เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่รวมทั้งย่านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมริมแม่น้ำ ตึกระฟ้า พิพิธภัณฑ์ สวนสนุก และเมืองน้ำโบราณไว้ในทริปเดียว คนที่มาเที่ยวครั้งแรกจึงควรวางแผนโดยแบ่งสถานที่ตามพื้นที่ เช่น ฝั่ง Puxi สำหรับเมืองเก่าและย่านวัฒนธรรม ฝั่ง Pudong สำหรับตึกสูงและวิวเมือง รวมถึงกันเวลาเต็มวันสำหรับ Shanghai Disneyland หรือ Zhujiajiao บทความนี้รวบรวม 30 ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ที่เหมาะกับหลายสไตล์ พร้อมข้อมูลก่อนเดินทาง วิธีจัดเส้นทาง และข้อควรระวังเรื่องเวลาเปิดกับราคาตั๋ว

ก่อนเที่ยวเซี่ยงไฮ้ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

คนไทยไปเซี่ยงไฮ้ต้องขอวีซ่าไหม?

ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดาสามารถเดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ ติดต่อธุรกิจ หรือเดินทางผ่าน โดยพำนักได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน สิทธิ์นี้ไม่ครอบคลุมการทำงาน การศึกษา งานสื่อ หรือกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า

ควรตรวจสอบวันหมดอายุหนังสือเดินทาง เงื่อนไขของสายการบิน และประกาศจากสถานทูตอีกครั้งก่อนออกเดินทาง เพราะกฎการผ่านแดนอาจเปลี่ยนแปลงได้

เที่ยวเซี่ยงไฮ้เดือนไหนดี?

  • มีนาคม–พฤษภาคม: อากาศอุ่นกำลังดี ดอกไม้เริ่มบาน เหมาะกับการเดินเที่ยวและถ่ายรูป
  • กันยายน–พฤศจิกายน: อากาศเย็นสบาย เป็นช่วงยอดนิยม โดยเฉพาะปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายนที่ใบไม้เปลี่ยนสีสวย

เดินทางในเซี่ยงไฮ้ด้วยอะไรสะดวกที่สุด?

รถไฟใต้ดิน หรือ Metro เป็นวิธีเดินทางที่สะดวกสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวหลัก เพราะเชื่อมทั้งสนามบิน ย่านใจกลางเมือง ฝั่ง Pudong และสถานที่รอบนอกหลายแห่ง หรือ Didi/แท็กซี่ ที่สามารถเรียกผ่าน Mini-program ที่ฝังอยู่ในแอป Alipay หรือ WeChat ได้เลย เหมาะถ้ากับคนที่มีกระเป๋าเยอะ, ไปต้องเดินทางตอนดึก, หรืออยากตรงถึงหน้าโรงแรม หรือสถานที่นั้นๆเลย

จ่ายเงินในเซี่ยงไฮ้อย่างไร?

  • Alipay หรือ WeChat Pay ที่ผูกบัตรเครดิต/เดบิตต่างประเทศ ควรผูกบัตรเครดิตและยืนยันตัวตน (Verify) ให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ที่ไทย เพื่อป้องกันปัญหาการรับส่ง SMS OTP ข้ามประเทศ
  • บัตรเครดิตหรือบัตร UnionPay สำหรับร้านค้าที่มีสัญลักษณ์รองรับ
  • แอปธนาคารหรือแอปการเงินที่รองรับ QR Cross-Border  เช่น แอป KTC Mobile สำหรับการสแกนจ่าย/สร้าง QR ตามประเภทบัตรและเครือข่ายที่รองรับ, True Money
  • เงินสดสกุลหยวนสำหรับค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ หรือกรณีระบบออนไลน์มีปัญหา

 

30 ที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ มีที่ไหนน่าไปบ้าง?


1. เดอะบันด์ (The Bund)

เดอะบันด์ (The Bund) หรือ ว่ายทาน (Waitan) เป็นจุดชมวิวและทางเดินเลียบแม่น้ำหวงผู่ (Huangpu River) ที่มีระยะทางยาวกว่า 1.5 กิโลเมตร และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของเซี่ยงไฮ้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นกินลมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของแม่น้ำ ชมตึกสไตล์ยุโรปโบราณที่ตัดกับตึกระฟ้าสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว หรือจะนั่งเรือชมวิวแม่น้ำหวงผู่ รับประทานอาหาร และช้อปปิ้งในย่านใกล้เคียงได้เช่นกัน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 24 ชั่วโมง
  • ที่อยู่ : Zhongshan Rd (E-1), Waitan, Huangpu, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/KrZ8BE6w6xEHxsRn8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 ลงสถานี East Nanjing แล้วเดินต่อไปประมาณ 500 เมตร


2. สวนอวี้หยวน (Yuyuan Garden/Yu Garden)

อีกหนึ่งที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ สวนอวี้หยวน สวนจีนโบราณที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง มีอายุกว่า 400 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1997 อีกด้วย สวนอวี้หยวนเป็นสวนสาธารณะที่มีสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมจีนได้ดีเป็นอย่างยิ่ง มีมุมสวย ๆ ให้ได้ถ่ายรูปมากมาย ภายในมีทั้งสวน อาคาร สะพาน สระน้ำ และต้นไม้นานาชนิด รวมไปถึงร้านอาหาร และร้านขายของต่าง ๆ ก็มีให้ช้อปปิ้งพร้อมสรรพ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 08.30-17.15 น.
  • ที่อยู่ : 279 Yu Yuan Lao Jie, Huangpu, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/oUa4BNX1JyvLJ9wBA
  • ค่าเข้าสถานที่ : เริ่มต้นที่ 30-80 CNY แล้วแต่เดือน
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟลงถนน Longyang จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 ลงสถานีถนน East Nanjing แล้วเดินต่อไปประมาณ 1.2 กิโลเมตร


3. ถนนนานกิง (Nanjing Road)

หากพูดถึงที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ที่เป็นแหล่งช้อปปิ้ง ต้องยกให้ถนนนานกิง เพราะที่นี่คือสวรรค์ของนักช้อปปิ้ง เป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้าจำนวนมากทั้งสองข้างถนน บนระยะทางยาวกว่า 5.5 กิโลเมตร ไม่ว่าคุณกำลังมองหาเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม หรือสินค้าแฮนด์เมด ถนนนานกิงก็ตอบโจทย์ได้หมดทุกสิ่ง นอกจากนี้ ถนนนานกิงยังเต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อย ๆ มากมาย ไม่ว่าคุณจะเลือกทานอาหารจีนแบบดั้งเดิม หรือต้องการลิ้มลองอาหารตะวันตก ที่นี่มีทุกสิ่งที่คุณต้องการ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 10.00-22.00 น.
  • ที่อยู่ : Nanjing East Road, Huangpu District, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/5LgvFaUL1a9GXDLQ7
  • ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 ลงยังสถานี People's Square แล้วเดินต่อไปอีกประมาณ 500 เมตร


