“จังหวัดบุรีรัมย์” หรือ “เมืองแห่งความรื่นรมย์” เคยถูกจัดอยู่ในกลุ่มการท่องเที่ยวเมืองรอง แต่แท้จริงแล้วบุรีรัมย์กลับเป็นจังหวัดที่มีสถานที่เที่ยวครบทุกรสชาติ ทั้งโบราณสถานขอมที่งดงามระดับมรดกโลก ภูเขาไฟดับสนิทที่ซ่อนเสน่ห์ทางธรณีวิทยา อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ร่มรื่น สนามกีฬาขนาดใหญ่ แหล่งช้อปปิ้งสไตล์ไทย ตลาดกลางคืน และชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ยังคงรักษาภูมิปัญญาการทอผ้าไหมไว้อย่างน่าภาคภูมิใจ นอกจากนี้ยังเป็นจังหวัดที่เดินทางท่องเที่ยวได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะขับรถยนต์ส่วนตัว นั่งรถไฟ ขึ้นเครื่องบิน หรือเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะในตัวเมืองก็สะดวกสบาย และเพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ความเป็นไทยให้คงอยู่ ในบทความนี้ KTC ได้รวบรวม 30 พิกัดสถานที่ท่องเที่ยวบุรีรัมย์ ในปี 2569 ฉบับครบทุกสไตล์การเที่ยว ที่ไม่ว่าจะเที่ยวในเมือง เที่ยวธรรมชาติ เที่ยวชมภูเขา น้ำตก หรืออ่างเก็บน้ำ ก็มีพร้อมตอบโจทย์

 

รู้จักบุรีรัมย์ จังหวัดแห่งปราสาทหินและภูเขาไฟ ตั้งอยู่ที่ไหน?

“บุรีรัมย์” เป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง หรืออีสานตอนล่าง ตั้งอยู่บนที่ราบสูงและมีพื้นที่ประมาณ 10,321 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 23 อำเภอ โดยมีอำเภอเมืองบุรีรัมย์เป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง เศรษฐกิจ การเดินทาง และการท่องเที่ยวของจังหวัด

จากกรุงเทพมหานคร สามารถเดินทางมายังบุรีรัมย์ได้ทั้งรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน และรถโดยสาร ระยะทางทางรถยนต์อยู่ที่ประมาณ 410 กิโลเมตร จึงเหมาะทั้งกับทริปขับรถเที่ยวแบบครอบครัว การเดินทางด้วยรถไฟสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดงบประมาณ และการเดินทางด้วยเครื่องบินสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด

ที่ตั้งและภูมิประเทศของบุรีรัมย์

จังหวัดบุรีรัมย์ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ และสระแก้ว รวมถึงมีพื้นที่บางส่วนอยู่ใกล้แนวเทือกเขาพนมดงรักบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา โดยลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดมีทั้งพื้นที่ราบ ทุ่งนา เนินเขา ป่าไม้ และภูเขาไฟโบราณ โดยจังหวัดบุรีรัมย์มีภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้วหลายลูก เช่น เขากระโดง พนมรุ้ง เขาอังคาร และเขาปลายบัด และลักษณะทางธรณีวิทยานี้ได้กลายเป็นที่มาของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง ตั้งแต่ปากปล่องภูเขาไฟ วัดบนยอดเขา น้ำตกตามฤดูกาล ไปจนถึงแหล่งหินบะซอลต์และพื้นที่ป่า

ด้วยภูมิประเทศที่หลากหลาย การท่องเที่ยวบุรีรัมย์จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโบราณสถาน แต่ยังสามารถวางแผนเที่ยวธรรมชาติ ภูเขา อ่างเก็บน้ำ แหล่งดูนก หรือจะท่องเที่ยวตามสไตล์คนยุคใหม่ก็สามารถทำได้อย่างเพลิดเพลินในจังหวัดเดียว

 

ที่เที่ยวบุรีรัมย์ในเมือง มีที่ไหนเดินทางสะดวก?

สำหรับใครที่มาบุรีรัมย์แบบทริปสั้น ๆ หรือเดินทางโดยรถสาธารณะ สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองถือเป็นจุดเริ่มต้นการท่องเที่ยวบุรีรัมย์ที่สะดวกที่สุด เพราะอยู่ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์และบริเวณใกล้เคียง เดินทางด้วยรถสองแถว ระยะทางไม่ไกล หาที่จอดรถง่าย ทั้งยังเชื่อมต่อกับแหล่งกิน-ช้อปในตัวเมืองอีกด้วย


1. ศาลพระหลักเมืองบุรีรัมย์ (Buriram City Pillar Shrine)

มาต่างเมืองทั้งทีก็ต้องเสริมความเป็นสิริมงคลให้เที่ยวอย่างแคล้วคลาดปลอดภัย ด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ ศาลพระหลักเมืองบุรีรัมย์ โดยที่เที่ยวบุรีรัมย์ในเมืองแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบขอม มียอด 5 ชั้น ภายในมีเสาหลักเมือง 2 ต้น และมีเทพประจำทิศเพื่อปกป้องรักษาทิศต่าง ๆ ตามคติความเชื่อโบราณ ด้านข้างยังมีศาลปึงเถ่ากงม่า ศาลเจ้าจีนที่ประดิษฐานรูปเหมือนเจ้าพ่อหลักเมือง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอียะ และเทพเจ้ากวนอู ให้ชาวไทยเชื้อสายจีนได้กราบไหว้ในบริเวณเดียวกัน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 8.00–20.00 น.
  • ที่อยู่ : ถนนจิระ (ตัดกับถนนจอมทอง บริเวณวงเวียนช้าง) ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/63dqbfvwqfsovLVQA
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : จากตัวเมืองบุรีรัมย์ ใช้ถนนจิระ มุ่งหน้าวงเวียนช้าง ศาลหลักเมืองจะตั้งอยู่บริเวณจุดตัดถนนจิระและถนนจอมทอง

 


ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

2. พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 (King Rama I Monument)

พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี นับเป็นแลนด์มาร์คสำคัญกลางเมืองอีกแห่งที่ต้องมาเยือนให้ได้เมื่อเดินทางมาเที่ยวบุรีรัมย์ เนื่องจากพระองค์เป็นผู้ทรงก่อตั้งเมืองบุรีรัมย์เมื่อครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก โดยภายในสถานที่นี้มีพระบรมราชานุสาวรีย์ที่มีขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ ฉลองพระองค์แบบนักรบตามขัตติยราชประเพณีโบราณ ประทับบนช้างศึก ตั้งอยู่กลางวงเวียนที่เชื่อมถนนจิระ ถนนเสรีประชาธิปไตย และถนนอิสาณ (มุ่งหน้า อำเภอประโคนชัย) บรรยากาศยามค่ำคืนจะมีแสงไฟฉัตร 9 ชั้น จำนวน 360 ต้น ที่ชาวบุรีรัมย์ร่วมกันสร้างถวาย ส่องสว่างสวยงาม ทำให้เป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพยามค่ำคืนที่นิยมมาก

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี (แนะนำช่วงหัวค่ำที่มีแสงไฟประดับ)
  • เวลาทำการ : เปิดให้สักการะได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ที่อยู่ : วงเวียนอนุสาวรีย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/zy6oCGGva4VoC9rs8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : อยู่กลางเมือง สามารถขับรถ หรือนั่งรถสองแถวผ่านวงเวียนอนุสาวรีย์

 


ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

3. วัดกลางพระอารามหลวง (Wat Klang Phra Aram Luang)

วัดกลางพระอารามหลวง วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองบุรีรัมย์ ที่สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2300 และได้รับพระราชทานยกฐานะเป็นพระอารามหลวงแห่งแรกของจังหวัดเมื่อปี พ.ศ. 2533 โดยมีประวัติเล่าว่า ในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ 1 ในภายหลัง) ยกทัพไปปราบเจ้าเมืองนางรองและได้หยุดพักทัพที่บริเวณนี้ พระอุโบสถมีสถาปัตยกรรมงดงาม ภายในประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางมารวิชัยทำจากหินศิลาแลงลงรักปิดทอง ที่ชาวบุรีรัมย์เคารพศรัทธาและเชื่อว่ามีพระพุทธคุณด้านโชคลาภและการขอบุตรธิดา นอกจากนี้ ภายในวัดยังมีสระสิงโต สระน้ำโบราณสำคัญที่เคยนำน้ำไปใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 6.00–20.00 น.
  • ที่อยู่ : ถนนหลักเมือง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/uTpaT9i7NorNvRTf8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ตั้งอยู่ใจกลางเมืองใกล้วงเวียนจวนผู้ว่าฯ มีรถสองแถวสาย 1 ผ่าน ค่าบริการ 15 บาทตลอดสาย แต่ด้วยความที่ปัจจุบันรถสองแถวสาย 1 มีให้บริการน้อย การอาจเลือกเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถยนต์รับจ้างอาจแน่นอนกว่า

 


4. วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง (Khao Kradong Forest Park)

วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง เป็นสถานที่พักผ่อนและศึกษาธรรมชาติ ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน โดยบนภูเขาไฟยังคงปรากฏร่องรอยปากปล่องให้เห็นชัดเจน ภายในวนอุทยานมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และพระสุภัทรบพิตร พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์บนยอดเขา ซึ่งเป็นจุดชมวิวเมืองบุรีรัมย์ สามารถเดินทางขึ้นเขาได้ 2 วิธี คือ เดินขึ้นบันได และการขับรถขึ้นเขา โดยระหว่างทางจะพบพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เรียงรายเป็นระยะ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 6.00–18.00 น.
  • ที่อยู่ : ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/94aJ3dxF171YAb338
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากตัวเมืองตามทางหลวงหมายเลข 219 (บุรีรัมย์–ประโคนชัย) ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง

 


ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

5. วัดป่าเขาน้อย (Wat Pa Khao Noi)

สถานที่ท่องเที่ยวที่ติดกับวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง วัดป่าเขาน้อย เป็นวัดป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต โดดเด่นที่การเป็นที่ตั้งของพระบรมธาตุเจดีย์ศรีสุวจคุณานุสรณ์ พระเจดีย์ที่ถอดแบบสถาปัตยกรรมขอมโบราณมาจากปราสาทหินพนมรุ้ง ที่มีความสูงกว่า 31 เมตร มีความวิจิตรงดงาม ภายในชั้นล่างเป็นที่ปฏิบัติภาวนาและจัดแสดงประวัติของหลวงปู่สุวัจน์ สุวโจ วิปัสสนาจารย์ผู้เป็นที่เคารพ ขณะที่ชั้นสองประดิษฐานรูปเหมือนและอัฐบริขารของท่านให้ประชาชนสักการะ บรรยากาศโดยรอบสงบร่มรื่นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและทำจิตใจให้สงบ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 8.00–18.00 น.
  • ที่อยู่ : ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/9Z9NpPsTpSJF76cb7
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 6.5 กิโลเมตร (ตั้งอยู่ติดกับวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง) แนะนำใช้รถส่วนตัวหรือเหมารถเพื่อความสะดวก

 


ภาพจาก : Chang ARENA ช้างอารีนา

6. ช้างอารีนา (Chang Arena)

สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนาม ผ่านมาตรฐานการรับรองจากฟีฟ่าและเอเอฟซี บริเวณทางออกมีร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึกของทีมและเคาน์เตอร์กาแฟ-เครื่องดื่ม ในวันที่ไม่มีการแข่งขัน บริเวณพื้นที่ของช้างอารีนาก็เต็มไปด้วยพื้นที่กิจกรรมเล่นกีฬา อาทิ สนามบาสเกตบอล ฟุตซอล ตะกร้อ วอลเลย์บอล กีฬาเอ็กซ์ตรีม โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมบรรยากาศโดยรอบฟรี หรือใช้บริการสเตเดียมทัวร์ ราคา 150 บาท เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำเที่ยวชมสนามครบทุกซอกทุกมุม

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี โดยเฉพาะในวันที่มีการแข่งขันบรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 9.00–19.00 น. หรือดึกกว่านั้นในวันที่มีการแข่งขัน
  • ที่อยู่ : ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/UjBfi5v2XUPMhLF8A
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า (ยกเว้นวันที่มีแข่ง) หรือต้องการเที่ยวชมแบบสเตเดียมทัวร์ มีค่าบริการ 150 บาท
  • วิธีเดินทาง : ขับรถตามถนนหมายเลข 2445 หรือนั่งรถสองแถวสาย 1 (สีชมพู) จากสถานีรถไฟบุรีรัมย์ แต่ด้วยความที่ปัจจุบันรถสองแถวสาย 1 มีให้บริการน้อย การอาจเลือกเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถยนต์รับจ้างอาจแน่นอนกว่า

 


ภาพจาก : Chang Circuit Buriram

7. ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (Chang International Circuit)

