การอพยพของวิลเดอบีสท์ในมาไซมารา Wildebeest Migration Masai Mara
หลังจากข้ามแม่น้ำมาราตามจุดต่างๆในเขตอนุรักษ์มาไซมาราของเคนยาเข้าไปในทุ่งหญ้ามาไซมาราอันกว้างใหญ่มีหญ้าระบัดขึ้นอยู่เต็มทุ่ง สัตว์กีบ 2 ล้านตัวก็กระจายตัวหากินเป็นฝูงๆ และในช่วงเช้าของทุกวันก็จะเดินตามหัวหน้าฝูงไปกินน้ำที่แม่น้ำหลายสายและแหล่งน้ำธรรมชาติอื่นๆในทุ่งหญ้าซึ่งต้องเสี่ยงภัยกับสัตว์นักล่าซึ่งมีถิ่นอาศัยอยู่ในทุ่งมาไซมารา ส่วนสัตว์นักล่าที่ตามขบวนอพยพมาจากเซเรนเกติก็รออยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำมารา บรรดานักท่องเที่ยวก็นั่งรถซาฟารีตามดูกิจกรรมของสัตว์กีบที่อพยพมาและพฤติกรรมของสัตว์ป่าชนิดต่างๆในทุ่งหญ้า ผมได้เห็นซากสัตว์กีบซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิลเดอบีสท์ถูกสัตว์นักล่ากินเป็นอาหาร ได้พบแร้งชนิดต่างๆตลอดจนนกกระสากินซากเช่นนกกระสามาราบูร่วมกินซากกัน และฝูงแร้งด่างดำขาวและแร้งแอฟริกันหลังขาวรอกินซาก    

 




ผมมาถึงจุดหนึ่งเห็นสิงโตตัวเมียตัวหนึ่งกำลังเดินตามฝูงวิลเดอบิสท์ซึ่งเดินกินหญ้าอยู่รอจังหวะที่จะเข้าไปล่า เมื่อรถวิ่งไปอีกด้านหนึ่งก็เห็นสิงโตตัวผู้โตเต็มวัยตัวหนึ่งเดินอยู่ในทุ่ง ไกด์อธิบายว่าครอบครัวสิงโตจะแบ่งหน้าที่ในการล่าเหยื่อ โดยตัวผู้เดินปรากฏตัวในทุ่งใกล้กับฝูงเหยื่อให้ตื่นกลัวแล้ววิ่งหนีไปอีกทางหนึ่งที่สิงโตตัวเมียซึ่งมีหน้าที่ล้มเหยื่อเป็นอาหารให้ครอบครัวรอคอยอยู่ ตัวเมียที่ล้มเหยื่อได้จะได้กินเหยื่อเป็นตัวแรก หลังจากนั้นเป็นคิวของตัวผู้ แล้วจึงให้ลูกสิงโตมากินต่อ ส่วนตัวเมียตัวอื่นๆในครอบครัวจึงจะได้คิวกินสุดท้าย สิงโตตัวหนึ่งจะกินอิ่มไป 5-7 วัน เมื่อหิวจึงจะออกไปล่าเหยื่อ ถ้าไม่หิวก็จะไม่ล่า มีหลายครั้งที่ผมได้เห็นสิงโตที่กินอิ่มแล้วเดินผ่านฝูงเหยื่อใกล้ๆเช่นวิลเดอบีสท์ ม้าลาย และควายป่าโดยไม่ล่ากิน ซึ่งสัตว์กีบเหล่านั้นก็รู้เช่นนั้นจึงไม่วิ่งหนี

 


 

 

 

นอกจากนั้นผมได้พบช้างตัวเมียกับลูกน้อย 2 คู่อยู่กลางทุ่งโดยมีวิลเดอบีสท์กินหญ้าอยู่รอบๆ ขอย้ำอีกครั้งว่าช้างแอฟริกันตัวเมียมีงายาวแต่เรียวแหลมและขนาดเล็กกว่าของตัวผู้ และไม่ไกลออกไปมากนักก็มีฝูงอีแลนด์ธรรมดา (Common Eland) ซึ่งเป็นแอนทีโลปขนาดใหญ่กินหญ้าอยู่ในทุ่งด้วย

สัตว์ทุ่งชนิดอื่นๆที่พบมีหมูป่าหน้าหูด (Warthog) หลายตัวมีเขี้ยวคู่โผล่ออกมาจากปาก ที่ใบหน้าทั้งสองข้างมีหูดงอกออกมาเพื่อป้องกันเขี้ยวของหมูป่าขณะต่อสู้กันและพบแอนทีโลปโทปิคู่หนึ่งด้วย

 

  

ผมได้พบควายป่าแอฟริกัน 4 ตัวยืนรวมกลุ่มกันใกล้ชิดอย่างระแวดระวังเพราะเป็นหนึ่งในอาหารโปรดของสิงโต

ผมได้ไปซาฟารีที่มาไซมาราหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบแรดดำเนื่องจากเป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งและพบยากมาก พบที่ชายทุ่งซึ่งติดกับป่าโปร่ง ขออธิบายข้อแตกต่างระหว่างแรดดำกับแรดขาวซึ่งทั้ง 2 ชนิดเป็นแรดสองนอ ที่แตกต่างกันนั้นไม่ใช้สีผิวหนัง แต่เป็นลักษณะของปากซึ่งแรดดำมีปากงุ้ม ส่วนแรดขาวมีปากป้านเป็นเหลี่ยมหรือปากกว้าง ถูกเรียกเป็นภาษาดัชท์ว่า ‘wjjd’ แปลว่ากว้าง โดยชาวดัชท์ที่ไปตั้งถิ่นฐานที่แอฟริกาใต้ซึ่งต่อมาเป็นอาณานิคมของอังกฤษได้เรียกเพี้ยนเป็น white ที่หมายถึงสีขาว จึงเรียกแรดปากกว้างว่า white rhino ต่อมาเมื่อมาพบแรดที่มีปากงุ้มดูเป็นสามเหลี่ยม จึงเรียกว่า black rhino หรือแรดดำ ผมนำภาพถ่ายของแรดขาวที่ผมถ่ายจากจาก Kruger Park ในแอฟริกาใต้มาเปรียบเทียบให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างแรดดำกับแรดขาว

 

 

 

 

ผมพมนกเลขานุการตัวหนึ่งเดินอยู่ในทุ่ง มีภาพมาให้ชม เป็นนกที่บินได้แต่มักจะชอบเดินหาอาหารบนพื้นดินได้แก่แมลงขนาดใหญ่ หนูชนิดต่างๆ นกที่ทำรังอยู่บนดิน สัตว์ขนาดเล็ก และสัตว์เลื้อยคลาน ชื่อของนกชนิดนี้ดัดแปลงมาจากภาษาอาหรับ ‘saqret-tair’ มีความหมายว่านกนักล่า และต่อมาได้เพี้ยนเป็น secretary ในปัจจุบัน เมื่อแปลเป็นภาษาไทยจึงกลายเป็นนกเลขานุการ

     ผมได้พบสัตว์นักล่าอีก 2 ชนิดในทุ่งมาไซมารา ชนิดแรกคือเสือดาวซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน The Big Five ของสัตว์ป่าแอฟริการ่วมกับช้าง สิงโต แรด และควายป่า เสือดาวเป็นสัตว์ป่าที่พบยาก ในเวลากลางวันมักจะหลบตัวนอนพักอยู่บนต้นไม้ใหญ่โดยนำเหยื่อคือแอนทีโลปกับกาแซลขึ้นไปกินบนต้นไม้ และจะลงจากต้นไม้เพื่อไปล่าเหยื่อราว 5 โมงเย็นใกล้ค่ำ สัตว์นักล่าอีกชนิดที่พบเป็นสัตว์นักล่าขนาดกลางคือแจ็กคัลอยู่ในวงศ์สุนัขและเป็นสัตว์กินซากอีกด้วย

 

 

 

     ผมได้เกริ่นไว้ในตอนที่แล้วว่าหลังจากได้ติดตามขบวนอพยพของสัตว์กีบ 2 ล้านตัวเริ่มจากเซเรนเกติในแทนซาเนียไปยังมาไซมาราในเคนยาจนได้ข้ามแม่น้ำมาราเข้าไปในทุ่งมาไซมาราในเดือนกรกฎาคม แล้วผมได้กลับไปประเทศไทยและกลับมาเคนยาในปลายเดือนกันยายนพร้อมด้วยทีมถ่ายวีดีโอ 2 คนของรายการสารคดีทีวี ‘สุดหล้าฟ้าเขียว’ เพื่อติดตามดูขบวนอพยพของสัตว์กีบช่วงกลับไปยังเซเรนเกติ

     ขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่สัตว์กีบจากเซเรนเกติเริ่มรวมฝูงเพื่อเดินทางกลับจึงทำให้มาไซมาราคึกคักขึ้นจากความเคลื่อนไหวของบรรดาสัตว์กีบนำโดยวิลเดอบีสท์และม้าลายซึ่งผมได้นำภาพถ่ายหลายภาพมาให้ชม ผมตื่นเต้นกับการจัดขบวนของวิลเดอบีสท์ในจุดที่ผมไปสังเกตการณ์ ไกด์อธิบายว่าวิลเดอบีสท์หลายฝูงที่อยู่ในบริเวณใกล้กันมารวมตัวเป็นขบวนที่ยาวมาก วิลเดอบีสท์ที่อายุน้อยและแข็งแรงจะทำหน้าที่เป็นการ์ดทั้งสองข้างขนาบพวกสูงวัยและไม่แข็งแรง ไกด์นำผมไปอยู่บนเนินเขาสูงแห่งหนึ่งสามารถมองเห็นการจัดและเคลื่อนขบวนเป็นแนวยาวหลายขบวนซึ่งได้ภาพนั้นมา เคลื่อนขบวนผ่านโขลงช้างกับฝูงยีราฟซึ่งหากินอยู่บริเวณนั้นโดยไม่ได้อพยพไปด้วย เมื่อไปใกล้แม่น้ำมารา ฝูงวิลเดอบีสท์และม้าลายเพิ่มจำนวนขึ้นและเห็นได้ชัดเจนและอลังการกว่าการรวมฝูงเมื่อขามา






บางจุดมีจระเข้นอนรอล่าเหยื่ออยู่ หัวหน้าฝูงก็จะย้ายไปที่จุดอื่น ที่น่าอัศจรรย์ก็คือหัวหน้าฝูงหลายฝูงจะเดินลงหาดไปสำรวจดูบริเวณด้วยกัน แล้วเดินกลับขึ้นไปบนฝั่งเพื่อหารือกันเหมือนกับที่มนุษย์ทำ เมื่อบรรดาหัวหน้าฝูงเห็นชอบร่วมกันว่าสะดวกและปลอดภัยทั้งทางลงและทางขึ้นที่ฝั่งตรงข้ามจึงเดินนำลงไปในแม่น้ำ พวกลูกฝูงก็เดินเรียงแถวตามเป็นแนวยาวลงไป









ผมไปอยู่ตรงจุดนั้นที่มีรถซาฟารีหลายคันนำนักท่องเที่ยวไปรอดูการข้ามแม่น้ำมารา และลุ้นให้บรรดาหัวหน้าฝูงตัดสินใจข้าม ที่ลังเลเพราะคงเห็นซากศพวิลเดอบีสท์หลายตัวลอยผ่านหาดของจุดนั้นไป แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจข้ามแม่น้ำที่จุดนั้น ขณะนั้นไกด์ได้รับแจ้งจากเพื่อนไกด์ทางวิทยุว่าจุดที่เขาอยู่นั้นมีการข้ามที่ชุลมุนและคึกคักมาก ขอให้ไปที่นั่น เราจึงรีบไปทันที เรานั่งรถอ้อมไปข้ามสะพานแห่งเดียวเหนือแม่น้ำมาราไปยังฝั่งที่นำไปสู่เซเรนเกติและรับแจ้งระหว่างเดินทางว่ามีสิงโตหลายครอบครัวรอล่าวิลเดอบีสท์อยู่

     เมื่อเราไปถึงก็เห็นความโกลาหลเกิดขึ้นทั้งสองฝั่ง ทางฝั่งมาไซมารามีวิลเดอบีสท์นับไม่ถัวนยืนเบียดกันบนหาดและตลิ่งรอที่จะข้าม ขณะเดียวกันฝูงที่ข้ามไปแล้วก็มีบางส่วนว่ายน้ำข้ามกลับมาอีกเพราะหาฝูงของตนไม่พบ บางครอบครัวก็กลับมาตามหาสมาชิกครอบครัวที่หายไป ดูชุลมุนวุ่นวายไปทั้งสองฝั่ง ซึ่งเราบันทึกทั้งภาพนิ่งและภาพวีดีโอไว้ได้มากพอสมควร         

            

 

เมื่อผมถ่ายภาพการข้ามแม่น้ำพอแล้ว ก็บอกไกด์ให้นำรถตามฝูงวิลเดอบีสท์ที่ข้ามมาขึ้นฝั่งได้แล้วเพื่อไปดูว่ามีสิงโตรอล่าวิลเดอบีสท์หรือไม่ เราตามฝูงหนึ่งไปก็สวนกับวิลเดอบีสท์หลายตัววิ่งกลับมาตามหาสมาชิกฝูงและครอบครัวของตน ดูวุ่นวายไปหมด แล้วเราก็เห็นสิงโตครอบครัวหนึ่งเป็นตัวเมีย 5 ตัวนั่งอยู่ในพงหญ้ารอจังหวะที่จะล่า ทันใดนั้นจังหวะก็มาถึงเมื่อวิลเดอบีสท์โชคร้ายตัวหนึ่งวิ่งหลงทางเข้าไปใกล้สิงโต 5 ตัวนั้นจึงตกเป็นเหยื่อถูกล่าไป





ขณะนั้นฝนตกพรำๆลงมาให้บรรยากาศการผจญภัยขึ้นมา ผมนั่งอยู่บนรถรอดูว่าสิงโตจะล่าวิลเดอบีสท์ได้อีกหรือไม่ เห็นสิงโตตัวเมียตัวหนึ่งเดินห่างจากครอบครัวออกไปนั่งใกล้ฝูงวิลเดอบีสท์ที่วิ่งผ่านมา เมื่อได้จังหวะก็วิ่งไล่ล่าวิลเดอบีสถ์อย่างรวดเร็วจนสามารถล้มวิลเดอบีสท์ได้ตัวหนึ่ง เสียดายที่ผมถ่ายภาพนั้นไม่ทันเพราะอยู่ไกล ขณะที่สิงโตตัวนั้นลากวิลเดอบิสท์มายังครอบครัว ผมมองไกลออกไปก็เห็นสิงโตตัวเมียอีกตัวหนึ่งของครอบครัวล้มวิลเดอบีสท์ตัวที่ 3 อีกครู่เดียวสิงโตตัวผู้หัวหน้าครอบครัวก็ปรากฏตัวขึ้นส่งเสียงคำรามดังก้องเป็นสัญญาณให้หยุดล่าได้แล้วหลังจากล่าวิลเดอบีสท์ได้ 3 ตัวเป็นอาหารเลี้ยงสมาชิกครอบครัวใหญ่ไปได้เป็นอาทิตย์

     สิงโตตัวผู้นี้รูปร่างใหญ่ มีแผงคอสีดำดูน่าเกรงขาม เป็นธรรมชาติของสังคมสิงโตที่ตัวเมียจะชื่นชอบนิยมตัวผู้ที่มีแผงคอสีดำเพราะมีความแข็งแรงสามารถต่อสู้ป้องกันครอบครัวของตนจากสิงโตตัวผู้อื่นๆที่จะมาแย่งชิงครอบครัวไปได้ ส่วนตัวเมียที่ล่าเหยื่อได้จะมีสิทธิได้กินก่อนตัวอื่น




ขบวนอพยพกลับไปเซเรนเกติทยอยข้ามแม่น้ำมาราตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน แล้วเคลื่อนขบวนเข้าไปในเขตแดนของแทนซาเนียในเดือนตุลาคมมุ่งหน้าไปตอนใต้ของทุ่งเซเรนเกติโดยผ่านปล่องภูเขาไฟโกรงโกโรและจะถึงทุ่งเซเรนเกติในเดือนมกราคมเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์จนถึงเดือนมีนาคม ให้กำเนิดวิลเดอบีสท์รุ่นใหม่เป็นจำนวนมากกว่า 400,000 ตัวซึ่งจะไปเติบโตที่กลางทุ่งเซเรนเกติและอยู่ในสภาพที่แข็งแรงพอที่จะร่วมอพยพเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม เข้าสู่วงจรของปรากฏการณ์ธรรมชาติอันเป็นสิ่งมหัศจรรย์แห่งหนึ่งของโลก