เที่ยวโปแลนด์ วอร์ซอ – คราเคา เดินทางยังไง

วอร์ซอและคราเคาอยู่ห่างกันราว 250–300 กิโลเมตร เป็นเส้นทางคลาสสิกของการเที่ยวโปแลนด์ที่นักท่องเที่ยวมักจัดไว้ในทริปเดียวกัน การเดินทางระหว่างสองเมืองทำได้สะดวก มีหลายทางเลือกตามงบ เวลา และสไตล์การเดินทาง

รถไฟ (แนะนำที่สุด)

สะดวก เร็ว เชื่อถือได้

  • ใช้รถไฟความเร็วสูง EIP Pendolino
  • ใช้เวลาประมาณ 2.30–3 ชั่วโมง
  • เดินทางจาก Warszawa Centralna / Zachodnia → Kraków Główny
  • สถานีปลายทางอยู่ใจกลางเมืองคราเคา ใกล้ย่านเมืองเก่า

รถบัส

ประหยัดงบ ราคาถูก

  • ใช้เวลาโดยเฉลี่ย 4–5 ชั่วโมง
  • มีหลายบริษัทให้บริการ เช่น FlixBus
  • จุดขึ้นรถในวอร์ซอ และลงที่สถานีรถบัสคราเคา

เครื่องบิน

ถึงแม้เครื่องบินจะดูเร็ว แต่รวมเวลาแล้วไม่ค่อยคุ้ม

  • บินจาก Warsaw Chopin (WAW) → Kraków Balice (KRK)
  • เวลาเครื่องบินประมาณ 1 ชั่วโมง
  • แต่รวมเวลาเดินทางไปสนามบิน + เช็กอิน + ต่อรถเข้าเมืองแล้ว ใช้เวลารวม 3–4 ชั่วโมง

เช่าขับเอง

ยืดหยุ่น แวะเที่ยวระหว่างทางได้

  • ระยะทางประมาณ 300 กม.
  • ใช้เวลาขับ 3–4 ชั่วโมง
  • เส้นทางมาตรฐาน ถนนดี

เที่ยว วอร์ซอ – คราเคา โปแลนด์

เมืองบางเมืองก็แอบสวยอยู่อย่างเงียบเชียบ ต่อเมื่อคุณออกเดินทางไปหา และเพ่งมองด้วยตาของคุณเอง ก็อาจจะเปล่งคำว่า ว้าว!! เบาๆออกจากลำคอ   “คราเคา”(Krakow) อดีตเมืองหลวงเก่าของโปแลนด์ เป็นหนึ่งในเมืองของยุโรปที่จะทำให้คุณเกิดอาการแบบนั้น

 



ภาษาโปแลนด์ออกเสียงว่าคราคูฟ แต่นักเดินทางมักรู้จักเมืองสวยแห่งนี้กันในชื่อของคราเคา คราเคาเป็นเมืองโบราณอายุเกินพันปี และแม้จะได้ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเมืองหลวงของโปแลนด์จนถึงแค่ศตวรรษที่ 16 แต่คราเคาก็เป็นเมืองที่ยังคงความเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรม เป็นรากอารยธรรมของชาวโปล และเป็นศูนย์กลางด้านศาสนา มีอยู่เรื่องเดียวที่คนทั้งโลกขอบคุณกองทัพนาซี  คือไม่ได้ถล่มเมืองคราเคาให้ย่อยยับคามือเหมือนกับที่ลงมือทำกับเมืองอื่นๆ  ทั้งที่ตอนนั้นกองทัพนาซีใช้คราเคาเป็นฐานบัญชาการเสียด้วยซ้ำ แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คราเคากับรอดเงื้อมมือจากการถูกทำลาย เพราะกองทัพนาซีถอนออกกำลังออกอย่างรวดเร็ว จนไม่มีเวลามาถล่มเมือง จึงเป็นโชคดีของชาวคราเคา และโชคดีของคนรุ่นหลัง ที่ได้มีโอกาสเห็นคราเคาสวยแบบดั้งเดิม

 



เป็นความสวยแบบผสมผสานก็ว่าได้  เพราะหากเดินให้ทั่วเมือง ก็จะพบว่าคราเคามีทั้งสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค โกธิก เรเนสซองส์ ร็อกโคโค อาร์ตนูโว  และนีโอคลาสสิค นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเข้าตายูเนสโก้ จนต้องมอบตำแหน่งเมืองมรดกโลกให้คราเคา
 แทนที่คนมาคราเคาจะพุ่งไปจัตุรัสกลางเมือง  ส่วนใหญ่จะมุ่งหน้าไปหาเนินเขาวาเวล(Wawel Hill) สถานที่อันเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของชาวเมือง  มีปราสาทวาเวล(Wawel Castle)ซึ่งเป็นพระราชวังหลวงที่กษัตริย์ของโปแลนด์เคยใช้เป็นที่ประทับ



ด้านนอกโชว์ความงดงามในแบบเรเนสซองส์ แต่ด้านในมีห้องหับ ที่แสดงผลงานทางศิลปะหลากหลายแขนง รวมถึงเก็บสมบัติอันล้ำค่าของเมืองเอาไว้อีกไม่น้อย บางส่วนเป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ในยุคก่อน

ในอาณาบริเวณของวาเวล ยังมีมหาวิหารวาเวล(Wawel Cathedral )ที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์มากเหลือเกิน  นอกจากจะใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์โปแลนด์ทุกพระองค์แล้ว ยังเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์ ราชวงศ์  นักบุญ และบุคคลสำคัญและคนมีชื่อเสียงของโปแลนด์  อีกมุมหนึ่งของคราเคาที่เป็นชุมทางของนักท่องเที่ยวคือ ย่านเมืองเก่า ที่มีลานจัตุรัส(Market Square)กว้างและใหญ่ที่สุดในยุโรปตอนกลาง  เป็นจัตุรัสที่ห้อมล้อมไว้ด้วยอาคารเก่าแก่ แต่โบสถ์เซนต์แมรี(St.Mary)เป็นจุดเด่นที่ใครๆพากันเร่งสาวเท้าเข้าหา  โบสถ์แบบโกธิกแห่งนี้มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่มีภาพสลักไม้อยู่เหนือแท่นบูชา ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวของพระเยซู และพระแม่มารี

หากโชคดีคุณจะได้เห็นผลงานศิลปะที่บรรดาศิลปินชาวโปลหอบมาแสดงให้ชมกันแถวป้อมปราการโบราณของเมืองที่อายุกว่า 600 ปี

คราเคายังมีอีกหลายมุมที่น่ามอง ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่สุดในยุโรปชื่อ ซูเคียนนีส ไปจนถึงย่านที่อยู่อาศัยของชาวยิว  ในยามค่ำคืนคราเคาก็ครื้นเครงไม่เบาเลยทีเดียว ถึงขนาดมีคำกล่าวว่าคราเคามีชีวิตที่ไม่เคยหลับใหล  เรื่องอาหารการกินหาได้แทบทุกสัญชาติ หรือใครอยากจะไปเที่ยวแถวชานเมือง ก็มีเหมืองเกลือโบราณที่เป็นมรดกโลกให้ตามรอยกัน คนมาคราเคาจึงกลับบ้านไปด้วยรอยยิ้มที่ประทับแถวมุมปากกันถ้วนหน้า

 



ส่วนวอร์ซอ (Warsaw) อาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางที่โดดเด่นนัก   แต่หากใครได้ย่างเท้าลงเหยียบแผ่นดินวอร์ซอ คุณจะแอบร่ำร้องอยู่ในใจ  ว่าอยากกลับมาเยือนเมืองหลวงของโปแลนด์อีกสักครั้ง วอร์ซอถูกคะเนเรื่องอายุขัย ว่าเก่าแก่เกือบ 700  ปี    นั่นยิ่งทำให้เมืองริมแม่น้ำวิสตูลาแห่งนี้ ดูน่าค้นหามากขึ้นเป็นทวีคูณ ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของวอร์ซอ  ที่ชาวโปแลนด์ไม่อาจลืมได้  คงเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองกำลังทหารนาซี ได้เผาทำลายอาคารบ้านเรือนทั่วทั้งวอร์ซอจนราบเป็นหน้ากลอง



กว่าจะเห็นวอร์ซอกลับมาสวยสดอย่างทุกวันนี้  ชาวโปลต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก่อร่างสร้างเมืองขึ้นมาให้วอร์ซอกลายเป็นเมืองสวยอีกครั้ง  จนกระทั่งเมื่อปีค.ศ. 1980 หรือประมาณ 40 ปี หลังจากโดนสงครามละเลงยูเนสโก้  ก็ยกให้วอร์ซอเป็นเมืองมรดกโลก หากอยากย้อนรอยประวัติศาสตร์ของวอร์ซอในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ไม่มีที่ไหนฉายภาพได้ดีเท่าพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์(Warsaw Historical Museum)อีกแล้ว

คุณอาจเดินออกมาด้วยความรู้สึกหดหู่ หรือ หม่นเศร้า  แต่เมื่อออกไปเดินทอดอารมณ์ไปตามเส้นทางรอยัล เวย์(Royal Way) ในเขตจัตุรัสเมืองเก่า(Old Town Square) ความรู้สึกแบบนั้นจะค่อยๆหายเหือดไป  เพราะโบสถ์เล็กโบสถ์น้อยหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์เซนต์จอนห์(St.John)  และโบสถ์แซงชิวเอรี(Sanctuary of our lady of charity)ที่มีหอระฆังสูงมาก  อาคารบ้านเรือนที่สร้างแบบยุโรปตะวันออก อาร์ตแกลเลอรี คาเฟ่และร้านอาหาร  ไปจนถึงเขตพระราชวังหลวง(Royal Castle)จะทำให้คุณมองอย่างเพลินอารมณ์ โดยเฉพาะความงดงามภายในพระราชวังหลวง ที่ด้านในไม่เพียงตกแต่งอย่างวิจิตร แต่ยังมีข้าวของเก่าแก่และงานศิลปะอันประเมินค่าไม่ได้อีกมากมาย ใครอยากชมเมืองเก่าแบบย้อนยุค  จะนั่งรถม้าชมเมืองจากแถวจัตุรัสเมืองเก่าก็ได้ แถวนี้มีให้บริการเต็มไปหมด


 แต่นอกจากพระราชวังหลวงแล้ว  วอร์ซอยังมีดาวเด่นอย่าง พระราชวังลาเซียนกี้(Lazienki Palace)เอาไว้รับแขกบ้านแขกเมือง  สำคัญตรงที่เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสโปแลนด์  พระองค์ทรงประทับที่พระราชวังแห่งนี้ด้วย

เป็นสถานที่ที่คุณสามารถเตร็ดเตร่ได้นานอย่างไม่รู้เบื่อ เพราะนอกจากจะมีสวนสวยเอาไว้ให้ทุกคนได้สูดอากาศดีแล้ว  ยังมีอนุสาวรีย์ของนักดนตรีชื่อดังก้องโลกอย่างเฟเดอริก  โชแปงอยู่ที่นั่นด้วย มีหลายคนอยากตามรอยโชแปงไปถึงบ้านเกิดของเขา คงต้องรถออกไปแถวชานเมืองของวอร์ซอ  เมืองเล็กๆที่เรียกว่าเซลาโซวาโวลา ที่บ้านของเขาทำเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงพวกเครื่องดนตรีชิ้นต่างๆโดยเฉพาะเปียโนที่เขาถนัด  รวมถึงห้องหับและเครื่องใช้ไม้สอยภายในครัวเรือนของเขา

แต่ถ้ามีโอกาสน่าจะลองแวะไปชมย่านที่พักอาศัยของชาวยิว(Warsaw Ghetto)ที่มากมายไปด้วยประวัติศาสตร์

วอร์ซอเป็นเมืองที่ผ่านร้อนหนาวมาอย่างแสนสาหัส แต่ด้วยหัวใจรักชาติของชาวโปลที่มีอยู่สูงกว่าชาติไหนๆ ทำให้วอร์ซอกลับมาสวยอย่างคาดไม่ถึง และเป็นความงามล้ำที่ดูลุ่มลึกทีเดียว และนี่คือ 2 เมืองของโปแลนด์ที่น่าทำความรู้จักอย่างยิ่ง

 

การ เที่ยวโปแลนด์ ผ่านสองเมืองสำคัญอย่าง วอร์ซอ และ คราเคา คือการเดินทางที่พาคุณย้อนรอยประวัติศาสตร์ยุโรปกลาง ตั้งแต่เมืองหลวงที่ลุกขึ้นยืนใหม่จากสงคราม ไปจนถึงอดีตเมืองหลวงเก่าแก่ที่ยังคงสถาปัตยกรรมและจิตวิญญาณดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม ทั้งปราสาท พระราชวัง โบสถ์ ย่านเมืองเก่า และเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่แทรกอยู่ในทุกมุมเมือง ทำให้วอร์ซอและคราเคาเป็นจุดหมายที่ไม่ได้สวยแค่ภาพถ่าย แต่เต็มไปด้วยความลึกซึ้งที่นักเดินทางจะสัมผัสได้เมื่อได้ไปเยือนด้วยตัวเอง

เพื่อให้การเดินทางท่องเที่ยวยุโรปครั้งนี้ราบรื่นและคุ้มค่ายิ่งขึ้น การเตรียมตัวด้านการเงินก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ การมี บัตรเครดิต KTC ช่วยให้คุณจัดการค่าใช้จ่ายระหว่างทริปได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก การเดินทางระหว่างเมือง หรือใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยว พร้อมสิทธิประโยชน์และความอุ่นใจตลอดการเดินทาง ทำให้คุณโฟกัสกับการดื่มด่ำเสน่ห์ของโปแลนด์ได้อย่างเต็มที่ในทุกช่วงเวลา

ภาพและเรื่องโดยกาญจนา หงษ์ทอง
นักเดินทางกว่า 147 ประเทศ • เขียนหนังสือกว่า 60 เล่ม • พิธีกรรายการวิทยุ+วิทยุ • youtube:KanClub • รับจัดทริปไทย+ต่างประเทศ

 

ทุกทริปเที่ยวคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC