หากพูดถึงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงความวุ่นวายและเป็นเมืองที่ผู้คนใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ ด้วยความที่เป็นเมืองหลวงซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ยามค่ำคืนของโตเกียวจึงสว่างไสวอยู่ตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันรอบ ๆ โตเกียวกลับมีสถานที่มากมายที่ตอบโจทย์การเดินทางแบบ Soft Travel ที่กำลังเป็นเทรนด์ท่องเที่ยวของคนยุคนี้ที่มองหาช่วงเวลาพักผ่อหย่อนใจที่คนไม่พลุกพล่าน ที่ไม่ต้องใช้เวลานานหรือวางแผนซับซ้อน วันเดียวสามารถไปเที่ยวได้มากกว่าหนึ่งที่
บทความนี้จะนำเสนอ 10 สถานที่ท่องเที่ยวใกล้โตเกียวที่สามารถเดินทางด้วยรถไฟไม่เกิน 1 ชั่วโมง ทั้งสวนสวยที่เปลี่ยนสีตามฤดูกาล หมู่บ้านเก่าแก่ที่ยังคงเสน่ห์ดั้งเดิม, วัดญี่ปุ่น และภูเขาที่มองเห็นทิวทัศน์อันงดงาม เหมาะสำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพและต้องการพื้นที่สำหรับพักใจ หลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยไม่ต้องใช้เวลาเดินทางนาน

10 ที่เที่ยวใกล้โตเกียว ถ่ายรูปสวย คนไม่เยอะ

ที่เที่ยวธรรมชาติ ชมดอกไม้ใกล้โตเกียว


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.facebook.com/showakinenkoen/

1.สวนสาธารณะโชวะคิเน็น (Showa Kinen Park)

เป็นสวนสาธารณะใกล้โตเกียวขนาดใหญ่มาก (ประมาณ 165 เฮกตาร์) มีพื้นที่หลากหลาย เช่น สวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม บ่อน้ำขนาดใหญ่ ลานกว้าง สวนดอกไม้ สนามเด็กเล่น และพื้นที่ป่า ดอกไม้บานสะพรั่งตลอดปี สวนนี้มีชื่อเสียงเรื่องดอกไม้ที่หมุนเวียนกันบานสะพรั่งตลอดทั้งสี่ฤดู ทำให้มีสิ่งที่น่าสนใจชมเสมอ

  • ฤดูใบไม้ผลิ: ทิวลิป (กลาง-ปลายเมษายน), ซากุระ (ปลายมีนาคม-ต้นเมษายน), คาโนลา (ปลายมีนาคม-เมษายน), ป๊อปปี้ (พฤษภาคม), บานไม่รู้โรย (มิถุนายน-กรกฎาคม)
  • ฤดูร้อน: ดอกไฮเดรนเยีย, ดอกบัว, ทานตะวัน (สิงหาคม)
  • ฤดูใบไม้ร่วง: คอสมอส (กันยายน-ตุลาคม), พุ่มโคเชีย (กันยายน-ตุลาคม), ใบไม้เปลี่ยนสี (กลางพฤศจิกายน-ต้นธันวาคม) โดยเฉพาะต้นแปะก๊วย (Ginkgo) ที่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามที่บริเวณคลองและอุโมงค์ต้นแปะก๊วย

ที่ตั้ง: เมืองทาจิคาวะ โตเกียว
วิธีเดินทาง: จาก สถานี Tokyo หรือ สถานี Shinjuku: นั่งรถไฟ JR Chuo Line (Rapid Service) ไปลงที่ สถานี Tachikawa
ระยะเวลาเดินทาง: 40-50 นาทีจาก Tokyo หรือ 25-30 นาทีจาก Shinjuku
ความพลุกพล่าน: สวนมีขนาดใหญ่มาก ทำให้กระจายตัวกันได้ดี ไม่รู้สึกแออัดเกินไปในพื้นที่ส่วนใหญ่ แต่บริเวณจุดชมดอกไม้หลักหรือพื้นที่จัดงานอีเวนต์จะค่อนข้างหนาแน่น

Tips เพิ่มเติม

  • แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่หลังจากสวนเปิด (ประมาณ 9:30 น.) เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและมีเวลาสำรวจสวนได้อย่างเต็มที่



2.คาวากุจิโกะ (Kawaguchiko)

ทะเลสาปคาวากุจิโกะเป็นหนึ่งในจุดชมวิวภูเขาไฟฟูจิที่สวยงาม ใกล้โตเกียว และเป็นที่นิยมที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภูเขาไฟฟูจิสะท้อนบนผิวน้ำของทะเลสาบ (เรียกว่า "ฟูจิกลับหัว" หรือ Inverted Fuji) ทะเลสาบคาวากุจิมีความสวยงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ไม่ว่าจะเป็นซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิ, ความเขียวขจีในฤดูร้อน, ใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง หรือภูเขาไฟฟูจิที่ปกคลุมด้วยหิมะในฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย เช่น

  • ขึ้นกระเช้าไปยังจุดชมวิวบนยอดเขาเทนโจ (Mount Tenjo) เพื่อชมวิวทะเลสาบและภูเขาไฟฟูจิแบบพาโนรามา
  • ล่องเรือในทะเลสาบ: มีเรือนำเที่ยวให้บริการเพื่อชมวิวจากกลางทะเลสาบ มีจักรยานให้เช่าเพื่อปั่นรอบทะเลสาบ
  • สวนโออิชิ (Oishi Park) สวนริมทะเลสาบที่มีดอกไม้ตามฤดูกาลบานสะพรั่ง และเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่มีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ อุโมงค์ใบเมเปิล (Momiji Tunnel) จุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ที่ตั้ง:: เมืองฟูจิคาวากุจิโกะ จังหวัดยามานาชิ
วิธีเดินทาง: จาก สถานี Shinjuku นั่งรถไฟ JR Chuo Line (Limited Express) ไปลงที่ สถานี Otsuki
ระยะเวลาเดินทาง:ประมาณ 60 นาที
ความพลุกพล่าน:ช่วงเช้า ๆ และนอกฤดูท่องเที่ยงจะสงบมาก

Tips เพิ่มเติม

แนะนำให้ไปช่วงเช้าตรู่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเห็นภูเขาไฟฟูจิได้ชัดเจน เนื่องจากช่วงบ่ายมักจะมีเมฆมาบดบัง



ขอบคุณรูปภาพจาก https://x.com/ParksSakuragaok

3.สวนสาธารณะซากุระงาโอกะ (Sakuragaoka Park)

ที่เที่ยวใกล้โตเกียว สวนสาธารณะซากุระงาโอกะ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "เนินเขาเซเซกิ ซากุระงาโอกะ" และเป็นแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์อนิเมะ "Whisper of the Heart" (耳をすませば) จากค่ายจิบลิ ใครเป็นแฟนหนังเรื่องนี้จะต้องประทับใจมาก เพราะเหมือนเราได้มายืนอยู่ที่เดียวกับตัวละคร ใครอยากตามรอยก็ไม่ยากเพราะมีป้ายบอกทางไปยังจุดต่าง ๆ ที่ปรากฏในเรื่อง แต่ถ้าใครไม่เคยดู ก็สามารถไปเที่ยวชมได้เช่นเดียวกัน เพราะจากบนเนินเขาสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองทามะที่สวยงามและกว้างไกล บรรยากาศเงียบสงบ มีพื้นที่สีเขียว เหมาะสำหรับการเดินเล่นสบาย ๆ ปิกนิก และพักผ่อนหย่อนใจ นอกจากนี้ยังมีดอกซากุระบานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย

ที่ตั้ง: เขตทามะ โตเกียว
วิธีเดินทาง: จาก สถานี Shinjuku: นั่งรถไฟ Keio Line (เส้นทางตรงไปยัง Seiseki-Sakuragaoka หรือสายที่มุ่งหน้าไปยัง Hashimoto/Takahatafudo แล้วเปลี่ยนขบวนที่ Fuchu) ไปลงที่ สถานี Seiseki-Sakuragaoka
ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 50 นาที
ความพลุกพล่าน: เงียบสงบ เหมาะสายธรรมชาติ หรือคนที่ชอบบรรยากาศแบบในอนิมะของจิบลิ

Tips เพิ่มเติม

เวลาแนะนำ สามารถไปได้ตลอดทั้งวัน แต่ช่วงเช้าจะเงียบสงบกว่า และช่วงบ่ายแก่ๆ อาจจะได้แสงสวยสำหรับการถ่ายภาพ



4.ภูเขาทาคาโอะ (Mt. Takao)

ภูเขาทาคาโอะเป็นที่เที่ยวใกล้โตเกียวที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวง มาสัมผัสธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์และทิวทัศน์ที่งดงาม ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่ภูเขาทั้งลูกจะแต่งแต้มไปด้วยสีแดง ส้ม และเหลืองอร่ามตา ซึ่งเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คุณสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองโตเกียวได้จากมุมสูง และในวันที่อากาศแจ่มใสยังสามารถมองเห็น ภูเขาไฟฟูจิ ได้อีกด้วย ภูเขาทาคาโอะมีเส้นทางเดินป่าให้เลือกหลากหลายระดับ ตั้งแต่ทางเดินที่ลาดชันเล็กน้อยไปจนถึงเส้นทางที่ท้าทายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี กระเช้าลอยฟ้า (Cable Car) และ ลิฟต์เก้าอี้ (Chair Lift) ให้บริการสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเดินเท้าขึ้นไปตลอดทาง บนยอดเขายังมี วัดยาคุโออิน (Yakuoin Temple) ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการถ่ายภาพ

ที่ตั้ง: ฮาจิโอจิ, โตเกียว
วิธีเดินทาง: จาก สถานีชินจูกุ (Shinjuku Station) นั่งรถไฟสาย Keio Line ไปยัง สถานีทาคาโอซังกุจิ (Takaosanguchi Station) ซึ่งเป็นสถานีปลายทางที่เชิงเขา
ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 50 นาที
ความพลุกพล่าน: คนไปเที่ยวเยอะในช่วงสุดสัปดาห์ แต่ไม่วุ่นวาย แต่ถ้าไปตอนเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ จะเงียบสงบมากขึ้น

Tips เพิ่มเติม

  • ช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนธันวาคม) เป็นช่วงที่สวยที่สุดสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสี
  • ไม่มีค่าเข้าชมภูเขาทาคาโอะ แต่มีค่าใช้จ่ายสำหรับกระเช้าลอยฟ้า/ลิฟต์เก้าอี้ (ไป-กลับ ประมาณ 1,000 เยน)


เที่ยววัด ศาลเจ้า และแหล่งประวัติศาสตร์ใกล้โตเกียว



5.ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ (Kawagoe)

คาวาโกเอะเป็นเมืองที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์ เป็นที่เที่ยวใกล้โตเกียวที่ได้รับการขนานนามว่า "ลิตเติ้ลเอโดะ" (Koedo) เนื่องจากยังคงรักษาสภาพบ้านเรือนและบรรยากาศแบบยุคเอโดะไว้ โดยเฉพาะบริเวณ ย่านเมืองเก่าคาวาโกเอะ ที่โดดเด่นด้วยอาคารสไตล์โกดังเก่าแก่ เหมาะกับคนชอบถ่ายภาพหรืออยากมีรูปตัวเองที่ฉากหลังเป็นเมืองเก่าแก่แต่มีสไตล์ นอกจากนี้ยังสามารถเดินเล่นใน ตรอกขนมหวาน (Kashiya Yokocho) ที่เต็มไปด้วยร้านขนมโบราณ หรือเยี่ยมชม ศาลเจ้าคาวาโกเอะ ฮิคาวะ (Kawagoe Hikawa Shrine) ซึ่งมีชื่อเสียงด้านการขอพรเรื่องความรักและความสัมพันธ์ บรรยากาศโดยรวมของคาวาโกเอะให้ความรู้สึกย้อนยุค เหมาะสำหรับการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียว

ที่ตั้ง: เมืองคาวาโกเอะ จังหวัดไซตามะ
วิธีเดินทาง:

  • จากสถานี Seibu-Shinjuku: นั่งรถไฟ Seibu Shinjuku Line Express ไปยัง สถานี Hon-Kawagoe
  • จากสถานี Ikebukuro: นั่งรถไฟ Tobu Tojo Line Express ไปยัง สถานี Kawagoe หรือ สถานี Kawagoeshi
  • จากสถานี Shinjuku / Shibuya: สามารถใช้บริการรถไฟ JR ไปยัง สถานี Kawagoe

ระยะเวลาเดินทาง: 30–60 ขึ้นอยู่กับสายรถไฟที่เลือกเดินทาง
ความพลุกพล่าน: บรรยากาศเงียบสงบในวันธรรมดา แต่จะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

Tips เพิ่มเติม

  • ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม - พฤศจิกายน) อากาศสบาย ๆ และเป็นช่วงที่มีเทศกาลคาวาโกเอะ (Kawagoe Festival) ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่จัดขึ้นทุกวันเสาร์และอาทิตย์ที่สามของเดือนตุลาคม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO
  • การเข้าชมเมืองคาวาโกเอะไม่มีค่าใช้จ่าย แต่สถานที่บางแห่ง เช่น พิพิธภัณฑ์คาวาโกเอะ (Kawagoe Festival Museum) หรือปราสาทคาวาโกเอะ Honmaru Goten อาจมีค่าเข้าชมเล็กน้อย (ประมาณ 100-380 เยน)



ขอบคุณรูปภาพจาก https://x.com/narita_fudou

6.วัดนาริตะซัน ชินโชจิ (Naritasan Shinshoji Temple)

วัดนาริตะซัน ชินโชจิ เป็นวัดพุทธนิกายชินงอนใกล้โตเกียวที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่กว่าหนึ่งพันปี ตั้งอยู่ในเมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ ไม่ไกลจากสนามบินนาริตะ บางส่วนของวัดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่น เช่น วิหารหลัก (Daihondo Hall) ที่เป็นศูนย์กลางของการประกอบพิธีโกมะ (เป็นพิธีกรรมสำคัญที่จัดขึ้นทุกวัน โดยพระสงฆ์จะเผาไม้โกมะเพื่อปัดเป่าความกังวลและขอพรให้คำอธิษฐานสำเร็จ) และเจดีย์สามชั้น (Three-story Pagoda) ที่สร้างขึ้นในปี 1712 นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลต์คือถนนโอโมเตะซันโดะ ที่ทอดยาวจากสถานีรถไฟไปยังวัด เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึกแบบดั้งเดิม เป็นเส้นทางที่น่าเดินเล่นและถ่ายรูปบรรยากาศเก่าแก่

ที่ตั้ง: เมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ
วิธีเดินทาง:

  • รถไฟ JR: นั่งรถไฟ Narita Express หรือรถไฟสาย JR Narita Line ไปยัง สถานี Narita
  • รถไฟ Keisei: นั่งรถไฟสาย Keisei Main Line ไปยัง สถานี Keisei Narita

ระยะเวลาเดินทาง:ประมาณ 1 ชั่วโมงจากใจกลางโตเกียว และประมาณ 15 นาทีจากสนามบินนาริตะ
ความพลุกพล่าน: อาจมีคนมาขอพรเยอะ แต่ไม่แออัด ถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาลปีใหม่

Tips เพิ่มเติม

สำหรับการเข้าชมวัดและสวนนาริตะซัน อย่างไรก็ตาม อาจมีค่าเข้าชมสำหรับส่วนจัดแสดงพิเศษ เช่น พิพิธภัณฑ์อักษรวิจิตร (Calligraphy Museum)



7.วัดโคโตคุอิน (Kotoku-in Temple)

วัดโคโตคุอินเป็นวัดพุทธนิกายโจโดะ ที่เที่ยวใกล้โตเกียวที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีไฮไลต์สำคัญคือพระพุทธรูปไดบุตสึแห่งคามาคุระ (Great Buddha of Kamakura) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปอมิตาภะสำริดขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง เดิมทีพระพุทธรูปนี้เคยประดิษฐานอยู่ในวิหารไม้ขนาดใหญ่ แต่ตัววิหารถูกพายุไต้ฝุ่นและสึนามิทำลายไปหลายครั้ง ทำให้ในที่สุดองค์พระพุทธรูปก็ถูกทิ้งไว้กลางแจ้งดังที่เห็นในปัจจุบัน นอกจากนี้รอบๆ องค์พระพุทธรูปมีต้นไม้ร่มรื่นและภูเขาเป็นฉากหลัง ทำให้เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการนั่งสมาธิหรือเดินเล่นพักผ่อน บริเวณวัดยังมีสวนหย่อมเล็ก ๆ ที่สวยงามสำหรับการถ่ายภาพ เช่น ทางเข้าวัด และมุมต่าง ๆ ที่สามารถมองเห็นองค์พระพุทธรูปในมุมที่แตกต่างกันออกไป

