ในปี 2026 “ฮ่องกง” ยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่รายล้อมไปด้วยอาหารรสเลิศที่น่าแวะเวียนไปลอง ซึ่งสิ่งที่ทำให้ฮ่องกงยังคงเป็นหมุดหมายที่สำคัญของนักท่องเที่ยวสายกินก็คือ ความพิเศษกว่าเมืองอาหารแห่งอื่น ๆ ในโลก เพราะไม่ใช่ร้านอาหารหรูบนชั้น 50 ของตึกระฟ้า หรือภัตตาคารราคาแพงหูฉี่กลางเมือง แต่กลับเป็นร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในซอยเล็ก ๆ ของย่านคนท้องถิ่น ที่คุณสามารถนั่งกินบะหมี่เกี๊ยวกุ้งสดในราคาหลักร้อยจากร้านอาหารที่การันตีด้วยเครื่องหมาย “บิบ กูร์มองด์” (Bib Gourmand) จากมิชลินไกด์ (MICHELIN Guide)

 


ทำไมร้าน Street Food ในฮ่องกง คว้ารางวัลมิชลินหลายปีซ้อน

“ฮ่องกง” เป็นหนึ่งเมืองที่ยังคงเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างดี และไม่ว่าจะย่านไหน ๆ วัฒนธรรมดั้งเดิมก็ยังคงฝังรากลึกอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น ทำให้ความเป็นฮ่องกงในแบบฉบับเดิม ๆ ถูกสะท้อนออกมาผ่านวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น แม้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะนำพาความเจริญก้าวหน้ามาสู่ฮ่องกง จนทำให้เกิดการพัฒนาด้านสถาปัตยกรรมและผังเมืองก็ตาม และสิ่งที่ทำให้ฮ่องกงแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั่วโลกมากขึ้นไปอีกก็คือความเป็นต้นตำรับที่ยังไม่ถูกปรับปรุงพัฒนาเพียงเพื่อให้สอดรับกระแสท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวัฒนธรรมการกินที่ได้สะท้อนออกมาผ่านจานอาหารและรูปแบบการกินอยู่ของผู้คน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ฮ่องกงยังสามารถคงกลิ่นอายความเป็น Street Food แบบดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีจนจวบในปี 2026

จากราคาอาหารที่ย่อมเยา ประกอบกับรสชาติที่เป็นเลิศ ฮ่องกงจึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่รวมร้านอาหารมิชลินไกด์ (MICHELIN Guide) ในราคาหลักร้อยบาทไว้มากมาย ซึ่งราคาต่อจานนั้นก็มีตั้งแต่ 50 ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) ไปจนถึง 70 ดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) หรือราว ๆ 200 - 300 บาทเท่านั้น

 

3 เมนู Street Food ฮ่องกง “ราคาหลักร้อย” ที่ได้รางวัลการันตีความอร่อย MICHELIN Guide

สำหรับ 3 เมนู Street Food ฮ่องกง ราคาหลักร้อย ที่ได้รับรางวัลการันตีความอร่อยจากมิชลินไกด์ มีดังนี้

  1. บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสไตล์ฮ่องกง (Wonton Noodles)

บะหมี่เกี๊ยวกุ้งสไตล์ฮ่องกง หรือ Wonton Noodles คือเมนูที่บอกเล่าวัฒนธรรมการกินของฮ่องกงได้ดีที่สุดในชามเดียว ความอร่อยอยู่ที่การรวมกันของสามองค์ประกอบหลัก ไม่ว่าจะเป็นเกี๊ยวกุ้ง เส้นบะหมี่ไข่ และน้ำซุปกระดูกหมู โดยเกี๊ยวกุ้งจะถูกเสิร์ฟมาแบบแป้งบาง ๆ ที่ห่อหุ้มไส้กุ้งสดผสมหมูไว้แบบแน่น ๆ เต็มคำ ซึ่งเมื่อกัดแล้ว ทั้งความเด้งกรอบของกุ้งและความนุ่มละมุนของหมูจะทำให้คุณได้ลิ้มลองกับรสชาติที่ยากจะลืมเลือน

ในส่วนของเส้นบะหมี่ไข่ ก็เป็นเส้นสีเหลืองนวลสวยที่ถูกนวดด้วยไม้ไผ่จนหนุบหนับแบบที่เครื่องจักรไม่สามารถทำได้ ทำให้ได้รสชาติแบบบะหมี่ทำมือที่หลาย ๆ คนคิดถึง

ปิดท้ายด้วยองค์ประกอบที่ชูรสชาติโดยรวมให้อร่อยเลิศมากยิ่งขึ้น นั่นก็คือน้ำซุปใสที่ต้มจากกระดูกหมู ปลาแห้ง และเปลือกกุ้งนานหลายชั่วโมงจนได้รสหวานกลมกล่อมธรรมชาติ

 


ภาพจาก : https://guide.michelin.com/th/th/hong-kong-region/hong-kong/restaurant/ho-hung-kee

ร้านบะหมี่เกี๊ยวกุ้งได้รางวัลมิชลินไกด์

  • Mak Man Kee ร้านบะหมี่เกี๊ยวกุ้งที่ตั้งอยู่ในย่านจอร์แดน (Jordan) ที่เปิดมากว่า 60 ปี เริ่มต้นจากการเป็นร้านอาหารริมทาง ก่อนจะโด่งดังจนกลายเป็นร้านขายบะหมี่เกี๊ยวกุ้งที่ได้รับความนิยมจากนักชิมทั่วโลก
  • Ho Hung Kee ร้านบะหมี่เกี๊ยวกุ้งเก่าแก่กว่า 80 ปี ที่ยังคงรักษารสชาติแบบต้นตำรับไว้ โดยร้านแห่งนี้เปิดครั้งแรกเมื่อปี 1940 ในย่านหว่านไจ๋ (Wan Chai) ปัจจุบันทางร้านได้เพิ่มเติมรายการมากมาย ทั้งติ่มซำและอาหารกวางตุ้ง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสายกินที่อยากลิ้มลองอาหารหลากหลาย 

 

2. หมูแดงสไตล์ฮ่องกง (Char Siu)

หมูแดงสไตล์ฮ่องกง หรือ Char Siu คือหนึ่งในอาหารที่คนฮ่องกงนิยมรับประทานมากที่สุด ทั้งยังหาทานได้ง่ายทุกมุมเมือง เสน่ห์ของเมนูนี้อยู่ที่หมูสีแดงเข้มที่เคลือบน้ำผึ้งจนเป็นชั้นคาราเมลกรอบ ขณะที่เนื้อข้างในยังนุ่มฉ่ำและมีรสชาติหอมหวาน โดยร้านอาหารส่วนใหญ่จะนิยมใช้ส่วนคอหมู (Pork Collar) ในการทำหมูแดง เพราะมีไขมันแทรกในสัดส่วนที่พอดี ทำให้ได้เนื้อนุ่มและชุ่มกว่าเนื้อส่วนอื่น ๆ


ภาพจาก : https://guide.michelin.com/th/th/hong-kong-region/hong-kong/restaurant/ship-kee

ร้านหมูแดงสไตล์ฮ่องกงได้รางวัลมิชลินไกด์

  • Tim Ho Wan ร้านหมูแดงสไตล์ฮ่องกงที่เริ่มต้นโด่งดังจากเมนูซาลาเปาหมูแดง (Char Siu Bao) ซึ่งนักชิมหลายคนต่างยกให้เป็นร้านซาลาเปาหมูแดงที่อร่อยที่สุดในฮ่องกง
  • Ship Kee ร้านหมูแดงสไตล์ฮ่องกง ในหว่านไจ๋ (Wan Chai) ที่ขึ้นชื่อเรื่องหมูแดงเคลือบน้ำผึ้งสูตรพิเศษ ที่ทั้งหอมและฉ่ำมาก

 

3. ติ่มซำ (Dim Sum)

ติ่มซำ (Dim Sum) เป็นอาหารท้องถิ่นที่อยู่คู่กับคนฮ่องกงมาเป็นเวลาหลายสิบปี ทั้งยังมีความสำคัญในฐานะการเป็นเมนูวัฒนธรรมการนั่งกินพร้อมหน้าพร้อมตากันในครอบครัว หรือที่เรียกว่า “ยัมฉา” ซึ่งสืบทอดกันมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งติ่มซำทั้งที่ทำกินเองภายในบ้าน และตามร้านอาหารต่าง ๆ ล้วนเป็นติ่มซำที่ทำด้วยมือทั้งสิ้น ตั้งแต่ส่วนประกอบแรกอย่างแผ่นแป้งบางนุ่ม ไส้ต่าง ๆ และซาลาเปา


ภาพจาก : https://guide.michelin.com/th/th/hong-kong-region/hong-kong/restaurant/tim-ho-wan-sham-shui-po

ร้านติ่มซำได้รางวัลมิชลินไกด์

  • Tim Ho Wan ร้านติ่มซำมิชลินที่ดังไปทั่วโลกจนเปิดสาขาในหลายประเทศ และแม้จะขยายสาขามากมาย แต่ก็ยังเป็นอีกหนึ่งร้านอาหารในฮ่องกงที่มีนักท่องเที่ยวต่อคิวเข้ามาลิ้มลองกันทุกวัน
  • Dragon's Den ร้านเก่าแก่สไตล์กวางตุ้ง ในย่านหว่องไท่ซิน (Wong Tai Sin) ที่เพิ่งได้รับรางวัลการันตี Bib Gourmand มิชลินไกด์ฮ่องกง ในปี 2026 จากรสชาติติ่มซำโฮมเมดที่ยังคงกระบวนการแบบดั้งเดิมทุกอย่างเพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นต้นตำรับ

การบริหารงบเที่ยวฮ่องกง 2026 : บินสบาย กินหรู ในราคาพนักงานออฟฟิศ

เมื่อได้ลิสต์ร้านอาหาร Michelin Guide Hong Kong 2026 ที่อยากลิ้มลองแล้ว อันดับต่อมาคือการวางแผนทริปตะลุยกินฮ่องกงให้คุ้มค่ามากที่สุด เพราะแม้ราคาร้านเด็ด Street Food จะย่อมเยามากแค่ไหน แต่ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อย่างค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พักโรงแรม ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งการวางแผนให้รอบคอบและพิจารณาเลือกใช้โปรโมชั่นต่าง ๆ ให้ได้มากที่สุดจะทำให้ทริปเที่ยวฮ่องกงของคุณในครั้งนี้ปิดจบได้อย่างอิ่มอร่อยสบายกระเป๋า และบัตรเครดิต KTC คือเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์ทริปเที่ยวฮ่องกงของคุณได้ดีที่สุด

 

 

 

FAQ : ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการกิน-เที่ยวฮ่องกง

Q : ร้านอาหาร Street Food มิชลินไกด์ ฮ่องกง จำเป็นต้องจองโต๊ะไหม?

A : ด้วยความที่ร้านอาหาร Street Food ได้รับรางวัลมิชลินไกด์ ฮ่องกง ล้วนเป็นร้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยวและนักชิมทั่วทุกมุมโลก ดังนั้นจึงแนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้าเสมอเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการลิ้มลองรสชาติระดับมิชลิน แต่หากร้านอาหารใดไม่รับจองโต๊ะล่วงหน้า แนะนำให้ไปถึงร้านอาหารก่อนถึงเวลาเปิด 15 – 30 นาที เพื่อต่อคิว อย่างไรก็ดี ควรตรวจสอบกับร้านอาหารแต่ละร้านโดยตรงอีกครั้งว่ามีการรับจองโต๊ะล่วงหน้าหรือไม่

Q : ไปฮ่องกงช่วงปลายมีนาคม–มิถุนายน สภาพอากาศเป็นอย่างไร?

A : ช่วงนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านจากฤดูใบไม้ผลิที่อากาศเย็นสบาย เพื่อเข้าสู่ต้นฤดูร้อน โดยสภาพอากาศจะเริ่มมีความชื้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ดังนั้นจึงแนะนำให้เลือกร้านอาหารที่มีเครื่องปรับอากาศ หากไปในช่วงเวลากลางวัน และอาจเลือกร้านอาหารที่มีโซน Open Air หากไปรับประทานเป็นมื้อเย็น เพราะช่วงพระอาทิตย์ตก สภาพอากาศจะเย็นสบายและได้บรรยากาศดี

 

ฮ่องกงในปี 2026 ยังคงเป็นสวรรค์ของเหล่าคนรักอาหาร เพราะเป็นเมืองที่ได้รวมร้านอาหารระดับมิชลินไกด์ ในราคาหลักร้อยไว้มากมาย เริ่มต้นทริปเที่ยวฮ่องกงของคุณอย่างคุ้มค่า ด้วยการวางแผนให้ฉลาด เลือกสายการบินที่มีส่วนลดร่วมกับบัตรเครดิต KTC จองที่พักใกล้ขนส่งสาธารณะ และเปิดประสบการณ์การกินที่จะยังคงอยู่ในความทรงจำนานกว่าของที่ระลึกทุกชิ้นที่ซื้อกลับมา และไม่ลืมที่จะชำระผ่านบัตรเครดิต KTC MASTERCARD เพื่อรับเครดิตเงินคืน 3%

สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC