การไปเที่ยวจีนในปัจจุบัน เรื่อง “การจ่ายเงิน” เป็นสิ่งที่ควรเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง เพราะจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้ Mobile Payment เป็นหลัก ไม่ว่าจะซื้อของในร้านสะดวกซื้อ กินอาหารในร้านท้องถิ่น เรียกรถ แวะคาเฟ่ หรือซื้อของจากร้านเล็ก ๆ หลายแห่งนิยมให้ลูกค้าสแกน QR Code เพื่อชำระเงิน มากกว่าการรับเงินสดหรือรูดบัตรโดยตรง

สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่คุ้นกับการพกเงินสดหรือใช้บัตรเครดิตแตะจ่าย อาจต้องปรับตัวเล็กน้อย เพราะในจีนร้านค้าทั่วไป โดยเฉพาะร้านอาหารเล็ก ๆ ตลาด คาเฟ่ท้องถิ่น และร้านริมทาง มักใช้ระบบจ่ายเงินผ่าน Alipay, WeChat Pay หรือ QR Payment เป็นหลัก บางร้านอาจยังรับเงินสดได้ แต่ไม่สะดวกเท่าเดิม หรืออาจไม่มีเงินทอนให้ครบ ส่วนบัตรเครดิตแบบรูดหรือแตะจ่าย มักใช้ได้ดีในโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านแบรนด์เนม และร้านค้าขนาดใหญ่

ดังนั้นก่อนเดินทางไปจีน ควรเตรียมวิธีจ่ายเงินไว้มากกว่า 1 ช่องทาง เพื่อให้ใช้จ่ายได้คล่องตัวตลอดทริป ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าแอปจ่ายเงิน ผูกบัตรเครดิต เตรียมบัตรที่รองรับการใช้จ่ายในจีน และพกเงินสดสำรองไว้เล็กน้อย เผื่อกรณีสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร แบตมือถือหมด หรือเจอร้านที่รับเฉพาะบางช่องทาง

เที่ยวจีนต้องใช้วีซ่าไหม?

ข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีน อนุญาตให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา (Passport) สามารถเดินทางไปท่องเที่ยว พักผ่อน หรือติดต่อธุรกิจในจีนได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักอยู่ได้นานสูงสุดถึง 30 วันต่อครั้ง (และรวมกันไม่เกิน 90 วัน ภายในช่วงเวลา 180 วัน) สิ่งที่ต้องเตรียมมีเพียงพาสปอร์ตที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันเดินทางเท่านั้น

 

ไปเที่ยวจีน จ่ายเงินยังไงให้สะดวกที่สุด?

วิธีจ่ายเงินที่เหมาะที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวไทยคือการเตรียม “หลายช่องทาง” ไม่พึ่งวิธีเดียว เพราะจีนมีระบบชำระเงินที่ต่างจากไทยมาก ร้านเล็กและสตรีทฟู้ดส่วนใหญ่สามารถสแกน QR Code ได้ ส่วนโรงแรม ห้าง สนามบิน หรือร้านค้าขนาดใหญ่บางแห่งอาจรับบัตรเครดิตได้

ช่องทางที่ควรเตรียม ได้แก่

  • Alipay หรือ WeChat Pay ที่ผูกบัตรเครดิต/เดบิตต่างประเทศ
  • บัตรเครดิตหรือบัตร UnionPay สำหรับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์รองรับ
  • แอปธนาคารหรือแอปการเงินที่รองรับ QR Cross-Border  เช่น แอป KTC Mobile สำหรับการสแกนจ่าย/สร้าง QR ตามประเภทบัตรและเครือข่ายที่รองรับ, True Money, K PLUS
  • เงินสดสกุลหยวนสำหรับค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ หรือกรณีระบบออนไลน์มีปัญหา

วิธีจ่ายเงินหลักในเมืองจีนมีอะไรบ้าง?

1. Alipay / WeChat Pay ช่องทางหลักที่ใช้ได้แทบทุกที่

Alipay และ WeChat Pay เป็นวิธีจ่ายเงินยอดนิยมในจีน ใช้ได้กับร้านค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า แท็กซี่ ไปจนถึงร้านเล็ก ๆ ตามย่านท่องเที่ยว วิธีใช้งานโดยทั่วไปคือสแกน QR Code ของร้าน หรือเปิด QR Code ในแอปให้ร้านสแกน จากนั้นระบบจะตัดเงินจากช่องทางที่ผูกไว้

นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้งานได้โดยการดาวน์โหลดแอป สมัครบัญชี และผูกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่รองรับการใช้จ่ายต่างประเทศ บางกรณีอาจต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติม หรือมีขั้นตอนตรวจสอบจากธนาคารผู้ออกบัตร จึงควรตั้งค่าให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง และทดลองใช้งานตั้งแต่ช่วงแรกของทริปกับร้านที่จ่ายง่าย เช่น ร้านสะดวกซื้อหรือร้านอาหารในห้าง

ข้อดีของ Alipay / WeChat Pay คือใช้งานแพร่หลายมากในจีน เหมาะกับการจ่ายเงินรายวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าช้อปปิ้ง หรือค่าเข้าชมสถานที่บางแห่ง

สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC พิเศษยิ่งกว่าเมื่อใช้จ่ายในสาธารณรัฐประชาชนจีน ยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบัตรเครดิตระหว่างประเทศ 3% ทุกรายการใช้จ่าย เมื่อผูกบัตรเครดิต KTC UNIONPAY ทุกประเภท หรือบัตรกดเงินสด KTC PROUD UNIONPAY กับแอป Weixin Pay (หรือ WeChat Pay) และ Alipay

หมายเหตุ:

• Weixin Pay ยกเว้นค่าธรรมเนียมถึง 31 ธ.ค. 69

• Alipay ยกเว้นค่าธรรมเนียมถึง 10 ก.ค. 69


2. บัตรเครดิต / บัตรเดบิตแบบใช้บัตร เหมาะกับโรงแรม ห้าง และร้านใหญ่

บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตแบบรูด แตะ หรือเสียบชิป ยังใช้ได้ในจีน แต่ไม่ได้ครอบคลุมเท่าการสแกนจ่าย QR โดยทั่วไปมักใช้ได้ในโรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านแบรนด์เนม ร้านอาหารขนาดใหญ่ สนามบิน หรือร้านค้าที่ รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นประจำ

บัตรที่ควรเตรียมไปควรเป็นบัตรที่รองรับการใช้จ่ายต่างประเทศ และเปิดใช้งานต่างประเทศไว้ล่วงหน้า โดยเครือข่ายที่พบได้ในจีน ได้แก่ UnionPay ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ใช้แพร่หลายในจีน ส่วน Visa, Mastercard และ JCB ใช้ได้ในร้านที่มีโลโก้/ร้านที่รองรับโดยเฉพาะร้านค้าขนาดใหญ่หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่รองรับชาวต่างชาติ

ข้อดีของการใช้บัตรเครดิตคือสะดวกสำหรับการจ่ายเงินก้อนใหญ่ เช่น ค่าที่พัก ค่าช้อปปิ้ง หรือค่าอาหารในร้านใหญ่ อีกทั้งยังช่วยลดการพกเงินสดจำนวนมาก และอาจได้รับคะแนนสะสมหรือสิทธิประโยชน์จากบัตรตามเงื่อนไข แต่ข้อจำกัดคือ ร้านเล็ก ร้านท้องถิ่น หรือร้านริมทางจำนวนมากอาจไม่รับบัตรเครดิตโดยตรง จึงไม่ควรพึ่งบัตรแบบรูดเพียงช่องทางเดียว

3. เงินสด ยังใช้ได้ แต่ไม่สะดวกเท่าเดิม

เงินสดยังใช้ได้ในจีน แต่ไม่ใช่วิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบัน เพราะร้านค้าจำนวนมากคุ้นเคยกับการรับชำระผ่าน QR มากกว่า บางร้านอาจรับเงินสด แต่ไม่มีเงินทอน หรือใช้เวลาตรวจสอบมากกว่าการสแกนจ่าย

อย่างไรก็ตาม ควรพกเงินหยวนติดตัวไว้เล็กน้อยเสมอ เช่น สำหรับกรณีอินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ มือถือแบตหมด แอปจ่ายเงินมีปัญหา หรือเดินทางไปพื้นที่ที่ร้านค้ายังรับเงินสดอยู่ การมีเงินสดสำรองช่วยให้เดินทางอุ่นใจขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องแลกเงินจำนวนมากเกินไป

แนะนำให้แยกเงินสดไว้หลายจุด เช่น กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าเดินทาง และกระเป๋าสำรอง เพื่อป้องกันกรณีทำกระเป๋าหายหรือหยิบใช้ไม่ทัน และควรแลกเป็นธนบัตรย่อยบางส่วน เพื่อให้จ่ายง่ายขึ้นในกรณีร้านมีเงินทอนไม่มาก

4. แอปธนาคารหรือแอปการเงินที่รองรับ QR Cross-Border

อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้การจ่ายเงินในจีนสะดวกขึ้น คือการใช้แอปธนาคารหรือแอปการเงินที่รองรับการสแกนจ่ายข้ามประเทศ โดยบางบริการสามารถใช้สแกนจ่ายกับร้านค้าที่รองรับเครือข่าย QR Payment ที่เชื่อมต่อกับระบบจีน เช่น Alipay, WeChat Pay, UnionPay หรือเครือข่ายที่กำหนดได้

ข้อดีของวิธีนี้คือ นักท่องเที่ยวอาจไม่ต้องโหลดแอปใหม่หลายแอป หรือไม่ต้องผูกบัตรกับแอปต่างประเทศให้ยุ่งยาก เพราะสามารถใช้แอปที่คุ้นเคยอยู่แล้วในการชำระเงินได้ โดยระบบอาจตัดเงินจากบัญชีเงินฝากหรือบัตรเครดิตตามช่องทางที่เลือก แต่ก่อนเดินทางควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าเมื่อสแกนจ่าย มีค่าธรรมเนียมหรืออัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร

 

สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC แนะนำวิธีที่ง่ายที่สุด แค่สแกนจ่ายด้วยบัตรเครดิต KTC UNIONPAY ผ่านแอป KTC Mobile ก็สแกนจ่ายร้านที่รับชำระด้วย Alipay+ หรือ Wechat Pay เป็นวิธีที่จ่ายเงินที่ได้รับความนิยมที่สุด ใช้ได้ทั่วเมืองจีน ไม่ต้องโหลดแอป Wechat Pay  ไม่ต้องมานั่งผูกบัตร ใช้แอป KTC Mobile ที่ใช้อยู่ได้เลย

จ่ายเงินในจีนแต่ละสถานการณ์ควรใช้วิธีไหน?

 

สถานการณ์

วิธีที่เหมาะที่สุด

ข้อแนะนำเพิ่มเติม 

ห้าง, ร้านสะดวกซื้อ, ร้านอาหาร, ซูเปอร์มาร์เก็ต

TrueMoney, Alipay, บัตรเครดิต, เงินสด,QR Payment

ควรเลือกช่องทางที่เมื่อใช้จ่ายแล้วจะคุ้มค่าที่สุด

สตรีทฟู้ด, ร้านริมทาง, ร้านขนาดเล็ก

WeChat Pay, เงินสด

ร้านเล็ก/นอกเมืองมักไม่รับ Alipay รับ WeChat Payเป็นหลัก

รถบัส, รถเมย์, รถหวานเย็น (นอกเมือง)

WeChat Pay, เงินสด

รถบัสชนบทใช้ WeChat Payเป็นหลัก

รถไฟใต้ดิน (Metro)

Alipay, WeChat Pay

Alipay มีฟีเจอร์ "Metro" จองตั๋ว/สแกนเข้าสถานี

เรียกแท็กซี่/Didi (รถเรียกรถ)

Alipay, WeChat Pay

ทั้งสองแอปมี Didiในตัวเอง สแกนจ่ายได้เลย

ห้าง โรงแรม สนามบิน

บัตรเครดิต, QR Payment, Alipay, WeChat Pay

โรงแรมส่วนใหญ่ขอ Alipayเพื่อติดต่อฉุกเฉิน

สั่งอาหาร (Luckin Coffee, เมินเกอร์, อินเดีย)

Alipay, WeChat Pay

แอปสั่งอาหารส่วนใหญ่ผูกกับ Alipay

พื้นที่ชนบท, ตลาดสด, ร้านรายย่อยสุด

เงินสด

พื้นที่ลึก ต้องใช้เงินสด

กรณีอินเทอร์เน็ตล่ม/แอปมีปัญหา/แบตหมด

เงินสด

ควรเตรียมเงินสดไว้จำนวนหนึ่งเผื่อกรณีฉุกเฉิน

จ่ายค่าเข้าชมแหล่งท่องเที่ยว, พิพิธภัณฑ์

Alipay, เงินสด

สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่รับ Alipay

ซื้อของใหญ่, ราคาสูง

Alipay, บัตรเครดิต

การชำระด้วยบัตรเครดิตเมื่อซื้อของราคาสูงจะได้รับคะแนนสะสมตามเงื่อนไขที่กำหนด ทำให้การใช้จ่ายคุ้มค่า

 

ใช้บัตรเครดิตในจีนได้ไหม?

ใช้ได้ แต่ไม่ควรพึ่งบัตรเครดิตใบเดียวตลอดทริป เพราะร้านค้าที่รับบัตรโดยตรงมักเป็นร้านที่มีเครื่องรับบัตรและมีสัญลักษณ์เครือข่าย เช่น Visa, Mastercard, UnionPay หรือเครือข่ายอื่นที่ร้านรองรับ โดยมักพบในโรงแรม ห้าง สนามบิน ร้านอาหารขนาดใหญ่ และร้านค้าสำหรับนักท่องเที่ยวมากกว่าร้านเล็กหรือร้านริมทาง

สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศได้ทุกที่ตามที่มีสัญลักษณ์เครือข่าย และทุกการใช้จ่ายจะคุ้มค่ากว่าเดิมเพราะทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรทุก 25 บาท รับ 1 คะแนน KTC FOREVER สามารถสะสมคะแนนได้ไม่จำกัด สามารถนำคะแนนไปใช้แทนเงินสด แลกคะแนนรับส่วนลด แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ  

 

แอป KTC Mobile ใช้สแกนจ่ายที่จีนได้ไหม?

บัตรเครดิต KTC VISA, KTC MASTERCARD และ KTC UNIONPAY ทุกประเภทสามารถชำระผ่าน QR Pay ได้กับร้านค้าที่มีป้าย QR มีสัญลักษณ์ Visa, Mastercard, UnionPay โดยสามารถใช้แอป KTC Mobile สแกน QR และเลือกบัตรเพื่อชำระได้เลย และเฉพาะบัตรเครดิต KTC UNIONPAY ทุกประเภท สามารถสร้าง QR จ่ายเงินได้ สามารถใช้กับร้านค้าที่มีป้ายสัญลักษณ์ UnionPay หรือ YunShanFu ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศได้

วิธีการสแกนจ่ายด้วย QR ผ่านแอป KTC Mobile

1.    เลือกเมนู “สแกน”

2.    สแกนหรือเลือกรูป QR ของร้านค้า

3.    เลือกบัตรและระบุจำนวนเงินที่ต้องชำระ

4.    ตรวจสอบความถูกต้อง และเลื่อนปุ่มเพื่อยืนยันการชำระเงิน

วิธีสร้าง QR จ่ายเงินผ่านแอป KTC Mobile

1.    เลือกเมนู “สแกน”

2.    เลือก “QR จ่ายเงิน”

3.   แสดง QR Code กับร้านค้าเพื่อชำระเงิน

4.    ชำระเงินสำเร็จ

Alipay และ WeChat Pay ใช้ยังไงสำหรับนักท่องเที่ยวไทย?

Alipay และ WeChat Pay เป็นแอปหลักที่นักท่องเที่ยวควรเตรียมไว้ เพราะร้านค้าในจีนจำนวนมากใช้ QR Code ในการรับเงิน การใช้งานทั่วไปคือดาวน์โหลดแอป สมัครด้วยเบอร์โทรศัพท์ที่รับ SMS ได้ ยืนยันตัวตนตามขั้นตอน และผูกบัตรเครดิตหรือเดบิตที่รองรับ จากนั้นเลือกวิธีจ่ายได้ 2 แบบ คือ

1.   สแกน QR Code ของร้าน แล้วกรอกจำนวนเงิน

2.   แสดง Payment Code ของเราให้ร้านค้าเป็นฝ่ายสแกน

ควรตั้งค่าให้เสร็จก่อนออกเดินทาง และทดลองตรวจสอบเมนูสำคัญในแอป เช่น Bank Cards, Pay/Collect, Scan, Wallet และ Customer Service เพื่อให้ใช้งานจริงได้เร็วขึ้นเมื่ออยู่จีน

Alipay ผูกบัตรอะไรได้บ้าง?

สามารถผูกบัตรเครดิตจากธนาคาร/สถาบันการเงินต่าง ๆ ได้หลายเครือข่าย เช่น VISA, Mastercard, JCB และ UnionPay ขึ้นอยู่กับประเทศและธนาคารที่ไปใช้บริการ

วิธีผูกบัตรเครดิต KTC กับแอปพลิเคชัน Alipay

หลังจากทำการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Alipay และกดสมัครด้วยเบอร์โทรศัพท์ พร้อมยืนยันตัวตนด้วยพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการผูกบัตรเครดิต KTC เข้ากับแอปพลิเคชัน เพื่อความสะดวกในการใช้จ่ายโดยไม่ต้องคอยเติมเงิน


1.เข้าไปยังแอปพลิเคชัน Alipay แล้วกดปุ่ม Account ที่มุมขวาด้านล่าง

2.กดเลือก Bank Cards เพื่อผูกบัตรเครดิต KTC ที่ต้องการ

3.จากนั้นกด Add Card เพื่อเตรียมเพิ่มบัตรเครดิต KTC




4. กดตั้งรหัสผ่านด้วยตัวเลข 6 หลัก

5.กดยืนยันรหัสผ่านอีกครั้ง เรียบร้อยแล้วกด Done

6.ใส่หมายเลขบัตรเครดิต KTC ที่ต้องการผูกกับแอปพลิเคชัน ลงไป แล้วกด Add

 

วิธีผูกบัตรเครดิต KTC กับแอปพลิเคชัน WeChat

 



 1. กด Service

2. กดที่ Wallet

3. เลือก Cards

4.จากนั้น Add Bank Card ใส่หมายเลขบัตรเครดิต KTC ที่ต้องการผูกกับแอปพลิเคชัน และกรอกรายละเอียดทำตามขั้นตอน เป็นอันเสร็จสิ้น

 

 

ใช้ Alipay หรือ WeChat Pay มีค่าธรรมเนียมไหม?

อาจมีค่าธรรมเนียม ขึ้นอยู่กับแอป เครือข่ายบัตร ยอดใช้จ่าย โปรโมชัน และนโยบาย ณ วันที่ทำรายการ ธุรกรรมที่ทำด้วยบัตรต่างประเทศที่ยอดต่ำกว่า CNY 200 อาจได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม 3% ส่วนยอดที่สูงกว่านั้นอาจมีค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม คำแนะนำคือให้ดูยอดรวม อัตราแลกเปลี่ยน และค่าธรรมเนียมบนหน้าจอก่อนกดยืนยันทุกครั้ง หากเป็นยอดใหญ่ เช่น โรงแรม ของใช้แบรนด์เนม หรือร้านอาหารมื้อพิเศษ ควรเปรียบเทียบระหว่างจ่ายผ่านบัตรโดยตรง บัตร UnionPay หรือ Alipay/WeChat Pay ก่อนตัดสินใจ

 

เงินสดยังใช้ที่จีนได้ไหม?

เงินสดสกุลหยวนยังใช้ได้ และควรพกไว้เป็นแผนสำรอง โดยเฉพาะเมื่ออินเทอร์เน็ตมีปัญหา แอปล่ม โทรศัพท์แบตหมด หรือเดินทางไปเมืองรอง/พื้นที่ที่ไม่คุ้นกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ในชีวิตประจำวัน ร้านค้าหลายแห่งอาจคุ้นกับ QR Payment มากกว่าเงินสด จึงควรเตรียมธนบัตรย่อย และไม่ควรแลกเงินสดจำนวนมากเกินความจำเป็น

ไปจีนต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเดินทาง?

1. ตรวจสอบเงื่อนไขฟรีวีซ่า

คนไทยถือพาสปอร์ตธรรมดาเดินทางเข้าจีนเพื่อท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยพำนักได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน และพาสปอร์ตที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันเดินทาง

2. เตรียมแอปจ่ายเงินก่อนถึงจีน

ควรดาวน์โหลดและตั้งค่า Alipay, WeChat  Pay หรือแอปที่ต้องใช้ให้เรียบร้อยตั้งแต่อยู่ไทย เพราะบางขั้นตอนต้องใช้ SMS, OTP, การยืนยันตัวตน หรือข้อมูลบัตร หากไปทำเมื่อถึงจีนแล้วอาจยุ่งยากกว่า และสมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถ สแกนจ่ายด้วยบัตรเครดิต KTC UNIONPAY ผ่านแอป KTC Mobile กับร้านค้าที่รับชำระด้วย WeChat Pay ได้เลย

3. เตรียมบัตรเครดิตและตรวจวงเงิน

ก่อนเดินทางควรตรวจสอบวงเงินคงเหลือ เปิดแจ้งเตือนการใช้จ่าย ตรวจสอบค่าธรรมเนียมต่างประเทศ และบันทึกเบอร์ติดต่อกรณีบัตรมีปัญหา หากเป็นสมาชิก KTC สามารถตรวจสอบยอดใช้จ่าย วงเงิน โปรโมชั่น และจัดการบัตรผ่าน KTC Mobile ได้สะดวก


4. เตรียมเงินสดหยวนเล็กน้อย

ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดจำนวนมาก แต่ควรมีติดตัวไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน แนะนำให้มีธนบัตรย่อยเพื่อใช้จ่ายง่ายขึ้น และควรเก็บแยกจากบัตรหรือพาสปอร์ตเพื่อความปลอดภัย

5. เตรียมอินเทอร์เน็ตและแอปแผนที่

การจ่ายเงินผ่านมือถือจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ต ควรเตรียมซิม โรมมิ่ง หรือ eSIM ที่เหมาะกับทริป และควรดาวน์โหลดแอปสำคัญก่อนเดินทาง เช่น แอปแผนที่ แอปแปลภาษา แอปเรียกรถ และแอปติดต่อสื่อสาร เพราะบางบริการต่างประเทศอาจใช้งานในจีนได้ไม่เหมือนอยู่ไทย

6. เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับเมืองและฤดูกาล

จีนมีพื้นที่กว้างและสภาพอากาศแตกต่างกันมาก ก่อนเดินทางควรเช็กอุณหภูมิของเมืองที่จะไป เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู ฉงชิ่ง คุนหมิง ฮาร์บิน หรือจางเจียเจี้ย เพื่อเตรียมเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์กันฝน/กันหนาวให้เหมาะสม

ข้อควรระวังเรื่องการจ่ายเงินในจีน

  • อย่าพึ่งวิธีจ่ายเงินเพียงช่องทางเดียว
  • ตั้งค่า Alipay/WeChat/แอป KTC Mobile ก่อนเดินทาง
  • เช็กยอดเงินและค่าธรรมเนียมก่อนกดยืนยัน
  • อย่าส่งรหัส OTP, PIN หรือข้อมูลบัตรให้ผู้อื่น
  • เปิดแจ้งเตือนรายการใช้จ่ายของบัตร
  • พกเงินสดหยวนเล็กน้อยเสมอ
  • ร้านเล็กอาจไม่รับบัตรเครดิตโดยตรง
  • หากแอปแจ้งให้ยืนยันตัวตนเพิ่มเติม ควรทำตามขั้นตอนในแอปเท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะทำธุรกรรมการเงิน

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการจ่ายเงินในจีน

Q: ร้านค้าที่จีนยังรับเงินสดอยู่ไหม?
A: รับ แต่แนะให้เตรียมเงินสดติดตัวไว้ประมาณ 1,000 - 2,000 หยวน สำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น อินเทอร์เน็ตล่ม หรือจ่ายค่ามัดจำโรงแรม เนื่องจากร้านค้ารายย่อยส่วนใหญ่จะไม่มีเงินทอนเตรียมไว้

Q: ใช้บัตรเครดิต KTC ผูก Alipay ได้ไหม?

A: บัตรเครดิต KTC ที่อยู่ในเครือข่ายที่ Alipay รองรับสามารถใช้ผูกกับ Alipay ได้ตามเงื่อนไขของแอป ผู้ออกบัตร และระบบยืนยันตัวตน แนะนำให้ตั้งค่าก่อนเดินทางและตรวจสอบรายการใช้จ่ายผ่าน KTC Mobile

Q:  ใช้ WeChat Pay ต้องมีเบอร์จีนไหม?

โดยทั่วไปสามารถสมัครหรือยืนยันด้วยเบอร์โทรศัพท์ต่างประเทศที่รับ SMS ได้ แต่บางขั้นตอนอาจต้องยืนยันตัวตนเพิ่มเติม เช่น พาสปอร์ต หรือข้อมูลบัตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขล่าสุดของแอป

Q: ไปจีนใช้ Visa หรือ Mastercard ได้ทุกที่ไหม?

A: ควรใช้ในร้านที่มีสัญลักษณ์รองรับ เช่น โรงแรม สนามบิน ห้าง ร้านอาหารขนาดใหญ่ หรือร้านค้าสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนร้านเล็กและสตรีทฟู้ดควรเตรียม QR Payment ไว้

การเที่ยวจีนในปี 2026 ไม่ได้ยาก แต่ต้องเตรียมระบบจ่ายเงินให้พร้อม เพราะจีนใช้ QR Payment เป็นหลัก นักท่องเที่ยวไทยควรตั้งค่า Alipay หรือ WeChat Pay ผูกบัตรที่รองรับ เตรียมแอป KTC Mobile และบัตรเครดิตสำหรับร้านค้าที่รับบัตร พร้อมพกเงินสดหยวนไว้เล็กน้อยเพื่อความอุ่นใจ หากวางแผนเรื่องการจ่ายเงินตั้งแต่ก่อนเดินทาง ก็ช่วยให้เที่ยว กิน ช้อป และเดินทางในจีนได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC ที่มีแพลนเที่ยวจีนหรือเดินทางต่างประเทศ สามารถเลือกใช้บัตรเครดิต KTC ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์การเดินทาง พร้อมจัดการบัตร ตรวจสอบยอดใช้จ่าย ดูโปรโมชั่น และสแกนจ่ายผ่านแอป KTC Mobile ตามเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจตลอดทริป

 

จัดการได้ทุกเรื่อง สะดวก รวดเร็ว ครบ จบในแอปเดียว แอป KTC Mobile