สนามแข่งรถระดับโลกแห่งแรกและแห่งเดียวของไทย ออกแบบโดย Hermann Tilke สถาปนิกผู้ออกแบบสนามแข่งชั้นนำของโลก เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2014 มีความยาวเส้นทาง 4.554 กิโลเมตร 12 โค้ง รองรับผู้ชมได้ถึง 100,000 คน เป็นสังเวียนหลักของการแข่งขัน MotoGP Thailand ซึ่งตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมาได้เป็นรอบเปิดฤดูกาลของศึกชิงแชมป์โลก ในวันที่ไม่มีการแข่งขัน สนามเปิดให้เข้าชม ถ่ายภาพบรรยากาศ และมีกิจกรรมแข่งในวันเสาร์–อาทิตย์ให้ได้ลุ้นความเร็วกันด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขัน MotoGP ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์–ต้นเดือนมีนาคม
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 9.00–17.00 น. (เข้าชมฟรีในวันไม่มีแข่ง)
  • ที่อยู่ : 444 หมู่ที่ 15 ถนนบุรีรัมย์–ประโคนชัย ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZbAjaBKUV1aTkRBi9
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้าชมทั่วไป สำหรับค่าเข้าชมในวันที่มีการแข่งขันจะขึ้นอยู่กับรายการแข่งขัน
  • วิธีเดินทาง : อยู่ทางใต้ของตัวเมืองบุรีรัมย์ ข้างช้างอารีนา ใช้ถนนหมายเลข 2445

 


ภาพจาก : Buriram Castle

8. บุรีรัมย์ คาสเซิล (Buriram Castle)

ครบจบในที่เดียวทั้งกิน ช้อป ชิล ต้องยกให้ บุรีรัมย์ คาสเซิล เป็น Lifestyle Shopping Avenue แหล่งรวมร้านอร่อย ร้านเสื้อผ้า สินค้าที่ระลึก บริการด้านสุขภาพและความงาม สปา และลานกิจกรรม พื้นที่ยังเป็นที่ตั้งของสวนศิวะ 12 ประกอบด้วยสวนกระบองเพชรขนาดใหญ่ กล้วยไม้และพันธุ์ไม้หายาก พร้อมมหาศิวลึงค์ทำจากหินทรายสูง 9 เมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก รายล้อมด้วยแผ่นศิลาหินทรายกามาสูตร 12 ท่า และเส้นทางวิ่งออกกำลังกายโดยรอบ

ครบจบในที่เดียวทั้งกิน ช้อป ชิล ต้องยกให้ บุรีรัมย์ คาสเซิล โดยที่เที่ยวบุรีรัมย์แห่งนี้เป็น Lifestyle Shopping Avenue แหล่งรวมร้านอร่อยของเมืองบุรีรัมย์ ร้านขายเสื้อผ้า สินค้าที่ระลึก บริการด้านสุขภาพและความงาม สปา แหล่งของแฟนคลับฟุตบอลชาว GU12 มีลานกิจกรรม สนามเด็กเล่น นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสวนศิวะ 12 ประกอบไปด้วยสวนกระบองเพชรขนาดใหญ่ กล้วยไม้ และพันธุ์ไม้หายาก มีมหาศิวลึงค์ทำจากหินทราย สูง 9 เมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก รายรอบด้วยแผ่นศิลาหินทรายกามาสูตร 12 ท่า พร้อมเส้นทางวิ่งออกกำลังกายโดยรอบ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 10.00–21.00 น.
  • ที่อยู่ : ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mBb3A63zoALtuYtF9
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถตามถนนหมายเลข 2445 หรือนั่งรถสองแถวสาย 1 (สีชมพู) แต่ด้วยความที่ปัจจุบันรถสองแถวสาย 1 มีให้บริการน้อย การอาจเลือกเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถยนต์รับจ้างอาจแน่นอนกว่า

 


ภาพจาก : ถนนคนเดิน เซราะกราว วอล์คกิ้ง สตรีท

9. ถนนคนเดินเซราะกราว (Sroew Ground Walking Street)

ถ้าชอบกินชอบช้อป พร้อมชมแสงสียามค่ำคืน ไม่ควรพลาดที่เที่ยวบุรีรัมย์กลางคืนแห่งนี้ สำหรับคำว่า “เซราะกราว” มาจากชื่อกองเชียร์ของทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นภาษาถิ่นหมายถึง คนบ้านนอก โดยถนนคนเดินเซราะกราว เป็นจุดรวมของดีประจำท้องถิ่น มีคนในพื้นที่มาออกร้านรวมกว่า 300 ร้านค้า มีของหลากหลาย ทั้งของกิน ของใช้ งานศิลปหัตถกรรม สินค้าพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ชุมชนจากภูมิปัญญาชาวบ้าน มีโซนริมน้ำสำหรับนั่งกินอาหาร พร้อมชมน้ำพุสวย ๆ นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีและศิลปะพื้นบ้านให้ได้ชมกันด้วย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : วันเสาร์ และ วันอาทิตย์ เวลา 17.00–22.00 น.
  • ที่อยู่ : ถนนรมย์บุรี ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Z6t4K7BFGkPjnQX28
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถตามถนนรมย์บุรีจนถึงหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนั่งรถสองแถวสาย 1 (สีชมพู) แต่ด้วยความที่ปัจจุบันรถสองแถวสาย 1 มีให้บริการน้อย การอาจเลือกเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถยนต์รับจ้างอาจแน่นอนกว่า

 


ภาพจาก : สถานีรถไฟบุรีรัมย์ Buriram Railway Station

10. สถานีรถไฟบุรีรัมย์ (Buriram Railway Station)

สถานีรถไฟบุรีรัมย์ นอกจากจะเป็นสถานีรถไฟหลักในจังหวัดบุรีรัมย์แล้ว ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นมา ที่แห่งนี้ยังได้กลายเป็นที่เที่ยวบุรีรัมย์สุดฮิตที่เหล่านักท่องเที่ยวนิยมมาเช็กอินในโซนร้านลูกชิ้นยืนกิน ที่เรียงรายอยู่หลายร้าน แม้ลูกชิ้นยืนกินมีมานานกว่า 50 ปีแล้ว แต่เหตุที่เพิ่งเป็นกระแสเนื่องมาจากบทสัมภาษณ์ของซุปตาร์ระดับโลกชาวบุรีรัมย์ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่ได้กล่าวถึงอาหารโปรดอย่าง ลูกชิ้นยืนกิน หลังสถานีรถไฟบุรีรัมย์ ที่มีน้ำจิ้มรสเด็ด เป็นน้ำจิ้มพริกเผา ด้วยเหตุนี้เองจึงเกิดปรากฏการณ์ลูกชิ้นยืนกินฟีเวอร์ ทำให้คนทั่วประเทศอยากลิ้มลองลูกชิ้นยืนกินบ้าง

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : ร้านลูกชิ้นยืนกินเปิดให้บริการประมาณ 06.00–21.00 น.
  • ที่อยู่ : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/AxmHhjTsBvrL5vvZ9
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ร้านลูกชิ้นยืนกินตั้งอยู่บริเวณลานหน้าสถานีรถไฟบุรีรัมย์

 

ที่เที่ยวบุรีรัมย์สายประวัติศาสตร์และปราสาทหินมีที่ไหนบ้าง?

จังหวัดบุรีรัมย์เป็นหัวใจของอารยธรรมขอมในอีสานใต้ มีปราสาทหินและโบราณสถานกระจายอยู่หลายสิบแห่ง โดยเฉพาะกลุ่มเทวสถานปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทปลายบัด ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโกอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 และหากเป็นนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์และศิลปะขอม ที่เที่ยวบุรีรัมย์สายประวัติศาสตร์และปราสาทหินนับว่าพิกัดที่ท่องเที่ยวที่ควรมาเยือนสักครั้ง

 


11. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง (Phanom Rung Historical Park)

หากไม่มาเยือนปราสาทพนมรุ้ง ก็เหมือนมาไม่ถึงบุรีรัมย์ โดยศาสนสถานแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นภูเขาไฟดับสนิท สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ โดดเด่นด้วยความงดงามอลังการของงานสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ภาพสลัก ได้รับการยกย่องว่าเป็นปราสาทหินที่สวยที่สุดในเมืองไทย ไฮไลต์น่าสนใจของปราสาทพนมรุ้ง คือ ปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้นและตก สาดแสงส่องผ่านช่องประตูทั้ง 15 ช่อง เป็นแนวเดียวกัน ซึ่ง 1 ปี จะเกิดขึ้นแค่ 4 ครั้งเท่านั้น เชื่อว่าใครที่ได้มาชมปรากฏการณ์นี้ จะเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เสมือนได้รับพรจากพระตรีมูรติ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : ช่วงปรากฏการณ์พระอาทิตย์ลอดประตู คือ พระอาทิตย์ขึ้น 3–5 เมษายน และ 8–10 กันยายน / พระอาทิตย์ตก 5–7 มีนาคม และ 5–7 ตุลาคม ของทุกปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 6.00–18.00 น.
  • ที่อยู่ : 114 ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/H7N5A66eDoEPuanv7
  • ค่าเข้าสถานที่ : ชาวไทย 20 บาท (บัตรรวมพนมรุ้ง-เมืองต่ำ 30 บาท / ค่ายานพาหนะ รถยนต์คันละ 50 บาท)
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 218 (บุรีรัมย์–นางรอง) ประมาณ 50 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 24 ไป 14 กิโลเมตร ถึงบ้านตะโก แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ผ่านบ้านตาเป๊กอีก 12 กิโลเมตร ก็ถึง

 


12. ปราสาทเมืองต่ำ (Prasat Muang Tam)

ปราสาทเมืองต่ำ สร้างขึ้นจากคติความเชื่อของศาสนาฮินดูเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มีลักษณะของศิลปะแบบบาปวนและศิลปะขอมแบบคลังปะปนอยู่ด้วย ตัวปราสาทประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างหลัก คือ ปราสาทอิฐ 5 องค์ ที่สร้างอยู่บนฐานเดียวกัน ก่อด้วยศิลาแลง ด้านหน้าของปราสาทมีบรรณาลัย 2 หลัง มีทับหลัง และซุ้มแกะสลักด้วยหินทรายอย่างงดงาม ล้อมรอบด้วยกำแพง 2 ชั้น คือ ระเบียงคดที่ก่อด้วยหินทราย และกำแพงเมืองชั้นนอกที่เป็นกำแพงศิลาแลง มีสระน้ำกรุด้วยศิลาแลงทั้ง 4 ทิศ มุมสระมีพญานาคหินทราย 5 เศียร ทอดตัวยาวรอบขอบสระน้ำ ปราสาทเมืองต่ำอยู่ห่างจากพนมรุ้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 8 กิโลเมตร เหมาะจะเที่ยวคู่กันในทริปเดียว

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 7.00–18.00 น.
  • ที่อยู่ : บ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/8ahFHLZsKqNfB7B98
  • ค่าเข้าสถานที่ : ชาวไทย 20 บาท
  • วิธีเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับพนมรุ้ง แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2117 ผ่านบ้านตาเป๊กอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึง

 


ภาพจาก : บ้านโคกเมือง

13. ปราสาทเขาปลายบัด (Prasat Khao Plai Bat)

ภูเขาลูกโดดที่เป็นภูเขาไฟดับสนิทเช่นเดียวกับเขาพนมรุ้ง บนยอดเขามีปราสาทขอมถึง 2 หลัง คือ ปราสาทปลายบัด 1 บนยอดเขาในเขตอำเภอประโคนชัย และปราสาทปลายบัด 2 บนสันเขาห่างไปราว 1 กิโลเมตรในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15–16 เพื่อเป็นเทวสถานในศาสนาพราหมณ์–ฮินดูลัทธิไศวนิกายและพุทธสถานมหายาน ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้ คือ ระบบการจัดการน้ำโบราณที่ดัดแปลงปากปล่องภูเขาไฟเป็นสระน้ำ มีคันบังคับน้ำเชื่อมต่อกับแหล่งน้ำธรรมชาติเพื่อหล่อเลี้ยงบารายของปราสาทเมืองต่ำ จากยอดเขาปลายบัดยังมองเห็นปราสาทพนมรุ้งได้สวยงาม

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี แนะนำช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศสบายและวิวสะอาด
  • เวลาทำการ : สามารถเที่ยวชมได้ในช่วงเวลากลางวัน ประมาณ 08.00–17.00 น.
  • ที่อยู่ : บ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย (ปลายบัด 1) และบ้านยายแย้ม ตำบลยายแย้มพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ (ปลายบัด 2) ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 62 กิโลเมตร
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/ZjFyuBxyQcxZtfpg8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า โดยมีกิจกรรมนำเที่ยวโดยกลุ่มท่องเที่ยวชุมชน อบต.ยายแย้มพัฒนา
  • วิธีเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับปราสาทเมืองต่ำ ปลายบัด 1 อยู่ห่างจากเมืองต่ำไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 1.4 กิโลเมตร

