KTC อาสาพาคุณตะลุยอาโอโมริ ดินแดนเหนือสุดของญี่ปุ่น จุดหมายที่ธรรมชาติและวัฒนธรรมมาบรรจบกัน ไปปีนภูเขาไฟ Hakkoda ที่ยังคุกรุ่น ดื่มด่ำกับ Nebuta Matsuri เทศกาลตะเกียงไฟยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น หรือเยือน Aomori Gyosai Center ตลาดสดที่เสิร์ฟอาหารทะเลจากท้องทะเลซันริกุที่สดที่สุด หรือจะเป็น Hirosaki Castle ปราสาทซามูไรที่ถูกหิมะปกคลุมในฤดูหนาว Towada Lake ทะเลสาบสีมรกตที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล และ Yagen Valley แหล่งแช่ออนเซ็นกลางหุบเขาดึกดำบรรพ์
วิธีเดินทางจากโตเกียวไปอาโอโมริ
จากโตเกียวสู่อาโอโมริง่ายนิดเดียว นั่งชินคันเซ็นสายโทโฮคุ ใช้เวลาเพียง 2 ชม. 30 นาที ถึงใจกลางเมืองแบบไม่ต้องต่อรถ หรือเลือกบินจากฮาเนดะถึงอาโอโมริแค่ 1 ชม. 20 นาที แล้วต่อรถบัสอีก 35 นาทีก็ถึงจุดหมาย
ที่เที่ยวอาโอโมริ 2026
Hirosaki Castle
ปราสาทฮิโรซากิ ลมหายใจแห่งยุคซามูไรสุดคลาสสิกแห่งอาโอโมริ
ปราสาทฮิโรซากิ สถาปัตยกรรมยุคเอโดะที่ยืนหยัดมานานกว่า 400 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1611 โดยตระกูลสึการุเพื่อเป็นศูนย์กลางอำนาจของแคว้น สิ่งที่ทำให้ปราสาทแห่งนี้โดดเด่นคือหอคอยหลัก (Tenshu) สีดำที่ตั้งตระหง่านบนเนินดินสูง ล้อมรอบด้วยคูน้ำและกำแพงหินที่ออกแบบมาอย่างแข็งแกร่ง แม้เวลาจะผ่านไป แต่โครงสร้างหลักยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของยุคเอโดะไว้ได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ทำให้ปราสาทฮิโรซากิดึงดูดนักท่องเที่ยวคือการเปลี่ยนสีสันตามฤดูกาล ฤดูใบไม้ผลิที่นี่คือสวรรค์ของคนรักซากุระ ด้วยต้นซากุระกว่า 2,500 ต้นที่เบ่งบานราวกับภาพวาด ส่วนในฤดูใบไม้ร่วง ผืนป่ารอบปราสาทจะถูกละเลงไปด้วยสีสันสดใสจากใบไม้ที่เปลี่ยนสีเป็นแดงและเหลืองสด สร้างบรรยากาศโรแมนติกที่หาที่ไหนไม่ได้ ทำให้ปัจจุบันปราสาทฮิโรซากิไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการสัมผัสความคลาสสิกของญี่ปุ่น
Address: 1 Shimoshirogane-cho, Hirosaki, Aomori, Japan
Opening Hours: ทุกวัน 9.00 น. - 17.00 น.
Admission Fee: 520 JPY/ท่าน (เด็ก 160 JPY)
Aomori Nebuta Festival เทศกาลเนบุตะ อาโอโมริ สุดยอดประสบการณ์วัฒนธรรมฤดูร้อนของญี่ปุ่น
มาเยือนอาโอโมริช่วง 2-7 สิงหาคมต้องไม่พลาดเทศกาลเนบุตะที่จัดขึ้นทุกปี โคมไฟกระดาษยักษ์สูงกว่า 5 ม. สร้างจากโครงไม้และกระดาษวาชิ แสดงเรื่องราวจากตำนานซามูไรและเทพเจ้าแบบดั้งเดิม เมื่อโคมไฟสว่างไสวในยามค่ำคืน ประกอบกับขบวนแห่ที่คึกคักของนักเต้นในชุดฮานโตะสีสันสดใส ภายใต้จังหวะกลองไทโกะและเสียงร้อง "รัสเซ ยา เย ยา" ที่เร้าใจ สร้างบรรยากาศที่ยากจะลืมเลือน เทศกาลนี้ไม่เพียงแต่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกวัฒนธรรมสำคัญของญี่ปุ่นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980 แต่ยังติดอันดับ 1 ใน 3 เทศกาลใหญ่ที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมเวิร์คช็อปทำโคมไฟเนบุตะขนาดเล็ก หรือแม้แต่ลงเต้นรำไปกับขบวนแห่ได้ด้วยตนเอง จุดชมวิวแนะนำคือบริเวณหน้าสถานีอาโอโมริและสะพานอาโอโมริที่สามารถเห็นโคมไฟสะท้อนน้ำได้อย่างสวยงาม ลองชิมอาหารขึ้นชื่ออย่างเนบุตะเบอร์เกอร์ที่ทำจากเนื้อวากิวท้องถิ่น หรือขนมแอปเปิลที่เป็นเอกลักษณ์ของอาโอโมริ
Seiryu-ji (Showa Daibutsu) วัดเซริวจิ สักการะพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ยักษ์แห่งยุคโชวะ
วัดเซริวจิเป็นที่ประดิษฐานโชวะไดบุตสึ พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์สูง 21 ม. หนึ่งในพระใหญ่ที่สุดของภูมิภาคโทโฮคุ สร้างขึ้นปี ค.ศ. 1984 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พระพักตร์อันเปี่ยมเมตตาของพระใหญ่ทองเหลืองอร่ามตัดกับฉากหลังของเจดีย์ไม้ 5 ชั้นสูง 39 ม. ซึ่งเป็นเจดีย์ไม้ที่สูงที่สุดในแถบนี้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความสงบในพื้นที่วัดที่รายล้อมด้วยธรรมชาติเขียวชอุ่ม ทั้งยังสามารถเดินชมสวนสไตล์ญี่ปุ่น สักการะองค์พระเพื่อความเป็นสิริมงคล วัดแห่งนี้ไม่เพียงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นตัวอย่างอันงดงามของสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาในยุคสมัยใหม่ ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คนและสัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบ เดินทางสะดวกด้วยรถบัสจากสถานีฮาจิโนเฮะ
Address: 45 Yamazaki, Kuwabara, Aomori, Japan
Opening Hours: ทุกวัน 9.00 น. - 16.00 น.
Sannai Maruyama Archaeological Site แหล่งโบราณคดีซานนาอิมารุยามะ ประตูสู่ยุคโจม่อนของญี่ปุ่น
หน้าต่างแห่งกาลเวลาที่พาเราย้อนไปสัมผัสชีวิตชุมชนยุคโจม่อน (1,300 - 300 ปีก่อนคริสตกาล) เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน ด้วยการค้นพบโดยบังเอิญที่เปิดเผยโครงสร้างบ้านเรือนโบราณกว่า 700 หลัง ทำให้กลายเป็นแหล่งโบราณคดียุคโจม่อนที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ อาคารพิพิธภัณฑ์โจม่อนจิยุคังที่จัดแสดงเครื่องใช้และเครื่องประดับโบราณกว่า 1,900 ชิ้น โครงสร้างบ้านเรือนทรงแปลกตาที่สร้างจากไม้ทั้งต้น กิจกรรมเชิงปฏิบัติการให้ลองสวมเสื้อผ้ายุคโจม่อนและทำเครื่องปั้นดินเผาด้วยเทคนิคโบราณ พร้อมร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูท้องถิ่นที่ดัดแปลงมาจากอาหารยุคโจม่อน
Address: 305 Maruyama, Sannai, Aomori, Japan
Opening Hours: ทุกวัน 9.00 น. - 18.00 น.
Admission Fee: 410 JPY/ท่าน (เด็ก 200 JPY)
Aomori Museum of Art พิพิธภัณฑ์ศิลปะอาโอโมริ
จุดหมายสำหรับคนรักศิลปะที่อยากสัมผัสทั้งความคลาสสิกและร่วมสมัยในที่เดียว เปิดตัวในปี ค.ศ. 2006 ด้วยสถาปัตยกรรมที่ออกแบบให้สื่อถึงแหล่งโบราณคดีซานนาอิมารุยามะที่อยู่ใกล้เคียง ภายในจัดแสดงผลงานชั้นครูอย่างภาพวาดขนาดใหญ่ของมาร์ก ชากาล ศิลปินระดับโลก รวมถึงผลงานของศิลปินญี่ปุ่นชื่อดังอย่างมูนากาตะ ชิโกะและนะระ โยชิโตโมะ ไฮไลท์สำคัญคือประติมากรรม Aomori-ken สุนัขยักษ์สูง 8.5 ม. ของนะระ โยชิโตโมะ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์โดดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากนิทรรศการถาวรแล้ว ยังมีการจัดแสดงผลงานหมุนเวียนจากศิลปินร่วมสมัยทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะผลงานที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอาโอโมริ บริเวณโดยรอบของพิพิธภัณฑ์ยังมีคาเฟ่และร้านขายของที่ระลึกที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ
Address: 185 Yasuta, Aomori, Japan
Opening Hours: ทุกวัน 9.30 น. - 17.00 น.
Admission Fee: 510 JPY/ท่าน (เด็ก 300 JPY)
Shirakami-Sanchi ท่องพงไพรในผืนป่ามรดกโลก สัมผัสธรรมชาติบริสุทธิ์ที่หาชมยาก
สำหรับสายเทรกกิ้งไม่ควรพลาดสัมผัสความเงียบสงบในผืนป่าบีชขนาดใหญ่ที่ชิราคามิ-ซันจิ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะฮอนชู และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1993 ด้วยความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพที่หายาก ป่าบีชแห่งนี้จึงถูกยกให้เป็นตัวอย่างสำคัญของผืนป่าธรรมชาติที่ยังคงรักษาสภาพเดิมมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลายสายพันธุ์ รวมถึงพันธุ์พืชที่พบได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น ทำให้ Shirakami-Sanchi กลายเป็นแหล่งเดินป่าที่ได้รับความนิยมสำหรับนักธรรมชาติวิทยาและผู้รักการผจญภัย แนะนำให้เริ่มต้นที่เส้นทางจูนิโกะ (Juniko Trail) ที่พาคุณผ่านทะเลสาบน้อยใหญ่ 12 แห่ง และน้ำตกอันน่าทึ่ง หรือเลือกเส้นทางอันมา-เคียว (Anmon Kyō) ที่จะพาคุณลัดเลาะไปตามลำธารใสและหน้าผาสูงชัน ฤดูใบไม้ผลิ (พ.ค. - มิ.ย.) คือช่วงที่ป่าเปลี่ยนสีสวยที่สุด มีไกด์ท้องถิ่นให้บริการนำเที่ยวด้วยภาษาอังกฤษ ห้ามพลาดชิมน้ำจากต้นบีชบริสุทธิ์ที่ไหลผ่านผืนป่าแห่งนี้
Address: 61-1 Kanda, Tashiro, Nishimeya-mura, Aomori, Japan
Opening Hours: (เม.ย. - ต.ค.) 9.00 น. - 17.00 น. / (พ.ย. - มี.ค.) 9.00 น. - 16.30 น. หยุดทุกวันจันทร์ที่สองของเดือน
Lake Towada ดื่มด่ำความงามทะเลสาบปล่องภูเขาไฟและลำธารแสนโรแมนติก
จากอาโอโมริเดินทางเพียง 3 ชั่วโมงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ คุณจะพบกับทะเลสาบโทวาดะ ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในฮอนชู เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวที่หลงใหลในความงามของธรรมชาติ ซึ่งนิยมมาล่องเรือชมทะเลสาบที่น้ำสีครามตัดกับป่าเขียวขจี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กลางตุลาคม - ต้นพฤศจิกายน) เมื่อใบไม้เปลี่ยนสีสะท้อนบนผืนน้ำราวกับภาพวาด ส่วนสายน้ำแห่งโออิราเซะที่ไหลคดเคี้ยวไปตามหุบเขา 14 กม. ก็พร้อมมอบประสบการณ์เดินป่าที่สวยสะพรึงที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีจุดถ่ายรูปสวยที่สุดอยู่ที่สะพานนูโกมิ (Nenogami Bridge) และลำธารโออิราเซะ (Oirase Stream) ทางฝั่งตะวันออก ซึ่งถือเป็นจุดชมธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมด้วยแม่น้ำใสสะท้อนกับสีเขียวของต้นไม้และเสียงน้ำตกที่ไหลรินผสมผสานกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีสถานที่น่าสนใจใกล้เคียง เช่น ศาลเจ้าโทวาดะ (Towada Shrine) พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติขนาดเล็ก และรูปปั้นเด็กสาวโทโฮคุ ที่ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
Address: Okuse, Towada, Aomori, Japan
Opening Hours: (เม.ย. - ต.ค.) ทุกวัน 9.00 น. - 17.00 น. / (พ.ย. - มี.ค.) ทุกวัน 9.00 น. - 16.30 น.
สิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อไปเที่ยวอาโอโมริ
ทะเลสาบโทวาดะยังเป็นสถานที่จัดเทศกาล Towada Lake Festival อีกหนึ่งเทศกาลสำคัญที่จัดขึ้นช่วงกลางเดือนมิถุนายน รวมถึงช่วงฤดูหนาวในเดือนกุมพาพันธ์ โดยจะนำความงดงามของธรรมชาติรอบทะเลสาบมาผสานกับกิจกรรมวัฒนธรรมและบันเทิงต่าง ๆ เช่น ขบวนเรือไฟและการแสดงพลุบนผิวน้ำ การแสดงดนตรีพื้นบ้านและการเต้นรำแบบดั้งเดิม รวมถึงบูธอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่น ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรมประจำภูมิภาค เพลิดเพลินกับทัศนียภาพสวยงามโดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตก จนกลายเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของฤดูร้อนในอาโอโมริ
Mount Hakkoda ภูเขาฮักโกดะ สุดยอดประสบการณ์ธรรมชาติสี่ฤดูแห่งอาโอโมริ
ขึ้นเคเบิลคาร์สู่ยอดเขาฮักโกดะ หนึ่งใน 100 ภูเขาสุดโด่งดังของญี่ปุ่น สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ ในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสเส้นทางเดินป่าที่ตัดผ่านป่าดิบชื้นและทุ่งดอกไม้ป่า ก่อนแช่ตัวคลายเหนื่อยในบ่อน้ำพุร้อนฮักโกดะอันเลื่องชื่อ แต่ความพิเศษจริง ๆ อยู่ที่ฤดูหนาว (ธ.ค. – มี.ค.) ทั่วทั้งภูเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะและน้ำค้างแข็งหนาหลายชั้น จนต้นไม้กลายรูปร่างคล้ายสัตว์ประหลาดหิมะ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ The Frost-Covered Trees of Hakkoda Mountains ปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้สร้างภูมิทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนทุกปี ปรากฏการณ์นี้จะเห็นชัดที่สุดช่วงเช้าตรู่ของเดือนม.ค. - ก.พ. นอกจากนี้ยังมีบริการเคเบิลคาร์พาคุณชมวิวทิวทัศน์ขาวโพลนแบบ 360 องศาด้วย
Address: 1-12 Arakawa, Aomori, Japan
Opening Hours: (มี.ค. – ต.ค.) ทุกวัน 9.00 น. - 16.20 น. / (พ.ย. - ก.พ.) ทุกวัน 9.00 น. – 15.40 น.
Admission Fee: Cable Car ไป - กลับ 1,850 JPY/ท่าน
Aomori Bay Area ย่านริมน้ำสุดฮิปที่ผสมความเก่ากับใหม่
ผ่อนคลายริมทะเลที่ Aomori Bay ย่านริมน้ำสุดชิลที่เต็มไปด้วยร้านรวงหลากหลาย ตั้งบนฐานท่าเรือเก่าแก่ซึ่งเคยเป็นจุดเชื่อมต่อการค้าสำคัญของภูมิภาคอาโอโมริ รายล้อมด้วยคาเฟ่สุดชิคและร้านอาหารท้องถิ่นรสเด็ด ไม่ว่าจะเป็น Anri Bakery ร้านพายแอปเปิลอบสดใหม่รสหวานละมุน หรือ Seafood & Local Delicacies Corner โซนร้านอาหารทะเลสดที่เปิดโล่งให้ชมวิวอ่าวแบบพาโนรามา รวมถึงร้านขายของฝากดีไซน์สวยสะท้อนเอกลักษณ์วัฒนธรรมญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมและเทศกาลต่าง ๆ ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์ดั้งเดิมผสมผสานกับความทันสมัย เพลิดเพลินกับบรรยากาศริมทะเลเงียบสงบ พร้อมเก็บความทรงจำสุดพิเศษจากเมืองแห่งนี้อย่างครบถ้วนและมีสไตล์
Address: 1 Chome-4-2 Yanakawa, Aomori, Japan
แหล่งช้อปปิ้งในอาโอโมริ
A-FACTORY ศูนย์รวมของดีอาโอโมริในสไตล์ยุโรป
ศูนย์การค้าสไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ห่างจากสถานีอาโอโมริเพียง 1 นาที เดินทางสะดวกสบาย ตัวอาคารถูกออกแบบในสไตล์ตลาดยุโรป มีบรรยากาศอบอุ่นและเป็นมิตร ภายในจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนมอบสดใหม่ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากแอปเปิล ผักและผลไม้สด รวมถึงของฝากดีไซน์เก๋ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของภูมิภาค และที่สำคัญที่นี่ยังถือเป็นโรงงานแอปเปิลไซเดอร์ (Aomori Cidre) ซึ่งผลิตไซเดอร์และน้ำผลไม้สดจากแอปเปิลที่ปลูกในท้องถิ่น สามารถชมกระบวนการผลิตแบบเรียลไทม์ผ่านหน้าต่างกระจก และซื้อบัตรชิมเพื่อลิ้มรสไซเดอร์สดใหม่ รสชาติสดชื่นแบบยุโรป นอกจากนี้ยังมีโซนคาเฟ่และพื้นที่Fล่งกว้างให้นั่งพักผ่อนคลาย พร้อมเพลิดเพลินกับวิวของแม่น้ำและบรรยากาศเมืองอาโอโมริ ทำให้ที่นี่เป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้ง ชิมอาหาร และเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นในคราวเดียว
Address: 1 Chome-4-2 Yanakawa, Aomori, Japan
Opening Hours: ทุกวัน 9.00 น. - 19.00 น.
Roadside Station Ikarigaseki คันทรี่เอ้าท์เล็ตที่อบอวลด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น
แวะเติมพลังที่ Roadside Station Ikarigaseki จุดพักริมทางที่ให้คุณพบกับประสบการณ์วัฒนธรรมอาโอโมริแบบจัดเต็ม เริ่มที่พิพิธภัณฑ์ Sekisyo ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ผ่านวัตถุโบราณชิ้นสำคัญ ก่อนแวะชิมอาหารพื้นบ้านรสเด็ดที่ร้าน Irori โดยเฉพาะเมนูแกงจืดซามูไรสูตรดั้งเดิม ส่วนใครอยากผ่อนคลาย ห้ามพลาดออนเซ็น Seki no Sho ที่น้ำแร่จากใต้ดินช่วยคลายความเมื่อยล้าได้ในพริบตา ก่อนกลับอย่าลืมแวะตลาดท้องถิ่นที่รวมสุดยอดของดีอาโอโมริ ทั้งผักสดจากไร่ ผลไม้อินทรีย์ และของที่ระลึกสไตล์มินิมอลที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมซามูไร
Address: 13-1 Ikariishi, Ikarigaseki, Hirakawa-shi, Aomori, Japan
Opening Hours: ทุกวัน 9.00 น. - 18.00 น.
ไปเที่ยวอาโอโมริ ซื้อของฝากอะไรดี?
ของฝากขึ้นชื่อที่ควรติดไม้ติดมือกลับบ้านจากอาโอโมริเริ่มต้นด้วย Ki ni naru ringo พายแอปเปิลอบหอมกรุ่น ใช้แอปเปิ้ลทั้งลูกมาอบจนได้รสหวานฉ่ำเต็มคำ ต่อด้วย Tawawa ขนมกุรัซเซะที่ประกบด้วยเนื้อพายแน่น ๆ และใช้แอปเปิลพันธุ์ Kogyaku รสหวานอมเปรี้ยวกำลังดี สุดท้ายคือ Ringokenpi ขนมผลไม้อบแห้งที่ทำจากแอปเปิลอาโอโมริ ให้รสชาติหวานกรอบเคี้ยวเพลิน จนหลายคนติดใจและหยุดกินไม่ได้ เป็นตัวแทนความหวานฉ่ำของผลไม้ท้องถิ่นที่ทั้งอร่อยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ไปเที่ยวอาโอโมริ กินอะไรดี?
Furukawa Fish Market & Auga Fish Market ตระเวนลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่จากสองตลาดปลาชื่อดัง
เริ่มต้นความอร่อยในอาโอโมริที่ตลาดปลาฟูรุคาวะ (Furukawa Fish Market) หรือ Aomori Gyosai Center ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสดใหม่จากท้องถิ่นที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด และไม่ไกลกันคือ ตลาดปลาอาอูกะ (Auga Fish Market) บริเวณชั้นใต้ดินของศูนย์การค้า Auga Festival City ทั้งสองตลาดมีอาหารทะเลหลากหลายชนิด พร้อมผักดองท้องถิ่นให้เลือกซื้อ ไฮไลท์เด็ดคือ กิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สร้างสรรค์ “นกเคดน” (Nokkedon) หรือข้าวดงบุริสุดพิเศษด้วยตัวเอง โดยสามารถเลือกท็อปปิ้งจากอาหารทะเลสดใหม่ เช่น เนื้อปลามากุโระโอมะสุดพรีเมียม ที่ได้รับฉายาว่า “เพชรสีดำ” แห่งทะเลอาโอโมริ เสริมประสบการณ์ความอร่อยที่สนุกและไม่เหมือนใคร
Address: 1 Chome-1-1 Furukawa, Aomori, Japan
Opening Hours: ทุกวัน 5.00 น. - 14.00 น.
อาหารท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวอาโอโมริ
อาโอโมริขึ้นชื่อเรื่องอาหารท้องถิ่นหลากหลาย จากภูมิประเทศที่อุดมทั้งทะเล เกษตร และปศุสัตว์ เมืองท่าสุดชิลแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยเมนูอร่อยเฉพาะถิ่นที่สายกินตัวจริงไม่ควรพลาด
Nokke-don
ข้าวหน้าซีฟู้ดสไตล์ “ตามใจฉัน” อันเป็นเอกลักษณ์ของตลาดปลาทั่วอาโอโมริ เพียงซื้อตั๋ว รับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วเดินเลือกท็อปปิ้งสดใหม่จากแผง ไม่ว่าจะเป็นซาชิมิหลากชนิด เนื้อสัตว์ หรือกับแกล้มท้องถิ่น ก่อนจัดแต่งเป็นชามพิเศษในแบบที่คุณชอบ
Kaiyaki Miso
เมนูพื้นบ้านจาก Tsugaru และ Shimokita ไข่เจียวหอยเชลล์เนื้อหวาน ปรุงกับต้นหอมและมิโซะรสเข้ม เสิร์ฟบนฝาหอยเชลล์หอมกรุ่น ได้ทั้งรสชาติกลมกล่อมและคุณค่าทางโภชนาการในคำเดียว
Matagi Meshi
ข้าวคามาเมชิสไตล์ท้องถิ่น เสิร์ฟร้อนในหม้อดินเล็ก อัดแน่นด้วยไก่นุ่ม เห็ดไมตาเกะ หน่อไม้ และโกโบะ ให้รสหอมเข้มข้นและสัมผัสหลากหลาย อบอุ่นหัวใจทุกคำ
Oma Maguro
ปลาทูน่าโอมะมากุโระจากปลายแหลมชิโมะคิตะแห่งอาโอโมริ ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพและรสชาติยอดเยี่ยม เนื้อมันนุ่มละลายบนลิ้น เป็นวัตถุดิบล้ำค่าที่เชฟและนักชิมทั่วญี่ปุ่นต่างหมายตา
Ichigoni
ซุปใสหอมละมุนจากฮาชิโนเฮะ ที่นำเม่นทะเล หอยเป๋าฮื้อ และสาหร่ายมาต้มด้วยกันจนได้สีชมพูใส เสิร์ฟร้อน ๆ อุ่นท้องในวันที่อากาศเย็น และเป็นเมนูหรูที่ถ่ายทอดรสชาติแท้ของทะเลอาโอโมริได้อย่างเต็มคำ
ที่พักแนะนำในอาโอโมริ
ReLabo-Medical Spa&Stay สถานที่พักฟื้นทั้งร่างกายและจิตใจในอาโอโมริ
รีสอร์ทสปาและที่พักแบบครบวงจรที่เน้นให้บริการด้านการดูแลสุขภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ มีบริการสปาและโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายหลากหลาย รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ไม่ว่าจะเป็น ห้องพักที่ตกแต่งเรียบหรูและพื้นที่ส่วนกลางที่ร่มรื่น พร้อมให้คุณเติมเต็มพลังชีวิตอย่างแท้จริง
Address: 1 Chome-1 Yanakawa, Aomori, Japan
Tel: +81 17-762-0151
Website: www.relabo.com
Daiwa Roynet Hotel Aomori ที่พักสไตล์มินิมอลใจกลางเมือง
โรงแรมระดับ 4 ดาวที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ ห่างจากสถานีอาโอโมริเพียง 5 นาที เดินทางสะดวกทั้งสู่แหล่งช้อปปิ้งและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ห้องพักกว้างขวางตกแต่งแบบมินิมอลที่ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย ครบครันทั้ง WiFi ความเร็วสูง เครื่องชงชาและกาแฟฟรี มีบริการเช่าจักรยาน ห้องอาหารเสิร์ฟบุฟเฟต์เช้าสุดคุ้มด้วยเมนูท้องถิ่น
Address: 1-11 Shinmachi, Aomori, Japan
Tel: +81 17-732-7380
Website: www.daiwaroynet.jp/aomori/
ART HOTEL Aomori ที่พักสไตล์โมเดิร์นอาร์ตใจกลางเมือง
ที่พักสวยสไตล์โมเดิร์น ให้บริการห้องพักหลากหลายรูปแบบ ออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยสไตล์ร่วมสมัยผสานความเรียบง่ายและความหรูหราลงตัว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องอาหารที่ให้บริการอาหารท้องถิ่นและนานาชาติ สระว่ายน้ำในร่ม ฟิตเนสเซ็นเตอร์ และพื้นที่เลานจ์สำหรับผ่อนคลาย เติมเต็มการพักผ่อนของคุณให้เต็มเปี่ยมด้วยความผ่อนคลายหลังการเดินทางทุกครั้งอย่างแท้จริง
Address: 2-1-26, Honcho, Aomori, Japan
Tel: +81 17-775-7111
Website: www.art-aomori.com/en-us
อาโอโมริ (Aomori) จังหวัดทางตอนเหนือของภูมิภาคโทโฮคุ ประเทศญี่ปุ่น เป็นจุดหมายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติและวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการชมซากุระบานริมแม่น้ำหิราอิเกะ เที่ยวภูเขาฮักโกดะที่ปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว แช่ออนเซ็นสุดผ่อนคลาย หรือเพลิดเพลินกับเทศกาลเนบูตะอันยิ่งใหญ่ รวมถึงลิ้มรสแอปเปิ้ลสดหวานขึ้นชื่อของที่นี่ ทำให้อาโอโมริเป็นเมืองที่เที่ยวได้ทุกฤดู เหมาะทั้งสายธรรมชาติ ศิลปะ และคนรักวัฒนธรรมญี่ปุ่นแท้ๆ
และเพื่อให้การเดินทางไปอาโอโมริสะดวกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น อย่าลืมสมัครบัตรเครดิต KTC เพื่อรับโปรโมชั่นดีๆจากพาร์ทเนอร์ชั้นนำมากมาย ทั้งการจองตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม หรือใช้จ่ายที่ร้านอาหาร อีกทั้งทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรตามเงื่อนไขที่กำหนดจะได้รับคะแนน KTC FOREVER สะสมได้ไม่จำกัด สามารถนำคะแนนไปใช้แทนเงินสดหรือแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ
ใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC























