โร้ดทริปในนิวซีแลนด์คือการเดินทางที่ทำให้ทุกกิโลเมตรมีความหมาย โดยเฉพาะเกาะใต้ซึ่งภูมิประเทศเปลี่ยนไปแทบทุกชั่วโมง จากทะเลสาบสีเทอร์ควอยซ์สู่ยอดเขาหิมะ ป่าฝนชื้นริมทะเล ไปจนถึงชายฝั่งมหาสมุทรแทสมันอันเวิ้งว้าง การเดินทางเริ่มต้นจาก Queenstown เมืองริมทะเลสาบวากาติปูที่รายล้อมด้วยเทือกเขารีมาร์กเอเบิลส์ ก่อนมุ่งหน้าสู่ชายฝั่งตะวันตกผ่านเส้นทางสาย Southern Alps ถนนค่อย ๆ พาเข้าสู่ป่าฝนเขตอบอุ่น ธารน้ำแข็งโบราณ เมืองเล็กกลางหุบเขา และแนวชายฝั่งที่คลื่นทะเลกระทบโขดหินตลอดวัน ระหว่างทางสามารถแวะเมือง Wānaka และ Hāwea จากนั้นเส้นทางจะไต่ผ่าน Haast Pass ช่องเขาสำคัญที่เชื่อม Otago กับ West Coast รายทางเต็มไปด้วยน้ำตก ป่ามอสส์ และจุดเดินป่าระยะสั้น เช่น Thunder Creek Falls และ Blue Pools เมื่อเข้าสู่เขตชายฝั่งตะวันตก ภูมิประเทศจะเปลี่ยนทันที อากาศชื้นขึ้น หมอกทะเลลอยต่ำ และป่าฝนหนาแน่นขึ้น เมือง Franz Josef และ Fox Glacier คือจุดหมายสำคัญของสายธารน้ำแข็ง โดย Franz Josef Glacier ถือเป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งไม่กี่แห่งของโลกที่ไหลลงมาใกล้ระดับป่าฝนเขตอบอุ่น ปัจจุบันมีทั้งเส้นทางเดินชมธารน้ำแข็งและกิจกรรม Heli-Hike ที่ได้รับความนิยมตลอดปี
อีกช่วงที่สวยที่สุดของเส้นทางคือบริเวณ Punakaiki Pancake Rocks กลุ่มหินปูนริมทะเลที่เกิดจากการกัดเซาะนับล้านปี ลักษณะซ้อนชั้นคล้ายแพนเค้ก และในช่วงน้ำขึ้น คลื่นทะเลจะพุ่งผ่านโพรงหินเกิดเป็นละอองน้ำขนาดใหญ่ จุดนี้อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติ Paparoa National Park ซึ่งมีเส้นทางเดินเลียบชายฝั่งให้ชมวิวมหาสมุทรแทสมัน จากชายฝั่งตะวันตก เส้นทางจะค่อย ๆ เปลี่ยนเข้าสู่ฝั่งตะวันออกของเกาะใต้ ผ่าน Arthur's Pass National Park เส้นทางภูเขาที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดสายหนึ่งของประเทศ เต็มไปด้วยสะพานหุบเขา ลำธารสีฟ้าใส และยอดเขาสูงของเทือกเขาแอลป์ใต้ ช่วงฤดูหนาวมักมีหิมะปกคลุม ส่วนฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจะเห็นทุ่งหญ้าอัลไพน์และน้ำตกจากหิมะละลาย
ปลายทางของโร้ดทริปคือ Christchurch เมืองใหญ่ฝั่งตะวันออกที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ งานศิลปะ และสวนสาธารณะริมแม่น้ำเอวอน หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2011 เมืองได้รับการฟื้นฟูครั้งใหญ่จนกลายเป็นศูนย์กลางงานออกแบบของนิวซีแลนด์ในปัจจุบัน ทั้งยังมีรถราง heritage tram ตลาด Riverside Market และย่าน The Arts Centre ให้เดินเล่นตลอดวัน เส้นทาง West Coast Wild เหมาะกับการขับแบบไม่เร่งรีบ ใช้เวลาอย่างน้อย 7–10 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้หยุดมองหมอกทะเลยามเช้า ฟังเสียงคลื่นกระทบชายฝั่ง และเห็นภูมิประเทศของนิวซีแลนด์ค่อย ๆ เปลี่ยนผ่านไปในทุกช่วงทางของการเดินทาง
เส้นทาง New Zealand Road Trip จาก Queenstown ไป Christchurch ผ่านที่ไหนบ้าง?
Queenstown จุดเริ่มต้นโร้ดทริปริม Lake Wakatipu
Queenstown คือจุดเริ่มต้นที่เหมาะสำหรับ New Zealand Road Trip บนเกาะใต้ เมืองนี้ตั้งอยู่ริม Lake Wakatipu และโอบล้อมด้วยแนวเขา The Remarkables ทำให้บรรยากาศสวยงามตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินทาง นอกจากวิวทะเลสาบและภูเขาแล้ว Queenstown ยังขึ้นชื่อเรื่องกิจกรรมเอาท์ดอร์ คาเฟ่ ร้านไวน์ และร้านอาหารชื่อดังอย่าง Fergburger เหมาะกับการใช้เวลาเดินเล่นริมทะเลสาบ เติมพลัง และเตรียมตัวก่อนขับรถเข้าสู่เส้นทาง West Coast
Arrowtown เมืองเหมืองทองเก่าที่ควรแวะก่อนเข้า West Coast
Arrowtown เป็นเมืองเล็กใกล้ Queenstown ที่มีเสน่ห์จากบรรยากาศเมืองเหมืองทองเก่า อาคารไม้สไตล์เฮอริเทจ ร้านกาแฟ ร้านไวน์ และร้านบูติกเรียงรายอยู่บนถนน Buckingham Street จุดที่ไม่ควรพลาดคือ Arrowtown Chinese Settlement ชุมชนคนงานเหมืองชาวจีนในอดีตที่ยังหลงเหลือบ้านดินและซากร้านค้าเก่าให้ชม เมืองนี้เหมาะกับการแวะเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นไม้เปลี่ยนสีเป็นโทนทองทั่วทั้งหุบเขา
Haast Pass เส้นทางขับรถผ่านป่าฝนและน้ำตกบนเกาะใต้
Haast Pass เป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมภูมิภาค Otago กับ West Coast และเป็นช่วงที่วิวสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากทะเลสาบและภูเขาโล่งกว้างเข้าสู่ป่าฝนเขตอบอุ่น ถนนสายนี้เต็มไปด้วยธรรมชาติที่ชุ่มชื้น แม่น้ำสีฟ้า ป่ามอสส์ น้ำตก และจุดเดินป่าระยะสั้น เช่น Thunder Creek Falls รวมถึงจุดพักริมทะเลอย่าง Ship Creek บรรยากาศของ Haast Pass ทำให้ผู้เดินทางได้สัมผัสความดิบ สงบ และเป็นธรรมชาติของฝั่งตะวันตกนิวซีแลนด์อย่างแท้จริง
Wilderness Lodge Lake Moeraki ที่พักกลางธรรมชาติฝั่ง West Coast
Wilderness Lodge Lake Moeraki เป็นที่พักท่ามกลางป่าฝนและธรรมชาติของ West Coast เหมาะสำหรับหยุดพักระหว่างโร้ดทริปแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ตัวลอดจ์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Moeraki รายล้อมด้วยป่าพื้นเมืองและบรรยากาศเงียบสงบ ผู้เข้าพักสามารถทำกิจกรรมอย่างเดินป่า พายคายัค หรือชมสัตว์ป่ายามค่ำคืนได้ ที่นี่จึงเหมาะกับคนที่อยากพักจากการขับรถยาว ๆ ใช้เวลาอยู่กับเสียงฝน เสียงนก และวิวธรรมชาติของเกาะใต้แบบไม่เร่งรีบ
Day 1 ขับรถจาก Queenstown สู่ West Coast แวะเมืองไหนได้บ้าง?
Queenstown เมืองกิจกรรมกลางแจ้งและวิวภูเขา The Remarkables
เริ่มต้นโร้ดทริปที่ Queenstown เมืองริม Lake Wakatipu ซึ่งโอบล้อมด้วยแนวเขา The Remarkables และได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองหลวงแห่งกิจกรรมเอาท์ดอร์ของนิวซีแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นเจ็ตโบ๊ต บันจี้จัมพ์ สกี หรือเส้นทางไฮกิงริมทะเลสาบ เมืองเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านไวน์ และบาร์ขนาดเล็กเรียงรายตามถนนใจกลางเมือง ช่วงเช้าและตอนเย็นเหมาะกับการเดินเล่นริมทะเลสาบ ส่วนช่วงเย็น แสงอาทิตย์จะค่อย ๆ เปลี่ยนผืนน้ำให้กลายเป็นสีทองสะท้อนกับแนวเขาเบื้องหลัง เป็นภาพที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากเลือกใช้เวลาที่นี่ให้นานกว่าที่วางแผนไว้ แนะนำให้แวะชิม Fergburger ร้านเบอร์เกอร์ชื่อดังของเมือง หรือนั่งร้านไวน์บริเวณ Gibbston Valley ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองและขึ้นชื่อเรื่อง Pinot Noir ของภูมิภาค Otago
ที่อยู่: Queenstown 9300, New Zealand
Fergburger ร้านดังใน Queenstown ที่ควรลองก่อนออกเดินทาง
หากพูดถึงร้านอาหารที่เป็นภาพจำของ Queenstown ชื่อของ Fergburger มักถูกพูดถึงเป็นอันดับแรก ร้านเบอร์เกอร์ขนาดไม่ใหญ่ริมถนนสายหลักของเมืองแห่งนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2001 และยังคงมีคิวหน้าร้านแทบตลอดวัน จุดเด่นอยู่ที่เบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ เนื้อย่างคุณภาพดี และขนมปังอบสดทุกวัน เมนูยอดนิยมอย่าง The Fergburger ที่ใช้เนื้อวัวนิวซีแลนด์ หรือ Southern Swine ที่เพิ่มเบคอนกรอบและอะโวคาโด เป็นเมนูประจำทริปของนักเดินทาง หลายคนนิยมซื้อกลับไปนั่งริม Lake Wakatipu แล้วใช้เวลามองวิวทะเลสาบและแนวเขา The Remarkables ไปพร้อมกับเบอร์เกอร์ร้อน ๆ
ที่อยู่: 42 Shotover Street, Queenstown 9300, New Zealand
Tel: +64 3 441 1232
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 7.00 น. - 2.30 น.
เส้นทางจาก Queenstown สู่ Christchurch ควรเผื่อเวลาไป - กลับประมาณ 3 - 5 วันแบบค่อย ๆ ใช้เวลา โดยช่วงเดือน พ.ย. - เม.ย. จะเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด อาจมีฝนตกประปรายบ้าง จึงควรเตรียมเสื้อกันฝนไว้เสมอ หรือเช็กสภาพอากาศล่วงหน้าผ่านแอป MetService
Arrowtown จุดแวะชมเมืองเก่าและใบไม้เปลี่ยนสี
จาก Queenstown เพียงราว 20 นาทีโดยรถยนต์ ก็จะถึง Arrowtown เมืองเล็กกลางหุบเขาที่เคยรุ่งเรืองในยุคตื่นทองช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ปัจจุบันยังคงรักษาบรรยากาศของเมืองเหมืองเก่าไว้ได้ดี โดยเฉพาะถนน Buckingham Street ที่เรียงรายไปด้วยอาคารไม้ ร้านกาแฟ ร้านไวน์ และร้านบูติกในอาคารสไตล์เฮอริเทจ อีกจุดที่น่าสนใจคือ Arrowtown Chinese Settlement ชุมชนคนงานเหมืองชาวจีนริม Bush Creek ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1868 ภายในยังคงมีบ้านดินหลังเล็กและซากร้านค้าเก่าให้เห็น บอกเล่าเรื่องราวของแรงงานอพยพที่เคยเข้ามาทำเหมืองทองในภูมิภาค Central Otago ช่วงบ่ายเหมาะกับการเดินเลียบ Arrow River ท่ามกลางแนวต้นวิลโลว์และภูเขารอบเมือง โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีทองทั่วทั้งหุบเขา จนทำให้ Arrowtown กลายเป็นจุดชม Autumn Colours ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของนิวซีแลนด์ใต้
ที่อยู่: Buckingham Street, Arrowtown 9302, New Zealand
Haast เมืองเล็กกลางเส้นทางสู่ชายฝั่งตะวันตก
จาก Arrowtown เส้นทางจะค่อย ๆ พาเข้าสู่เขตชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ ผ่าน Haast Pass ช่องเขาสำคัญที่เชื่อม Otago กับ West Coast ทิวทัศน์สองข้างทางเปลี่ยนจากทะเลสาบและภูเขาโล่งกว้างไปสู่ป่าฝนเขตอบอุ่นที่ชุ่มชื้นขึ้นเรื่อย ๆ พื้นที่รอบ Haast อยู่ภายในเขต Te Wahipounamu มรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO ซึ่งครอบคลุมอุทยานแห่งชาติสำคัญหลายแห่งของเกาะใต้ ตลอดเส้นทางเต็มไปด้วยแม่น้ำสีฟ้าเย็น ป่ามอสส์หนาทึบ และหมอกที่ลอยต่ำเหนือยอดไม้ ระหว่างทางสามารถแวะ Thunder Creek Falls น้ำตกสูงราว 28 เมตรที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่า เดินจากลานจอดรถเพียงไม่กี่นาทีก็จะเห็นสายน้ำไหลลงสู่แม่น้ำ Haast เบื้องล่าง อีกจุดที่ควรเผื่อเวลาไว้คือ Ship Creek จุดพักริมชายฝั่งทะเลแทสมันที่มีทั้งทางเดินไม้ผ่านป่าชายเลน ต้น kahikatea อายุหลายร้อยปี และชายหาดกรวดสีเข้มซึ่งมักมีคลื่นลมแรงตลอดวัน บรรยากาศต่างจากฝั่งตะวันออกของนิวซีแลนด์ใต้โดยสิ้นเชิง
ที่อยู่: Corner of State Highway 6 (SH6) - Jackson Bay RoadHaast 7886, New Zealand
Wilderness Lodge Lake Moeraki ที่พักกลางธรรมชาติฝั่ง West Coast
แวะพัก Wilderness Lodge Lake Moeraki ที่พักกลางป่าฝนริมแม่น้ำ Moeraki บนชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ รายล้อมด้วยป่าพื้นเมืองและธรรมชาติของเขต Te Wahipounamu มรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO ห้องพักหันหน้าเข้าสู่แนวป่าและลำน้ำ บางช่วงจะได้ยินเสียงฝนโปรยเบา ๆ และเสียงนกพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ตลอดวัน เหมาะสำหรับการใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติแบบไม่เร่งรีบ กิจกรรมยอดนิยมของที่นี่ ได้แก่ การเดินป่าในป่าฝนเขตอบอุ่น พายคายัคในทะเลสาบ Moeraki และทัวร์ชมสัตว์ป่ายามค่ำคืน ซึ่งมีโอกาสพบ Fiordland Crested Penguin เพนกวินหายากที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง West Coast รวมถึงนก Kiwi ที่พบได้ในพื้นที่อนุรักษ์ใกล้เคียง ช่วงเย็น ห้องอาหารของลอดจ์จะเสิร์ฟเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น เช่น ปลาไวท์เบต แซลมอนนิวซีแลนด์ และเนื้อแกะจากฟาร์มในภูมิภาค South Island ท่ามกลางวิวป่าและแม่น้ำที่เปลี่ยนไปตามสภาพอากาศของชายฝั่งตะวันตกในแต่ละวัน
ที่อยู่: 8756 State Highway 6, Lake Moeraki, Haast 7580, New Zealand
Tel: +64 3 750 0881
Website: www.wildernesslodge.co.nz
Day 2 เที่ยวธรรมชาติบน West Coast มีจุดไหนห้ามพลาด?
Lake Matheson ทะเลสาบกระจกที่มองเห็น Mount Cook
จาก Haast มุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่ Lake Matheson ทะเลสาบกลางป่าฝนใกล้เมือง Fox Glacier ซึ่งได้รับฉายาว่า “Mirror Lake” จากเงาสะท้อนของ Aoraki / Mount Cook และ Mount Tasman ที่ปรากฏบนผิวน้ำในวันที่อากาศนิ่ง ๆ เส้นทางเดิน Lake Matheson Walk ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง ลัดเลาะผ่านป่าฝนเขตอบอุ่น สะพานไม้ และจุดชมวิวสำคัญอย่าง Reflection Island และ Jetty Viewpoint ซึ่งเป็นมุมยอดนิยมสำหรับถ่ายภาพยอดเขาหิมะสะท้อนบนผืนน้ำสีเข้มของทะเลสาบ ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือยามเช้าตรู่ ก่อนลมจะพัดผ่านผิวน้ำ หรือช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกที่แสงอุ่นจะค่อย ๆ แต้มยอดเขาให้เปลี่ยนสี หลายคนเลือกใช้เวลาเฝ้ามองภูเขาหิมะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเหนือแนวป่าท่ามกลางอากาศเย็นของ West Coast โดยแทบไม่มีเสียงใดนอกจากสายลมและนกพื้นเมืองในป่ารอบทะเลสาบ
ที่อยู่: Lake Matheson, West Coast Region, 7886, New Zealand
Matheson Café คาเฟ่วิวภูเขาใกล้ Lake Matheson Walkway
หลังเดินรอบ Lake Matheson หลายคนมักแวะที่ Matheson Café คาเฟ่บริเวณทางเข้า Lake Matheson Walkway ซึ่งมองเห็นวิวของ Aoraki / Mount Cook และ Mount Tasman ในวันที่อากาศเปิด ตัวร้านมีกระจกบานใหญ่รับแสงธรรมชาติและวิวป่าฝนรอบด้าน เมนูเน้นกาแฟคั่วท้องถิ่น เบเกอรี่โฮมเมด และอาหารจานเบา ช่วงเช้าเป็นเวลาที่บรรยากาศดีที่สุด โดยเฉพาะวันที่มีหมอกบางลอยผ่านแนวป่าและยอดเขาหิมะด้านหลัง หลายคนเลือกนั่งทอดเวลาพร้อมกาแฟร้อน ๆ ก่อนออกเดินทางต่อไปยังเส้นทางชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้
ที่อยู่: 1 Lake Matheson Rd, Fox Glacier 7859, New Zealand
Tel: +64 3 751 0878
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. - 15.00 น.
Fox Glacier ธารน้ำแข็งชื่อดังของนิวซีแลนด์เกาะใต้
พื้นที่ที่ธรรมชาติสองบรรยากาศมาบรรจบกันอย่างน่าสวยงาม ธารน้ำแข็งสีฟ้าจากเทือกเขา Southern Alps ไหลลดระดับลงมาใกล้เขตป่าฝนเขตอบอุ่น จนกลายเป็นภูมิประเทศที่พบได้ไม่กี่แห่งของโลก จุดหลักของพื้นที่คือ Fox Glacier ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ภายในอุทยานแห่งชาติ Westland Tai Poutini ปัจจุบันนักเดินทางสามารถเดินเส้นทาง Fox Glacier Valley Walk เพื่อชมปลายธารน้ำแข็งและหุบเขาน้ำแข็งจากระยะปลอดภัย ท่ามกลางวิวแม่น้ำกรวดและแนวป่าชื้นของ West Coast อีกจุดที่ได้รับความนิยมคือ Gillespies Beach ชายฝั่งทะเลเก่าของชุมชนเหมืองทอง ซึ่งในวันที่อากาศเปิดสามารถมองเห็นทั้งธารน้ำแข็งและ Aoraki / Mount Cook ได้พร้อมกัน รวมถึงจุดชมวิว Fox Glacier Lookout ที่มองเห็นแนวเทือกเขา Southern Alps ได้กว้างตลอดแนว สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธารน้ำแข็งใกล้ขึ้น หลายบริษัทในเมืองมีบริการ Helicopter Flight และ Heli-Hike พาขึ้นสู่ลานน้ำแข็งด้านบน ซึ่งยังคงมีรอยแยกน้ำแข็ง ถ้ำน้ำแข็งสีฟ้า และสันน้ำแข็งขนาดใหญ่เปลี่ยนรูปไปตามฤดูกาล ตัวเมือง Fox Glacier ยังคงบรรยากาศของชุมชนเล็กกลางธรรมชาติ รายล้อมด้วยป่าฝน ภูเขา และอากาศเย็นของชายฝั่งตะวันตกตลอดทั้งปี
ที่อยู่: 44 Main Road, Fox Glacier, 7886, New Zealand
Greymouth เมืองใหญ่ริมทะเล Tasman Sea
เมืองใหญ่ที่สุดของชายฝั่งตะวันตกฝั่ง South Island และเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาค West Coast เมืองท่าแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำ Grey River ริมทะเลแทสมัน รายล้อมด้วยชายฝั่งที่มีลมแรง ท้องฟ้าสีหม่น และคลื่นทะเลขนาดใหญ่ตลอดปี ผู้คนนิยมเดินเล่นบริเวณ Greymouth Breakwater จุดชมวิวริมทะเลที่มองเห็นทั้งท่าเรือ ปากแม่น้ำ Grey และแนวคลื่นของทะเล Tasman Sea ในมุมกว้าง โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่แสงจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีเหนือแนวมหาสมุทร อีกประสบการณ์ที่ได้รับความนิยมคือการโดยสาร TranzAlpine รถไฟสายดังของนิวซีแลนด์ที่เชื่อม Greymouth กับ Christchurch ผ่าน Arthur's Pass National Park เส้นทางตัดผ่านหุบเขา แม่น้ำสีฟ้า และเทือกเขา Southern Alps ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นเส้นทางรถไฟชมวิวที่สวยที่สุดสายหนึ่งของโลก
ที่อยู่: 164 Mackay Street, Greymouth, 7805, New Zealand
Monteith’s Brewery จุดแวะชิมคราฟท์เบียร์ท้องถิ่นใน Greymouth
โรงเบียร์เก่าแก่ประจำเมือง Greymouth ที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1868 และยังคงเป็นจุดแวะสำคัญของนักเดินทางสายโร้ดทริปบนชายฝั่งตะวันตก ภายในยังคงบรรยากาศแบบโรงเบียร์คลาสสิก เสิร์ฟคราฟท์เบียร์ท้องถิ่นของ West Coast ตั้งแต่ IPA, Pale Ale ไปจนถึง Dark Lager เมนูยอดนิยมคือ Beer Tasting Flight สำหรับชิมเบียร์หลายสไตล์ในครั้งเดียว คู่กับอาหารสไตล์นิวซีแลนด์ เช่น ปลาและมันฝรั่งทอด เนื้อแกะย่าง และไวท์เบตทอดซึ่งเป็นวัตถุดิบขึ้นชื่อของภูมิภาค
ที่อยู่: 60 Herbert Street, Greymouth 7805, New Zealand
Tel: +64 274 449 985
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 11.00 น. - 21.00 น.
Copthorne Hotel Greymouth ที่พักเหมาะสำหรับพักก่อนขับต่อไป Christchurch
หลังขับรถยาว แวะพักที่ Copthorne Hotel Greymouth ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Grey ใจกลางเมือง Greymouth สามารถเดินไปยังสถานีรถไฟ TranzAlpine ร้านอาหาร และบริเวณริมน้ำของเมืองได้สะดวก ห้องพักของโรงแรมมองเห็นวิวแม่น้ำ Grey หรือตัวเมืองโดยรอบ ตกแต่งในโทนอบอุ่นสบายตา เข้ากับบรรยากาศของเมืองท่าชายฝั่งตะวันตก ภายในโรงแรมยังมีห้องอาหารและบาร์ สำหรับเติมพลังก่อนเดินทางต่อสู่ Christchurch ผ่านเส้นทาง Arthur's Pass National Park ในวันถัดไป
ที่อยู่: 32 Mawhera Quay, Greymouth 7805, New Zealand
Tel: +64 3 768 5085
Website: www.millenniumhotels.com/en/greymouth/copthorne-hotel-greymouth/
Day 3 จาก Greymouth ไป Christchurch ต้องแวะที่ไหน?
Arthur’s Pass National Park เส้นทางภูเขาสวยของ South Island
จาก Greymouth เส้นทางจะค่อย ๆ ไต่ระดับเข้าสู่ Arthur's Pass National Park อุทยานแห่งชาติกลางเทือกเขา Southern Alps ซึ่งถือเป็นเส้นทางเชื่อมฝั่งตะวันตกและตะวันออกที่สวยที่สุดสายหนึ่งของเกาะใต้ สองข้างทางเต็มไปด้วยหุบเขาหิน แม่น้ำสีเทาจากธารน้ำแข็ง และยอดเขาสูงที่มักมีหมอกลอยผ่านตลอดวัน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่แนวเขาจะถูกปกคลุมด้วยหิมะเกือบทั้งหมด ระหว่างทางสามารถแวะ Devils Punchbowl Falls น้ำตกสูงกว่า 130 เมตรกลางป่าภูเขา ซึ่งต้องเดินผ่านสะพานและบันไดระยะสั้นก่อนถึงจุดชมวิวด้านหน้า อีกจุดที่ได้รับความนิยมคือ Otira Viaduct Lookout จุดชมวิวสะพานโค้งขนาดใหญ่ที่ทอดผ่านหุบเขาสูงของ Arthur’s Pass และยังเป็นพื้นที่ที่มักพบ Kea นกแก้วภูเขาพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความฉลาดและความซุกซน มักออกมาเดินบริเวณจุดพักรถและลานจอดรถริมทาง บรรยากาศของ Arthur’s Pass เต็มไปด้วยกลิ่นอายของภูเขาอัลไพน์ ทั้งลมเย็น เสียงแม่น้ำจากหุบเขา และภูมิประเทศขนาดใหญ่ที่เปลี่ยนไปตลอดเส้นทางขับรถผ่านเทือกเขากลางของ South Island
ที่อยู่: 104 West Coast Road Arthur's Pass 7654, New Zealand
Tip: เส้นทางโร้ดทริปฝั่ง South Island ของนิวซีแลนด์ หลายช่วงจะเป็นถนนยาวผ่านธรรมชาติและเมืองเล็กที่อยู่ห่างกันพอสมควร ควรเตรียมน้ำดื่ม ขนม หรืออาหารง่าย ๆ ติดรถไว้เสมอ เพราะบางช่วงอาจแทบไม่มีร้านอาหารหรือจุดแวะพักระหว่างทาง
Castle Hill ลานหินปูนกลางทุ่งบนเส้นทางสู่ Christchurch
จุดแวะกลางเส้นทางระหว่าง Arthur’s Pass และ Christchurch ที่เต็มไปด้วยกลุ่มหินปูนขนาดมหึมากระจายตัวอยู่ทั่วทุ่งหญ้าบนที่ราบสูง Canterbury จนภูมิทัศน์รอบตัวดูคล้ายฉากในภาพยนตร์แฟนตาซี พื้นที่แห่งนี้ได้รับความนิยมทั้งในหมู่นักเดินป่า นักปีนผา และช่างภาพจากทั่วโลก โดยก้อนหินปูนที่มีอายุกว่า 30 ล้านปีถูกกัดเซาะจนเกิดรูปทรงแปลกตา สามารถเดินสำรวจผ่านเส้นทางสั้น ๆ รอบลานหิน Castle Hill ยังมีความสำคัญต่อชาวเมารีในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่า Ngāi Tahu และเคยใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe ในฉากดินแดน Narnia ช่วงเย็นคือเวลาที่บรรยากาศสวยที่สุด แสงแดดจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีของก้อนหินและแนวภูเขาให้ลึกขึ้น เกิดเงาและมิติทั่วทั้งลานหินกลางทุ่งกว้างของ South Island
ที่อยู่: State Highway 73 (The Great Alpine Highway), Castle Hill, Canterbury 7580, New Zealand
Christchurch เมืองปลายทางของโร้ดทริป West Coast
ปลายทางของโร้ดทริปสาย West Coast คือ Christchurch เมืองใหญ่ฝั่งตะวันออกของ South Island ที่เปลี่ยนตัวเองหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวปี 2011 จนกลายเป็นศูนย์กลางด้านศิลปะ สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมร่วมสมัยของนิวซีแลนด์ ย่านใจกลางเมืองอย่าง Cathedral Square และ New Regent Street ยังคงเต็มไปด้วยอาคารสไตล์ heritage ร้านกาแฟ และรถรางคลาสสิกที่วิ่งผ่านถนนสายหลัก ขณะเดียวกัน อาคารรุ่นใหม่และงานสตรีทอาร์ตก็เข้ามาเติมภาพลักษณ์ของเมืองให้ทันสมัยขึ้น อีกมุมที่ผู้คนมักใช้เวลาเดินเล่นคือ Christchurch Botanic Gardens และ Hagley Park พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ริมแม่น้ำ Avon ซึ่งกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนกลางเมืองสำหรับทั้งชาวเมืองและนักเดินทาง
ที่อยู่: Christchurch Central, Christchurch 8013, New Zealand
เที่ยว Christchurch หลังจบ Road Trip ควรไปไหน?
Riverside Market ตลาดอาหารและคาเฟ่ริมแม่น้ำ Avon
ปิดท้ายการเดินทางที่ Riverside Market ตลาดริมแม่น้ำ Avon ใจกลาง Christchurch ซึ่งรวบรวมร้านอาหาร คาเฟ่ เบเกอรี่ และวัตถุดิบท้องถิ่นจากทั่วภูมิภาค Canterbury ไว้ภายในอาคารสไตล์โมเดิร์น ภายในตลาดเต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟสด ขนมอบ และอาหารนานาชนิด ตั้งแต่ซีฟู้ด เบอร์เกอร์ พาสต้า ไปจนถึงร้านไวน์และชีสท้องถิ่น หลายร้านเลือกใช้วัตถุดิบจากฟาร์มใน South Island ทำให้บรรยากาศของตลาดสะท้อนวัฒนธรรมอาหารของ Christchurch รุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ช่วงสายถึงบ่ายคือเวลาที่ตลาดคึกคักที่สุด ผู้คนมักแวะมานั่งกาแฟริมกระจก เลือกซื้อของฝาก หรือใช้เวลาช้า ๆ ริมแม่น้ำ Avon
ที่อยู่: 78 Cashel Street - Oxford Terrace, Christchurch Central City, Christchurch, 8011, New Zealand
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 7.30 น. - 21.00 น.
The George Christchurch โรงแรมบูทีกใกล้ Hagley Park
ขอแนะนำโรงแรม The George โรงแรมบูทีกระดับ 5 ดาวริม Hagley Park สำหรับปิดท้ายโร้ดทริปบน South Island ในบรรยากาศอบอุ่นกลางเมือง Christchurch โรงแรมสมาชิกของ Small Luxury Hotels of the World แห่งนี้ตกแต่งในสไตล์ร่วมสมัยแทรกกลิ่นอายยุโรป ห้องพักหลายห้องมองเห็นวิวสวน Hagley Park การออกแบบให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากกว่าการพักในโรงแรมขนาดใหญ่ มีห้องอาหารระดับรางวัลอย่าง 50 Bistro ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่นของ Canterbury รวมถึงไวน์จากภูมิภาค South Island จากโรงแรมสามารถเดินต่อไปยังแม่น้ำ Avon คาเฟ่ แกลเลอรี และย่านใจกลางเมืองได้สะดวก
ที่อยู่: 50 Park Terrace, Christchurch Central City, Christchurch, 8013, New Zealand
Tel: +64 3 379 4560
Website: www.thegeorge.com
การขับรถเที่ยวเกาะใต้ในเส้นทาง New Zealand Road Trip ฝั่ง West Coast คือทริปที่เหมาะกับคนอยากสัมผัสธรรมชาติของนิวซีแลนด์แบบเต็มอิ่ม ตั้งแต่เมืองริมทะเลสาบอย่าง Queenstown เมืองเก่าอย่าง Arrowtown เส้นทางป่าฝนและน้ำตกบริเวณ Haast Pass ธารน้ำแข็ง Fox Glacier ไปจนถึงภูเขาอัลไพน์ที่ Arthur’s Pass ก่อนปิดท้ายที่ Christchurch เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ ตลาด ศิลปะ และพื้นที่สีเขียว การเดินทางเส้นนี้จึงไม่ได้มีดีแค่จุดหมายปลายทาง แต่ยังเต็มไปด้วยวิวระหว่างทางที่เปลี่ยนไปทุกช่วงถนน เหมาะกับการขับแบบไม่เร่งรีบและเก็บรายละเอียดของเกาะใต้ให้ครบในทริปเดียว
สำหรับใครที่กำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศหรือเตรียมออกเดินทางไปนิวซีแลนด์ การมีบัตรเครดิต KTC ไว้ใช้ระหว่างทริปช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า ร้านอาหาร และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ระหว่างเดินทางได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถเช็กโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษด้านท่องเที่ยวก่อนเดินทาง เพื่อให้ทุกแพลนโร้ดทริปคุ้มค่าและพร้อมออกเดินทางมากขึ้น สมัครบัตรเครดิต KTC ไว้เป็นตัวช่วยสำหรับทริปต่างประเทศ แล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของ New Zealand Road Trip ได้อย่างมั่นใจ
เที่ยว New Zealand Road Trip กับบัตรเครดิต KTC
