 


ภาพจาก : กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

14. ปราสาทบ้านบุ (Prasat Ban Bu)

โบราณสถานขนาดเล็กหลังเดียว โดยปัจจุบันตั้งอยู่ภายในเขตโรงเรียนบ้านบุวิทยาสรรค์ ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย ก่อสร้างด้วยศิลาแลง ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าหันหน้าไปทางทิศตะวันออก จัดเป็นหนึ่งใน 17 ศาสนสถาน “ที่พักคนเดินทาง” (ธรรมศาลา) ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมโปรดให้สร้างขึ้นระหว่างเส้นทางจากเมืองพระนครหลวงมายังเมืองพิมาย ปราสาทบ้านบุจึงเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกเล่าเส้นทางคมนาคมโบราณสายนี้ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและบูรณะปราสาทใหม่ให้สมบูรณ์งดงามดังที่เห็นในปัจจุบัน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมตลอดเวลากลางวัน เวลาประมาณ 08.00–17.00 น.
  • ที่อยู่ : บ้านบุ หมู่ที่ 5 ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 52 กิโลเมตร
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/PDEyUEA24DGBbx2S9
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับปราสาทเมืองต่ำ (ทางหลวงหมายเลข 2221) ปราสาทบ้านบุอยู่ริมทางห่างจากแยกเข้าเมืองต่ำไปทางอำเภอประโคนชัยราว 1.5 กิโลเมตร

 


15. ปรางค์กู่สวนแตง (Prang Ku Suan Taeng)

ปรางค์กู่สวนแตง โบราณสถานสำคัญของอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ โดย ปรางค์กู่สวนแตง เป็นศิลปะสมัยบาปวนคล้ายนครวัด โดยกู่ แปลว่า ปรางค์หรือปราสาท ลักษณะของกู่ประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 องค์ ตั้งเรียงกันในแนวเหนือ-ใต้บนฐานศิลาแลงเดียวกัน อาคารทั้งหมดหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูหน้าเพียงประตูเดียว อีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหน้าทั้ง 3 ด้าน มีลักษณะยื่นออกมาและมีแผ่นศิลาทรายรองรับ ส่วนปรางค์อีก 2 องค์มีขนาดเล็กกว่า มีประตูเดียวทางด้านหน้า ส่วนผนังอีก 3 ด้าน ก่อเรียบทึบ เป็นตัวอย่างศิลปะที่สะท้อนอิทธิพลขอมในเขตอีสานใต้ได้อย่างชัดเจน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมง
  • ที่อยู่ : ตำบลกู่สวนแตง อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/vmXKjdLK9Jrh5pM5A
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 2074 ผ่านอำเภอคูเมืองไปอำเภอพุทไธสง แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 202 ประมาณ 20 กิโลเมตร บริเวณ กิโลเมตรที่ 10–11 เลี้ยวซ้ายเข้ากู่สวนแตงอีก 1.3 กิโลเมตร

 


ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

16. ปราสาทหนองหงส์ (Prasat Nong Hong)

เทวสถานที่สร้างขึ้นตามคติของศาสนาฮินดูในรูปแบบศิลปะขอมแบบบาปวนตอนปลายถึงนครวัดตอนต้น ตั้งอยู่บนพื้นราบในตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง ลักษณะเป็นปราสาทก่ออิฐตั้งเรียงกัน 3 หลังบนฐานไพที ทั้งสามหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านหน้าปราสาทองค์ทิศใต้มีบรรณาลัย ปัจจุบันได้รับการบูรณะแล้ว พบว่ามีการก่อสร้าง 2 สมัย สมัยแรก คือ กลุ่มปราสาท 3 หลัง ส่วนสมัยที่ 2 มีการก่อสร้างเพิ่มมณฑป บรรณาลัย ซุ้มประตู และกำแพงแก้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานทับหลังปราสาทหนองหงส์ที่ได้รับคืนมาจากสหรัฐอเมริกา

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมตามเวลากลางวัน เวลาประมาณ 08.00–17.00 น.
  • ที่อยู่ : หมู่ที่ 9 ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/hZefNuKhy1PGAPY69
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 218 (บุรีรัมย์–นางรอง) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 348 ผ่านอำเภอปะคำถึงอำเภอโนนดินแดง

 


ภาพจาก : กรมศิลปากร. กระทรวงวัฒนธรรม

17. แหล่งหินตัดบ้านกรวด (Ban Kruat Stone Quarry Site)

หนึ่งในที่เที่ยวบุรีรัมย์ยอดนิยมของอำเภอบ้านกรวด เป็นแหล่งหินทรายที่คนสมัยขอมโบราณตัดหินไปสร้างปราสาทในเขตอีสานใต้ แหล่งหินตัด หรือลานหินตัด อยู่ในบริเวณเขากลอยและเขากระเจียว ลักษณะเป็นเนินเขาและลานกว้างครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,600 ไร่ ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยบริเวณนี้มีทั้งหินขนาดเล็กและใหญ่สลับกันเต็มพื้นที่ หินบางก้อนปรากฏรอยตอกเนื้อหินให้เป็นรูเรียงกันเป็นแนวยาว บางก้อนถูกเซาะสกัดเป็นร่องขาดจากกัน และยังมีหินที่ถูกตัดและงัดขึ้นมาเป็นแท่งสี่เหลี่ยมอยู่ทั่วไป เป็นประติมากรรมธรรมชาติที่เล่าเรื่องราวความเจริญของอารยธรรมขอมได้ดี

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 8.00–17.00 น.
  • ที่อยู่ : ตำบลปราสาท อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/5JWxgZ29KurjnZEB8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 219 (บุรีรัมย์–ประโคนชัย) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2075 (ประโคนชัย–บ้านกรวด) เลยบ้านกรวดไปทางละหานทรายประมาณ 6 กิโลเมตร

 

 


ภาพจาก : ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้จังหวัดบุรีรัมย์ https://www.facebook.com/accbru/

18. ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ (Lower Northeastern Cultural Centre)

สายประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม ต้องมาที่นี่ โดยศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ เป็นแหล่งเก็บรวบรวม และจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ อันมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัตถุโบราณเหล่านี้ประกอบด้วยเครื่องมือหิน ภาชนะดินเผา ผ้าทอพื้นบ้าน รูปเคารพทางศาสนาที่สลักจากหินหรือโลหะ ซึ่งมีอายุหลายร้อยปีแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมขอมและพุทธศาสนาที่มีอิทธิพลต่อภูมิภาคอีสานใต้ นอกจากนี้ยังมีห้องจัดแสดงต่างๆ อาทิ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายใต้ยอดปรางค์ นิทรรศการศาสนาและความเชื่อ ห้องเตาเผาและเครื่องเคลือบดินเผาบุรีรัมย์

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดวันจันทร์–ศุกร์ 9.00–16.20 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
  • ที่อยู่ : ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/qDzNL8Vj1bQrDt4TA
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปตามถนนหมายเลข 2445 สังเกตมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

 

ที่เที่ยวบุรีรัมย์ธรรมชาติ ภูเขา และอ่างเก็บน้ำมีที่ไหนบ้าง?

สำหรับคนที่คิดว่าจังหวัดบุรีรัมย์คงมีเพียงสถานที่ท่องเที่ยวปราสาทหิน คงต้องเปลี่ยนความเชื่อเสียใหม่ เพราะจังหวัดนี้ตั้งอยู่บนเขตภูเขาไฟเก่า มีภูเขา น้ำตก และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้งเป็นแหล่งดูนก จุดชมพระอาทิตย์ตก และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

 


19. เขาอังคาร และวัดเขาอังคาร (Khao Angkhan / Wat Khao Angkhan)

เขาอังคารเกิดจากการปะทุของภูเขาไฟยุคควอเทอร์นารี อายุกว่า 700,000 ปี จุดที่เป็นปากปล่องใหญ่อยู่ที่เขากระดูกซึ่งเป็นจุดสูงสุด ส่วนรอบเขากระดูกเป็นแอ่งยุบปากปล่อง และในส่วนของวัดเขาอังคารตั้งอยู่บนขอบของแอ่งนี้ โดยวัดดังกล่าวเป็นหนึ่งในที่เที่ยวบุรีรัมย์สุดฮิต มีพระพุทธรูปจำนวน 109 องค์ ล้อมรอบโบสถ์สามยอด ภายในโบสถ์มีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธชาดก ทั้งยังมีใบเสมาหินบะซอล์ท สมัยทวาราวดี ซึ่งพบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้ บริเวณรอบเขายังมีป่าเต็งรังที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งในฤดูฝนจะมีเห็ดหลากหลายชนิดขึ้นอยู่จำนวนมาก

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 8.00–18.00 น.
  • ที่อยู่ : ตำบลเจริญสุข อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/mq7CJaa7vdRCNYX9A (เขาอังคาร), https://maps.app.goo.gl/boscTMhw21fUKweg7 (วัดเขาอังคาร)
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวง 218 ไปอำเภอนางรอง แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 24 มุ่งหน้า อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เลี้ยวเข้าบ้านเจริญสุข ตรงขึ้นสู่วัดเขาอังคารได้โดยตรง

 


20. น้ำตกเขาพนมรุ้ง (Phanom Rung Waterfall)

น้ำตกเขาพนมรุ้งมีต้นกำเนิดจากแหล่งกักเก็บน้ำบนยอดเขาพนมรุ้งไหลผ่านร่องน้ำ เมื่อผ่านหน้าผาสูงชันก็กลายเป็นน้ำตก จากนั้นไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเมืองเฮอที่เชิงเขาด้านทิศตะวันตก จุดลงชมน้ำตกตั้งอยู่บริเวณป้ายคำขวัญอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เดินลัดเลาะป่าเล็ก ๆ ประมาณ 30 เมตร จะถึงธารน้ำตก แล้วเดินตามลำธารประมาณ 100 เมตร ก็จะถึงผาน้ำตกสูง 7–8 เมตร ท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจี บรรยากาศร่มรื่น และมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่งดงาม

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : มีน้ำไหลเฉพาะในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักติดต่อกัน 2–3 วัน (ประมาณเดือนกันยายน)
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 6.00–18.00 น.
  • ที่อยู่ : บริเวณป้ายคำขวัญอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TqBox3mSvMRhmPXy7
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ใช้เส้นทางเดียวกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จุดชมน้ำตกอยู่บริเวณริมทางเชิงเขาพนมรุ้ง

 


21. อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก (Huai Chorakhe Mak Reservoir)

แหล่งเยี่ยมชมนกกระเรียนพ่อแม่พันธุ์คู่แรกที่ปล่อยเข้าสู่ป่าในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก ซึ่งองค์กรสวนสัตว์ร่วมกับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯ ได้นำนกกระเรียนพันธุ์ไทยมาปล่อยให้ดำเนินชีวิตตามธรรมชาติในอ่างเก็บน้ำแห่งนี้เพราะเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์ ร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้น มีภูมิทัศน์ที่งดงาม เหมาะแก่การชมนกชมไม้และชมวิว ปัจจุบันนอกจากนกกระเรียนพันธุ์ไทยแล้วยังเต็มไปด้วยนกนานาชนิด ในน้ำพบปลาอย่างน้อย 18 ชนิด กลางน้ำมีพืชใต้น้ำ ได้แก่ สาหร่ายหางกระรอก ส่วนพืชลอยน้ำ ได้แก่ จอกหูหนู ผักบุ้ง ผักตบชวา เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติที่ครบสมบูรณ์

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 8.00–17.00 น.
  • ที่อยู่ : ตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wUwyjkvb5tkMmhkn7
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ไปทางทิศใต้เพียงประมาณ 10–12 กิโลเมตร ขับรถจากตัวเมืองใช้เส้นทางหมายเลข 219 หรือ 2445 เลี้ยวขวาเข้าสาย 226/สายท้องถิ่น ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาที

 


22. เสาหินบะซอลต์ภูเขาไฟ บุรีรัมย์ หรือแกรนด์แคนยอน บุรีรัมย์ (Buriram Columnar Basalt)

เสาหินบะซอลต์ภูเขาไฟ บุรีรัมย์ ได้รับการขนานนามให้เป็นแกรนด์แคนยอน บุรีรัมย์ โดยสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บ้านโคกมะค่าโหรน เกิดจากการขุดพบโดยบังเอิญในการทำบ่อกักเก็บน้ำของหมู่บ้าน เป็นเสาหินบะซอลต์ขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์ ตั้งตระหง่าน บนเนื้อที่กว่า 7 ไร่ ความลึกกว่า 20 เมตร มีลายริ้วหินเป็นชั้น ๆ ลักษณะเป็นแท่งยาวคล้ายกับเสาตั้งเรียงต่อขนานกัน ในแต่ละเสามีหน้าตัดเป็นรูปเหลี่ยมๆ (สี่เหลี่ยมถึงหกเหลี่ยม) เกิดจากการเย็นตัวและแข็งตัวของหินหนืดหรือลาวา โดยขณะที่เย็นตัวจะมีการหดตัวเกิดขึ้น ทำให้เกิดเป็นรอยแยกรูปเสา เป็นประติมากรรมธรรมชาติ

