ทำใบขับขี่สากลเที่ยวต่างประเทศ ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ใบขับขี่ (Driving License) เป็นใบอนุญาตให้เราสามารถขับขี่รถยนต์ รถจักรยาน และรถประเภทอื่น ๆ ตามที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกกฏหมาย ซึ่งปัจจุบันการทำใบขับขี่ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด ทั้งยังมีการอบรมใบขับขี่ออนไลน์ เพื่อเป็นทางเลือกเพิ่มความสะดวกสบาย แต่ถึงอย่างไรหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเดินทางในต่างประเทศ การมีใบขับขี่ที่ใช้ได้แค่ในไทยอาจไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากผู้ที่ต้องการขับรถยนต์ในต่างประเทศ จำเป็นต้องมีใบขับขี่สากลที่เปรียบเสมือนใบบอนุญาตขับขี่อย่างเป็นทางการในต่างแดน บทความนี้ KTC มีคำตอบ ใบขับขี่สากล ใช้ได้กี่ประเทศ มีข้อควรรู้อะไรบ้างที่นักเดินทางต้องเตรียมพร้อมก่อนเช่ารถขับต่างประเทศ


นักเดินทางต้องรู้ ใบขับขี่สากลใช้ประเทศไหนได้บ้าง

ใบขับขี่ระหว่างประเทศ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่าใบขับขี่สากล (International Driving Permit หรือ IDP) เป็นเอกสารที่ใช้สำหรับยืนยันตัวตน เพื่อให้ผู้ถือบัตรฯ สามารถขับขี่รถประเภทต่าง ๆ ในต่างประเทศได้อย่างถูกกฏหมาย โดยมีจุดประสงค์เพื่อการท่องเที่ยว การทำงาน หรือเรียนในต่างแดน หากไม่มีใบขับขี่สากลเท่ากับว่าคุณจะไม่สามารถเช่ารถเพื่อขับขี่ในต่างประเทศหรือดินแดนที่ไม่ใช่บ้านเกิดได้ สำหรับลักษณะของใบขับขี่สากลไม่ได้มีลักษณะเป็นการ์ดเหมือนของไทย แต่เป็นลักษณะคล้ายสมุดที่มีขนาดใหญ่กว่าการทำพาสปอร์ต ภายในมีการระบุข้อมูลสำคัญพร้อมภาพถ่าย ซึ่งทุกการขับขี่ในต่างประเทศ คุณต้องพกใบขับขี่สากลติดตัวทุกครั้ง เพราะหากมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ของประเทศปลายทางขอเรียกดูใบขับขี่คุณจะได้มีไว้แสดงตลอดเวลา หากลืมหรือไม่มีใบขับขี่สากล ณ ขณะนั้น อาจโดนปรับหรือถูกดำเนินคดีได้ในบางประเทศ


ผู้ขับขี่ชาวไทยที่มีใบขับขี่ไทยแบบ 5 ปี, ตลอดชีพ และขนส่ง สามารถยื่นขอรับใบขับขี่สากลเพื่อใช้ขับรถยนต์ในต่างประเทศได้ โดยปัจจุบันสามารถแบ่งประเภทใบขับขี่สากลได้ 2 แบบ ดังนี้

  • แบบที่ 1 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ณ นครเจนีวา 1949 สามารถใช้ใบขับขี่ได้ใน 102 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้ ฯลฯ มีอายุใบขับขี่ 1 ปี
  • แบบที่ 2 ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนน ณ กรุงเวียนนา 1968 สามารถใช้ใบขับขี่ได้ใน 86 ประเทศทั่วโลก เช่น บราซิล, เยอรมนี, สวิตเซอร์แลนด์ ฯลฯ มีอายุใบขับขี่ 3 ปี

ดังนั้นการเลือกใบขับขี่สากลอย่างถูกกฏหมาย จำเป็นต้องเช็กด้วยว่าประเทศปลายทางเข้าร่วมอนุสัญญาแบบไหน เช่น ประเทศไทยเข้าร่วมอนุสัญญา 2 ฉบับ ประเทศออสเตรียเข้าร่วมอนุสัญญา 2 ฉบับ ประเทศแคนาดาเข้าร่วมอนุสัญญา 1 ฉบับคืออนุสัญญาเจนีวา 1949 ประเทศอิหร่านเข้าร่วมอนุสัญญา 1 ฉบับคืออนุสัญญาเวียนนา 1968 เป็นต้น โดยประเทศที่เข้าร่วมอนุสัญญาทั้ง 2 ฉบับ สามารถใช้ใบขับขี่สากลแบบใดแบบหนึ่งเพียงฉบับเดียว และจำเป็นต้องนำใบขับขี่ของประเทศต้นทาง (ประเทศไทย) ติดตัวไปใช้งานร่วมกันกับใบขับขี่สากล ที่สำคัญแม้ใบขับขี่สากลจะมีอายุ 1 ปี หรือ 3 ปี แต่หากใบขับขี่ไทยหมดอายุก่อน จะถือว่าใบขับขี่สากลหมดอายุและไม่สามารถใช้งานได้ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติขับรถในไทยจำเป็นต้องมีใบขับขี่สากลด้วยเช่นกัน


การทำใบขับขี่สากลออนไลน์ในประเทศไทยสามารถทำได้ง่าย ๆ ตามขั้นตอนดังนี้


1. ตรวจสอบคุณสมบัติ

  • มีใบขับขี่รถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ของไทย ที่ยังไม่หมดอายุ
  • อายุ 18 ปีขึ้นไป (สำหรับใบขับขี่ประเภท 1 หรือ 2)


2. เตรียมเอกสาร

  • ใบขับขี่รถยนต์ (หรือมอเตอร์ไซค์) ของไทย
  • บัตรประชาชน หรือ พาสปอร์ต (สำหรับชาวต่างชาติ)
  • รูปถ่ายขนาด 2x2 นิ้ว หรือ รูปถ่ายสำหรับใช้ในการสมัคร
  • ใบรับรองการแพทย์ (ถ้ามีความจำเป็น)


3. เข้าเว็บไซต์ที่รับบริการ

  • เข้าไปที่เว็บไซต์ของ กรมการขนส่งทางบก หรือที่เว็บไซต์ของ ผู้ให้บริการทำใบขับขี่สากลที่ได้รับการอนุมัติจากกรมการขนส่ง
    • เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก: www.dlt.go.th


4. กรอกข้อมูลออนไลน์

  • กรอกข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ฯลฯ
  • อัปโหลดเอกสารที่ต้องใช้ เช่น รูปถ่าย, สำเนาบัตรประชาชน, และใบขับขี่
  • กรอกข้อมูลใบขับขี่ที่มีอยู่


5. ชำระค่าธรรมเนียม

  • ค่าธรรมเนียมสำหรับใบขับขี่สากล (ประมาณ 505 บาท) ซึ่งสามารถจ่ายได้ผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น การโอนเงิน หรือการใช้บัตรเครดิต


6. รอการอนุมัติ

  • หลังจากยืนยันข้อมูลและชำระเงินแล้ว ระบบจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของคุณ
  • การอนุมัติจะใช้เวลาไม่นาน (บางกรณีอาจใช้เวลา 1-2 วันทำการ)


7. รับใบขับขี่สากล

  • หลังจากผ่านการอนุมัติแล้ว คุณจะได้รับใบขับขี่สากลทางไปรษณีย์หรือสามารถเลือกไปรับที่หน่วยงานที่ให้บริการ

หมายเหตุ: กระบวนการบางขั้นตอนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการที่คุณเลือก หากใช้บริการออนไลน์จากภาคเอกชนก็อาจจะต้องมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

บางครั้งการเดินทางเที่ยวในต่างประเทศด้วยรถสาธารณะ อาจไม่สะดวกเท่ากับการขับรถด้วยตัวเอง ดังนั้นการทำใบขับขี่สากล จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ทั้งยังสร้างความอุ่นใจ ถูกกฏหมาย และยังง่ายต่อการเช่ารถขับเองในต่างประเทศ ที่สำคัญนอกจากการทำใบขับขี่สากลที่มีความสำคัญแล้ว การทำความเข้าใจกฎจราจร พฤติกรรมการใช้ถนน และสภาพอากาศของประเทศนั้น ๆ เป็นสิ่งที่นักเดินทางต้องให้ความใส่ใจด้วยเช่นกัน เพื่อให้คุณท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ ทริปราบรื่น หมดห่วงทุกความกังวล