4. ย่านเทียนจื่อฝาง (Tianzifang)

ย่านเทียนจื่อฝาง ย่านเก่าแก่ของเซี่ยงไฮ้ แต่ปัจจุบันกลายเป็นย่านสตรีทอาร์ตสำหรับวัยรุ่น ใครเป็นสายถ่ายรูป สายชื่นชอบงานศิลปะต้องห้ามพลาด เพราะมีผลงานศิลปะของศิลปินทั้งในและต่างประเทศจัดแสดงมากมาย พร้อมความงดงามของบ้านสไตล์จีนโบราณและบ้านทรงยุโรปที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ บาร์ สตูดิโอ ที่นี่ของกินค่อนข้างเยอะ รวมไปถึงของที่ระลึกแนวแฮนด์เมดด้วยเช่นกัน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-22.00 น.
  • ที่อยู่ : Lane 210, Taikang Road, Luwan District, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/9ih92DsMNAUDcYm9A
  • ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 7 ลงสถานี Changshu แล้วนั่งแท็กซี่ต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร หรือจะนั่งรถไฟใต้ดินสาย 9 มาที่สถานี Dapuqiao แล้วใช้ออกที่ทางออก 1 ก็ได้เช่นกัน


5. วัดจิ้งอาน (Jing'an Temple)

วัดจิ้งอาน เป็นหนึ่งในที่เที่ยวเซี่ยงไฮ้ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน ที่นี่เป็นวัดจีนชื่อดังของเซี่ยงไฮ้ สร้างขึ้นในยุคราชวงศ์หมิง มีอายุกว่า 800 ปี ปัจจุบันได้รับการบูรณะใหม่จนสวยงามอลังการ เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว แนะนำให้มาไหว้ขอพรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่แกะสลักจากหินอ่อนพม่า รวมถึงเจ้าแม่กวนอิมภายในวัด นอกจากนี้ ที่วัดจิ้งอานยังมีหยกแห่งความโชคดี (Lucky Jade Stone) ที่เชื่อกันว่า หากใครได้แตะแล้วจะโชคดี รวมถึงโยนเหรียญให้เข้าไปในเจดีย์ใส่ธูป เพื่อขอพรให้สำเร็จสมดังใจ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 07.30-17.00 น
  • ที่อยู่ : 1686 Nanjing Rd (W), Jing'An, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/MdsdhUQP5gQvSCtV8
  • ค่าเข้าสถานที่ : 50 CNY
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟไปลงที่ถนน Longyang จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 หรือสาย 7 ไปลงยังสถานี Jing’an Temple


6. พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Museum)

พิพิธภัณฑ์เซี่ยงไฮ้ เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในมีการรวบรวมผลงานศิลปะกว่า 120,000 ชิ้น จัดแสดงผ่านผลงานประติมากรรม จิตรกรรม เครื่องปั้นดินเผา เครื่องทองเหลืองโบราณ เครื่องเซรามิกโบราณ และงานฝีมือต่าง ๆ ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ ความงดงาม และความสำคัญของประวัติศาสตร์จีน รวมถึงวัฒนธรรมจีนด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-17.00 น.
  • ที่อยู่ : 201 Renmin Avenue, People's Square, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/SAz7AQnMXAFveXni8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ฟรี แต่ต้องจองล่วงหน้าก่อน โดยอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1, 2 หรือ 8 มาลงที่สถานี People's Square แล้วใช้ทางออกหมายเลข 1


7. เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว (Zhujiajiao Ancient Town)

เมืองโบราณจูเจียเจี่ยว สถานที่ท่องเที่ยวที่เราไม่อยากให้คุณพลาดเมื่อไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ เมืองโบราณจูเจียเจี่ยวเป็นเมืองโบราณริมน้ำที่มีอายุกว่า 1,700 ปี และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2550 ด้วย ซึ่งเมืองโบราณจูเจียเจี่ยวยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์

ภายในมีทั้งอาคารบ้านเรือนแบบจีนโบราณเรียงรายไปตามสองฝั่งแม่น้ำ มีสะพานหินฮัวเกี้ยว (Huaqiao Bridge) สะพานหินที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองโบราณจูเจียเจี่ยว สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 960-1279) มีตรอกซอกซอยแคบ ๆ เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่น บรรยากาศของเมืองโบราณแห่งนี้เงียบสงบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ของความเป็นจีนโบราณที่นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมความงามโดยรอบได้

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 08.30-17.00 น.
  • ที่อยู่ : 180, Xinxi Road, Zhujiajiao Town, Qingpu District, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/qhG7VR2rbLBVJSRG8
  • ค่าเข้าสถานที่ : 80 CNY
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 ไปลงสถานี Shanghai Hongquiao แล้วเปลี่ยนไปขึ้นรถไฟใต้ดินสาย 17 ลงสถานี Zhujiajiao


8. หอไข่มุก (Oriental Pearl Tower)

เมื่อไปเที่ยวเดอะบันด์ในฝั่งเมืองเก่าแล้ว แน่นอนว่าคุณจะได้เห็นวิวของหอไข่มุกที่มีลักษณะเหมือนไข่มุก 3 เม็ด 3 ขนาด เรียงสูงขึ้นไปกว่า 468 เมตร แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้แวะไปเที่ยวที่หอไข่มุกด้วยเลย ซึ่งหอไข่มุกเป็นหอส่งสัญญาณวิทยุโทรทัศน์ เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของเมืองเซี่ยงไฮ้เลยก็ว่าได้ โดยนักท่องเที่ยวสามารถขึ้นลิฟต์ความเร็วสูงไปยังชั้นดาดฟ้า เพื่อไปชมวิวเมืองเซี่ยงไฮ้ได้จากชั้นดาดฟ้าของหอคอย บอกเลยว่าสวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน

นอกจากการชมวิวแล้ว ตอนกลางคืนนักท่องเที่ยวจะได้ชมแสงไฟจากตึกต่าง ๆ ที่สวยงามตระการตา หรือจะเลือกรับประทานอาหารและช้อปปิ้งภายในหอคอยก็ได้อีกด้วย นอกจากนี้ หอไข่มุกยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การแสดง Light Show การแสดงหุ่นกระบอก และอื่น ๆ อีกมากมายให้ได้ชม

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-21.00 น.
  • ที่อยู่ : 1 Shiji Blvd, Lujiazui, Pudong, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/A8yWfqrQC3uGDSv3A
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่เริ่มต้นที่ 99 CNY / เด็กสูง 100-140 เซนติเมตร ลดราคา 50% และเด็กที่สูงน้อยกว่า 100 เซนติเมตร เข้าฟรี
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 ลงสถานี Lujiazui แล้วเดินต่อไปประมาณ 1 กิโลเมตร


9. สวนสนุกเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ (Shanghai Disneyland)

สวนสนุกเซี่ยงไฮ้ดิสนีย์แลนด์ ดินแดนแห่งการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความฝันในวัยเด็ก คุณจะได้พบกับตัวละครที่คุ้นเคยในอดีตจากการ์ตูนดิสนีย์และภาพยนต์ต่าง ๆ ทั้งสโนว์ไวท์, แค็สเปอร์, มิกกี้, หมีพูห์, Toy Story, Pirates of the Caribbea, Peter Pan และตัวละครน่ารักอื่น ๆ อีกมากมาย รวมถึงจะได้สนุกไปกับเครื่องเล่นสุดตื่นเต้น พร้อมชมการแสดงสุดอลังการตลอดทั้งวัน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ขึ้นอยู่กับแต่ละวัน ส่วนใหญ่เปิดตั้งแต่ 08.00-22.00 น.
  • ที่อยู่ : 4MV5+945, Pudong, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/Q8vDeoSaDyeTQtUU6
  • ค่าเข้าสถานที่ : บัตรเข้ามีหลายรูปแบบ ราคาแตกต่างกันไปตามแต่ละช่วงเวลา สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 16 ไปลงสถานีถนน Luoshan แล้วเปลี่ยนไปขึ้นสาย 11 ลงที่สถานี Disney


10. สวนพฤกษศาสตร์เซี่ยงไฮ้ (Shanghai Botanical Garden)

สำหรับคนรักธรรมชาติ ชอบชมดอกไม้ หากมีโอกาสไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเอง แนะนำให้ไปเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์เซี่ยงไฮ้ เพื่อสัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติใจกลางเมือง เพราะที่นี่เต็มไปด้วยต้นไม้ และดอกไม้พันธุ์หาชมยากหลากหลายสายพันธุ์ ที่พร้อมมอบความทรงจำที่สดชื่นและหอมหวานให้กับการเดินทางของคุณทุกฤดูกาล ไฮไลต์ของสวนพฤกษศาสตร์เซี่ยงไฮ้นั้นมีหลายจุด ไม่ว่าจะเป็นเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวบรวมพืชพรรณเขตร้อนและอบอุ่นจากทั่วโลกกว่า 5,000 สายพันธุ์ สวนพฤกษศาสตร์จีน ที่รวบรวมพืชพรรณท้องถิ่นของจีนกว่า 2,000 สายพันธุ์ ฯลฯ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 07.00-17.00 น.
  • ที่อยู่ : 997 Longwu Road, Xuhui District, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/VVYJiAifyetV96aq7
  • ค่าเข้าสถานที่ : 40 CNY
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถบัสสาย 56, 178, 342, 714, 720, 824, 831, 956 หรือ 958 ลงที่สถานี Luwulu Baiselu จากนั้นขึ้นรถบัสสายพิเศษ Shangfeng ลงที่สถานี Shanghai Zhiwuyuan (Botanical Garden)


11. Urban Planning Exhibition Centre

ศูนย์นิทรรศการผังเมืองจัดแสดงเมืองจำลองรูปทรงล้ำสมัยที่ตั้งอยู่ด้านหน้าสถานี People’s Square นักท่องเที่ยวสามารถยื่นพาสปอร์ตเพื่อเข้าชมฟรี ภายในมีโซนจัดแสดงทั้งหมด 5 ชั้น แบ่งหมวดหมู่การจัดแสดงโมเดลจำลองภูมิประเทศของเซี่ยงไฮ้ รวมไปถึงผังเมืองใหม่ เมืองโบราณ และอาคารที่มีชื่อเสียงในเซี่ยงไฮ้ ให้ได้ทึ่งไปกับการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วในชช่วงศตวรรษที่ผ่านมา

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 9.00 - 17.00 น.
  • ที่อยู่ : 100 People's Square, Huangpu, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/7ZVNCRo9TEhWRULw7
  • ค่าเข้าสถานที่ : เข้าชมฟรี
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1, 2 หรือ 8 ไปยังสถานี People's Square แล้วเดินไปยังศูนย์นิทรรศการ


12. Shanghai Grand Theatre

เดินต่อจาก Shanghai Urban Planning Exhibition Centre ผ่านศาลาว่าการประจำเมืองเซี่ยงไฮ้ เพียง 400 ม. ก็จะพบกับอาคารโรงละครสุดล้ำที่มีหลังคาคล้ายท้องเรือสำราญ ภายในมีโรงละครถึง 3 โรง มีรอบการแสดงละครเวที โอเปรา บัลเลต์ ดนตรีคลาสสิก และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินให้เลือกซื้อตั๋วเข้าชมกันตลอดปี

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : ควรตรวจสอบตารางการแสดงล่วงหน้า
  • เวลาทำการ : เวลาทำการขึ้นอยู่กับตารางการแสดง
  • ที่อยู่ : 300 Renmin Ave, People's Square, Huangpu, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/PVNNk8njsrdfK3BK9
  • ค่าเข้าสถานที่ : ขึ้นอยู่กับการแสดงที่จัดขึ้น
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1, 2 หรือ 8 ไปยังสถานี People's Square แล้วเดินไปยังโรงละคร


13. Hkri Taikoo Hui

คอมมูนิตี้มอลล์ชื่อดังในถนนนานจิงตะวันตก ออกแบบในสไตล์อาคารยุโรปคลาสสิก มีโซนห้างสรรพสินค้าแบรนด์ระดับโลก ร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่เก๋ ๆ ไฮไลท์ของที่นี่คงหนีไม่พ้น Starbucks Reserve Roastery สตาร์บัคสาขาที่เคยใหญ่ที่สุดในโลก ภายในตกแต่งสวยงาม ถ่ายรูปได้สวย มีทั้งหมด 2 ชั้น มีโรงคั่วเมล็ดกาแฟ มีทั้งเครื่องคัดแยก บด และอบความร้อน ให้ได้ชมทุกกรรมวิธีในการผลิตกาแฟชั้นยอด พร้อม บาร์กาแฟที่ยาวที่สุดในโลก

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : ทุกช่วงเวลา
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 22.00 น.
  • ที่อยู่ : Hkri Taikoo Hui, Wujiang Road, Jing'an, West Nanjing Road, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/sYbcfi2JadRHMVfs8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 หรือ 12 ไปยังสถานี West Nanjing Road แล้วเดินไปยังศูนย์การค้า


14. The French Concession

จากสถานี West Nanjing Road นั่งรถไฟใต้ดินสาย 13 มาที่สถานี Xintiandi เที่ยวต่อกันที่ French Concession ที่เคยเป็นเขตสัมปทานเก่าของฝรั่งเศส บนถนน Taicang ตลอดสองข้างทางยาว 3 กม. จะได้เห็นทัศนียภาพที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนสถาปัตยกรรมยุโรป วิลล่าสไตล์โคโลเนียลนีโอคลาสสิก แมนชั่นสไตล์อาร์ตเดโค ที่โดดเด่นในย่านนี้ก็คือ อาคารสูง 2 – 3 ชั้น ก่ออิฐสีเทา ซุ้มประตูหน้าต่างประดับปูนปั้นแบบฝรั่ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมฉือคู่เหมิน (Shikumen) สัญลักษณ์ของ East Meet West การผสมผสานสไตล์ตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน อิทธิพลของฝรั่งเศสที่หลงเหลืออยู่ ยังรวมไปถึงต้น London Plane ที่ชาวฝรั่งเศสนำมาปลูกเป็นไม้ถนน ตั้งเรียงรายเป็นหลังคาธรรมชาติให้ความร่มรื่น มีภูมิทัศน์สวยงามแตกต่างจากจุดอื่นของเมือง จุดเช็กอินต้องห้ามพลาดคือ Xintiandi และ Tianzifang รวมไปถึง Wukang Mansion และบ้านซุนยัดเซน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี
  • เวลาทำการ : พื้นที่เปิดให้เข้าชมตลอดเวลา
  • ที่อยู่ : เขตหวงผู่ (Huangpu) และซวีฮุ่ย (Xuhui) ฝั่งผู่ซี (Puxi)
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/Xi8gayQm9ahYt3B98
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1 ไปยังสถานี South Shaanxi Road หรือ Hengshan Road


15. Xintiandi

ย่านเก่าแก่ ถนนคนเดินที่ยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดั้งเดิมเป็นอย่างดี เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่เก๋ ๆ ร้านเสื้อผ้าดีไซน์เนอร์ท้องถิ่น แกลเลอรี่ อย่าลืมแวะ Shikumen Opera House บ้านจีนโบราณฉือคู่เหมินที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้จำลองความเป็นอยู่ของชาวเซี่ยงไฮ้สมัยอาณานิคมได้อย่างน่าชม

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถไปได้ทุกช่วงเวลา
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 10:00 น. - 23:00 น.
  • ที่อยู่ : Alley 181, Taicang Road, Luwan, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/2187VvPzFJ6qZq6b7
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 10 หรือ 13 ไปยังสถานี Xintiandi


16. Tianzifang

ย่านท่องเที่ยวที่โด่งดังตีคู่มากับซินเทียนตี้ ห่างกันเพียง 2 สถานี สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 10 จากสถานี Xintiandi มาสถานี Madang Road เปลี่ยนเป็นสาย 9 นั่งต่อมายังสถานี Dapuqiao ใช้ทางออก 1 ก็จะถึงซุ้มประตูทางเข้าตรอก Tianzifang ตลาดเก่าสุดฮิปแห่งนี้เป็นย่านศิลปะที่มีทั้ง ร้านอาหาร คาเฟ่ ทีเฮ้าส์ ร้านขายของที่ระลึก งานคราฟท์ต่าง ๆ เสน่ห์ของที่นี่คือบรรยากาศที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาเดินช้อปและถ่ายรูปคู่กับภาพวาดสตรีทอาร์ตท่ามกลางร้านรวงที่ดัดแปลงมาจากบ้านเรือนกำแพงหินสไตล์ฉือคู่เหมิน สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : สามารถไปได้ทุกช่วงเวลา
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 10.00 – 22.00 น.
  • ที่อยู่ : Alley 210, Taicang Road, Luwan, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/DnXJ9yA16CBkH4LJ8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
  • วิธีเดินทาง : นั่งรถไฟใต้ดินสาย 9 ไปยังสถานี Dapuqiao


17. Shanghai’s World Financial Centre (SWF)

ศูนย์การเงินโลกเซี่ยงไฮ้ รูปลักษณ์คล้ายที่เปิดขวด สูง 492 ม. เป็นอันดับ 2 ของเซี่ยงไฮ้ และอันดับ 11 ของโลก นอกจากจะเป็นอาคารสำนักงานการเงินชั้นนำ และยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมหรูอย่าง Park Hyatt Shanghai และ The Ritz-Carlton Shanghai, Pudong รวมถึงมีห้างสรรพสินค้า ภัตตาคาร ลานชมวิวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปบนชั้น 94, 97 และชั้น 100 ชมความงดงามของพระอาทิตย์ตก วิวหอไข่มุก และทิวทัศน์เมืองเซี่ยงไฮ้ที่ถูกฉาบไปด้วยแสงสีสวยงาม

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : ทุกช่วงเวลา
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 8.30 – 22.00 น.
  • ที่อยู่ : 100, Century Ave, Lujiazui, Pudong, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/RpEnPHxZzWn1udMHA
  • ค่าเข้าสถานที่ :ผู้ใหญ่ 180 หยวน / เด็ก 90 หยวน
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดิน ขึ้นสาย 2 และลงที่สถานี Lujiazui จากนั้นออกที่ทางออกหมายเลข 6 แล้วเดินประมาณ 5-10 นาทีถึง SWFC1 หรือขึ้นสาย 2 และลงที่สถานี Dongchang Road จากนั้นออกที่ทางออกหมายเลข 4 แล้วเดินประมาณ 5 นาทีถึง SWFC1


18. Jinmao Tower Sky Walk

อาคารสำนักงานทันสมัย 88 ชั้น สูงเป็นอันดับ 3 ของเซี่ยงไฮ้ อยู่ติดกับอาคาร SWF เป็นที่ตั้งของโรงแรม Grand Hyatt Shanghai เป็นจุดชมวิวแบบพาโนรามาสวยที่สุดทั้งวิวแม่น้ำหวงผู่ เดอะ บันด์ และตัวเมืองเซี่ยงไฮ้เกือบทั้งหมด รวมทั้งมีกิจกรรม Sky Walk บนชั้น 88 ให้นักท่องเที่ยวไปท้าทายความเสียว โหนตัวเดินบนทางเดินกระจกแบบไม่มีราวจับ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : ทุกช่วงเวลา
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 8.30 – 20.30
  • ที่อยู่ : B1, Jin Mao Tower, 88 Century Ave, Lujiazui, Pudong, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/NAFhXQBTxbBtKaMY6
  • ค่าเข้าสถานที่ :คนละ 350 หยวน
  • วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดิน (Metro): ขึ้นสาย 2 และลงที่สถานี Lujiazui จากนั้นออกที่ทางออกหมายเลข 6 แล้วเดินประมาณ 10 นาทีถึง Jinmao Tower, ขึ้นรถบัสสาย 85, 774, หรือ 795 และลงที่ป้าย Lujiazui Ring Road East จากนั้นเดินประมาณ 5 นาทีถึง Jinmao Tower


19. Shanghai Tower

ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในจีน สูงเป็นอันดับสองของโลก เป็นรองเพียงตึก Burj Khalifa ในดูไบเท่านั้น ถือเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเซี่ยงไฮ้ มีจุดชมวิว Top of Shanghai บริเวณชั้น 118 และชั้น 119 ความสูง 552 - 556 เมตร และกำลังจะเปิดชั้น 121 ซึ่งคาดว่าจะกลายเป็นชั้นชมวิวที่สูงที่สุดในโลกในอนาคต อย่าลืมแวะชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Shanghai Guanfu Museum ที่ชั้น 37 และ Aurora Museum ที่ชั้น 99 ซึ่งจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้โบราณอายุ 1,000 ปี นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ Ultraviolet by Paul Pairet ที่ชั้น 6 และ J Hotel Shanghai Tower โรงแรมหรูที่ตั้งอยู่บนชั้น 86 – 98 ที่สูงที่สุดในโลก

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : ทุกช่วงเวลา
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 8.30 – 21.30 น.
  • ที่อยู่ : 501 Yincheng Road, Lujiazui, Pudong, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/qk6fG1w4eS5Kidv86
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่ 180 หยวน / เด็กเข้าฟรี
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดิน ขึ้นสาย 2 และลงที่สถานี Lujiazui จากนั้นออกที่ทางออกหมายเลข 6 แล้วเดินประมาณ 10 นาทีถึง Shanghai Tower หรือ ขึ้นรถบัสสาย 85, 774, หรือ 795 และลงที่ป้าย Lujiazui Ring Road East จากนั้นเดินประมาณ 5 นาทีถึง Shanghai Tower


20. Qibao Old Town

เมืองโบราณ 100 ปี ชีเป่า อีกหนึ่งตลาดน้ำโบราณที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ห่างออกไปราว 20 กม. สามารถนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 9 มายังสถานีชีเป่าได้สะดวก อาคารส่วนใหญ่สร้างขึ้นด้วยไม้และทาด้วยสีแดงสด ซึ่งเป็นการออกแบบที่ได้รับความนิยมในสมัยราชวงศ์หมิงต่อเนื่องมาถึงสมัยราชวงศ์ชิง เมื่อประมาณ 700 ปีก่อน ให้กลิ่นอายที่มีเสน่ห์แตกต่างจากเมืองโบราณหรือตลาดน้ำอื่น ๆ แม้จะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ที่นี่ยังมีร้านเสี่ยวหลงเปาดั้งเดิมอายุกว่า 100 ปีและสตรีทฟู้ดเจ้าอร่อยมากมายให้ชิม

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : ทุกช่วงเวลา
  • เวลาทำการ : เสาร์ - อาทิตย์ 12.00 - 23.59 น.
  • ที่อยู่ : Fuqiang Street, Minhang, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/qk6fG1w4eS5Kidv86
  • ค่าเข้าสถานที่ : ผู้ใหญ่ 180 หยวน / เด็กเข้าฟรี
  • วิธีเดินทาง : รถไฟใต้ดิน (Metro) ขึ้นสาย 9 และลงที่สถานี Qibao จากนั้นออกที่ทางออกหมายเลข 2 แล้วเดินประมาณ 300 เมตรไปทางทิศใต้ถึง Qibao Old Town, ขึ้นรถบัสสาย 87, 91, 92, 186, 189, 196, 198, 709, 735, หรือ 803 และลงที่ป้าย Qibao จากนั้นเดินประมาณ 400 เมตรไปทางทิศใต้ถึง Qibao Old Town




21. Longhua Temple

Longhua Temple เป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,700 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศสงบและเรียนรู้วัฒนธรรมทางศาสนาของเซี่ยงไฮ้ บริเวณใกล้กันมี Longhua Pagoda เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม 7 ชั้น สูงกว่า 40 เมตร ซึ่งเป็นหนึ่งในเจดีย์สมัยราชวงศ์ซ่งที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ค่อนข้างสมบูรณ์ในภูมิภาคนี้

ภายในวัดยังขึ้นชื่อเรื่องอาหารมังสวิรัติ โดยเฉพาะบะหมี่เจ เหมาะสำหรับจัดไว้ในวันเดียวกับการเที่ยว Shanghai Botanical Garden หรือย่าน West Bund

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำช่วงเช้าหลังวัดเปิดเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คนหนาแน่น ส่วนช่วงเทศกาลตรุษจีน วันพระจีน และเทศกาลวัดหลงหัวอาจมีผู้เดินทางมาสักการะจำนวนมาก
  • เวลาทำการ : ทุกวัน 09.00–16.30 น. เวลาเปิดอาจเปลี่ยนในช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญทางศาสนา
  • ที่อยู่ : No. 2853 Longhua Road, Xuhui District, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/6qrKv1Aim9BUaQiv8
  • ค่าเข้าสถานที่ : เข้าชมฟรี แต่ในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น คืนวันตรุษจีนหรือวันขึ้นปีใหม่จีน อาจต้องลงทะเบียนจองรอบล่วงหน้า
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 11 หรือสาย 12 ลงที่สถานี Longhua ออกทางออกหมายเลข 2 จากนั้นเดินประมาณ 3–5 นาทีถึงวัด

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.westbund.com/en/index/POPULAR-VENUES/detail_695y4T.html

22. West Bund Museum

West Bund Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยในเขต Xuhui ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหวงผู่ ภายในมีทั้งนิทรรศการศิลปะนานาชาติ นิทรรศการหมุนเวียน ร้านหนังสือ และพื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อน พิพิธภัณฑ์ยังสานต่อความร่วมมือกับ Centre Pompidou ของฝรั่งเศสในช่วงปลายปี 2024–2029

บริเวณโดยรอบเป็นส่วนหนึ่งของย่านศิลปะ West Bund สามารถเดินต่อไปยังพื้นที่ริมแม่น้ำ TANK Shanghai หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะอื่น ๆ ได้

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำไปช่วงวันธรรมดาหรือช่วงเปิดพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้มีเวลาชมนิทรรศการและเดินเล่นบริเวณ West Bund Riverside ต่อได้อย่างไม่เร่งรีบ
  • วลาทำการ : วันอังคาร–อาทิตย์ เวลา 11.00–18.00 น. เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 17.00 น. ปิดทุกวันจันทร์ และเปิดให้บริการในวันหยุดราชการตามประกาศของพิพิธภัณฑ์
  • ที่อยู่ : No. 2600 Longteng Avenue, Xuhui District, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/ZxujphBoDPfjHMcD7
  • ค่าเข้าสถานที่ : นิทรรศการถาวร ผู้ใหญ่ 100 หยวน นักเรียน 50 หยวน / นิทรรศการพิเศษ ผู้ใหญ่ 120 หยวน นักเรียน 60 หยวน / บัตรชมนิทรรศการ 2 รายการ ราคา 180 หยวน ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ผู้พิการ ทหาร และเด็กสูงไม่เกิน 1.3 เมตร เข้าชมฟรีตามเงื่อนไขและต้องแสดงเอกสารที่เกี่ยวข้อง ราคาบัตรอาจเปลี่ยนตามนิทรรศการ
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 11 ลงที่สถานี Yunjin Road จากนั้นเดินประมาณ 10 นาทีถึงพิพิธภัณฑ์ โดยมีทางเข้าทั้งฝั่ง Longteng Avenue และฝั่งริมแม่น้ำ



23. North Bund

North Bund เป็นพื้นที่ริมน้ำในเขต Hongkou ซึ่งมองเห็นทั้งอาคารประวัติศาสตร์บริเวณ The Bund และกลุ่มตึกสูงฝั่ง Pudong ได้ในมุมเดียว เหมาะกับการเดินเล่น วิ่งออกกำลังกาย หรือนั่งชมบรรยากาศริมแม่น้ำ โดยมีเส้นทางริมน้ำและพื้นที่สาธารณะต่อเนื่องหลายกิโลเมตร  เมื่อเทียบกับ The Bund บริเวณ North Bund มักให้มุมมองที่เปิดกว้างกว่า สามารถจัดไว้ในวันเดียวกับ Shanghai Jewish Refugees Museum และย่านถนนเก่าใน Hongkou

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกต่อเนื่องถึงกลางคืน เพื่อชมวิวแม่น้ำและแสงไฟจากตึกฝั่ง Lujiazui
  • เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 06.30–22.00 น. เวลาให้บริการของร้านค้าและพื้นที่จัดกิจกรรมภายในอาจแตกต่างกัน
  • ที่อยู่ : North Bund International Passenger Center, No. 500 Dongdaming Road, Hongkou District, Shanghai
  • Google Map :https://maps.app.goo.gl/ 2vghQQdGKpuPVpEP9
  • ค่าเข้าสถานที่ : เข้าชมพื้นที่สาธารณะและทางเดินริมแม่น้ำฟรี แต่กิจกรรม นิทรรศการ หรือร้านค้าบางแห่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 12 ลงที่สถานี International Cruise Terminal จากนั้นเดินประมาณ 5–10 นาทีไปยัง North Bund International Passenger Center และพื้นที่ริมน้ำ

 

 


24. Hongkou Gang

Hongkou Gang หรือ คลองหงโข่ว เป็นคลองในเขต Hongkou ซึ่งมีทางเดินเลียบคลองและกลุ่มอาคารอิฐเก่า จุดเด่นคือสามารถถ่ายภาพอาคารริมคลองโดยมี Oriental Pearl Tower และเส้นขอบฟ้าฝั่ง Pudong เป็นฉากหลัง บริเวณนี้เป็นพื้นที่สาธารณะริมคลอง ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแบบมีประตูทางเข้าหรือจุดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะอากาศไม่ร้อนมากและมีแสงเหมาะกับการถ่ายภาพ ส่วนช่วงกลางคืนจะได้บรรยากาศจากแสงไฟของอาคารริมคลอง
  • เวลาทำการ : เป็นทางเดินและพื้นที่สาธารณะริมคลอง จึงไม่พบเวลาเปิด–ปิดอย่างเป็นทางการ แนะนำไปในช่วงกลางวันถึงหัวค่ำ และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ปิดปรับปรุงหรือกั้นเขตก่อสร้าง
  • ที่อยู่ : บริเวณถนน Jiulong Road ริมคลอง Hongkou Gang, Hongkou District, Shanghai โดยจุดถ่ายภาพยอดนิยมอยู่ไม่ไกลจาก 1933 Old Millfun
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/EgJAQrudEfvKcpMt9
  • ค่าเข้าสถานที่ : เข้าชมและเดินเล่นบริเวณริมคลองได้ฟรี ไม่มีค่าบัตรเข้าสถานที่
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 12 ลงที่สถานี International Cruise Terminal ออกทางออกหมายเลข 3 จากนั้นเดินไปทางถนน Jiulong Road และคลอง Hongkou Gang ประมาณ 10–15 นาที

 


25. Union Church / Buzhi Space

Union Church หรือ Xin Tian An Church เป็นอาคารโบสถ์เก่าสไตล์ Gothic Revival สร้างขึ้นในปี 1886 ตั้งอยู่ริมคลองซูโจวใกล้ย่าน The Bund หลังได้รับการบูรณะ อาคารถูกปรับเป็น Buzhi Space พื้นที่สำหรับจัดคอนเสิร์ต และกิจกรรมทางวัฒนธรรม โดยไม่ได้เปิดภายในให้เข้าชมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทุกวัน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ สำหรับถ่ายภาพอาคารอิฐแดง และสามารถจัดเส้นทางเที่ยวต่อไปยัง Rockbund, สะพาน Zhapu Road และ The Bund ได้ ส่วนการเข้าชมภายในต้องตรวจสอบวันที่มีกิจกรรมหรือการแสดงล่วงหน้า
  • เวลาทำการ : บริเวณภายนอกสามารถแวะถ่ายภาพได้ตามเวลาที่พื้นที่สาธารณะเปิดให้เข้าถึง แต่ภายใน Buzhi Space ไม่มีเวลาเปิด–ปิดประจำ โดยเปิดตามรอบคอนเสิร์ต นิทรรศการ หรือกิจกรรมที่ประกาศในแต่ละช่วง
  • ที่อยู่ : No. 103 South Suzhou Road, Huangpu District, Shanghai
  • Google Map : Union Church / Buzhi Space, Shanghai
  • ค่าเข้าสถานที่ : ถ่ายภาพบริเวณภายนอกได้ฟรี ส่วนการเข้าชมภายในต้องมีบัตรตามกิจกรรมหรือรอบการแสดง ราคาจะแตกต่างกันไป โดยตัวอย่างคอนเสิร์ตในปี 2025 มีราคาประมาณ 120–560 หยวน แต่ไม่ควรใช้เป็นราคาตายตัวสำหรับกิจกรรมปัจจุบัน
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 2 หรือสาย 10 ลงที่สถานี East Nanjing Road ออกทางออกหมายเลข 6 จากนั้นเดินไปทาง South Suzhou Road และ Yuanmingyuan Road ประมาณ 10–15 นาที

 


26. Wukang Mansion

Wukang Mansion หรือ Wukang Building เป็นอาคารอพาร์ตเมนต์เก่าแก่รูปทรงสามเหลี่ยม ตั้งอยู่บริเวณจุดตัดของถนน Wukang Road และ Middle Huaihai Road ตัวอาคารออกแบบโดยสถาปนิก László Hudec และสร้างเสร็จในปี 1924 โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ French Renaissance และรูปทรงคล้ายหัวเรือ จึงกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของย่านประวัติศาสตร์ Hengfu

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำช่วงเช้าก่อน 09.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยว หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงเหมาะกับการถ่ายภาพ หากเที่ยวฤดูใบไม้ร่วงยังสามารถเดินชมถนนและต้นไม้เปลี่ยนสีในย่าน Wukang Road–Anfu Road ต่อได้
  • เวลาทำการ : สามารถชมและถ่ายภาพอาคารจากพื้นที่สาธารณะภายนอกได้ตลอดวัน แต่ตัวอาคารเป็นที่พักอาศัยและ ไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมภายใน ร้านค้าแต่ละแห่งบริเวณชั้นล่างอาจมีเวลาให้บริการแตกต่างกัน
  • ที่อยู่ : No. 1850 Middle Huaihai Road, Xuhui District, Shanghai
  • Google Map : Wukang Mansion, Shanghai
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการถ่ายภาพและเดินชมจากบริเวณภายนอก
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 10 หรือสาย 11 ลงที่สถานี Jiaotong University ออกทางออกหมายเลข 7 จากนั้นเดินตามถนน Middle Huaihai Road ประมาณ 5–8 นาทีถึง Wukang Mansion

 

 


27. Wukang Road History

Wukang Road ถนนประวัติศาสตร์ที่เหมาะกับการเดินเที่ยวแบบ City Walk ที่นี่คือถนนอู่คัง เป็นถนนประวัติศาสตร์ในเขต Xuhui เดิมมีชื่อว่า Route Ferguson สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1907 ก่อนเปลี่ยนเป็นชื่อ Wukang Road ในปี ค.ศ. 1943 ถนนมีความยาวประมาณ 1.18 กิโลเมตร เรียงรายด้วยบ้านสวน อาคารพักอาศัย และสถาปัตยกรรมหลากหลายรูปแบบจากช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 สถานที่สำคัญตลอดเส้นทาง ได้แก่ Wukang Mansion บ้านเดิมของนักเขียน Ba Jin

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำวันธรรมดาช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงนักท่องเที่ยวจำนวนมากและมีเวลาเดินชมอาคาร หากไปช่วงฤดูใบไม้ผลิจะได้บรรยากาศถนนร่มรื่น ส่วนฤดูใบไม้ร่วงเหมาะกับการชมใบไม้เปลี่ยนสี
  • เวลาทำการ : ถนนและพื้นที่สาธารณะเปิดตลอดวัน ส่วนคาเฟ่ ร้านค้า บ้านบุคคลสำคัญ และพื้นที่จัดแสดงแต่ละแห่งมีเวลาเปิด–ปิดแตกต่างกัน
  • ที่อยู่ : Wukang Road, Xuhui District, Shanghai โดยถนนทอดจากบริเวณ Huashan Road ไปจนถึงจุดตัด Middle Huaihai Road ใกล้ Wukang Mansion
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/VjkYFmr3dCeicyLm8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเดินเที่ยวและถ่ายภาพตามถนน แต่พิพิธภัณฑ์ บ้านประวัติศาสตร์ นิทรรศการ หรือร้านค้าบางแห่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 10 หรือสาย 11 ลงที่สถานี Jiaotong University ออกทางออกหมายเลข 7 แล้วเดินประมาณ 5–10 นาทีไปยัง Wukang Mansion ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยม จากนั้นสามารถเดินตาม Wukang Road ไปยังอาคารประวัติศาสตร์ คาเฟ่ และ Anfu Road ได้

 

 


28. 1000 Trees

1000 Trees เป็นศูนย์การค้าและพื้นที่ไลฟ์สไตล์ที่ควรแวะไปเที่ยวเมื่อมาเซี่ยงไฮ้ ด้วยรูปทรงอาคารลดหลั่นคล้ายภูเขาและมีต้นไม้ประดับอยู่บนเสาจำนวนมาก จึงดูเหมือนสวนแนวตั้งขนาดใหญ่กลางเมือง ภายในมีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และพื้นที่จัดกิจกรรม ส่วนด้านนอกสามารถเดินเล่นริมคลองซูโจวและถ่ายภาพอาคารได้หลายมุม เหมาะกับการจัดไว้ในเส้นทางเดียวกับ M50 Creative Park ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำช่วงบ่ายแก่ ๆ ต่อเนื่องถึงช่วงค่ำ เพราะสามารถชมอาคารท่ามกลางแสงธรรมชาติ ก่อนรอชมไฟประดับหลังพระอาทิตย์ตก หากเดินทางช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน อาจได้ชมบรรยากาศฤดูดอกไม้บานและกิจกรรมริมคลองซูโจวด้วย
  • เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00–22.00 น. ร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมภายในแต่ละแห่งอาจมีเวลาเปิด–ปิดแตกต่างกัน
  • ที่อยู่ : 600 Moganshan Road, Putuo District, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/BYUhriEvZFSGaL4y7
  • ค่าเข้าสถานที่ : เข้าชมพื้นที่ศูนย์การค้าและถ่ายภาพบริเวณภายนอกได้ฟรี แต่ร้านอาหาร นิทรรศการ และกิจกรรมพิเศษภายในอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 13 ลงที่สถานี Jiangning Road ออกทางออกหมายเลข 1 จากนั้นเดินประมาณ 10–15 นาทีไปยัง 1000 Trees หรือขึ้นรถไฟฟ้าสาย 3 หรือสาย 4 ลงที่สถานี Zhongtan Road แล้วเดินต่อประมาณ 15–20 นาที


29. Ponlong Tiandi

Panlong Tiandi เป็นย่านท่องเที่ยวและพื้นที่ไลฟ์สไตล์ในเขต Qingpu ที่นำเมืองน้ำเก่าแก่กลับมาฟื้นฟู โดยยังคงคลอง สะพานหิน อาคารเก่า และบรรยากาศแบบเมืองริมน้ำไว้ พร้อมเพิ่มคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านงานสร้างสรรค์ พื้นที่ศิลปะ และสวนขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับเดินเล่น ถ่ายรูป นั่งพักริมคลอง และสัมผัสบรรยากาศที่ผสมผสานความเก่าแก่กับความทันสมัยของเซี่ยงไฮ้

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำช่วงบ่ายแก่ ๆ ต่อเนื่องถึงกลางคืน เพราะสามารถเดินชมอาคารและคลองในช่วงที่ยังมีแสงธรรมชาติ ก่อนชมไฟประดับและเงาสะท้อนบนผิวน้ำหลังพระอาทิตย์ตก วันธรรมดาจะเดินเที่ยวได้สบายกว่าวันหยุด
  • เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00–22.00 น. โดยร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และกิจกรรมแต่ละแห่งอาจมีเวลาเปิด–ปิดแตกต่างกัน
  • ที่อยู่ : No. 8, Lane 123, Panding Road, Qingpu District, Shanghai
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/WW8KnYR1q9hpYAt19
  • ค่าเข้าสถานที่ : เข้าชมพื้นที่ส่วนกลาง เดินเล่นริมคลอง และถ่ายภาพได้ฟรี ส่วนการล่องเรือ นิทรรศการ กิจกรรมพิเศษ ร้านอาหาร และบริการบางประเภทมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 17 ลงที่สถานี Panlong Road จากนั้นเดินตามป้ายไปยัง Panlong Tiandi ประมาณ 5–10 นาที หากเดินทางจากใจกลางเมือง สามารถเปลี่ยนเป็นสาย 17 ได้ที่สถานี Shanghai Hongqiao Railway Station

