ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ฟุตบอลแบบจริงจัง หรือนักเดินทางที่ชอบเก็บโมเมนต์ระดับโลก นี่คือช่วงเวลาที่ไม่ควรปล่อยผ่าน เพราะฟุตบอลโลก 2026 และในปีนี้ฟุตบอลโลกมีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ในอเมริกาเหนือ ทั้ง สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก จากมหานครฝั่งตะวันออกไปจนถึงเมืองริมแปซิฟิก แต่ละเจ้าภาพต่างก็มีคาแรกเตอร์ วัฒนธรรม และบรรยากาศแตกต่างเป็นของตัวเอง เต็มไปด้วยอารมณ์และพลังของฟุตบอล โดยมีสนามแข่งถึง 16 สนาม ใน 3 ประเทศ การบินไปดูแมตช์สำคัญ จึงเป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างกันไปของแต่ละเมืองในแต่ละประเทศ ที่จะมีความสนุก ตื่นเต้น เร้าใจ และความสุขจากการเดินทางตามกระแสฟุตบอลโลก 2026 แน่นอน
World Cup 2026 จัดขึ้นเมื่อไร?
ฟุตบอลโลก 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิ.ย. – 19 ก.ค. 2026 ถือเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก จากการเพิ่มจำนวนทีมเป็น 48 ทีม พร้อมจำนวนแมตช์แข่งขันที่ขยายเป็น 104 นัด ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนเต็ม นอกจากนี้ยังนับเป็นครั้งแรกที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้นร่วมกันถึง 3 ประเทศ ใช้เมืองเจ้าภาพรวมทั้งหมด 16 เมืองทั่วอเมริกาเหนือ โดยรอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่สนาม New York New Jersey Stadium ในนิวยอร์ก-นิวเจอร์ซีย์ และพิธีเปิดจะถูกจัดขึ้นที่ Mexico City ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้ถูกจับตามองในฐานะทัวร์นาเมนต์ที่ทั้งใหญ่ที่สุด เดินทางไกลที่สุด และเชื่อมผู้คนจากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกันมากที่สุดครั้งหนึ่งของโลกฟุตบอล
เมืองเจ้าภาพ World Cup 2026 ในสหรัฐอเมริกามีที่ไหนบ้าง?
เรียกได้ว่าอเมริกาพร้อมเต็มรูปแบบสำหรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 กับการเปลี่ยนทั้งประเทศให้กลายเป็นสนามขนาดยักษ์ต้อนรับผู้คนจากทั่วโลก โดยในสหรัฐอเมริกา รับหน้าที่หลักถึง 11 เมืองทั่วประเทศ ตั้งแต่นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ไมอามี ไปจนถึงซีแอตเทิล การตามเชียร์บอลครั้งนี้จึงเหมือนการได้โร้ดทริปขับสัมผัสหลายมิติของอเมริกาไปพร้อมกัน ทั้งเมืองสตรีทคัลเจอร์ เมืองดนตรี เมืองสายเทค ชายฝั่งแปซิฟิก ไปจนถึงมหานครที่ไม่เคยหลับใหล ตลอดซัมเมอร์ปี 2026 อเมริกาจะกลายเป็นเฟสติวัลระดับโลกที่ผู้คนจากทุกทวีปเดินทางเข้ามาร่วมอยู่ในโมเม้นท์เดียวกัน
World Cup USA เมือง Atlanta
หนึ่งในเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ที่น่าจับตามองที่สุด แอตแลนตาคือเมืองใหญ่สายครีเอทีฟแห่งอเมริกาตอนใต้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมพลังของดนตรีฮิปฮอป ศิลปะร่วมสมัย และวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ที่กำลังเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้สดใหม่ขึ้นทุกวัน ที่นี่เป็นทั้งศูนย์กลางของบริษัทระดับโลก บ้านเกิดของ Coca-Cola และเมืองสำคัญในประวัติศาสตร์สิทธิพลเมืองของอเมริกา ผ่านเรื่องราวของ Martin Luther King Jr. แต่ในอีกด้าน แอตแลนตาก็เต็มไปด้วยย่านคูล คาเฟ่เก๋ งานสตรีตอาร์ต และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ใหม่ที่เหมาะกับการเดินเล่นก่อนหรือหลังชมการแข่งขัน โดยเฉพาะรอบ Mercedes-Benz Stadium สนามกีฬาสุดล้ำที่เชื่อมต่อกับ Downtown ได้สะดวกผ่านระบบ Marta และถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในสนามหลักของฟุตบอลโลก 2026 รวมถึงรอบรองชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์ Atlanta Beltline ก็เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่เปลี่ยนแนวรางรถไฟเก่าให้กลายเป็นพื้นที่รวมร้านอาหาร แกลเลอรี และพลังสร้างสรรค์ของเมือง
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง Atlanta
สนามแข่งขันฟุตบอลโลกในเมือง Atlanta
Mercedes-Benz Stadium
หนึ่งในสนามกีฬาที่ล้ำสมัยที่สุดของอเมริกา โดดเด่นด้วยหลังคาทรงกลีบดอกไม้แบบ Retractable Roof และจอ Halo Board รอบสนามขนาดยักษ์ พร้อมบรรยากาศวันแข่งขันที่คาดว่าจะคึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของฟุตบอลโลก 2026
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน Atlanta
Georgia Aquarium
หนึ่งในอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยแทงก์ปลาวาฬขนาดมหึมาและอุโมงค์ใต้น้ำที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่กลางมหาสมุทร
Atlanta Beltline
เส้นทางเดินเล่นยอดนิยมของคนเมืองที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร งานสตรีตอาร์ต และบรรยากาศแบบ Local Atlanta ที่ทำให้เห็นอีกด้านของเมืองนอกเหนือจากสนามกีฬา
Martin Luther King Jr. National Historical Park
ย่านประวัติศาสตร์ที่รวบรวมบ้านเกิด โบสถ์ และเรื่องราวสำคัญของ Martin Luther King Jr. เอาไว้ในที่เดียว เป็นจุดที่ช่วยเติมมิติด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ให้เมืองนี้ลึกซึ้งมากขึ้น
Ponce City Market
โรงงานเก่าที่ถูกรีโนเวตให้กลายเป็น Lifestyle Hub สุดชิค รวมทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ Rooftop Bar และร้านดีไซน์เก๋ ๆ เอาไว้ในบรรยากาศ Industrial Style แบบอเมริกันยุคใหม่
World Cup USA เมือง Boston
อีกหนึ่งเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 ที่ให้อารมณ์แตกต่างจากเมืองอื่นอย่างชัดเจน บอสตันจะเต็มไปด้วยพลังของการแข่งขัน กลิ่นอายประวัติศาสตร์ องค์ความรู้ และเสน่ห์แบบ East Coast คลาสสิก ถนนอิฐแดง อาคารยุคอาณานิคม และมหาวิทยาลัยระดับโลกอย่าง Harvard University และ Massachusetts Institute Of Technology ทำให้ทั้งเมืองมีคาแรกเตอร์แบบ Intellectual Cool ที่ทั้งสุขุมและเท่ในเวลาเดียวกัน ช่วงการแข่งขัน เมืองจะยิ่งคึกคักไปด้วยบาร์กีฬา ร้านซีฟู้ดริมท่าเรือ และผู้คนจากทั่วโลกที่หลั่งไหลเข้ามาชมฟุตบอล แต่ในอีกจังหวะหนึ่ง บอสตันก็ยังเหมาะกับการใช้เวลาเดินเล่นริมแม่น้ำ Charles River หรือนั่งเฟอร์รีชมวิวอ่าวในบรรยากาศที่ผ่อนคลายและมีเสน่ห์เฉพาะตัว
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง Boston
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน Boston
Freedom Trail
เส้นทางเดินสายประวัติศาสตร์ที่พาผ่านแลนด์มาร์กสำคัญตั้งแต่ยุคประกาศเอกราชของอเมริกา เหมาะกับการเดินเล่นซึมซับบรรยากาศเมืองเก่าแบบคลาสสิก ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในหนังย้อนยุคของอเมริกาฝั่งตะวันออก
Harvard University
มหาวิทยาลัยระดับตำนานที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสวยงาม คาเฟ่บรรยากาศดี และพลังของเมือง นักศึกษาที่ทำให้ทุกมุมดูมีชีวิตชีวา ราวกับฉากหนึ่งในหนัง Coming-Of-Age ดี ๆ สักเรื่อง
Massachusetts Institute Of Technology
ศูนย์กลางนวัตกรรมระดับโลกที่ทำให้บอสตันกลายเป็นเมืองแห่งอนาคต เต็มไปด้วยงานวิจัย เทคโนโลยี และบรรยากาศของคนรุ่นใหม่สายสร้างสรรค์ที่ทำให้ทั้งย่านดู Smart และมีพลังอยู่ตลอดเวลา
Quincy Market
ตลาดเก่าใจกลางเมืองที่รวมทั้ง Street Food, Lobster Roll และร้าน Local สุดคึกคัก เหมาะสำหรับแวะเติมพลังระหว่างวัน พร้อมบรรยากาศ Lively แบบเมืองท่าริมทะเลฝั่ง East Coast
Seaport District
ย่านริมน้ำยุคใหม่ของบอสตันที่เต็มไปด้วยร้านอาหารทะเล Rooftop Bar พิพิธภัณฑ์ และวิวพระอาทิตย์ตกที่ให้ฟีล Modern Waterfront City แบบอเมริกาฝั่งตะวันออกได้อย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับปิดท้ายวันด้วยบรรยากาศดี ๆ ริมอ่าว
World Cup USA เมือง Dallas
เมืองหลักทางฝั่ง North Central ที่สะท้อนภาพอเมริกันสไตล์เท็กซัสได้ชัดที่สุด ดัลลัสคือเมืองที่เต็มไปด้วยพลังของกีฬา เส้นขอบฟ้าของตึกระฟ้า และวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่เดินคู่ไปกับจิตวิญญาณคาวบอยแบบดั้งเดิม รอบเมืองเต็มไปด้วยสนามกีฬาขนาดมหึมา ร้านบาร์บีคิวชื่อดัง ดนตรีสด และไนท์ไลฟ์ที่คึกคักตั้งแต่กลางวันจนถึงดึก โดยมีจุดศูนย์กลางสำคัญของเมืองอยู่ที่ AT&T Stadium สนามสุดล้ำในเมือง Arlington ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่อลังการที่สุดของโลก ด้วยขนาดมหึมา เทคโนโลยีระดับสูง และบรรยากาศอเมริกันสปอร์ตเต็มขั้น ดัลลัสยังเต็มไปด้วยย่านอาร์ต คาเฟ่ และพื้นที่สร้างสรรค์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Deep Ellum ที่รวมทั้งสตรีตอาร์ต ดนตรีสด และวัฒนธรรม Local แบบเท็กซัสยุคใหม่เอาไว้ในที่เดียว ส่วนเมืองข้างเคียงอย่าง Fort Worth ก็ช่วยเติมกลิ่นอายคาวบอยอเมริกันแท้ ๆ ให้เมืองนี้มีมิติมากขึ้น
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง Dallas
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน Dallas
AT&T Stadium
สนามกีฬาสุด Futuristic ของพื้นที่ดัลลัส–อาร์ลิงตัน โดดเด่นด้วยจอภาพยักษ์ระดับโลก ดีไซน์สุดล้ำ และบรรยากาศวันแข่งขันที่เต็มไปด้วยพลังแบบอเมริกันสปอร์ตเต็มขั้น
Deep Ellum
ย่านสุดฮิปของดัลลัสที่เต็มไปด้วยสตรีตอาร์ต ดนตรีสด คาเฟ่เท่ ๆ และไนท์ไลฟ์สาย Creative ที่ให้ฟีลเท็กซัสยุคใหม่แบบทั้งดิบ เท่ และมีชีวิตชีวาตลอดทั้งคืน กลิ่นอายของย่านยังคงผสมระหว่างวัฒนธรรมดนตรีเก่าแก่กับพลังของศิลปะร่วมสมัยได้อย่างลงตัว พร้อมแลนด์มาร์กสุดไอคอนิกอย่างหุ่นยนต์เหล็กยักษ์ “The Traveling Man” ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำย่าน และเป็นจุดเช็กอินที่แทบทุกคนต้องแวะถ่ายรูปเมื่อมาเยือน
Dallas Arts District
ย่านศิลปะขนาดใหญ่ใจกลางเมือง รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี และ Performance Hall เหมาะสำหรับสลับจังหวะจากความคึกคักของกีฬาเข้าสู่โลกศิลปะร่วมสมัย
Reunion Tower
แลนด์มาร์กทรงลูกบอลเรืองแสงที่มองเห็นได้จากทั่วเมือง จุดชมวิวด้านบนเผยให้เห็นเส้นขอบฟ้าของดัลลัสแบบ Panoramic โดยเฉพาะช่วง Sunset ที่เมืองทั้งเมืองค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทองอย่างสวยงาม
Fort Worth Stockyards
พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ยังคงกลิ่นอาย Wild West เอาไว้อย่างเต็มตัว ทั้งคาวบอย โรดีโอ ร้านสเต็ก และถนนไม้แบบอเมริกันยุคเก่า ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในหนัง Western คลาสสิกแบบไม่มีผิดเพี้ยน
World Cup USA เมือง Houston
ฮิวสตัน หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “ฮูสตัน” คือเมืองที่สะท้อนความเป็น Multicultural America ได้ชัดที่สุดแห่งหนึ่ง ด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรมที่หลอมรวมกันจนกลายเป็นมหานครที่เต็มไปด้วยพลังและสีสัน ในฐานะเมืองที่มีประชากรมากที่สุดของรัฐเท็กซัสและมากเป็นอันดับ 4 ของอเมริกา ฮิวสตันจึงมีชีวิตชีวาแบบเมืองใหญ่เต็มขั้น โดยเฉพาะฉากอาหารที่โดดเด่นมาก ตั้งแต่อาหารเม็กซิกัน เวียดนาม อินเดีย ไปจนถึงอาหารใต้สไตล์อเมริกันแท้ ๆ ทำให้แต่ละย่านมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป เมืองยังเต็มไปด้วยมิติด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และพื้นที่สีเขียวกลางเมือง ทั้งย่านพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ สวนสาธารณะริมคลอง และเรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ผ่าน Space Center Houston ทำให้ฮิวสตันเป็นเมืองที่ทั้งทันสมัย มีพลังแบบมหานครอเมริกันเต็มเปี่ยม