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมง
  • ที่อยู่ : บ้านโคกมะค่าโหรน ตำบลสะเดา อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/69qCpASn7EhFqBSE8
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากอำเภอนางรอง มุ่งหน้าไปทาง อำเภอชำนิ/อำเภอละหานทราย เลี้ยวเข้าบ้านโคกมะค่าโหรน ตำบลสะเดา ห่างจากตัวอำเภอนางรองประมาณ 10 กิโลเมตร

 


ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

23. เขื่อนลำนางรอง (Lam Nang Rong Dam)

เขื่อนลำนางรอง เป็นเขื่อนดินฐานคอนกรีตขนาดใหญ่สำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ด้านการเกษตร มีถนนลาดยางบนสันเขื่อนเชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านตัวอย่าง ที่สันเขื่อนมีหินลอยเป็นก้อนและแผ่นสีสันแบ่งเป็นชั้นสวยงามแปลกตา เป็นที่เที่ยวที่มีชื่อเสียง มีที่พัก ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ด้วยทะเลสาบเหนือเขื่อนที่กว้างใหญ่ หาดทรายสวยงาม บรรยากาศดี อากาศเย็นสบาย ชาวบุรีรัมย์และนักท่องเที่ยวจึงนิยมไปพักผ่อน ชมวิว เล่นน้ำ และรับประทานปลาสด ๆ จากเขื่อน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวอากาศจะเย็นสบายที่สุด
  • เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมตลอด 24 ชั่วโมง
  • ที่อยู่ : ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/1ZKdqHGESYQpKKbG6
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ถนนหมายเลข 218 เข้าทางหลวงหมายเลข 24 มุ่งสู่อำเภอนางรอง จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 348 ไปยังอำเภอโนนดินแดง เลี้ยวเข้าเขื่อนลำนางรอง

 


ภาพจาก : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์

24. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ (Dong Yai Wildlife Sanctuary)

ที่เที่ยวบุรีรัมย์แห่งนี้เป็นป่าธรรมชาติผืนใหญ่ที่ยังคงสภาพอุดมสมบูรณ์ ภายในมีหน่วยพิทักษ์ป่าละเลิงร้อยรู ซึ่งมีพื้นที่เป็นเวิ้งแอ่งขนาดใหญ่ มีรูของตาน้ำผุดขึ้นจากดินเป็นร้อย ๆ รู ก่อให้เกิดสภาพความหลากหลายทั้งทางพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์มากมาย อีกหนึ่งพิกัดภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ที่ไม่ควรพลาด คือ จุดชมวิวผาแดง ซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพผืนป่าธรรมชาติอันกว้างใหญ่สวยงามของเทือกเขาบรรทัด และป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ นักท่องเที่ยวจึงนิยมเดินทางมาสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ชมพระอาทิตย์ตก และชมทะเลหมอกในฤดูหนาว

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงอากาศหนาวจะสวยงามที่สุด เนื่องจากมีทะเลหมอก
  • เวลาทำการ : เปิดให้เข้าชมเวลากลางวัน สำหรับทำกิจกรรมเดินป่า/พักแรม ควรติดต่อขออนุญาตล่วงหน้า
  • ที่อยู่ : ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/wCwGunWHu2xLS6oc6
  • ค่าเข้าสถานที่ : ติดต่อสอบถามสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ โทร. 087-868-2500 (หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่)
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 218 สายบุรีรัมย์–นางรอง ต่อด้วยทางหลวง 348 ผ่านอำเภอปะคำถึงอำเภอโนนดินแดง

 


ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

25. อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด (Huai Talat Reservoir)

ใครชอบดูนกพร้อมชมวิวเขื่อน แนะนำให้มาที่นี่ โดยอ่างเก็บน้ำห้วยตลาดเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิดจำนวนมาก กรมป่าไม้ได้กำหนดให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเมื่อปี พ.ศ. 2523 ในแต่ละปีมีนกมาอาศัยอยู่กว่า 100 ชนิด โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน จะมีนกมาอาศัยอยู่จำนวนมากเป็นพิเศษ บางชนิดหาดูได้ยาก เช่น นกเป็ดหงส์ นกเป็ดก่า นกกาบบัว นอกจากนี้ในช่วงหน้าร้อนชาวบุรีรัมย์นิยมพาครอบครัวมาเล่นน้ำคลายร้อนกันด้วย อ่างเก็บน้ำจึงคึกคักเป็นพิเศษจากผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม มาจำหน่าย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี (ดูนกดีที่สุดช่วงพฤศจิกายน–เมษายน)
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 8.00–18.00 น.
  • ที่อยู่ : ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/QGRSBK2cPaKpfGib6
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้เส้นทางหมายเลข 2445 (บุรีรัมย์–ประโคนชัย) ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร

 

ที่เที่ยวบุรีรัมย์สำหรับครอบครัวและสายวัฒนธรรมมีที่ไหน?

บุรีรัมย์เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการพาครอบครัวมาเรียนรู้และสนุกสนานไปด้วยกัน ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ขนาดใหญ่ ชุมชนทอผ้าไหมที่ยังคงภูมิปัญญา และวัดสำคัญที่เป็นศูนย์รวมความศรัทธา เหมาะสำหรับทริปเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวชุมชนที่ได้สัมผัสประสบการณ์จริง

 


ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

26. เพ ลา เพลิน (Play La Ploen)

สถานที่ท่องเที่ยวที่แสนสะดวกสบายเพราะเป็นทั้งที่พักและที่เที่ยวครบจบในที่เดียว โดยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ภายใต้แนวคิด “เที่ยวอย่างมีความสุข สนุกกับการเรียนรู้” ประกอบด้วยโซนที่พัก ห้องประชุมสัมมนาและกิจกรรมแอดเวนเจอร์ อาคารด้วยรักและภักดี อุทยานไม้ดอกเพ ลา เพลิน ที่มีพรรณไม้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี ศูนย์การเรียนรู้แบบบูรณาการ พระเขี้ยวแก้ว (จำลอง) และเพ ลา เพลิน วอเตอร์ พาร์ค ที่มีเครื่องเล่นทางน้ำมากมาย เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกันแบบเต็มวัน

