูที่กินแล้วอิ่ม เบาสบาย และช่วยบำรุงสุขภาพ
วิธีทำ:
ต้มฟักทองหั่นเต๋าจนสุกนิ่ม ปั่นรวมกับน้ำซุปผักให้เนื้อเนียน เติมขิงขูดเล็กน้อย แล้วต้มซ้ำให้ร้อน ปรุงรสเบา ๆ ก่อนเสิร์ฟ
8. ชารากชะเอม
รากชะเอม (Licorice Root) มีสรรพคุณช่วยเคลือบลำคอ ลดอักเสบ และต้านไวรัส แต่ควรดื่มในปริมาณพอเหมาะ เพราะอาจมีผลข้างเคียงต่อผู้ป่วยความดันสูง
วิธีทำ:
นำรากชะเอมแห้งประมาณ 2–3 ชิ้น ต้มในน้ำร้อน 10–15 นาที ดื่มอุ่น ๆ ครั้งละไม่เกิน 1 แก้วต่อวัน และไม่ควรดื่มต่อเนื่องเกิน 7 วัน
9. น้ำต้มขิงผสมน้ำผึ้ง
เป็นการรวมพลังของสมุนไพร 2 ชนิด คือ ขิงและน้ำผึ้ง ซึ่งต่างมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และบรรเทาอาการไอแห้ง เจ็บคอ เหมาะสำหรับช่วงฟ้าฝนหรือเปลี่ยนฤดู
วิธีทำ:
ต้มขิงฝานบาง ๆ กับน้ำ 1 แก้วจนเดือด ปล่อยให้อุ่นแล้วเติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ดื่มตอนเช้าและก่อนนอน
10. น้ำตะไคร้สดต้ม
ตะไคร้ช่วยขับลม ต้านการอักเสบ และทำให้ลมหายใจหอมสดชื่น เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกจุกแน่นคอ เจ็บคอร่วมกับมีเสมหะ
วิธีทำ:
นำตะไคร้สดทุบพอแตก 2–3 ต้น ต้มกับน้ำจนเดือด กรองเอาแต่น้ำ ดื่มขณะอุ่นหรืออุ่นใหม่ก่อนจิบก็ได้
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อเจ็บคอ
เพื่อให้อาการเจ็บคอหายไว ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้:
- ของทอด ของมัน – ทำให้ระคายคอและเพิ่มเสมหะ
- อาหารเผ็ด เปรี้ยวจัด – กระตุ้นให้คอแสบมากขึ้น
- น้ำเย็นจัด / น้ำแข็ง – ทำให้เส้นเสียงบวม อักเสบหนักขึ้น
- ครื่องดื่มแอลกอฮอล์ / คาเฟอีน – ทำให้ร่างกายขาดน้ำ คอแห้งมากขึ้น
เคล็ดลับเพิ่มเติมให้หายเจ็บคอไว
1. ดื่มน้ำอุ่นตลอดวัน
การดื่มน้ำอุ่นช่วยให้ลำคอชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง และช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย ควรดื่มทีละน้อย แต่บ่อย ๆ ไม่ปล่อยให้คอแห้ง
หลีกเลี่ยงน้ำเย็นหรือน้ำแข็ง เพราะจะทำให้กล่องเสียงบวมและอักเสบมากขึ้น
2. พักผ่อนให้เพียงพอ
เวลาร่างกายพัก ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองและเสริมภูมิคุ้มกัน การนอนหลับอย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อคืน จะช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้เต็มที่ หากรู้สึกเพลียหรือมีไข้ร่วมด้วย ควรพักให้มากกว่าปกติ
3. กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ
น้ำเกลือช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำคอ ลดการอักเสบ และช่วยให้คอโล่ง
วิธีทำ: ผสมน้ำเกลือ 1/2 ช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว แล้วกลั้วคอประมาณ 30 วินาที วันละ 2–3 ครั้ง เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกระคายคอหรือมีเสมหะ
4. หลีกเลี่ยงการใช้เสียงมาก
เวลาคุณพูดเยอะ ตะโกน หรือร้องเพลง จะทำให้กล่องเสียงทำงานหนักและอักเสบได้ง่าย ควรพักเสียงให้มากที่สุดในช่วงที่มีอาการเจ็บคอ
อย่ากระแอมหรือไอบ่อย ๆ เพราะจะทำให้คอยิ่งระคายเคือง
5. ใช้หมอนสูงเล็กน้อยขณะนอน
หากมีเสมหะหรือรู้สึกคัดจมูก การใช้หมอนที่มีความสูงพอประมาณจะช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น และลดการไหลย้อนของน้ำลายหรือเสมหะที่อาจระคายลำคอในขณะนอนได้
6. งดของแสลง
หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน อาหารเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด น้ำเย็น และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะสิ่งเหล่านี้จะกระตุ้นให้คออักเสบมากขึ้นหรือระคายเคืองได้นานกว่าเดิม
7. สูดไอน้ำหรืออบไอน้ำสมุนไพร
การสูดไอน้ำร้อน เช่น น้ำร้อนผสมสมุนไพร (ขิง ตะไคร้ เปลือกมะกรูด) จะช่วยให้โพรงจมูกเปิดโล่ง คอชุ่มชื้น และลดการอักเสบของทางเดินหายใจได้ เหมาะมากช่วงที่มีอาการคัดจมูกร่วมด้วย
8. ดูแลความสะอาดช่องปาก
สุขอนามัยในช่องปากที่ดีจะช่วยลดจำนวนเชื้อโรคในลำคอ ควรแปรงฟัน ล้างลิ้น และใช้น้ำยาบ้วนปากอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนนอน
วัตถุดิบอย่างขิง มะนาว และน้ำผึ้ง สามารถหาซื้อได้ง่ายจาก Tops, Rimping Supermarket, MaxValu หรือ Villa Market พร้อมโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิต KTC เช่น
อาการเจ็บคออาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแลให้ถูกวิธีก็อาจเรื้อรังและกระทบต่อการใช้ชีวิตได้ การเลือกกินอาหารที่ช่วยลดการอักเสบ พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลสุขภาพอย่างรอบด้านเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้หายเร็วขึ้น ที่สำคัญหากคุณกำลังมองหาวิตามิน ยาอม สเปรย์พ่นคอ หรือสมุนไพรดูแลคอ สามารถเลือกช้อปได้สะดวกจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่ร่วมรายการได้ เพียงชำระด้วยบัตรเครดิต KTC ก็รับสิทธิพิเศษไม่ว่าจะเป็นแลกคะแนนรับส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนได้ หากยังไม่มีบัตรเครดิต KTC เพื่อรับสิทธิประโยชน์ดีๆแบบนี้ สามารถสมัครได้เลย สมัครด้วยตัวเองได้ง่ายๆ 24 ชั่วโมง
ใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC