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง Houston
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน Houston
NRG Stadium
สนามกีฬาขนาดมหึมาที่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ด้วยดีไซน์หลังคาเปิด–ปิดได้ บรรยากาศอเมริกันสปอร์ตเต็มขั้น และการเป็นเจ้าภาพอีเวนท์ระดับโลกตั้งแต่ Super Bowl ไปจนถึงฟุตบอลโลก 2026
Space Center Houston
ศูนย์จัดแสดงด้านอวกาศที่เชื่อมโยงกับ NASA Johnson Space Center แบบใกล้ชิด ทั้งกระสวยอวกาศ ห้องควบคุมภารกิจ และเรื่องราวการสำรวจจักรวาลที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในยุค Space Race ของอเมริกา
Museum District
ย่านพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่รวมทั้งศิลปะ วิทยาศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรมไว้ในพื้นที่เดียว เหมาะสำหรับใช้เวลาช้า ๆ เดินดูนิทรรศการและซึมซับอีกมุมของฮิวสตันที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ
Buffalo Bayou Park
สวนสาธารณะริมคลองกลางเมืองที่ให้ฟีล Urban Escape แบบสบาย ๆ เหมาะกับการปั่นจักรยาน เดินเล่น หรือชมวิว Skyline ของฮิวสตันในช่วงเย็น
The Galleria
ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่สุดของเท็กซัส ที่รวมทั้ง Luxury Brands ร้านอาหาร และ Activity ต่าง ๆ เอาไว้ครบ ให้บรรยากาศแบบ American Lifestyle แท้ ๆ
World Cup USA เมือง Kansas City
แคนซัสซิตีอาจไม่ใช่เมืองที่นักท่องเที่ยวต่างชาติพูดถึงมากที่สุด แต่สำหรับคนอเมริกัน เมืองนี้คือหนึ่งในศูนย์กลางของวัฒนธรรมกีฬา แจ๊ส และบาร์บีคิวแบบดั้งเดิมที่มีคาแรกเตอร์ชัดแบบไม่ต้องพยายาม ทั้งเมืองเต็มไปด้วยบรรยากาศสปอร์ตที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะรอบ Arrowhead Stadium สนามระดับตำนานที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังเสียงเชียร์สุดกระหึ่มจนถูกยกให้เป็นหนึ่งในสนามที่ดังที่สุดในโลกกีฬาอเมริกัน นอกจากเรื่องกีฬา แคนซัสซิตียังมีเสน่ห์ของดนตรีแจ๊สยุคเก่า โรงเบียร์ท้องถิ่น และย่านอาร์ตร่วมสมัยที่กำลังเติบโต ทำให้เมืองนี้มีบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง และแตกต่างจากมหานครใหญ่ของอเมริกาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่เสียงดนตรีสดและกลิ่นบาร์บีคิวรมควันค่อย ๆ เติมชีวิตให้ทั้งเมืองแบบมีเสน่ห์เฉพาะตัว
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง Kansas City
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน Kansas City
Arrowhead Stadium
สนามกีฬาระดับไอคอนของอเมริกันฟุตบอลที่โด่งดังเรื่องพลังเสียงเชียร์สุดเดือด จนเคยสร้างสถิติเสียงเชียร์ดังระดับโลก บรรยากาศวันแข่งขันเต็มไปด้วย Energy แบบอเมริกันสปอร์ตแท้ ๆ ที่สัมผัสได้ตั้งแต่ลาน Tailgate ด้านนอกสนาม
National WWI Museum and Memorial
พิพิธภัณฑ์และอนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา โดดเด่นทั้งสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และจุดชมวิว Skyline ของเมืองที่สวยมากโดยเฉพาะช่วงเย็น
Crossroads Arts District
ย่านอาร์ตสุดสร้างสรรค์ที่เต็มไปด้วยแกลเลอรี คาเฟ่ โรงเบียร์ท้องถิ่น และงานสตรีตอาร์ต ให้ฟีล Creative Neighborhood แบบอเมริกันรุ่นใหม่ที่เดินสนุกได้ตลอดทั้งวัน
Power & Light District
ศูนย์กลางไนท์ไลฟ์และความบันเทิงของเมือง รวมทั้งบาร์ ดนตรีสด ร้านอาหาร และจอยักษ์สำหรับดูเกมกีฬา บรรยากาศคึกคักตั้งแต่หัวค่ำไปจนดึก
Joe’s Kansas City Bar-B-Que
ร้านบาร์บีคิวระดับตำนานที่หลายคนยกให้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา เมนูขึ้นชื่อคือเนื้อรมควันหอมเข้มข้น ซอสสไตล์แคนซัสซิตี และบรรยากาศ Local แบบเรียบง่ายที่ยังคงมีคนต่อคิวแทบทุกวัน