 


30.  Anfu Road

Anfu Road เป็นถนนที่เหมาะกับการเดินเที่ยวแบบ City Walk เพราะรวมทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านแฟชั่น ร้านไลฟ์สไตล์ และอาคารเก่าที่มีเสน่ห์ไว้ตลอดเส้นทาง บรรยากาศมีความทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายย่านประวัติศาสตร์ เหมาะสำหรับเดินถ่ายรูป ช้อปปิ้ง นั่งพักในคาเฟ่ และชมสตรีตแฟชั่นของคนท้องถิ่น สามารถจัดเส้นทางเที่ยวต่อเนื่องกับ Wukang Road และ Wukang Mansion ได้สะดวก

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำวันธรรมดาช่วงสายถึงบ่ายแก่ ๆ เพื่อเดินชมร้านค้าและแวะคาเฟ่ได้เต็มที่ หากอยากถ่ายภาพบรรยากาศถนนแบบคนไม่หนาแน่นมาก ควรไปช่วงเช้า ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการรับประทานอาหารและสัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืน
  • เวลาทำการ : ถนนและพื้นที่สาธารณะเปิดตลอดวัน ส่วนร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร โรงละคร และพื้นที่จัดกิจกรรมแต่ละแห่งมีเวลาเปิด–ปิดแตกต่างกัน โดยย่านศิลปะ Anfu Road มีกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและความบันเทิงในช่วงกลางคืนด้วย
  • ที่อยู่ : Anfu Road, Xuhui District, Shanghai โดยย่านเดินเที่ยวยอดนิยมอยู่บริเวณใกล้ Wukang Road และ Wulumuqi Middle Road
  • Google Map : https://maps.app.goo.gl/2ERddFBsds1moLb76
    ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้าชมสำหรับการเดินเที่ยวและถ่ายภาพบนถนน แต่ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงละคร นิทรรศการ และกิจกรรมบางแห่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • วิธีเดินทาง : รถไฟฟ้าใต้ดินสาย 1 หรือสาย 7 ลงที่สถานี Changshu Road แล้วเดินประมาณ 5–10 นาทีเข้าสู่ Anfu Road หรือขึ้นสาย 10 หรือสาย 11 ลงที่สถานี Jiaotong University แล้วเริ่มเดินจาก Wukang Mansion ผ่าน Wukang Road มายัง Anfu Road ซึ่งเป็นเส้นทาง City Walk ยอดนิยม โดยเส้นทางรวม Wukang Road–Anfu Road ควรเผื่อเวลาประมาณ 4–6 ชั่วโมงหากต้องการแวะร้านและสถานที่สำคัญระหว่างทาง

 

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเซี่ยงไฮ้

Q: คนไทยไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ต้องขอวีซ่าหรือไม่?

A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยแบบธรรมดาสามารถเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่าสำหรับการเดินทางที่เข้าเงื่อนไข โดยอยู่ได้ไม่เกิน 30 วันต่อครั้ง และรวมไม่เกิน 90 วันในช่วง 180 วัน ไม่ครอบคลุมการทำงาน การศึกษา หรือกิจกรรมที่ต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้า

Q: เที่ยวเซี่ยงไฮ้กี่วันกำลังดี?

A: สำหรับการเที่ยวแลนด์มาร์กหลักควรมีประมาณ 3–4 วัน หากต้องการเพิ่ม Shanghai Disneyland และ Zhujiajiao ควรมี 5–6 วัน เพื่อไม่ต้องจัดโปรแกรมแน่นเกินไป

Q: เซี่ยงไฮ้ใช้เงินสดได้ไหม?

A: ควรเตรียมแอปชำระเงินที่เชื่อมบัตรต่างประเทศ แต่ยังควรพกบัตรเครดิตและเงินสดสำรอง เพราะช่องทางที่ร้านค้าหรือบริการแต่ละแห่งรองรับอาจแตกต่างกัน

Q: Shanghai Museum ต้องจองล่วงหน้าหรือไม่?

A: ตามข้อมูลปัจจุบัน บุคคลทั่วไปไม่ต้องจองล่วงหน้าสำหรับทั้งสาขา People’s Square และ Shanghai Museum East แต่ต้องแสดงเอกสารยืนยันตัวตน และนิทรรศการพิเศษหรือคณะขนาดใหญ่อาจมีข้อกำหนดเพิ่มเติม

Q: Shanghai Disneyland ควรซื้อตั๋วล่วงหน้าหรือไม่?

A: ควรซื้อตั๋วผ่านช่องทางทางการและกรอกข้อมูลผู้ใช้งานให้ตรงกับหนังสือเดินทาง เนื่องจากสวนสนุกใช้ระบบตั๋วแบบระบุชื่อจริง ราคา เวลาเปิด และเงื่อนไขเข้าสวนสนุกอาจเปลี่ยนตามวันที่เลือก

Q: เล่น Facebook, IG, LINE, หรือ Google ที่จีนได้ไหม?

A: หากใช้ Wi-Fi โรงแรมหรือ Wi-Fi สาธารณะในจีน จะ เล่นไม่ได้ (ติด Great Firewall)  แต่สามารถซื้อ eSIM หรือ SIM Card สำหรับท่องเที่ยวต่างประเทศ (เช่น True/AIS) จากไทยไปใช้ หรือเปิด Roaming ไป จะสามารถเล่น LINE, IG, Facebook และ Google ได้ตามปกติโดยไม่ต้องต่อ VPN

Q: การเดินทางภายในเมืองเซี่ยงไฮ้สะดวกไหม?

A: สะดวกมาก รถไฟใต้ดิน (Metro) ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั้งหมด ป้ายมีภาษาอังกฤษชัดเจน สามารถเปิด Transport QR Code ในแอป Alipay สแกนผ่านประตูเข้า-ออกได้ทันที

 

เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองที่เที่ยวได้หลากหลายทั้งการเดินชมสถาปัตยกรรมเก่าและใหม่ สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น แวะคาเฟ่และย่านช้อปปิ้ง ชมงานศิลปะ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ หรือพักผ่อนริมแม่น้ำและพื้นที่สีเขียว การวางแผนเที่ยวให้คุ้มควรจัดสถานที่ใกล้กันไว้ในวันเดียว พร้อมตรวจสอบเวลาเปิด ค่าเข้าชม การจองล่วงหน้า และเส้นทางรถไฟใต้ดินก่อนออกเดินทาง เพื่อช่วยลดเวลาเดินทางและเที่ยวได้ครบตามความสนใจ นอกจากนี้ อย่าลืมเตรียมช่องทางชำระเงินให้พร้อม และเลือกใช้บัตรเครดิต KTC สำหรับค่าเดินทาง ที่พัก ร้านอาหาร และการช้อปปิ้งต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความสะดวกและรับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของบัตรตลอดทริป

เที่ยวเซี่ยงไฮ้คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC