ว่ากันว่า การเดินทางจะช่วยเปิดมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในชีวิต Work and Holiday วีซ่าท่องเที่ยวและทำงานที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เปิดประสบการณ์ครั้งใหม่ที่ออสเตรเลีย ใครที่กำลังค้นหาตนเอง หรืออยากทดลองใช้ชีวิตในออสเตรเลียดูสักครั้ง ในบทความนี้มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับคุณอย่างแน่นอน


Work and Holiday คืออะไร




โครงการ Work and Holiday คือวีซ่าประเภททำงานและท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่มีอายุ 18-30 ปี ที่อยากจะไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ออสเตรเลีย ทั้งทำงานเก็บเงิน และเที่ยวให้ทั่วประเทศแบบถูกกฎหมายเป็นเวลา 1 ปี โดยโควตาต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 คน ใครที่อยากลองเปิดประสบการณ์เดินทางและใช้ชีวิตต่างประเทศดูสักครั้ง โครงการนี้ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่ควรพลาด


Work and Holiday มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

สำหรับใครที่อยากจะไป Work and Holiday อาจมีค่าใช้จ่ายจำเป็นในการเข้าร่วมโครงการ ดังนี้

  • ค่าทำวีซ่า Work and Holiday ราคา 635 AUD หรือประมาณ 13,500 บาทไทย* (โปรดตรวจสอบราคาล่าสุด ณ วันที่ยื่นวีซ่า Work and Holiday อีกครั้ง)
  • ค่าสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ IELTS หรือเทียบเท่า ประมาณ 6,300-7,990 บาท (ข้อมูลอัปเดตล่าสุดปี 2024)
  • ค่าตรวจสุขภาพ เริ่มต้นที่ 2,000 บาทเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับค่าบริการของแต่ละสถานพยาบาล
  • ค่าเครื่องบินไปออสเตรเลีย ประมาณ 12,000-35,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่จองและโปรโมชันของแต่ละสายการบิน
  • Pocket money เริ่มต้นประมาณ 25,000-45,000 บาทเป็นต้นไป สำหรับค่าที่พักและค่าเดินทางในออสเตรเลีย

สรุปแล้ว โครงการ Work and Holiday มีค่าใช้จ่ายจำเป็นขั้นต่ำ 60,000 บาท ไม่รวมจำนวนเงินในรายการเดินบัญชีเงินฝากที่ใช้เป็นหลักฐานทางการเงิน เพราะที่ออสเตรเลียค่าครองชีพค่อนข้างสูง ทางโครงการจึงต้องมั่นใจว่าผู้เข้าร่วมมีทุนทรัพย์เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตในออสเตรเลียตลอดระยะเวลาของโครงการ

*อัตราการแลกเปลี่ยนล่าสุด ณ วันที่ 28 มกราคม 2568


คุณสมบัติในการขอ Work and Holiday

คุณสมบัติในการสมัครโครงการ Work and Holiday มีดังนี้

1. สัญชาติไทย อายุระหว่าง 18-30 ปี (ไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นวีซ่ากับทางสถานทูตฯ)

2. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป

3. สุขภาพแข็งแรง

4. ไม่มีประวัติเสื่อมเสีย

5. ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)

6. มีหลักฐานทางการเงินเป็นรายการเดินบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ขั้นต่ำ 5,000 AUD หรือประมาณ 110,000 บาทไทย* โดยมีผู้สมัครเป็นเจ้าของบัญชี

7. มีหลักฐานแสดงทักษะภาษาอังกฤษเป็นผลการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ หรือใบแสดงวุฒิการศึกษา อย่างใดอย่างหนึ่ง

  • ผลการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษที่มีคะแนนตามเกณฑ์ที่กำหนด อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่ผลการสอบจะต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปี
    • IELTS รวมทุกทักษะ ไม่ต่ำกว่า 4.5
    • TOEFL iBT รวมทุกทักษะ ไม่ต่ำกว่า 32
    • PTE Academic รวมทุกทักษะ ไม่ต่ำกว่า 30
    • Cambridge English: CAE รวมทุกทักษะ ไม่ต่ำกว่า 147
  • ใบแสดงวุฒิการศึกษา กรณีจบการศึกษาภาคอินเตอร์ หรือจบการศึกษาจากประเทศออสเตรเลีย
    • ใบแสดงวุฒิการศึกษาและใบแสดงผลการเรียน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับอนุปริญญา/ปริญญาตรีขึ้นไป หลักสูตรเต็มเวลาที่ใช้ภาษาอังกฤษ ระยะเวลาอย่างน้อย 2 ปี
    • ใบแสดงวุฒิการศึกษาและใบแสดงผลการเรียนระดับปริญญาบัตร หรือ
    • ประกาศนียบัตรจากประเทศออสเตรเลีย หลักสูตร 1 ปี

*อัตราการแลกเปลี่ยนล่าสุด ณ วันที่ 28 มกราคม 2568


เอกสารที่ต้องใช้ในการขอ Work and Holiday visa

ก่อนสมัครเข้าร่วมโครงการ Work and Holiday ผู้สมัครจะต้องเตรียมเอกสารที่จำเป็นให้พร้อม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • Passport หรือหนังสือเดินทาง ที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน
  • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบรับรองการจบการศึกษา และใบ Transcript ฉบับภาษาอังกฤษ
  • ใบแสดงผลการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (IELTS, TOEFL iBT, PTE Academic, Cambridge English: CAE อย่างใดอย่างหนึ่ง) หรือใบแสดงวุฒิการศึกษากรณีจบการศึกษาภาคอินเตอร์ หรือจบการศึกษาจากประเทศออสเตรเลีย
  • เอกสารผ่านเกณฑ์ทหาร หรือผ่านการศึกษาวิชาทหาร (รด.)
  • Bank Statement รายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน
  • หนังสือรับรองคุณสมบัติจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)

ผู้สมัครจะต้องมีหลักฐานทางการเงินเพื่อแสดงถึงความพร้อมในการเดินทางและสามารถใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลียได้โดยไม่ขัดสน การ Sponser ด้านการเงินสามารถทำได้ทั้งในนามของตนเองหรือ Sponser โดยผู้อื่น ซึ่งเอกสารที่จะต้องใช้มีดังนี้

กรณี Sponser ตนเอง

  • มีเงินคงเหลือในบัญชีขั้นต่ำ 5,000 AUD พร้อมรายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน
  • กรณีที่ยอดเงินจำนวน 5,000 AUD ถูกโอนเข้าบัญชีมาไม่ถึง 6 เดือน จะต้องมีจดหมายชี้แจงที่มาของเงินได้

กรณี Sponser โดยผู้อื่น

  • รายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือนของผู้ Sponser
  • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ Sponser
  • จดหมายรับรองค่าใช้จ่ายเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง
  • หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครกับ Sponser
  • กรณีที่ยอดเงินจำนวน 5,000 AUD ถูกโอนเข้าบัญชีมาไม่ถึง 6 เดือน จะต้องมีจดหมายชี้แจงที่มาของเงินได้


ขั้นตอนการสมัครโครงการ Work and Holiday

โครงการ Work and Holiday จะมีกำหนดโควตาผู้เข้าร่วมโครงการที่ 2,000 คนต่อปี ดังนั้นการสมัครโครงการ Work and Holiday นั้นจะเป็นการกดขอโควตา ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


ลงทะเบียนเพื่อขอ Username และ Password

อันดับแรกก่อนจะสมัครขอโควตา ผู้สมัครจะต้องมี Username และ Password ก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้จะต้องมีการใช้เอกสารและข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้

  • ชื่อและนามสกุลของผู้สมัคร เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งการสะกดและคำนำหน้าชื่อจะต้องตรงกับหนังสือเดินทาง
  • เลขบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไฟล์รูปหน้าตรง สุภาพ
  • Email


กดโควตาเพื่อเข้าร่วมโครงการ Work and Holiday

เมื่อได้ Username และ Password เป็นที่เรียบร้อย ให้ใช้ Username และ Password ที่ได้ในการเข้าสู่ระบบเว็บไซต์ของโครงการ Work and Holiday จากนั้นให้กรอกข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบถ้วน ซึ่งข้อมูลที่ใช้มีดังต่อไปนี้

  • ชื่อและนามสกุลของผู้สมัคร เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งการสะกดและคำนำหน้าชื่อจะต้องตรงกับหนังสือเดินทาง
  • เลขบัตรประจำตัวประชาชน
  • วันเดือนปีเกิด
  • เอกสารแสดงหลักฐานทักษาภาษาอังกฤษ
  • ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชน
  • ที่อยู่ปัจจุบัน เบอร์โทรศัพท์มือถือ และ Email สำหรับติดต่อ
  • ข้อมูลผู้ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน


ขอหนังสือรับรองคุณสมบัติจากกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)

เมื่อกดขอโควตาเสร็จสิ้น หากผู้สมัครได้รับโควตาเพื่อขอเข้าร่วมโครงการจะต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กับกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเอกสารที่จะต้องใช้มีดังนี้

  • Passport หรือหนังสือเดินทาง ที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน
  • สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใบรับรองการจบการศึกษา และใบ Transcript ฉบับภาษาอังกฤษ
  • ใบแสดงผลการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ (IELTS, TOEFL iBT, PTE Academic, Cambridge English: CAE อย่างใดอย่างหนึ่ง) หรือใบแสดงวุฒิการศึกษากรณีจบการศึกษาภาคอินเตอร์ หรือจบการศึกษาจากประเทศออสเตรเลีย
  • Bank Statement รายการเดินบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือน ซึ่งจะต้องมีเงินในบัญชีขั้นต่ำ 5,000 AUD
  • สรุปแผนการเดินทางและประเภทงานที่สนใจทำระหว่างอยู่ที่ออสเตรเลีย
  • บันทึกข้อตกลง ผู้ปกครองลงนาม
  • สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนของผู้ปกครอง


สมัครเข้าร่วมโครงการและการขอวีซ่า Work and Holiday

หากเอกสารและคุณสมบัติของผู้สมัครครบถ้วน ดย. จะส่งจดหมายรับรองจากรัฐบาล (Letter of Government Support) ให้กับผู้สมัครเพื่อใช้สำหรับยื่นวีซ่า ซึ่งจะมีอายุ 3 เดือนนับจากวันอนุมัติ เมื่อผู้สมัครได้จดหมายรับรองแล้ว ให้ทำการสมัครพร้อมชำระค่าวีซ่าให้เรียบร้อย จากนั้นให้ยื่นเอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครวีซ่าพร้อมกับจดหมายรับรองจากรัฐบาลให้กับทางสถานทูตออสเตรเลีย เพื่อนำไปพิจารณาอนุมัติวีซ่าต่อไป


สิ่งที่ควรรู้ ก่อนไป Work and Holiday




  • โครงการ Work and Holiday สามารถสมัครได้ด้วยตนเอง ไม่ควรสมัครผ่านเอเจนซี่หรือตัวกลาง เนื่องจากอาจทำให้วีซ่าไม่ผ่าน อีกทั้งมีโอกาสที่จะเจอมิจฉาชีพได้
  • การยื่นเอกสารและกรอกข้อมูลเข้าร่วมโครงการ Work and Holiday จะต้องเป็นไปตามความจริงเท่านั้น หากตรวจพบข้อมูลเท็จโดยเจตนา จะถูกตัดสิทธิทันที
  • วีซ่า Work and Holiday เป็นวีซ่าสำหรับทำงานและท่องเที่ยว จึงไม่สามารถทำงานที่เดิมได้นานกว่า 6 เดือน หากพบการกระทำผิดจะถูกยกเลิกวีซ่าพร้อมส่งตัวกลับประเทศ
  • การได้รับโควต้าสมัครโครงการ Work and Holiday เป็นคนละส่วนจากการพิจารณาอนุมัติวีซ่าของสถานทูตออสเตรเลีย ดังนั้นการเข้าประเทศออสเตรเลียโดยใช้วีซ่า Work and Holiday จะต้องได้รับการอนุมัติจากสถานทูตออสเตรเลียแล้วเท่านั้น


Work and Holiday เปิดประสบการณ์ใหม่ สู่การค้นหาเป้าหมายในชีวิต

หากไม่เริ่มต้นเดินทาง อาจไม่รู้เลยว่าประสบการณ์ที่ได้รับมีค่าแค่ไหน ไม่ว่าคุณจะเป็นเด็กเรียบจบใหม่หรือทำงานไปได้สักพักแล้วอยากเริ่มต้นประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ออสเตรเลีย อย่าปล่อยให้โอกาสดี ๆ หลุดมือไป โครงการ Work and Holiday เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุ 18-30 ปีได้ค้นหาตัวเอง ทำงานไป ท่องเที่ยวไปกันยาว ๆ 1 ปีแบบถูกกฎหมาย เตรียมตัวให้พร้อม วางแผนทางการเงินให้ดี เพื่อให้คุณสามารถทำงานและท่องเที่ยวในออสเตรเลียได้อย่างเต็มที่ที่สุด

สำหรับใครที่ต้องการเงินฉุกเฉิน เงินด่วนเพื่อใช้จ่ายในเรื่องจำเป็น ขอแนะนำบัตรกดเงินสดKTC PROUD ที่ให้ความคล่องตัวทุกการใช้จ่าย ไม่ว่าจะเบิกถอนเงินผ่าน ATM ได้ 24 ชั่วโมง โอนเงินผ่านแอป สะดวกทุกที่ ทุกเวลา หรือจะรูดซื้อ และผ่อนสินค้า 0% ก็สะดวก ทั้งที่ร้านค้า และออนไลน์ที่ร่วมรายการ สมัครง่าย อนุมัติไว เงินเดือน 12,000 บาท ก็สมัครได้ บัตรกดเงินสดมีพกติดตัวไว้ อุ่นใจกว่า

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี

วางแผนการเงินอย่างชาญฉลาดด้วยบัตรกดเงินสด KTC PROUD