ลืมภาพจำของยุโรปในโทนหม่นเทายามฤดูหนาวไปได้เลย เพราะทันทีที่เข็มนาฬิกาแห่งฤดูใบไม้ผลิเริ่มขยับ “วาเลนเซีย” จะเปลี่ยนโฉมเป็นเมืองที่พรั่งพรูด้วยแสง สี และพลังงานที่สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรก บรรยากาศริมชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนยิ่งขับเน้นให้ทุกอย่างดูโปร่งสบายและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาอย่างเป็นธรรมชาติ
เมืองใหญ่อันดับสามของสเปนแห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงามของสถาปัตยกรรม แต่คือการรักษาจังหวะชีวิตไว้อย่างสมดุล ทั้งร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ วัฒนธรรมสเปนอันเข้มข้น และความรื่นรมย์ธรรมดา ๆ อย่างการเดินเล่นรับลมทะเลท่ามกลางแสงแดดอ่อนที่กลับให้ความรู้สึกพิเศษกว่าที่เคย จนเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมวาเลนเซียในยามใบไม้ผลิบาน ถึงมีเสน่ห์เฉพาะตัวในแบบที่ไม่มีเมืองไหนมาทดแทนได้
วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯไป วาเลนเซีย สเปน
จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางบินมายังกรุงมาดริดหรือบาร์เซโลนา ก่อนต่อเครื่องไปลงที่ Manises International Airport ใช้เวลาเดินทางในประเทศราว 1 ชม. 30 นาที ก็จะถึงเมืองริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้ได้อย่างสะดวก พร้อมออกไปเดินเล่น ชิมอาหารต้นตำรับ และเก็บทุกสีสันของวาเลนเซียได้ทันที
จุดเช็กอินเที่ยววาเลนเซีย สเปน
Valencia City Hall
ย่านอาคารราชการสำคัญใจกลางจัตุรัส Plaza del Ayuntamiento ที่โอบล้อมด้วยสถาปัตยกรรมต้นศตวรรษที่ 20 ในสไตล์นีโอคลาสสิกแทรกดีเทลบาโรคอย่างพอดี Facade เรียงด้วยเสา รูปปั้น และระเบียงที่ชวนให้เงยหน้ามองก่อนจะก้าวเท้าต่อ ยิ่งพอเข้าโหมดฤดูใบไม้ผลิ บรรยากาศของจัตุรัสจะค่อย ๆ เนิบช้าลง แต่แทนที่ด้วยความอบอุ่นแบบจับต้องได้ คาเฟ่และร้านอาหารทยอยยกโต๊ะออกมาตั้งกลางแจ้ง โชยกลิ่นกาแฟกับเบเกอรีลอยปะปนมากับลมอ่อน ๆ ให้ผู้คนที่เดินผ่านไม่ได้แค่แวะซื้อของ แต่เผลอนั่งยาวขึ้นอีกหน่อย พักสายตามองเมืองรอบตัว แล้วปล่อยเวลาไหลไปแบบไม่ต้องมีแพลนชัด
ที่อยู่: Pl. de l'Ajuntament, 1, Ciutat Vella, 46002 Valencia
Torres de Serranos
หนึ่งในประตูจากเมืองยุคกลางที่ยังยืนยงอยู่แบบแทบไม่เปลี่ยนไปจากศตวรรษที่ 14 เลยแม้แต่น้อย เดิมสร้างขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงเมืองเพื่อป้องกันการรุกราน และใช้เป็นทางเข้าออกหลักฝั่งเหนือ มีหอคอยคู่ขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นตระหง่าน ไม่ใช่แค่เพื่อความแข็งแรง แต่ยังสะท้อนอำนาจและความสำคัญของเมืองในช่วงเวลานั้นด้วย ช่วงสงครามกลางเมืองสเปน พื้นที่ด้านบนของหอคอยเคยถูกใช้เก็บผลงานศิลปะจากพิพิธภัณฑ์ เพื่อหลบการโจมตีทางอากาศ จนกลายเป็นเหมือนที่หลบภัยของงานศิลป์โดยไม่ตั้งใจ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปชมความงามบนยอดหอคอยได้ แม้ว่าบันไดหินอาจจะชันเล็กน้อย แต่บอกเลยว่าคุ้มกับการได้สัมผัสกับวิวเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยหลังคาสีอิฐละลานตา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังมองร่องรอยความยิ่งใหญ่ของวาเลนเซียผ่านสายตาตัวเอง
ที่อยู่: C. de la Blanqueria, 1, Ciutat Vella, 46003 Valencia
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ - เสาร์ 10.00 น. - 19.00 น. / อาทิตย์ 10.00 น. - 14.00 น.