ที่ตั้ง: เมืองคามาคุระ จังหวัดคานางาวะ
วิธีเดินทาง:

  • จากสถานีโตเกียว (Tokyo Station): นั่งรถไฟ JR Yokosuka Line ไปยัง สถานีคามาคุระ (Kamakura Station)
  • จากสถานีชินจูกุ (Shinjuku Station): นั่งรถไฟ JR Shonan Shinjuku Line ไปยัง สถานีคามาคุระ (Kamakura Station)

ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 1 ชั่วโมง
ความพลุกพล่าน: แม้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่บริเวณวัดกว้างพอสมควร ไม่ได้รู้สึกแออัดจนเกินไป ยังคงให้ความรู้สึกสงบและศักดิ์สิทธิ์

Tips เพิ่มเติม

  • สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) จะมีสภาพอากาศที่สบายที่สุด
  • ค่าเข้าชมวัด: 300 เยน (ผู้ใหญ่)
  • ค่าเข้าชมภายในองค์พระพุทธรูป: 50 เยน (ถ้าเปิดให้เข้าชม)



ขอบคุณรูปภาพจาก https://x.com/KNihonminkaen

8.พิพิธภัณฑ์บ้านพื้นเมืองกลางแจ้งญี่ปุ่น (Nihon Minka-en)

พิพิธภัณฑ์บ้านพื้นเมืองกลางแจ้งญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในชื่อ Nihon Minka-en เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งใกล้โตเกียวที่มีเอกลักษณ์ รวบรวมบ้านเรือนพื้นเมืองโบราณ (มิงกะ) ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมจากภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่นมารวมไว้ในบริเวณเดียว โดยบ้านแต่ละหลังถูกย้ายมาและประกอบขึ้นใหม่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นในอดีตอย่างแท้จริง บ้านเรือนโบราณที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่นเป็นฉากหลังที่เหมาะมากสำหรับการถ่ายภาพที่ได้บรรยากาศแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม โดยเฉพาะบ้านหลังคามุงจากที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์

ที่ตั้ง: คาวาซากิ คานางาวะ
วิธีเดินทาง: จากสถานีชินจูกุ นั่งรถไฟ Odakyu Line (Rapid Express หรือ Express) ไปยัง สถานี Mukogaoka-Yuen
ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 45 นาที
ความพลุกพล่าน: เป็นสถานที่ที่ค่อนข้าง เงียบสงบ โดยเฉพาะในวันธรรมดา ทำให้สามารถเดินสำรวจได้อย่างสบายใจและดื่มด่ำกับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว อาจมีผู้เข้าชมมากขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แออัดจนเกินไปนัก

Tips เพิ่มเติม

  • สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม-พฤศจิกายน) จะมีสภาพอากาศที่สบายที่สุดสำหรับการเดินเล่นกลางแจ้ง
  • ค่าเข้าชม
    • ผู้ใหญ่: 500 เยน
    • นักเรียนมัธยมปลาย/นักศึกษามหาวิทยาลัย: 300 เยน
    • ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป): 300 เยน
    • นักเรียนมัธยมต้นลงมา: ฟรี



ขอบคุณรูปภาพจาก https://x.com/yokohamaredbric

9.โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า (Yokohama Red Brick Warehouse)

โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ Akarenga Soko เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น เดิมทีเป็นโกดังศุลกากรที่สร้างขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่ทันสมัย และด้วยความที่ตั้งอยู่ริมอ่าวโยโกฮาม่า ทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพของอ่าวและอาคารสูงระฟ้าในย่านมินาโตะมิไร (Minato Mirai) ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงเย็นที่อาคารต่างๆ เปิดไฟ จะสวยงามเป็นพิเศษ เป็นจุดชมวิวใกล้โตเกียวและถ่ายรูปยามค่ำคืนที่โรแมนติก

