จังหวัดอะโอโมริตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น หากใช้บริการรถไฟโทโฮคุชินคันเซ็นฮายะบุสะ (Tohoku Shinkansen Hayabusa) จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station) ผ่านไปทางสถานีชินอะโอโมริ (Shin-Aomori Station) ก็จะสามารถไปถึงเมืองฮิโระซะกิ (Hirosaki City) ใจกลางจังหวัดได้ภายในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง
เมืองฮิโระซะกิมีทั้งปราสาท สวนสาธารณะ ศาลเจ้าและวัดวาอารามในพุทธศาสนา มีโบสถ์คริสต์แบบสมัยใหม่และอาคารแบบตะวันตกที่สร้างขึ้นภายหลังญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคโมเดิร์นหลงเหลือให้เห็นอยู่ อีกทั้งยังมีคาเฟ่สไตล์ย้อนยุคสวยๆ มากมายให้เดินเที่ยวอย่างสนุกสนานด้วย
นอกจากนี้จากเมืองฮิโระซะกิยังสามารถโดยสารรถไฟและรถบัสไปยัง โกะโชะงะวะระ (Goshogawara) และเทือกเขาชิระคะมิซันจิ (Shirakami-sanchi Mountain Range) ได้อีกด้วย
ในครั้งนี้เราจะมาทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะได้สัมผัสแบบเจาะลึกน่าค้นหาและพบกับหลากกกหลายมุมมองของอะโอโมริกัน
พิพิธภัณฑ์บ้านเนบุตะ วารัสเซ่ (Nebuta Museum WA-RASSE),อะโอโมริ (Aomori)
© Aomori City
© Aomori City
© JNTO
© JNTO
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลติดกับสถานีรถไฟ JR อะโอโมริ (JR Aomori Station) จัดแสดงวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในงาน “เทศกาลเนบุตะ (Nebuta Festival)” หนึ่งในเทศกาลที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น ในงานเทศกาลจะมีการแห่ตุ๊กตาขนาดมหึมาค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามถนนในเมือง ขนาดของตุ๊กตานี้อาจกว้างถึง 9 เมตร ลึก 7 เมตร และสูง 5 เมตร ทำให้ทุกปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนกว่า 2,000,000 คน เดินทางมาจากทั่วญี่ปุ่นเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของตุ๊กตา “เนบุตะ” นี้ และพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดโอกาสให้เราได้เห็นตุ๊กตาเนบุตะแบบใกล้ชิด และได้สัมผัสกับความอลังการของงานเทศกาลนี้ได้ตลอดทั้งปี
สำหรับในปีนี้เทศกาลเนบุตะมีกำหนดจะจัดขึ้นเป็นเวลา6วัน ตั้งแต่วันที่2 – 7สิงหาคม
รายละเอียดสถานที่เพิ่มเติม
สวนแอปเปิ้ลเมืองฮิโระซะกิ (Hirosaki Apple Park),อะโอโมริ (Aomori)
© APTINET AOMORI Prefectural Government
© APTINET AOMORI Prefectural Government
© JNTO
© JNTO
หากพูดถึงผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในท้องถิ่นทสึรุงะ (Tsuruga) จะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากแอปเปิ้ล และที่ “สวนแอปเปิ้ลเมืองฮิโระซะกิ (Hirosaki Apple Park)” ก็มีต้นแอปเปิ้ลกว่า 80 สายพันธุ์รวม 1,500 ต้น พร้อมให้นักท่องเที่ยวมาได้มาทดลองเก็บผลแอปเปิ้ลจากต้นกันได้ในช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน
ภายในสวนมีร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากแอปเปิ้ลอย่างน้ำแอปเปิ้ลและพายแอปเปิ้ล รวมทั้งสิ้นมากถึง 1,200 ชนิด และยังมีขนมและอาหารที่ทำจากแอปเปิ้ลมาให้ลองชิมกันอีกด้วย
สำหรับโซนของว่างนั้นขอแนะนำให้ลองชิมเมนูแปลกใหม่ไม่เหมือนใครอย่าง “ราเม็งแอปเปิ้ล” สุดสร้างสรรค์แสนอร่อยที่ผสมเนื้อแอปเปิ้ลบดลงไปในแป้ง นอกจากนี้ในสวนแห่งนี้ยังมีสนามเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยของเล่นมากมายรวมทั้งลานสำหรับปิกนิกอีกด้วย จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มาเที่ยวพร้อมกันทั้งครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง
รายละเอียดสถานที่เพิ่มเติม
สวนสาธารณะฮิโระซะกิ (Hirosaki Park),อะโอโมริ (Aomori)
© APTINET AOMORI Prefectural Government
© APTINET AOMORI Prefectural Government
สวนสาธารณะฮิโระซะกิ (Hirosaki Park) คือสวนสาธารณะภายในบริเวณพื้นที่ของ “ปราสาทฮิโระซะกิ (Hirosaki Castle)”
ประตูทางเข้าที่เรียกได้ว่าเป็นประตูใหญ่ของสวนสาธารณะฮิโระซะกิก็คือ “ประตูโอเทะมง (Otemon Gate)” ที่สร้างในรูปแบบของ “ยะกุระมง (Yagura-mon / ประตูที่มีอาคารเล็กๆ ตั้งอยู่ด้านบน) สร้างด้วยไม้แบบเรียบง่ายทั้งหมดเหมือนกับประตูอื่นๆ อีก 4 แห่งภายในสวน และถือเป็นสิ่งก่อสร้างที่ยังคงไว้ซึ่งรูปแบบในสมัยโบราณกว่า 500 ปีก่อน นับว่าเป็นจุดที่แตกต่างไปจากปราสาทแห่งอื่นๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่น
บริเวณใกล้กับ “สะพานชุนโยบาชิ (Shunyo-bashi Bridge)” ที่ทอดตัวยาวอยู่ภายในสวน เต็มไปด้วยความงดงามของสีแดงชาดสดใสของตัวสะพานบวกกับสีเขียวขจีของต้นไม้น้อยใหญ่โดยรอบ ชวนให้เก็บความงามนี้ไว้ในภาพถ่ายเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้บริเวณรอบสวนสาธารณะแห่งนี้ยังมีสวนพฤกษศาสตร์ขนาดกว้างใหญ่ราว 80,000 ตารางเมตรอยู่ติดกัน ให้ได้ชมความงามของดอกไม้และต้นไม้ใบหญ้ากว่า 1,500 ชนิด จำนวน 124,000 ต้น อย่างเพลิดเพลินนับเป็นสถานที่ที่เงียบสงบและงดงามด้วยสีเขียวชอุ่มของใบไม้ผลิใหม่ ชวนให้อยากใช้เวลาทอดอารมณ์เงียบๆ สบายๆ เป็นอย่างมาก
ปัจจุบันนี้ปราสาทฮิโระซะกิกำลังอยู่ระหว่างบูรณะซ่อมแซมกำแพงหิน จึงมีการเคลื่อนย้ายหอคอยด้านบนสุดซึ่งเปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของปราสาทแห่งนี้ออกไปประมาณ 70 เมตร และมีกำหนดการจะย้ายกลับมาไว้ที่เดิม (ด้านบนกำแพงหิน) ประมาณปีค.ศ. 2021 ดังนั้นในช่วงนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะสามารถถ่ายรูปหอคอยยอดปราสาทนี้คู่กับ “ภูเขาอิวะกิ (Mt. Iwaki)” เป็นพื้นหลัง ซึ่งเป็นภาพที่งดงามล้ำค่าเป็นอย่างมาก
รายละเอียดสถานที่เพิ่มเติม
เทือกเขาชิระคะมิซันจิ (Shirakami-sanchi Mountain Range),อะโอโมริ (Aomori)
© APTINET AOMORI Prefectural Government
© APTINET AOMORI Prefectural Government
© JNTO
© JNTO
เทือกเขาชิระคะมิซันจิ (Shirakami-sanchi Mountain Range) คือชื่อเรียกรวมของเทือกเขากว้างใหญ่ไพศาล มีพื้นที่ประมาณ 1,300,000,000 ตารางเมตร ครอมคลุมระหว่างจังหวัดอะโอโมริและจังหวัดอะคิตะ (Akita) โดยบริเวณใจกลางเทือกเขาซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในฝั่งจังหวัดอะโอโมริเป็นหลักนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเป็นครั้งแรกของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมปีค.ศ. 1993 ที่นี่มีป่าบีชดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกซึ่งยังคงบริสุทธิ์จากน้ำมือมนุษย์ และในป่านี้ยังอุดมไปด้วยสัตว์หายากล้ำค่ามากมาย อย่างเช่น นกหัวขวานดำ (Black Woodpecker) และนกอินทรีทอง (Golden Eagle) เป็นต้น
นอกจากนี้ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวชิระคะมิซันจิ (Shirakami Sanchi Visitor left) ในหมู่บ้านนิชิเมะยะมุระ (Nishimeya-mura) ซึ่งเป็นประตูสู่เทือกเขาชิระคะมิซันจินั้น ยังเป็นสถานที่ที่สามารถเรียนรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างต้นบีช (Beech) และระบบนิเวศได้อีกด้วย ภายในมีห้องฉายภาพยนตร์จอยักษ์ให้ได้ตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติทั้ง 4 ฤดูกาลของเทือกเขาชิระคะมิซันจิผ่านภาพและเสียงที่ให้ความรู้สึกราวกับได้เข้าไปอยู่ในป่าจริงๆ เลยทีเดียว รับรองว่าจะได้รู้จักและเข้าถึงความน่าอัศจรรย์ใจของป่าบีชแห่งเทือกเขาชิระคะมิซันจิอย่างลึกซึ้งกว่าเดิมอย่างแน่นอน
รายละเอียดสถานที่เพิ่มเติม
พิพิธภัณฑ์โคมไฟ ทะชิเนปุตะ (Tachineputa no Yakata),อะโอโมริ (Aomori)
© APTINET AOMORI Prefectural Government
© APTINET AOMORI Prefectural Government
ในช่วงวันที่ 4-8 สิงหาคมของทุกปี ที่เมืองโกะโชะงะวะระ (Goshogawara City) จะมีการจัดงาน “เทศกาลทะชิเนปุตะ (Tachineputa Festival)” ที่โดดเด่นด้วยขนาดความสูงของรถลากที่เรียกว่า “ดาชิ (Dashi)” ซึ่งอาจสูงถึงราว 23 เมตรและหนักกว่า 19 ตัน ขบวนพาเหรดที่ค่อยๆ ลากรถดาชินี้เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ในเมืองนั้นเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก
สำหรับพิพิธภัณฑ์โคมไฟ ทะชิเนปุตะ (Tachineputa no Yakata) นั้น ภายในจัดแสดงรถลากดาชิขนาดมหึมาที่ใช้งานจริงในช่วงเทศกาล โดยจัดแสดงตลอดทั้งปีให้สามารถเข้าชมความยิ่งใหญ่นั้นได้แม้ไม่ได้อยู่ในช่วงงานเทศกาล นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์ยังมีโซนการผลิตให้ได้ทดลองแปะกระดาษและลงสีโคมไฟทะชิเนปุตะนี้อีกด้วย
รายละเอียดสถานที่เพิ่มเติม
ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2018
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ JNTO
.