World Cup USA เมือง Los Angeles
ลอสแอนเจลิสคือภาพแทนของวัฒนธรรมอเมริกันป๊อปแบบที่ทั้งโลกคุ้นเคย เมืองที่รวม Hollywood ชายหาดริม Pacific และโลกของดนตรี ภาพยนตร์ กีฬา และแฟชั่นเอาไว้ในพื้นที่เดียวแบบไร้รอยต่อ ทุกย่านของ LA มีคาแรกเตอร์ต่างกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ความหรูของ Beverly Hills ความชิลริมทะเลของ Santa Monica ไปจนถึงพลังสตรีตคัลเจอร์ของ Venice Beach ทำให้เมืองนี้มีทั้งความ Glamorous และความดิบเท่อยู่ในเวลาเดียวกัน ศูนย์กลางยุคใหม่ของเมืองอยู่ที่ Sofi Stadium สนามกีฬาสุด Futuristic ที่กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกของแคลิฟอร์เนีย ส่วนสายอาร์ตก็สามารถใช้เวลาที่ Getty Center พิพิธภัณฑ์บนเนินเขาที่มองเห็นวิวเมืองและมหาสมุทรแบบ Panoramic ได้ภายในวันเดียว เมืองยังสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านชุมชนผู้อพยพขนาดใหญ่ จนอาหารของที่นี่ มีครบตั้งแต่เม็กซิกัน เกาหลี ญี่ปุ่น ไปจนถึงอาร์เมเนีย และกลายเป็นอีกหนึ่งเมืองที่กินสนุกที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง Los Angeles
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน Los Angeles
Sofi Stadium
สนามกีฬายุคใหม่สุดล้ำที่โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยี และจอ Infinity Screen ขนาดมหึมา บรรยากาศรอบสนามให้ความรู้สึกเหมือน Entertainment Complex ขนาดยักษ์แห่งอนาคตของอเมริกา
Hollywood
แลนด์มาร์กแห่งวงการภาพยนตร์โลก ทั้ง Hollywood Sign, Walk of Fame และโรงภาพยนตร์ระดับตำนาน ที่ยังคงสะท้อนเสน่ห์ของอุตสาหกรรมบันเทิงอเมริกันได้อย่างชัดเจนเสมอ
Santa Monica Pier
ท่าเรือริมทะเลที่เต็มไปด้วยสวนสนุก คาเฟ่ และวิวพระอาทิตย์ตกสไตล์ California Beach Life เหมาะกับการเดินเล่นชิล ๆ ริม Pacific Ocean ในบรรยากาศที่สดใสและผ่อนคลาย
Venice Beach
ชายหาดสายสตรีตที่เต็มไปด้วยนักสเกต ศิลปินริมทาง คาเฟ่ และวัฒนธรรม Creative แบบ La ที่ทั้งดิบ สนุก และมีชีวิตชีวาตลอดทั้งวัน
Getty Center
พิพิธภัณฑ์ศิลปะบนเนินเขาที่โดดเด่นทั้งงานสถาปัตยกรรม สวนสวย และวิวเมืองลอสแอนเจลิสแบบ Panoramic ให้ความรู้สึกสงบ ละเมียด และแตกต่างจากความคึกคักของเมืองด้านล่างอย่างชัดเจน
World Cup USA เมือง Miami
เมืองชายทะเลที่มีกลิ่นอายละตินชัดที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา ทั้งภาษา ดนตรี อาหาร และวัฒนธรรมริมทะเลที่ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากมหานครอเมริกันเมืองอื่นอย่างชัดเจน ทั้งเมืองเต็มไปด้วยพลังของแสงแดด สีสัน และจังหวะชีวิตที่ดูเหมือนปาร์ตี้จะเริ่มขึ้นได้ทุกเวลา ตั้งแต่ย่านริมทะเลที่เรียงรายด้วยอาคาร Art Deco สีพาสเทล ไปจนถึงย่านสตรีตอาร์ตและชุมชนคิวบาที่ยังคงเสน่ห์แบบดั้งเดิมเอาไว้ได้ ไมอามียังเชื่อมโยงกับโลกแคริบเบียนและลาตินอเมริกาอย่างใกล้ชิด จนทั้งอาหาร ดนตรี และวัฒนธรรมของเมืองเต็มไปด้วยความหลากหลายที่แทบไม่มีเมืองไหนในอเมริกาเหมือน
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง Miami
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน Miami
Hard Rock Stadium
สนามกีฬาขนาดใหญ่ที่กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง ด้วยบรรยากาศอเมริกันสปอร์ตผสมเข้ากับพลังละตินของไมอามี ทำให้ทุกอีเวนท์เต็มไปด้วยสีสัน ความสนุก และ Energy ที่ไม่เหมือนเมืองไหน
South Beach
ชายหาดชื่อดังที่เต็มไปด้วยอาคาร Art Deco สีพาสเทล คาเฟ่ริมทะเล และบรรยากาศ Beach Culture แบบไมอามีแท้ ๆ สดใส คึกคัก ตลอดทั้งวัน
Wynwood Walls
ศูนย์กลางสตรีตอาร์ตระดับโลกที่เปลี่ยนโกดังเก่าให้กลายเป็นพื้นที่รวมงานกราฟฟิตี้ คาเฟ่ แกลเลอรี และ Creative Space ที่เต็มไปด้วยสีสันและพลังของศิลปะร่วมสมัย
Little Havana
ย่านคิวบาที่อบอวลไปด้วยดนตรีละติน ซิการ์ ร้านอาหาร Local และกลิ่นอายวัฒนธรรมแบบ Havana ที่ยังคงชัดเจนอยู่ในทุกมุมถนน
Bayside Marketplace
แหล่งช้อปปิ้งริมน้ำ ที่รวมทั้งร้านอาหาร บาร์ ดนตรีสด และท่าเรือสำหรับล่องชมอ่าวไมอามี ให้บรรยากาศ Tropical Waterfront Lifestyle แบบฟลอริดาเต็มรูปแบบ
World Cup USA เมือง New York City
มหานครที่ไม่เคยหลับใหลกำลังกลายเป็นศูนย์กลางของโลกอีกครั้ง เมื่อแมตช์สำคัญที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 รวมถึงรอบชิงชนะเลิศ จะจัดขึ้นที่ Metlife Stadium ฝั่งนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า New York New Jersey Stadium ในช่วงการแข่งขัน แม้สนามจะอยู่นอกเกาะแมนฮัตตัน แต่ผู้คนจากทั่วโลกจะหลั่งไหลเข้ามาพักในนิวยอร์กซิตี้ จนทั้งเมืองเต็มไปด้วยพลังและความคึกคักในแบบที่แทบไม่มีเมืองไหนเทียบได้ Times Square, Brooklyn และ Queens จะกลายเป็นพื้นที่ที่แฟนบอลจากแทบทุกชาติเดินสวนกันตลอดทั้งวัน พร้อมเสียงเชียร์ ภาษา และวัฒนธรรมที่หลอมรวมกันอย่างเป็นธรรมชาติ นี่คือช่วงเวลาที่นิวยอร์กเผยตัวตนของ Global City ได้ชัดที่สุด เมืองที่ทั้งโลกมารวมตัวกันผ่านอาหาร ศิลปะ ดนตรี แฟชั่น และจังหวะชีวิตที่เดินเร็วไม่เคยหยุด
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง New York City
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน New York City
Metlife Stadium
สนามกีฬาขนาดมหึมาฝั่งนิวเจอร์ซีย์ที่กำลังกลายเป็นเวทีสำคัญที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 ด้วยบรรยากาศแฟนบอลระดับโลกและพลังของมหานครนิวยอร์กที่รายล้อมอยู่รอบด้าน
Times Square
จุดศูนย์กลางแห่งแสงสีและพลังของมหานครนิวยอร์ก เต็มไปด้วยจอ LED ขนาดยักษ์ โรงละคร Broadway และผู้คนจากทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่กลางฉากหนังฮอลลีวูดตลอดเวลา
Central Park
สวนสาธารณะขนาดมหึมากลางแมนฮัตตันที่เปรียบเหมือนพื้นที่พักใจของคนเมือง ทั้งปั่นจักรยาน ปิกนิก พายเรือ หรือเดินเล่นท่ามกลาง Skyline ของนิวยอร์กที่โอบล้อมอยู่ทุกด้าน
Brooklyn Bridge
สะพานระดับไอคอนิกที่เชื่อมต่อฝั่ง Manhattan กับ Brooklyn เข้าด้วยกัน พร้อมวิว Skyline ที่เมืองทั้งเมืองค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทองอย่างสวยงาม
Greenwich Village
ย่านที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ แจ๊สบาร์ ร้านหนังสือ และกลิ่นอาย Artistic New York แบบยุคเก่า บรรยากาศอบอุ่นและมีเสน่ห์ต่างจากความวุ่นวายของ Midtown
World Cup USA เมือง Philadelphia
เมืองที่เรื่องราวการก่อตั้งอเมริกา ยังคงฝังอยู่ในทุกมุมถนน ตั้งแต่อาคารอิฐแดงยุคอาณานิคม ไปจนถึงแลนด์มาร์กสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการประกาศเอกราชของประเทศโดยตรง แต่ภายใต้บรรยากาศคลาสสิกนั้น ฟิลาเดลเฟียก็ยังเต็มไปด้วยพลังของวัฒนธรรมกีฬา ศิลปะ และชุมชน Local ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน เมืองนี้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายกว่าเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก เดินเที่ยวง่าย ผู้คนเป็นกันเอง และยังมีเสน่ห์ของย่านเก่าอย่าง Old City ที่เต็มไปด้วยบาร์ท้องถิ่น คาเฟ่ และพิพิธภัณฑ์ที่สามารถเดินถึงกันได้แบบสบาย ๆ ทำให้ฟิลาเดลเฟียเป็นเมืองที่บาลานซ์ทั้งความเข้มข้นของประวัติศาสตร์และ Energy ของเมืองกีฬาอเมริกัน
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง Philadelphia
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน Philadelphia
Lincoln Financial Field
สนามกีฬาหลักของเมืองที่เต็มไปด้วยพลังของแฟนกีฬา Philly Style แบบดุดัน จริงจัง และ Passionate ทุกการแข่งขันจึงเต็มไปด้วย Energy แบบอเมริกันสปอร์ตที่เข้มข้น
Independence Hall
อาคารประวัติศาสตร์ที่ใช้ประกาศอิสรภาพของอเมริกา และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของประเทศ รอบพื้นที่ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายอเมริกายุคแรกที่ทั้งคลาสสิกและทรงพลัง
Liberty Bell
ระฆังเสรีภาพสัญลักษณ์สำคัญของอเมริกา ที่สะท้อนเรื่องราวของอิสรภาพ การต่อสู้ และจุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประเทศได้อย่างชัดเจน
Reading Terminal Market
ตลาดเก่าแก่ที่รวมทั้งอาหารท้องถิ่น เบเกอรี Philly Cheesesteak และวัตถุดิบสดจากทั่วรัฐเพนซิลเวเนีย ให้บรรยากาศแบบ Local America
Philadelphia Museum of Art
พิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดังที่โดดเด่นทั้งคอลเลกชั่นระดับโลกและบันได Rocky Steps อันเป็นภาพจำจากภาพยนตร์ระดับตำนาน ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่ทุกคนต้องแวะมาถ่ายรูป
World Cup USA เมือง San Francisco Bay Area
โซนอ่าวซานฟรานซิสโกคือหนึ่งในพื้นที่ที่สะท้อนภาพฝั่งตะวันตกของอเมริกาได้ครบที่สุด ทั้งเทคโนโลยี ธรรมชาติ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์แบบ West Coast ที่ดูผ่อนคลายแต่เต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ โดยแมตช์การแข่งขันสำคัญจะจัดขึ้นที่ Levi’s Stadium ทางตอนใต้ของ Silicon Valley ทำให้การเดินทางใน Bay Area ไม่ได้มีแค่บรรยากาศฟุตบอล แต่ยังเชื่อมต่อไปถึงโลกของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เมืองชายฝั่ง และวิวธรรมชาติริมอ่าวที่สวยแทบทุกช่วงเวลา ผู้คนส่วนใหญ่นิยมพักในซานฟรานซิสโกเพื่อใช้เวลาเดินเล่นริมอ่าว นั่งรถรางสายเก่า หรือชมวิวสะพาน Golden Gate ท่ามกลางอากาศเย็นสบายตลอดปี จนทำให้ Bay Area กลายเป็นหนึ่งในโซนที่เหมาะกับการใช้เวลา Explore ได้ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของอเมริกา
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง San Francisco Bay Area
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน San Francisco Bay Area
Levi’s Stadium
สนามกีฬาสุดทันสมัยใจกลาง Santa Clara ที่ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า San Francisco Bay Area Stadium ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลโลก พร้อมเทคโนโลยีระดับสูงและบรรยากาศแบบ Silicon Valley ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากสนามกีฬาอเมริกันเมืองอื่นอย่างชัดเจน
Golden Gate Bridge
สะพานสีแดงระดับไอคอนที่กลายเป็นภาพจำของซานฟรานซิสโกและฝั่ง West Coast ของอเมริกา ไม่ว่าจะมองจากริมอ่าว จุดชมวิวบนเนินเขา หรือปั่นจักรยานข้ามสะพานในช่วงเช้าที่หมอกบาง ๆ ลอยผ่าน ก็ให้บรรยากาศคลาสสิกที่สวยแบบไม่มีวันเบื่อ
Fisherman’s Wharf
ย่านริมน้ำยอดนิยมที่เต็มไปด้วยร้านซีฟู้ด คาเฟ่ ท่าเรือเก่า และกลิ่นอายเมืองท่าฝั่งแปซิฟิกแบบสบาย ๆ เหมาะกับการเดินเล่นชมวิวอ่าว ดูสิงโตทะเลที่ Pier 39 และปล่อยเวลาไหลไปช้า ๆ ริมทะเล
Alcatraz Island
เกาะเรือนจำชื่อดังกลางอ่าวซานฟรานซิสโกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์และตำนานการหลบหนีระดับโลก การนั่งเรือออกไปยังเกาะให้ความรู้สึกเหมือนได้เห็นอีกด้านของเมืองที่เงียบขรึมและน่าค้นหา
Silicon Valley
ศูนย์กลางเทคโนโลยีของโลกที่รวมสำนักงานใหญ่บริษัทระดับโลก มหาวิทยาลัย และวัฒนธรรม Startup เอาไว้ในพื้นที่เดียว สะท้อนภาพของอเมริกายุคอนาคตที่ยังเคลื่อนไหวและสร้างนวัตกรรมใหม่อยู่ตลอดเวลา
World Cup USA เมือง Seattle
ซีแอตเทิล เมืองที่โอบล้อมด้วยภูเขา ป่าสน และอ่าว Puget Sound จนให้บรรยากาศแตกต่างจากมหานครอเมริกันเมืองอื่นอย่างสิ้นเชิง สภาพอากาศเย็นสบายเกือบตลอดปี ผู้คนใช้ชีวิตในจังหวะที่ผ่อนคลายกว่าเมืองใหญ่ฝั่งตะวันออก และวัฒนธรรมกาแฟก็ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันแบบจริงจัง ตั้งแต่ร้าน Local Roastery ไปจนถึงคาเฟ่เล็ก ๆ ที่กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ในฐานะบ้านเกิดของ Starbucks และวงดนตรีระดับตำนานยุค 90 อย่าง Nirvana ซีแอตเทิลจึงเต็มไปด้วยกลิ่นอาย Grunge Culture ดนตรีอินดี้ และพลังสร้างสรรค์แบบ Pacific Northwest ที่ซึมอยู่ในทุกย่านของเมือง นอกจากนี้สนามกีฬาประจำเมืองอย่าง Lumen Field ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสนามที่เสียงเชียร์ดังกึกก้องที่สุดในอเมริกา จนแรงสั่นสะเทือนจากแฟนบอลเคยถูกตรวจจับได้ราวกับแผ่นดินไหวจริง
ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เมือง Seattle
ที่เที่ยวห้ามพลาดใน Seattle
Lumen Field
สนามกีฬาชื่อดังที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสนามที่เสียงเชียร์ดังที่สุดในโลก ด้วยโครงสร้างสนามที่ช่วยกักเสียงแฟนบอลเอาไว้จนทุกการแข่งขันเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ทั้งดุดัน เข้มข้น และเร้าอารมณ์สุด ๆ
Pike Place Market
ตลาดเก่าแก่ริมอ่าวที่เปรียบเหมือนหัวใจของซีแอตเทิล ทั้งร้านซีฟู้ด คาเฟ่ ดอกไม้สด และบรรยากาศ Local แบบ Pacific Northwest ที่ยังคงมีชีวิตชีวาตั้งแต่เช้าจนเย็น
Space Needle
หอคอยทรงล้ำยุคที่กลายเป็นภาพจำของเมือง มองเห็นวิว Skyline ภูเขา และอ่าว Puget Sound ได้แบบ Panoramic โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่สวยจนแทบไม่อยากละสายตา
Chihuly Garden And Glass
พิพิธภัณฑ์ศิลปะแก้วร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยผลงานสีสันเหนือจริงของ Dale Chihuly ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในโลกศิลปะที่ทั้งละเอียด ละเมียด และเหนือจินตนาการ
Capitol Hill
ย่านสุดครีเอทีฟของเมืองที่เต็มไปด้วยร้านแผ่นเสียง คาเฟ่ โรงคั่วกาแฟ บาร์ดนตรีสด และวัฒนธรรมอินดี้แบบซีแอตเทิลแท้ ๆ
ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา ไม่ได้เป็นเพียงทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการออกเดินทางไปสัมผัสบรรยากาศเมืองเจ้าภาพที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน ตั้งแต่มหานครระดับโลกอย่าง New York และ Los Angeles เมืองชายทะเลสีสันสดใสอย่าง Miami เมืองเทคโนโลยีและธรรมชาติอย่าง San Francisco Bay Area และ Seattle ไปจนถึงเมืองกีฬาและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่าง Dallas, Houston และ Kansas City แต่ละเมืองมีทั้งสนามแข่งขันระดับไอคอนิก ที่เที่ยวเด่น อาหาร วัฒนธรรม และพลังของแฟนบอลจากทั่วโลกที่พร้อมหลอมรวมกันในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก 2026 สำหรับใครที่กำลังวางแผนเดินทางไปเชียร์บอลถึงขอบสนาม การเตรียมความพร้อมเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างทริปก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง หรือช้อปปิ้งในต่างประเทศ การมี บัตรเครดิต KTC ช่วยให้ใช้จ่ายได้สะดวก คล่องตัว และยังสามารถสะสมคะแนน KTC FOREVER จากทุกยอดใช้จ่าย เพื่อนำไปแลกรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพิ่มความคุ้มค่าให้ทุกโมเมนต์การเดินทาง สมัครบัตรเครดิต KTC ไว้เป็นตัวช่วยก่อนออกเดินทาง แล้วเปลี่ยนทริปฟุตบอลโลก 2026 ให้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งสนุก และคุ้มค่า
ทุกทริปเที่ยวคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC


































