Basilica Cathedral of the Assumption of Our Lady
โบสถ์หลักกลางเมืองอย่าง Valencia Cathedral ที่เป็นเหมือนหัวใจของชาววาเลนเซีย ทั้งในด้านความศรัทธาและประวัติศาสตร์ เพราะสร้างทับบนมัสยิดเดิมหลังยึดเมืองคืนมา ทำให้ทุกมุมข้างในมีความ “คนละยุคแต่ไปด้วยกันได้” ทั้งโรมาเนสก์ โกธิค บาโรค ปนกันแบบไม่ต้องตั้งใจให้เข้ากัน แต่ดันเข้ากันดี จุดที่คนตั้งใจมาคือ Chapel of the Holy Grail ที่เก็บถ้วยซึ่งโยงกับตำนานจอกศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู ให้มนต์ขลังแบบนิ่งขรึม ไม่ต้องพูดเยอะ หรือถ้ายังเดินไหวลองเดินบันไดวนขึ้นไปบนยอดหอระฆัง El Miguelete ชมวิวเมืองเก่าวาเลนเซียแบบพาโนรามา ชมเพลินจนไม่อยากกลับ ในอดีต Valencia Cathedral เคยอยู่ภายใต้การปกครองของชาวมัวร์ (ชาวอิสลาม) แต่ในช่วง Reconquista ปี ค.ศ. 1238 กองกำลังคริสเตียนนำโดย King James I of Aragon สามารถยึดเมืองคืนได้สำเร็จ ทำให้โบสถ์กลายเป็นสัญลักษณ์ของทั้งศรัทธาและประวัติศาสตร์อันเข้มข้นของวาเลนเซีย
ที่อยู่: Pl. de l'Almoina, s/n, Ciutat Vella, 46003 Valencia
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ - เสาร์ 10.00 น. - 18.30 น. / อาทิตย์ 14.00 น. - 18.30 น.
ค่าเข้า: 5 EUR/ท่าน
La Lonja de la Seda de Valencia
อาคารสไตล์โกธิคที่ถ้ามองเผิน ๆ อาจคิดว่าเป็นโบสถ์ แต่จริง ๆ แล้วคือ ตลาดผ้าไหมที่สำคัญของวาเลนเซียในช่วงปลายศตวรรษที่ 15 ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการค้าหลักในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO เมือปี ค.ศ. 1996 ภายในอาคารแห่งนี้จึงไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่สะท้อนถึงความมั่งคั่งและอิทธิพลของวาเลนเซียในยุคสมัยนั้นได้อย่างชัดเจน บริเวณโถงหลักโดดเด่นด้วยเสาหินบิดเกลียวสูงจรดเพดาน ให้ความรู้สึกทั้งหนักแน่นและพลิ้วไปพร้อมกัน พอมีแสงธรรมชาติลอดเข้ามา ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตขึ้นแบบไม่ต้องแต่งอะไรเพิ่ม เดินดูเพลิน ๆ แต่มีดีเทลให้หยุดมองได้เรื่อย ๆ แบบไม่รู้สึกเยอะเกินไป
ที่อยู่: C/ de la Llotja, 2, Ciutat Vella, 46001 Valencia
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ - เสาร์ 10.00 น. - 19.00 น. / อาทิตย์ 10.00 น. - 14.00 น.
Central Market of Valencia
ตลาดเก่าแก่ที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 และยังเป็นตลาดที่คนท้องถิ่นแวะมาจับจ่ายกันทุกวัน ตัวอาคารสไตล์อาร์ตนูโว มีหลังคาโดมกระจกสีด้านบนที่เปิดรับแสงธรรมชาติให้ส่องลงมาทั่วพื้นที่ ทำให้บรรยากาศโปร่ง เดินแล้วไม่อึดอัด มาที่นี่คือได้กินของดีแบบไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ว่าจะเป็น แซนด์วิช Bocadillo หรือข้าวผัด Paella ก็มีครบ ฝั่งผลไม้ก็สดจัดตามฤดู ทั้งส้ม มะเขือเทศ สมุนไพรท้องถิ่น สีสันคือชัดแบบไม่ต้องแต่ง ส่วนโซนซีฟู้ดก็เรียงกันแน่น ๆ ดูแล้วรู้เลยว่าสดจริง ไม่ได้มาเล่น ๆ เดินเพลิน กินเพลิน ได้ฟีลชีวิตคนเมืองแบบเรียล ๆ ไปเลย
ที่อยู่: C/ de Palafox, 13, Ciutat Vella, 46001 Valencia
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ - เสาร์ 7.30 น. - 15.00 น.
Turia Garden (Jardín del Turia)
สวนสาธารณะสีเขียวที่เกิดจากการรีดีไซน์เมืองครั้งใหญ่หลังน้ำท่วมปี ค.ศ. 1957 เมื่อวาเลนเซียตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางแม่น้ำตูเรีย แล้วพลิกพื้นที่เดิมให้กลายเป็นสวนยาวกว่า 9 กม. ที่พาดผ่านใจกลางเมืองแบบต่อเนื่อง ยิ่งในฤดูใบไม้ผลิคือช่วงที่สวนแห่งนี้คึกคักที่สุด โดยจะมีผู้คนออกมาใช้ชีวิตกันเต็มที่ ทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน นั่งเล่น หรือปิกนิกใต้ร่มไม้ บรรยากาศสบาย ๆ แต่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา ระหว่างทางยังมีดีเทลประวัติศาสตร์แทรกมาเรื่อย ๆ ทั้งสะพานหินเก่าที่เคยใช้ข้ามแม่น้ำและประติมากรรมต่าง ๆ ถ้าได้ลองมาเดินเพลิน ๆ แล้วจะรู้ว่านี่คืออีกมุมของวาเลนเซียที่ทั้งชิลและมีเสน่ห์แบบไม่ต้องพยายาม
ที่อยู่: Avenida Manuel de Falla S/N, 46015 Valencia
City of Arts and Sciences
เดินเท้าผ่านเส้นทางเชื่อม Turia ไปเพียง 10 นาที ก้าวเข้าสู่อีกมิติของวาเลนเซียที่มู้ดเปลี่ยนจากเมืองเก่าแบบชัดเจนกับ City of Arts and Sciences คอมเพล็กซ์สายวิทย์และดีไซน์ขนาดใหญ่ที่ออกแบบโดย Santiago Calatrava เส้นสายโค้งยาวของอาคารทำให้ทั้งพื้นที่ดูเหมือนสิ่งมีชีวิตมากกว่าสถาปัตยกรรมทั่วไป ยิ่งมีผิวน้ำล้อมรอบก็ยิ่งสะท้อนให้ทุกอย่างดูคมและล้ำขึ้นไปอีก ภายในมีทั้งพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ โรงภาพยนตร์ Hemisfèric และ Oceanogràfic อควาเรียมขนาดใหญ่ ให้ฟีลเหมือนหลุดมายุคใหม่แบบเต็มตัว
ที่อยู่: Quatre Carreres, 46013 Valencia
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00 น. - 19.00 น.
ค่าเข้า: (Oceanogràfic) 40.50 EUR/ท่าน (Hemisfèric) 9 EUR/ท่าน (Science Museum) 9 EUR/ท่าน
Malvarrosa Beach
ชายหาดเลียบเมืองที่ห่างจากย่าน Valencia City Hall แค่ราว 15 นาที ก็ได้ฟีลทะเลแบบไม่ต้องออกนอกเมือง เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นทุ่งดอก Malva เลยกลายมาเป็นชื่อในปัจจุบัน ตัวหาดทรายขาวทอดยาวและเปิดโล่งกว่า 1 กม. เดินสบาย มีทางเดินเลียบทะเลพร้อมคาเฟ่และร้านอาหารเรียงต่อกันแบบแวะได้เรื่อย ๆ ช่วงฤดูใบไม้ผลิคือบรรยากาศกำลังดี ท้องฟ้าใส คนไม่แน่น ลมทะเลเย็นสบาย โดยเฉพาะช่วงพลบค่ำที่แสงอาทิตย์จะลาลับขอบฟ้าก็ยิ่งดีต่อใจ ใครอยากเห็นวาเลนเซียในโหมดชิล ๆ ที่ไม่ใช่แค่เมืองเก่า ที่นี่คือจุดที่ลงตัวแบบไม่ต้องคิดเยอะ
ที่อยู่: arrer d'Isabel de Villena, 16, 46011 Valencia
Xativa Village
นั่งรถไฟออกจากตัวเมืองวาเลนเซียราว 60 นาที ก็ถึง Xàtiva เมืองเล็กที่อัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคไอบีเรีย โรมัน ต่อเนื่องมาถึงอิทธิพลอิสลาม และยังเป็นบ้านเกิดของตระกูล Borgia ที่เคยทรงอำนาจในยุโรป ตัวเมืองเก่ายังพอเห็นผังถนนแคบ ๆ บ้านสีเอิร์ธโทนเรียงตามไหล่เขาแบบดั้งเดิม ก่อนจะไต่ระดับขึ้นไปสู่จุดไฮไลท์อย่าง Castillo de Xàtiva ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่วางตัวตามแนวสันเขา แบ่งเป็น “Castillo Menor” (ป้อมล่าง) และ “Castillo Mayor” (ป้อมบน) เชื่อมต่อกันด้วยกำแพงยาวที่สามารถเดินต่อเนื่องได้จริง ระหว่างทางจะเห็นทั้งหอคอยเฝ้าระวัง ซากกำแพง และมุมมองที่ค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรีบเดินก็มีอะไรให้หยุดดูตลอด จุดด้านบนสุดวิวจะเปิดเต็มตา เห็นทั้งหุบเขา แปลงเกษตร และเมืองด้านล่างเรียงเป็นชั้น ๆ โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิที่ช่วยเติมสีเขียวให้ภูเขารอบ ๆ โดดเด่นสุด ๆ ใครอยากเสพทั้งประวัติศาสตร์ วิว และเปิดโลกเมืองเล็กที่ยังไม่ถูกรบกวนมาก ที่นี่ตอบโจทย์สุด ๆ
ที่อยู่: Carrer Montcada, 9, 46800 Xativa
ร้านอาหารที่ต้องห้ามพลาดในวาเลนเซีย สเปน
Casa Carmela
ร้านอาหารที่คนรักข้าวผัดสเปนอย่าง Paella ต้องยกนิ้วให้ เพราะสูตรของร้านนี้คือแบบวาเลนเซียแท้ ๆ ไม่ใช่เวอร์ชันนักท่องเที่ยว ฟีลของร้านอบอุ่นแบบบ้าน ๆ เหมือนหลุดมานั่งทานกับคนท้องถิ่น เมนูแนะนำคือ Paella de Marisco หรือเวอร์ชันเนื้อสัตว์ วัตถุดิบสดใหม่ทุกวัน ให้รสชาติเต็มคำ อร่อยจนแทบไม่อยากวางช้อน
ที่อยู่: C/ d’Isabel de Villena, 155, 46011 Valencia
Tel: +34 963 710 073
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 13.00 น. - 16.00 น.
Casa Roberto
ร้านสไตล์โฮมมี่ ฟีลครอบครัวเก่าแก่ เสิร์ฟอาหารวาเลนเซียแบบบ้าน ๆ แต่อร่อยเด็ด บรรยากาศสบาย ๆ เมนูเด่นคือ Paella ทั้งซีฟู้ดและเนื้อสัตว์ แถมยังมี Tapas ให้สั่งเล่นเพลิน ๆ ระหว่างรอ เหมาะกับคนอยากกินชิล ๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะ
ที่อยู่: Carrer del Mestre Gozalbo, 19, 46005 Valencia
Tel: +34 963 95 13 61
เวลาเปิด-ปิด: อังคาร - อาทิตย์ 13.15 น. - 16.00 น. / 20.30 น. - 23.00 น.
Ricard Camarena Restaurant
ร้านมิชลินฟีลหรูแต่ไม่เว่อร์ เสิร์ฟความอร่อยเด็ดผ่านรสมือเชฟ Ricard Camarena กับเมนู Mediterranean โมเดิร์น ที่แต่ละจานเหมือนงานศิลปะ สีสันจัดจ้าน รสสัมผัสซับซ้อน เหมาะกับคนอยากลอง Fine Dining ของวาเลนเซียแบบเต็มอิ่ม แนะนำให้จองโต๊ะล่วงหน้า เพราะความดังของร้านไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
ที่อยู่: Av. de Burjassot, 54, La Saïdia, 46009 Valencia
Tel: +34 963 35 54 18
เวลาเปิด-ปิด: (มื้อกลางวัน) ศุกร์ - เสาร์ 13.30 น. - 15.00 น. (มื้อเย็น) อังคาร - เสาร์ 20.00 น. - 21.30 น.
ที่พักแนะนำเมื่อไปเที่ยววาเลนเซีย สเปน
MYR Hotel Palacio Vallier
บูธีคโฮเทลกลางเมืองเก่า ให้บริการห้องพักเรียบหรูแต่ยังสบาย ใส่ใจรายละเอียดตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ไม้เนื้อดีไปจนถึงของตกแต่งที่ให้ฟีลเหมือนอยู่บ้าน มีล็อบบี้ที่คาเฟ่ที่เป็น IG Spot สำหรับคนชอบเช็กอินกาแฟหอม ๆ รวมถึง Rooftop Bar ชิล ๆ ยามเย็น เหมาะกับจิบค็อกเทลชมพระอาทิตย์ตกแบบสโลว์ไลฟ์ นอกจากนี้ยังสามารถเดินสั้น ๆ ไปยังถนนคนเดิน คาเฟ่ท้องถิ่น หรือสถาปัตยกรรมเก่า ๆ ที่ชวนให้หยุดถ่ายรูปได้สะดวก
ที่อยู่: Pl. de Manises, 7, Ciutat Vella, 46003 Valencia
Tel: +34 960 66 13 06
Website: myrhotels.com/hoteles/hotel-de-lujo-palacio-vallier/
Meliá Valencia
โรงแรมสวยร่วมสไตล์แบรนด์สเปนแท้ ๆ ครบครันทั้งฟังก์ชันสำหรับนักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ห้องพักกว้าง โปร่งสบาย แสงธรรมชาติเข้าถึงดี บางห้องมองเห็นวิวเมืองเก่าพร้อมเส้นสายสถาปัตยกรรมคลาสสิก ตอนเช้ายังสามารถเดินเท้าไปช้อปที่ตลาดหรือหามื้อสายอร่อย ๆ ใกล้ ๆ โรงแรมได้ง่าย เหมาะกับคนอยากอยู่ใจกลางเมืองแต่ยังได้ฟีลสบาย ๆ
ที่อยู่: Av. de les Corts Valencianes, 52, Benicalap, 46015 Valencia
Tel: +34 963 03 00 00
Website: www.melia.com/en/hotels/spain/valencia/melia-valencia
Las Arenas Balneario Resort
รีสอร์ตสุดหรูติดชายหาดที่สาย Luxury และคนรักทะเลต้องกดหัวใจไว้เป็น Dream Stay ของจริง ห้องพักกว้าง ฟีลโคซี่ เหมือนชาร์จพลังเต็ม ๆ หลังวันเที่ยวเมือง พร้อมแช่ตัวในสระว่ายน้ำและสปาที่ชมวิวทะเลแบบเต็มตา ส่วนอาหารเช้าเสิร์ฟเมนูท้องถิ่นสดใหม่ทุกวัน เติมพลังให้พร้อมลุยต่อแบบชิล ๆ
ที่อยู่: C/ d'Eugènia Viñes, 22, 24, Poblados Marítimos, 46011 Valencia
Tel: +34 963 12 06 00
Website: www.hotelvalencialasarenas.com
วาเลนเซียคือเมืองที่ทำให้การเที่ยวสเปนมีมิติที่นุ่มนวลและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยบรรยากาศริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่สดใส สถาปัตยกรรมเก่าและใหม่ที่อยู่ร่วมกันอย่างลงตัว ตลาดท้องถิ่น ร้านอาหารต้นตำรับ ไปจนถึงแลนด์มาร์กระดับโลกอย่าง City of Arts and Sciences ทุกวันในวาเลนเซียจึงเต็มไปด้วยสีสันของการใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ แต่ยังมีพลังและความคึกคักในแบบฉบับเมืองยุโรปตอนใต้ ใครที่กำลังมองหาปลายทางใหม่ ๆ นอกเหนือจากมาดริดหรือบาร์เซโลนา วาเลนเซียคือคำตอบที่น่าลองสักครั้ง และเพื่อให้การเดินทางสะดวกและคุ้มค่ายิ่งขึ้น การใช้บัตรเครดิต KTC ช่วยให้คุณวางแผนเที่ยวต่างประเทศได้คล่องตัว ทั้งการจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ร้านอาหาร หรือใช้จ่ายระหว่างทริป พร้อมสิทธิประโยชน์และความอุ่นใจตลอดการเดินทาง สมัครบัตรเครดิต KTC วันนี้ แล้วออกไปเปิดประสบการณ์เที่ยววาเลนเซีย สเปน ให้เต็มอิ่มยิ่งกว่าเดิม
เที่ยวสเปนคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC




