ที่ตั้ง: เมืองคานากาวะ จังหวัดโยโกฮาม่า
วิธีเดินทาง:

  • จากสถานีโตเกียวนั่งรถไฟ JR Tokaido Line หรือ JR Keihin-Tohoku Line ไปยัง สถานี Sakuragicho
  • จากสถานีชิบูย่า นั่งรถไฟ Tokyu Toyoko Line (เชื่อมต่อกับ Minatomirai Line) ไปยัง สถานี Bashamichi

ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 40 นาที
ความพลุกพล่าน: คนเยอะช่วงวันหยุด แต่ถ้าไปวันธรรมดาคนจะน้อยลง

Tips เพิ่มเติม

สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ (ปลายมีนาคม - ต้นเมษายน) ที่มีซากุระบาน หรือช่วงฤดูใบไม้ร่วง (ปลายพฤศจิกายน - ต้นมกราคม) ที่มีการจัดงานประดับไฟและตลาดคริสต์มาส จะเป็นช่วงที่น่าสนใจเป็นพิเศษ



ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.instagram.com/kawasakidaishi_heikenji/

10. วัดคาวาซากิไดชิ เฮเคนจิ (Kawasaki Daishi Heiken‑ji Temple)

เป็นวัดพุทธนิกายชินงอนใกล้โตเกียวที่มีชื่อเสียงในเมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในวัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการเยี่ยมชมวัดครั้งแรกในวันปีใหม่ แต่ที่น่าสนใจคือวัดแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบพุทธที่ประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง โดยเฉพาะ "เจดีย์แปดเหลี่ยม" ที่มีสีสันสดใส ซึ่งแตกต่างจากเจดีย์ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นที่มีเพียงสี่ด้าน ทำให้เป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการถ่ายภาพ

ที่ตั้ง: เมืองคาวาซากิ จังหวัดคานากาวะ
วิธีเดินทาง: จากสถานี Shinagawa (โตเกียว) ขึ้นรถไฟสาย Keikyu Line ไปยังสถานี Keikyu Kawasaki แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Keikyu Daishi Line ลงที่สถานี Kawasaki-Daishi
ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 55 นาที
ความพลุกพล่าน: ถ้าไม่ในช่วงเทศกาลและวันหยุดสำคัญอื่น ๆ คนก็ไม่เยอะมาก แม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์แต่บา งทีก็อาจเงียบสงบ

Tips เพิ่มเติม

  • วัดเปิดตลอดทั้งปี
  • ไม่มีค่าเข้าชม
  • อุโบสถหลักมักจะเปิดให้สักการะตั้งแต่เวลา 6:00 น. ถึง 17:30 น. (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามฤดูกาล)

การเที่ยวแบบ Day Trip ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงในการนั่งรถไฟเที่ยวนี้ช่วยให้คุณได้สัมผัสหลากหลายแง่มุมของญี่ปุ่น โดยไม่ต้องเปลี่ยนที่พัก หรือเดินทางไกลจนเหนื่อยล้า และยังสามารถกลับมาพักผ่อนที่โตเกียวในตอนเย็น พร้อมด้วยความทรงจำที่แตกต่างกันในแต่ละจุดหมาย


ญี่ปุ่นเป็นประเทศพัฒนาไปอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ผู้คน เทคโนโลยี แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ทำให้สามารถเที่ยวได้ไปเบื่อ ใครมีแพลนจะมาเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเบื่อเที่ยวในเมือง อาจจะลองไปที่เที่ยวใกล้โตเกียวหรือเมืองใกล้เคียงดูบ้างเพื่อรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากเดิม เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตญี่ปุ่นที่แท้จริง สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น และการค้นพบมุมมองใหม่ ๆ ที่จะทำให้การเดินทางของคุณในญี่ปุ่นน่าจดจำและมีความหมายมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญอย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินหรือใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากบัตรให้การเดินทางของคุณคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น แต่ถ้าใครยังไม่มีบัตรเครดิต KTC สมัครผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากโปรโมชั่นตลอดปีแล้วยังมีคะแนน KTC FOREVER ให้ได้สะสมเพื่อใช้แลกรับเป็นเครดิตเงินคืนหรือส่วนลดได้แบบไม่จำกัดอีกด้วย


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC