โซลในวันนี้ไม่ได้มีเพียงพระราชวังเก่าแก่ ย่านช้อปปิ้ง หรือวัฒนธรรมเคป๊อปที่คุ้นเคย เพราะอีกด้านหนึ่งของเมืองกำลังเติบโตขึ้นพร้อมกับงานออกแบบ สถาปัตยกรรม และพื้นที่สร้างสรรค์ที่น่าสนใจ ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีที่พาเราเข้าใกล้โลกแห่งอนาคต แลนด์มาร์กดีไซน์สุดล้ำ ไปจนถึงย่านสร้างสรรค์ที่เปลี่ยนโกดังและอาคารเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ แกลเลอรี และพื้นที่พบปะของคนรุ่นใหม่ ลองเปิดมุมมองใหม่ของกรุงโซลผ่านสถานที่เหล่านี้ แล้วจะพบว่าเมืองหลวงของเกาหลีใต้ยังมีอีกหลายมุมให้ค้นหา

เที่ยวโซล 2026 มีที่ไหนน่าไปบ้าง?

พิกัดเที่ยวโซลในบทความนี้มีทั้งหมด 23 แห่ง แบ่งเป็นแลนด์มาร์กยอดนิยม 8 แห่ง ที่เที่ยวใกล้โซล 2 แห่ง แลนด์มาร์กและพื้นที่สร้างสรรค์ 5 แห่ง คาเฟ่ดีไซน์ 5 ร้าน และร้านไฟน์ไดนิ่ง 3 ร้าน จึงเลือกจัดทริปได้ตั้งแต่สายวัฒนธรรม สายช้อป สายถ่ายรูป สายอาร์ต ไปจนถึงสายกินที่ต้องการประสบการณ์พิเศษ 

ลำดับ

สถานที่

ประเภท

ไฮไลต์

1

หมู่บ้านบุกชอนฮันอก

วัฒนธรรม

บ้านฮันอกและมุมถ่ายรูปแบบเกาหลีดั้งเดิม

2

พระราชวังเคียงบกกุง

ประวัติศาสตร์

พระราชวัง พิธีเปลี่ยนเวรยาม และชุดฮันบก

3

คลองชองกเยชอน

พักผ่อน

เดินเล่นกลางเมืองและชมไฟยามค่ำ

4

หอคอยเอ็นโซล

จุดชมวิว

วิวกรุงโซลแบบพาโนรามา

5

ย่านเมียงดง

ช้อปปิ้ง

แฟชั่น เครื่องสำอาง และสตรีตฟู้ด

6

ย่านฮงแด

ไลฟ์สไตล์

ร้านวัยรุ่น คาเฟ่ และการแสดงริมถนน

7

ห้องสมุดสตาร์ฟิลด์

สถาปัตยกรรม

ชั้นหนังสือสูงและมุมถ่ายรูปใน COEX

8

มหาวิทยาลัยสตรีอีวา

สถาปัตยกรรม

อาคารคลาสสิกและ Ewha Campus Complex

9

Everland

สวนสนุก

เครื่องเล่น สวนสัตว์ และเทศกาลตามฤดูกาล

10

LEGOLAND Korea Resort

ครอบครัว

เครื่องเล่นธีม LEGO และเมืองจำลอง

11

Dongdaemun Design Plaza

ดีไซน์

สถาปัตยกรรมล้ำอนาคตและนิทรรศการ

12

Seoul Robot & AI Museum

เทคโนโลยี

หุ่นยนต์ AI และกิจกรรมอินเทอร์แอ็กทีฟ

13

Centre Pompidou Hanwha

ศิลปะ

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งใหม่

14

Seongsu Creative District

ย่านสร้างสรรค์

โกดังเก่า คาเฟ่ แกลเลอรี และป๊อปอัป

15

Seoul Wave Art Center

ศิลปะริมแม่น้ำ

นิทรรศการและวิวแม่น้ำฮัน

16

NUDAKE Haus Dosan

คาเฟ่ดีไซน์

ขนมรูปแบบงานศิลป์และบรรยากาศเหนือจริง

17

Blue Bottle Seongsu Café

คาเฟ่

กาแฟสเปเชียลตีในอาคารอุตสาหกรรม

18

Fritz Coffee Wonseo

คาเฟ่

กาแฟ เบเกอรี และบรรยากาศวินเทจ

19

Perception

คาเฟ่ดีไซน์

เพดานไม้โค้งและบรรยากาศร่วมสมัย

20

UNDEBT Café

คาเฟ่ดีไซน์

พื้นที่สไตล์ถ้ำผสานกลิ่นอายฮันอก

21

Jungsik Seoul

Fine Dining

อาหารเกาหลีร่วมสมัยแบบ New Korean Cuisine

22

La Yeon

Fine Dining

อาหารเกาหลีประณีตพร้อมวิวมุมสูง

23

L’Amant Secret

Fine Dining

อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยในบรรยากาศหรู

เที่ยวโซลครั้งแรก มีแลนด์มาร์กยอดนิยมที่ไหนบ้าง?


1.หมู่บ้านบุกชอนฮันอก (Bukchon Hanok Village)

หากคุณอยากถ่ายรูปย้อนยุคสวยๆ หมู่บ้านบุกชอนฮันอกถือว่าตอบโจทย์สุดๆ เพราะเป็นหมู่บ้านโบราณเกาหลีที่มีบ้านเรือนแบบดั้งเดิมกว่า 100 หลัง ซึ่งได้รับการอนุรักษ์และบูรณะไว้เป็นอย่างดี และปัจจุบันยังมีผู้อยู่อาศัยอยู่ด้วย โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชมบรรยากาศเก่าๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ถ่ายรูปกับประตูไม้ตามมุมต่างๆ ของหมู่บ้านได้แบบชิลๆ ตลอดทั้งวัน แถมบริเวณรอบๆ หมู่บ้านยังมีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านชา คาเฟ่ และร้านอาหารเกาหลีให้ได้แวะชิมกันด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 24 ชั่วโมง
  • ค่าเข้า : ฟรี
  • ที่อยู่ : Gyedong-gil, Jongno-gu, Seoul, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/W3tFsroyK2V2LtdM8
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 (Seoul Subway Line 3) ลงที่สถานีอันกุก (Anguk Station) แล้วใช้ทางออก 2 จากนั้นก็เดินต่อประมาณ 300 เมตร



2. พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace)

พระราชวังเคียงบกกุงเป็นพระราชวังหลวงที่ใหญ่ และสวยงามที่สุดของเกาหลี สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์โชซอน ในปี ค.ศ. 1395 ภายในสถาปัตยกรรมที่สวยงาม สำหรับไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ประตูควางฮวามุน (Gyeongbokgung Gwanghwamun Gate) ประตูทางเข้าหลักของพระราชวัง, ประตูควางฮวามุน (Gyeongbokgung Gwanghwamun Gate) ประตูหลักทางทิศใต้ของพระราชวัง, พระที่นั่งคึนจอง (Gyeongbokgung Geunjeongjeon Hall) อาคารหลักของพระราชวัง ฯลฯ และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือการชมพิธีเปลี่ยนเวรยามประจำวันบริเวณประตูควางฮวามุน ที่มีให้ชมทุกวัน (ยกเว้นวันอังคาร) เวลา 10.00 น. และ 14.00 น.

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00 - 18.00 น. (ปิดวันอังคาร)
  • ค่าเข้า : ฟรี
  • ที่อยู่: 161 Sajik-ro, Jongno-gu, Seoul, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/RyMHTX7qPHGDTjfc7
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 3 ลงสถานีพระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace Station) ทางออก 5



3. คลองชองกเยชอน (Cheonggyecheon)

คลองชองกเยชอน โอเอซิสสีเขียวกลางกรุงโซลที่รายล้อมไปด้วยตึกรามบ้านช่อง ทอดยาวเป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร จากสี่แยกประตูควางฮวามุนของพระราชวังเคียงบกกุง ไปจนถึงตลาดยังนยอง (Yangnyeong Market) ย่านทงแดมุน (Dongdaemun) โดยคลองชองกเยชอนนั้น มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โชซอน หรือกว่า 600 ปีที่แล้ว และได้รับการปรับปรุงขึ้นมาใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน พร้อมให้คุณได้พักผ่อนหย่อนใจ ท่ามกลางธรรมชาติอันร่มรื่น โดยเฉพาะในตอนกลางคืนจะมีการเปิดไฟสวยงาม เหมาะกับการมานั่งชิล รับลม ชมพระอาทิตย์ตกสุดๆ ซึ่งในช่วงปลายปีจะมีเทศกาลโคมไฟแห่งกรุงโซลจัดขึ้นที่นี่ด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 24 ชั่วโมง
  • ค่าเข้า : ฟรี
  • ที่อยู่ : Jongno-gu, Seoul, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/sDFn3QpDhbpfnNWc7
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1 ลงสถานี Jonggak Station แล้วใช้ทางออก 5 และเดินต่อมาประมาณ 5 นาที



4. หอคอยเอ็นโซล (N Seoul Tower)

หอคอยเอ็นโซล หรือที่หลายคนเรียกว่าโซลทาวเวอร์ (Seoul Tower) เป็นหอคอยชมเมืองที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขานัมซาน (Namsan Mountain) ใจกลางกรุงโซล ด้วยความสูง 236.7 เมตร ทำให้หอคอยเอ็นโซลกลายเป็นจุดชมวิวกรุงโซลแบบ 360 องศา ซึ่งสามารถชมวิวกรุงโซลได้แบบพาโนรามาทั้งกลางวันและกลางคืน แถมตอนกลางคืนบรรยากาศก็โรแมนติกมากด้วย ดังนั้นใครที่มีแฟน แนะนำให้ชวนกันมาเดทที่นี่ เพราะมีจุดให้คล้องกุญแจคู่รักบนรั้วลานชมวิวด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : อาทิตย์ - ศุกร์ 10.00 - 23.00 น. / เสาร์ 10.00 - 24.00 น.
  • ค่าเข้า : ค่าเข้า N Seoul Tower ผู้ใหญ่ 9,000 วอน / เด็ก 7,000 วอน
    ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ 12,000 วอน / เด็ก 6,000 วอน
    แพ็คเกจผู้ใหญ่ (N Seoul Tower + พิพิธภัณฑ์) 15,000 วอน
    แพ็คเกจเด็ก (N Seoul Tower + พิพิธภัณฑ์) 11,000 วอน
    คลิกซื้อบัตรเข้าชมหอคอย
  • ที่อยู่: 105 Namsangongwon-gil, Yongsan-gu, Seoul, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/bdYKZ6knGRpFVbz67
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 4 ลงสถานีเมียงดง (Myeongdong Station) แล้วใช้ ทางออก 3 จากนั้นเดินไปตามถนนด้านขวามือของโรงแรมแปซิฟิก (Pacific Hotel) ประมาณ 15 นาที ก็จะเจอสถานีขึ้นรถกระเช้า (Cable Car Station)



5. ย่านเมียงดง (Myeongdong)

ถ้ามาเที่ยวโซลแล้วไม่มาเมียงดงก็คงเหมือนมาไม่ถึงเกาหลี เพราะที่นี่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของกรุงโซล ที่สายช้อปหรือสายกิน สายคาเฟ่ไม่ควรพลาด เพราะเมียงดงแห่งนี้เป็นแหล่งรวมแฟชั่นเกาหลี แหล่งรวมร้านอาหาร คาเฟ่ และเป็นแหล่งรวมตัวของวัยรุ่นด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ทั้งร้านเสื้อผ้าเกาหลี กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ ที่มีพนักงานพูดภาษาไทยได้คอยแนะนำสินค้าให้กับเราด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 24 ชั่วโมง
  • ค่าเข้า : ฟรี
  • ที่อยู่ : Myeong-dong, Jung-gu, Seoul, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/sjniqjf6MC36zs5c8
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 4 ลงสถานีเมียงดง (Myeongdong Station) แล้วใช้ทางออกหมายเลข 5 - 9



6. ย่านฮงแด (Hongdae)

หากพูดถึงย่านเมียงดงแล้วจะไม่พูดถึงย่านฮงแดก็คงไม่ได้ สำหรับใครที่มาเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง แล้วอยากไปเดินย่านฮิปๆ เราแนะนำให้มาที่ย่านฮงแด เพราะที่นี่ตั้งอยู่ด้านหน้าของมหาวิทยาลัยฮงอิก (Hongik University) เป็นย่านที่เต็มไปด้วยความชิค ความเก๋ มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่บรรยากาศมินิมอล บาร์ สตูดิโอศิลปะ ฯลฯ แถมยังมีงานแสดงภาพศิลปะ การแสดงของเหล่าวัยรุ่น นักศึกษา ที่มาโชว์ความสามารถให้ได้ชมกันด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : จันทร์ - เสาร์ 10.00 - 23.00 น. / วันอาทิตย์ 24 ชั่วโมง
  • ค่าเข้า : ฟรี
  • ที่อยู่ : 365-8 Seogyo-dong, Mapo-gu, Seoul, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/N7bnEDzrLgnnwYzE6
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 ลงสถานีมหาวิทยาลัยฮงแด (Hongik University Station) แล้วใช้ทางออก 9


7. ห้องสมุดสตาร์ฟิลด์ (Starfield Library)

ห้องสมุดสตาร์ฟิลด์ ห้องสมุดสุดอลังการที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า Starfield COEX Mall เป็นหนึ่งในที่เที่ยวโซลที่หากใครชอบอ่านหนังสือ หรือเป็นสายถ่ายรูป สายทำคอนเทนต์ไม่ควรพลาด โดยไฮไลต์ของห้องสมุดสตาร์ฟิลด์ คือการออกแบบที่ไม่เหมือนใคร ด้วยชั้นวางหนังสือที่สูงถึง 13 เมตร ทอดยาวขึ้นไปบนเพดาน มีหนังสือมากกว่า 70,000 เล่ม ทั้งภาษาเกาหลีและภาษาอื่นๆ ด้วย โดยหนังสือทั้งหมดสามารถยืมอ่านได้ในห้องสมุดด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 10.30 - 22.00 น.
  • ค่าเข้า : ฟรี
  • ที่อยู่ : 513 Yeongdong-daero, Gangnam-gu, Seoul, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/gWVR1jVEacq1TTix7
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 9 ลงสถานี Bongeunsa Station ทางออก 7 หรือ นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 ลงสถานี Samseong Station ทางออก 6



8. มหาวิทยาลัยสตรีอีวา (Ewha Womans University) 

มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา ตั้งอยู่ในย่านอีแด (Edae) ใจกลางกรุงโซล ซึ่งนอกจากจะเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ของเกาหลีเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศร่มรื่น มีสถาปัตยกรรมอันงดงาม อาคารเก่าแก่สไตล์นีโอคลาสสิก ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว มีมุมถ่ายรูปสวยๆ มากมาย และยังเป็น จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีในกรุงโซลที่ไม่ควรพลาดด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : จันทร์ - ศุกร์ 09.00 - 17.00 น.
  • ค่าเข้า : ฟรี
  • ที่อยู่ : 52 Ewhayeodae-gil, Seodaemun-gu, Seoul, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/ZVXEmNWEKKJsgfP26
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 ลงสถานี Ehwa Woman University ทางออก 2

ที่เที่ยวใกล้โซลแบบ One Day Trip มีที่ไหนบ้าง?


9. สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland)

หากมาเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเองแล้ว อยากให้ลองออกจากโซลมาหน่อย มาเที่ยวกันที่สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ ในยงอิน (Yongin) ทางตอนใต้ของโซล ซึ่งเป็นสวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี เต็มไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย ภายในแบ่งออกเป็นหลายโซน อาทิ Magic Land โซนเครื่องเล่นสำหรับเด็ก, European Adventure โซนเครื่องเล่นสำหรับวัยรุ่นและผู้ใหญ่, American Adventure โซนเครื่องเล่นใหม่, Zootopia โซนสวนสัตว์, Lost Valley โซนสัตว์แบบเปิดโล่งสไตล์ซาฟารี ฯลฯ

ที่นี่เปรียบเสมือนดินแดนแห่งความสนุกที่ทุกคนจะได้รับเสียงหัวเราะ และสร้างความทรงจำดีๆ กับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน โดยไฮไลต์เครื่องเล่นที่ห้ามพลาด ก็คือ รถไฟเหาะรางไม้ T Express ที่ทำจากไม้ล้วนๆ และยังเป็นรถไฟเหาะที่ลาดชันที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลกด้วย รวมไปถึงเรือไวกิ้ง Columbus Adventure, Double Rock Spin, Hurricane

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 - 22.00 น.
  • ค่าเข้า :
    บัตร 1 วันกลางวัน : ผู้ใหญ่ 37,000 วอน, วัยรุ่น 31,000 วอน และเด็ก 26,000 วอน
    กลางวัน : ผู้ใหญ่ 30,000 วอน, วัยรุ่น 25,000 วอน และเด็ก 22,000 วอน
    บัตร 2 วัน
    กลางวัน : ผู้ใหญ่ 59,000 วอน, วัยรุ่น 50,000 วอน และเด็ก 45,000 วอน
    บัตรผ่านประตู *กรณีไม่รวมเครื่องเล่น
    กลางวัน : ผู้ใหญ่ 30,000 วอน, วัยรุ่น 25,000 วอน และเด็ก 22,000 วอน
    กลางวัน : ผู้ใหญ่ 24,000 วอน, วัยรุ่น 22,000 วอน และเด็ก 20,000 วอน
    คลิกสั่งซื้อบัตรเข้าสวนสนุก Everland
  • ที่อยู่ : 199 Everland-ro, Pogok-eup, Cheoin-gu, Yongin-si, Gyeonggi-do, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/otQ5ZtQLuBkj2gLb7
  • วิธีเดินทาง : จากสถานีมหาวิทยาลัยฮงแด (Hongik University Station) บริเวณทางออก 5 ให้เดินไปที่จุดขึ้นรถ Everland Shuttle Bus เพื่อขึ้นรถไปลงยังสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ได้เลย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง



ขอบคุณรูปภาพจาก www.facebook.com/LEGOLANDKoreaResort


10. เลโก้แลนด์ (LEGOLAND Korea Resort)

ไหนๆ มาเที่ยวโซลแล้ว แนะนำให้มาเที่ยวที่เลโก้แลนด์ด้วยเลย โดยที่นี่เป็นสวนสนุกธีมเลโก้แห่งแรกในเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ในเมืองชุนชอน (Chuncheon) จังหวัดคังวอนโด (Gangwon-do) ห่างจากโซลประมาณ 1 ชม. เท่านั้น แต่สามารถเดินทางมาได้สะดวกสบายมาก พร้อมมีโรงแรมเลโก้แลนด์ที่ตกแต่งห้องในธีมต่างๆ เปิดให้บริการได้อย่างน่ารัก ถูกใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่แน่นอน

ภายในสวยสนุกแบ่งออกเป็นหลายโซนด้วยกัน เช่น Miniland เมืองจำลองแลนด์มาร์คต่างๆ ของประเทศเกาหลีและเมืองต่างๆ ทั่วโลกที่สร้างจากตัวต่อเลโก้, Lego City เมืองจำลองจากตัวต่อเลโก้ ที่คุณสวมบทบาทเป็นอาชีพต่างๆ สนุกไปกับเมืองนี้ได้ เป็นต้น

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : เวลาเปิด - ปิด ในแต่ละเดือนไม่แน่นอน โดยปกติแล้วจะเปิดประมาณ 10.00 - 18.00 น. หรือ 11.00 - 18.00 น. สามารถตรวจสอบเวลาเปิด - ปิด แน่ชัดได้ที่นี่
  • ค่าเข้า : เริ่มต้น 30,000 วอน ทั้งนี้ บัตรมีหลายประเภท หลายราคา
    คลิกสั่งซื้อบัตรเข้าสวนสนุก LEGOLAND® Korea Resort
  • ที่อยู่ : 128 Hajungdo-gil, Chuncheon-si, Gangwon-do, South Korea
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/UFZqhsn2x6f1azSW6
  • วิธีเดินทาง : รถไฟ ITX จากสถานียงซาน (Yongsan Station) ไปลงสถานีชุนชอน (Chuncheon Station) แล้วใช้ทางออก 1 จากนั้นนั่งรถ Shuttle Bus ฟรีไปลงยังสวนสนุกเลโก้แลนด์ได้เลย

เที่ยวโซลมุมใหม่ มีแลนด์มาร์กและพื้นที่สร้างสรรค์ที่ไหนบ้าง?


11. Dongdaemun Design Plaza (DDP)

อัพเดตความล้ำทางด้านการออกแบบกันด้วยแลนด์มาร์กดีไซน์ระดับโลกใจกลางกรุงโซลที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเส้นสายโค้งมนและรูปทรงล้ำอนาคต ออกแบบโดยสถาปนิกหญิงระดับโลก Zaha Hadid และเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 2014 บนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นสนามกีฬาดงแดมุนมาก่อน ตัวอาคารมีโครงสร้างไร้เหลี่ยมมุมที่ดูราวกับกำลังเคลื่อนไหว เชื่อมต่อพื้นที่จัดนิทรรศการ แกลเลอรี งานแฟชั่น และกิจกรรมด้านการออกแบบไว้ในแห่งเดียว พร้อมพื้นที่สวนบนหลังคาที่สามารถเดินชมเมืองได้ โดยเฉพาะในช่วงค่ำเมื่ออาคารและพื้นที่โดยรอบถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟ ยิ่งทำให้ DDP กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของโซลยุคใหม่ที่สะท้อนพลังของเมืองผ่านงานสถาปัตยกรรมและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างโดดเด่น

  • ที่อยู่: 281 Eulji-ro, Jung-gu, Seoul, South Korea
  • เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00 น. - 20.00 น.
  • วิธีเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 2, 4 หรือ 5 ลงสถานี Dongdaemun History & Culture Park ทางออก 1

 


12. Seoul Robot & AI Museum

ท่องโลกอนาคตผ่านพิพิธภัณฑ์ที่หยิบเรื่องราวของ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต มาถ่ายทอดในรูปแบบที่สนุกและเข้าถึงง่าย ตั้งแต่นวัตกรรมด้านหุ่นยนต์และการสำรวจอวกาศ ไปจนถึงพื้นที่ทดลองที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วมกับเทคโนโลยีอย่างใกล้ชิด อีกหนึ่งไฮไลท์คือ การออกแบบตัวอาคารที่ล้ำสมัยไม่แพ้สิ่งจัดแสดง ด้วยรูปทรงโค้งมนคล้ายยานอวกาศและพื้นผิวโลหะที่สะท้อนภาพของโลกอนาคต พร้อมระบบหุ่นยนต์ที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้างจนถึงการดูแลพื้นที่ภายใน ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องเทคโนโลยี แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ได้เห็นเทคโนโลยีทำงานจริงตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามา

  • ที่อยู่: 56, Madeul-ro 13-gil, Dobong-gu, Seoul, South Korea
  • เวลาเปิด-ปิด: อังคาร - อาทิตย์ 9.30 น. - 17.30 น.
  • ค่าเข้า: 2,000 KRW/ท่าน (เด็กและผู้สูงอายุเข้าฟรี)



13. Centre Pompidou Hanwha

อีกหนึ่งจุดหมายด้านศิลปะร่วมสมัยแห่งใหม่ของโซลที่นำชื่อเสียงและแนวคิดจาก Centre Pompidou สถาบันศิลปะชั้นนำของฝรั่งเศสมาสู่เกาหลีใต้ ภายในจัดแสดงผลงานศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยจากศิลปินระดับนานาชาติ พร้อมนิทรรศการหมุนเวียนที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สำรวจแนวคิดใหม่ ๆ ผ่านศิลปะหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่จิตรกรรม ประติมากรรม ไปจนถึงงานจัดวางและสื่อร่วมสมัย ตัวพื้นที่ยังให้ความสำคัญกับงานออกแบบและสถาปัตยกรรม ทำให้การมาเยือนที่นี่ไม่ได้มีเพียงการชมงานศิลป์ แต่ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสัมผัสโซลผ่านมุมมองของโลกศิลปะที่แนบเคียงไปกับวัฒนธรรมของผู้คน

  • ที่อยู่: 63 Square, 50, 63-ro, Yeongdeungpo-gu, Seoul, South Korea
  • เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00 น. - 18.00 น.
  • ค่าเข้าชม: แตกต่างกันตามนิทรรศการและประเภทบัตร 

 

 


14. Seongsu Creative District

ย่านสร้างสรรค์ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายสุดฮอตของโซล จากอดีตพื้นที่โรงงานและโกดังอุตสาหกรรมที่เคยเป็นแหล่งผลิตรองเท้าและงานช่างของเมือง ค่อย ๆ ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นคอมมูนิตี้ของคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ดีไซน์เก๋ แกลเลอรี สตูดิโอ ร้านแฟชั่น และแบรนด์ท้องถิ่นที่นำเสนอไอเดียใหม่ ๆ อาคารอิฐเก่า โครงสร้างเหล็ก และร่องรอยของพื้นที่อุตสาหกรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ช่วยเติมคาแรกเตอร์ให้ย่านนี้มีเสน่ห์เฉพาะตัว เดินเล่นไปตามตรอกเล็ก ๆ จะได้พบทั้งร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารเก่าและ Pop-up Store จากแบรนด์ดังที่หมุนเวียนเข้ามาสร้างสีสันอยู่เสมอ จน Seongsu กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนความชิคและความเก๋สไตล์พส. เกาแบบจัดเต็ม

  • ที่อยู่: Achasan-ro, Seongdong-gu, Seoul, South Korea
  • เวลาแนะนำ: ช่วงสายถึงค่ำ โดยแต่ละร้านมีวันหยุดและเวลาเปิดต่างกัน
  • ค่าเข้าชม: เดินย่านได้ฟรี ป๊อปอัปหรือนิทรรศการบางงานอาจต้องลงทะเบียน
  • เดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 2 ลงสถานี Seongsu หรือ Ttukseom แล้วเลือกเดินตามพิกัดร้านที่สนใจ


15. Seoul Wave Art Center

เซฟโซนแห่งใหม่ของคนรักศิลปะและวัฒนธรรมริมแม่น้ำฮันที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัยและทำเลที่เปิดรับวิวผืนน้ำอย่างเต็มที่ ตัวอาคารตั้งอยู่ริมแม่น้ำในย่าน Jamwon Han River Park พร้อมพื้นที่กระจกที่เปิดมุมมองกว้างออกสู่สายน้ำและเส้นขอบฟ้าของกรุงโซล ภายในใช้เป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ งานศิลปะ การแสดง และกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หมุนเวียนตลอดทั้งปี โดยบางช่วงยังมีการจัดแสดงผลงานแบบอินเตอร์แอ็กทีฟที่ชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วม เหมาะสำหรับแวะชมงานศิลป์แล้วนั่งพักรับลมริมแม่น้ำ ท่ามกลางบรรยากาศที่ให้ภาพของโซลในอีกมุมที่ผ่อนคลายและร่วมสมัย

  • ที่อยู่: 145-35 Jamwon-ro, Seocho-gu, Seoul, South Korea
  • เวลาเปิด: แตกต่างกันตามนิทรรศการหรือกิจกรรม ควรตรวจสอบตารางของงานที่ต้องการชม
  • วิธีเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย 3 ลงสถานี Jamwon แล้วเดินต่อเข้าสู่ Jamwon Hangang Park
  • ค่าเข้าชม: แตกต่างกันตามนิทรรศการ

คาเฟ่ดีไซน์ในโซล มีร้านไหนน่าเช็กอิน?

คาเฟ่ในโซลไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะเรื่องกาแฟและขนม แต่ยังใช้สถาปัตยกรรม แสง วัสดุ และคอนเซปต์แบรนด์สร้างประสบการณ์ ห้าร้านต่อไปนี้เหมาะกับคนที่อยากพักระหว่างเที่ยว พร้อมเก็บภาพบรรยากาศและงานออกแบบที่มีเอกลักษณ์


16. NUDAKE Haus Dosan

คาเฟ่คอนเซ็ปต์สุดแหวกที่นำโลกของแฟชั่น ศิลปะ และขนมหวานมารวมไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งอยู่ในย่าน Dosan Park ภายในโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดิบ เท่ และมีความเป็นแกลเลอรี แฝงด้วยองค์ประกอบเหนือจริงที่ชวนให้หยุดมองในทุกมุม ขณะที่เมนูขนมของที่นี่ก็มีความสร้างสรรค์ไม่แพ้กัน ตั้งแต่รูปลักษณ์แปลกตาไปจนถึงการนำเสนอที่ดูราวกับผลงานศิลปะ โดยมี Gentle Monster แบรนด์แว่นตาสัญชาติเกาหลีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความเท่เหล่านี้นั่นเอง

  • ที่อยู่: 50 Apgujeong-ro 46-gil, Gangnam-gu, Seoul, South Korea
  • โทร:  +82 70 4128 2125
  • เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 11.00 น. - 21.00 น.

 


17. Blue Bottle Seongsu Café

สาขาของ Blue Bottle Coffee ในย่าน Seongsu ที่นำความเรียบง่ายแบบมินิมอลมาผสานเข้ากับบรรยากาศของย่านอุตสาหกรรมเก่าได้อย่างน่าสนใจ ตัวร้านโดดเด่นด้วยพื้นที่โปร่ง เพดานสูง และการใช้วัสดุโทนเรียบที่ช่วยขับบรรยากาศให้ดูร่วมสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายของอาคารเดิมเอาไว้ เสิร์ฟกาแฟซิกเนเจอร์ของแบรนด์ตั้งแต่เอสเพรสโซไปจนถึงกาแฟดริป พร้อมเบเกอรีและขนมสำหรับนั่งพักระหว่างวัน เหมาะสำหรับแวะเติมพลังระหว่างเดินสำรวจคาเฟ่ แกลเลอรี และร้านดีไซน์รอบย่าน Seongsu โดยเฉพาะในวันที่อยากหามุมสงบ ๆ นั่งไขว้ห่างถ่ายรูปเพลิน ๆ

  • ที่อยู่: 7 Achasan-ro, Seongdong-gu, Seoul, South Korea
  • โทร:  +82 1533 6906
  • เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. - 20.00 น.

 


18. Fritz Coffee Wonseo

ร้านกาแฟสัญชาติเกาหลีที่โดดเด่นด้วยเสน่ห์ของกาแฟคุณภาพและบรรยากาศย้อนยุค โดยนำอาคารเก่ามาปรับเป็นคาเฟ่ที่ยังคงรายละเอียดของโครงสร้างและกลิ่นอายดั้งเดิมเอาไว้ ผสานเข้ากับการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง เสิร์ฟกาแฟที่คัดเลือกเมล็ดและคั่วอย่างพิถีพิถัน ทั้งแบบเอสเพรสโซและกาแฟดริป พร้อมเบเกอรีสดใหม่ที่ทำเองภายในร้าน ตั้งแต่ขนมปังไปจนถึงเพสตรีที่เข้ากันได้ดีกับกาแฟ จุดเด่นอีกอย่างคือเอกลักษณ์ของแบรนด์ผ่านโลโก้รูปแมวน้ำและแพ็กเกจจิ้งสไตล์วินเทจที่กลายเป็นภาพจำของ Fritz Coffee และช่วยเติมเสน่ห์ให้คาเฟ่แห่งนี้มีคาแรกเตอร์แตกต่างจากร้านกาแฟทั่วไปในโซล

  • ที่อยู่: 83/1 Yulgok-ro, Jongno District, Seoul, South Korea
  • โทร:  +82 2 747 8101
  • เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 9.00 น. - 19.30 น.

 


19. Perception

คาเฟ่และ Co-Working Space ที่โดดเด่นด้วยแนวคิดด้านการออกแบบ ตั้งแต่สถาปัตยกรรมและบรรยากาศภายใน ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ของเฟอร์นิเจอร์ แสง และการจัดวางพื้นที่ ตัวร้านมาในโทนร่วมสมัยที่ดูเท่และมีความมินิมอล แต่ยังแฝงด้วยองค์ประกอบที่ชวนให้หยุดมอง พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มและขนมที่นำเสนออย่างมีสไตล์ เหมาะสำหรับแวะมานั่งพัก จิบกาแฟ และซึมซับบรรยากาศของพื้นที่สร้างสรรค์ที่สะท้อนรสนิยมด้านดีไซน์ของคนรุ่นใหม่ในโซลได้อย่างน่าสนใจ

  • ที่อยู่: 16 Eoulmadang-ro 1-gil, Mapo-gu, Seoul, South Korea
  • โทร:  +82 50 7132 01086
  • เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00 น. - 22.00 น.

 


20. UNDEBT Café

คาเฟ่ดีไซน์ร่วมสมัยที่สะท้อนตัวตนของชาวโซลเจน Z ผ่านการออกแบบสุดเรียบเท่และรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ ตัวร้านเลือกใช้เส้นสายและวัสดุที่ดูทันสมัย พร้อมจัดวางพื้นที่อย่างเป็นสัดเป็นส่วน ทำให้บรรยากาศโดยรวมดูมีเอกลักษณ์และน่าค้นหา เมนูเครื่องดื่มและขนมก็ถูกนำเสนออย่างมีสไตล์ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชื่นชอบคาเฟ่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งรสชาติและงานออกแบบไปพร้อมกัน

  • ที่อยู่: 11 Duteopbawi-ro 13-gil, Yongsan-gu, Seoul, South Korea
  • เวลาเปิด-ปิด: 11.30 น. - 20.00 น.

ร้าน Fine Dining ในโซล มีร้านไหนน่าลอง?

โซลมีร้านอาหารระดับไฟน์ไดนิ่งที่นำวัตถุดิบและวัฒนธรรมเกาหลีมาตีความใหม่ รวมถึงร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยในโรงแรมหรู ร้านกลุ่มนี้เหมาะกับมื้อพิเศษและควรจองล่วงหน้า โดยต้องตรวจสอบราคาเมนูคอร์ส นโยบายยกเลิก และข้อกำหนดด้านการแต่งกายก่อนยืนยันการจอง




21. Jungsik Seoul

หนึ่งในห้องอาหารเกาหลีร่วมสมัยระดับแถวหน้าของโซลที่นำรสชาติและวัตถุดิบแบบเกาหลีมาตีความใหม่ผ่านเทคนิคการปรุงสมัยใหม่ โดยเชฟ Jungsik Yim ผู้บุกเบิกแนวคิด New Korean Cuisine เมนูแต่ละจานถูกนำเสนออย่างมีที่มาที่ไปน่าสนใจ ตั้งแต่แนวคิดในการคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่นตามฤดูกาล ไปจนถึงซอส เครื่องเคียง และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างมีมิติ ท่ามกลางบรรยากาศเรียบหรูแต่ยังคงความอบอุ่นและเป็นกันเอง

  • ที่อยู่: 11 Seolleung-ro 158-gil, Gangnam-gu, Seoul, South Korea
  • โทร:  +82 2 517 4654
  • เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 12.00 น. - 15.00 น. / 17.30 น. - 22.00 น.

 



22. La Yeon

ห้องอาหารเกาหลีระดับไฟน์ไดนิ่งบนชั้น 23 ของโรงแรม The Shilla Seoul ที่ฟื้นคืนเสน่ห์ของอาหารเกาหลีดั้งเดิมมาตีความผ่านความประณีตของวัตถุดิบ เทคนิคการปรุง และการจัดจาน โดยให้ความสำคัญกับรสชาติแท้ของวัตถุดิบและรากฐานของอาหารเกาหลี ก่อนถ่ายทอดออกมาในรูปแบบร่วมสมัยที่ละเอียดอ่อน เมนูแต่ละคอร์สสะท้อนวัฒนธรรมการกินของเกาหลีผ่านวัตถุดิบตามฤดูกาลและองค์ประกอบที่พิถีพิถัน พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ด้วยวิวมุมสูงที่สามารถมองเห็นกรุงโซลเบื้องล่างได้แบบพาโนรามา

  • ที่อยู่: 23F, 249 Dongho-ro, Jung-gu, Seoul, South Korea
  • โทร:  +82 2 2230 3367
  • เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 12.00 น. - 14.30 น. / 17.30 น. - 21.30 น.

 




23. L’Amant Secret

ปิดท้ายความเลิศรสกันที่ห้องอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยซึ่งซ่อนตัวอยู่ภายใน L’Escape Hotel โดดเด่นด้วยการนำอาหารฝรั่งเศสมาถ่ายทอดผ่านมุมมองร่วมสมัย โดยใส่ใจตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบตามฤดูกาล เทคนิคการปรุง ไปจนถึงการจัดจานที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและความคิดสร้างสรรค์ ภายในตกแต่งด้วยกลิ่นอายคลาสสิกแบบฝรั่งเศส ผสานโทนสีเข้มและองค์ประกอบที่ให้ความรู้สึกลึกลับ โรแมนติก และหรูหรา ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ยุโรปใจกลางกรุงโซล

  • ที่อยู่: 26F, L’Escape Hotel, 67 Toegye-ro, Jung-gu, Seoul, South Korea
  • โทร:  +82 2 317 4003
  • เวลาเปิด-ปิด: อังคาร - อาทิตย์ 12.00 น. - 15.00 น. / 18.00 น. - 22.00 น.

  

ใครว่ามาเกาหลีจะต้องเป็นสายช้อปหรือสายคาเฟ่มุ๊งมิ๊งแบบเกาหลีเกาใจอย่างที่เคยคิด ขอบอกเลยว่าผิดมาก เพราะตอนนี้เทรนด์อาร์ตดีไซน์ของชาวเกาหลีกำลังมาแรง และกำลังเปลี่ยนภาพจำของกรุงโซลให้กลายเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ ทุกมุมของโซลจึงเหมือนพื้นที่ทดลองของคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิด กล้าสร้าง และกล้าเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง ใครที่อยากเห็นเกาหลีในมุมใหม่ ลองวางแพลนจากสายช้อปแล้วเปลี่ยนมาเดินตามเส้นทางอาร์ตดีไซน์ดูสักครั้ง รับรองว่าโซลจะมีอะไรให้เซอร์ไพรส์มากกว่าที่คิด

ก่อนเดินทางควรวางงบแยกเป็นค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าเข้าชม อาหาร และช้อปปิ้ง พร้อมตรวจสอบโปรโมชันที่เกี่ยวข้องกับเกาหลี ร้านอาหาร หรือการท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์ KTC และแอป KTC Mobile สมาชิกสามารถใช้บัตรเครดิต KTC ณ ร้านค้าที่รับบัตร และรับคะแนน KTC FOREVER จากรายการที่ร่วมเงื่อนไข เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ตามรายการที่กำหนดได้ สำหรับผู้ที่ยังไม่มีบัตร สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

เที่ยวเกาหลี เที่ยวโซล คุ้มค่าทุกทริป นึกถึงบัตรเครดิต KTC