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี และในช่วงเทศกาลดอกไม้ของแต่ละฤดูจะมีพรรณไม้สวยงามแตกต่างกัน
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 8.00–17.00 น.
  • ที่อยู่ : 252 ตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TwhkArXKMdBvLBiM6
  • ค่าเข้าสถานที่ : บุคคลทั่วไป 150 บาท, เด็ก 80 บาท (ส่วนสูงไม่เกิน 110 เซนติเมตร) และผู้สูงอายุเข้าชมฟรี
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 219 (สายบุรีรัมย์–พุทไธสง) ตรงยาวประมาณ 32 กิโลเมตร เพ ลา เพลิน จะตั้งอยู่ริมถนน 219 ฝั่งขวามือ

 


ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

27. หมู่บ้านท่องเที่ยวไหม บ้านสนวนนอก (Ban Sanuan Nok Village)

หมู่บ้านท่องเที่ยวไหม บ้านสนวนนอก เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในอำเภอห้วยราช ที่ยังมีการใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาท้องถิ่น ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพผลิตผ้าไหม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมายาวนาน ปัจจุบันมีการเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตผ้าไหมให้นักท่องเที่ยวที่สนใจสามารถเข้ามาเรียนรู้วิธีการผลิตผ้าใหม่ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกหม่อน เลี้ยงไหม การฟอกไหม การทอผ้าไหม และการแปรรูป นอกจากนี้ในหมู่บ้านก็ยังมีที่เที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น ตลาดโบราณ และบ้านโบราณ ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี หรือหากอยากค้างคืนชมวิถีชาวบ้าน ก็มีโฮมสเตย์ ไว้คอยต้อนรับหลายหลัง

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 8.00–17.00 น.
  • ที่อยู่ : บ้านสนวนนอก ตำบลสนวน อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/K8gQuGN6mK6ZQabu9
  • ค่าเข้าสถานที่ : หากต้องการวิทยากรพาเที่ยวชมต้องนัดหมายล่วงหน้า โทร. 085-411-4435, 095-801-1693 และ 087-435-3237
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากตัวเมืองบุรีรัมย์มุ่งหน้า อำเภอห้วยราช เพียงประมาณ 12–15 กิโลเมตร เข้าสู่ตำบลสนวนและบ้านสนวนนอกได้ง่ายดาย

 


ภาพจาก : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

28. หมู่บ้านทอผ้าไหมนาโพธิ์ และศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอนาโพธิ์ (Na Pho Silk Village)

อำเภอนาโพธิ์เป็นแหล่งทอผ้าไหมที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ซิ่นตีนแดงบุรีรัมย์ ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ลักษณะเด่นของผ้าไหมนาโพธิ์ คือ เนื้อแน่น เส้นไหมละเอียด มีทั้งลายพื้นถิ่นดั้งเดิมและลายที่ประยุกต์ขึ้นใหม่ ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านอำเภอนาโพธิ์เกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านในปี พ.ศ. 2524 ภายใต้การส่งเสริมของโครงการศิลปาชีพในพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นักท่องเที่ยวสามารถชมการสาธิตการทอผ้าไหม เลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพ และพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกับคนในชุมชนได้อย่างอบอุ่น

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : แนะนำโทรนัดหมายล่วงหน้า โทร. 081 967 3849 (ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านนาโพธิ์)
  • ที่อยู่ : บ้านนาโพธิ์ หมู่ที่ 13 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/TXZQiqRKfRAvjDD16
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 2074 (บุรีรัมย์–พุทไธสง) บรรจบทางหลวงหมายเลข 202 ที่กิโลเมตรที่ 21 แยกเข้าตัวอำเภอนาโพธิ์อีก 10 กิโลเมตร

 


ภาพจาก : บ้านท่องเที่ยวไหม ชุมชนบ้านหัวสะพาน

29. ชุมชนท่องเที่ยวไหม บ้านหัวสะพาน (Ban Hua Saphan Silk Community)

ชุมชนท่องเที่ยวไหม บ้านหัวสะพาน เป็นอีกหนึ่งชุมชนแหล่งผลิตผ้าไหม OTOP ที่มีชื่อเสียงของอำเภอพุทไธสง ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้านที่สืบสานการปลูกหม่อน เลี้ยงไหม และทอผ้าไหมด้วยหัวใจ นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้การสาวไหม ย้อมไหม และลองทอผ้าด้วยตนเอง พร้อมเลือกซื้อผ้าไหมแท้คุณภาพเยี่ยมกลับบ้านเป็นของฝาก ถือเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เหมาะกับครอบครัวและผู้ที่รักภูมิปัญญาไทย

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ทั้งปี
  • เวลาทำการ : แนะนำนัดหมายล่วงหน้า โทร. 087-961-1261
  • ที่อยู่ : ตำบลหัวสะพาน อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Wu2ukqMLNjcCRqqv6
  • ค่าเข้าสถานที่ : ไม่มีค่าเข้า (ค่ากิจกรรมตามที่จัด)
  • วิธีเดินทาง : ขับรถจากบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 2074 ผ่านอำเภอคูเมืองไปอำเภอพุทไธสง แล้วเลี้ยวเข้าตำบลหัวสะพาน

 


ภาพจาก : วัดป่าละหานทราย

30. วัดป่าละหานทราย (Wat Pa Lahan sai)

วัดป่าละหานทรายเป็นวัดป่าสำคัญในอำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ มีบรรยากาศร่มรื่นและเป็นพื้นที่สำหรับปฏิบัติธรรม โดยวัดตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 80 ไร่ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบริจาคของชาวบ้านและการจัดหาที่ดินเพิ่มเติม ภายในพื้นที่มีการปลูกต้นไม้และดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการปฏิบัติธรรมและการพักผ่อนทางจิตใจ โดยวัดแห่งนี้เริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยมีอดีตพระครูปริยัติยากร หรือพระพิพัฒน์ อินทวีโร ป.ธ. 3 เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งและดูแลวัดในระยะแรก ซึ่งจุดเด่นที่เป็นไฮไลต์ในการเที่ยวชม คือ มหาวิหารไม้ ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนาและล้านช้าง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหยกขาว พระพุทธมงคลมหาชนอภิปูชนียกานท์ จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการกราบสักการะ ชมงานสถาปัตยกรรม และสัมผัสบรรยากาศสงบของวัดป่า

  • ช่วงเวลาที่ควรไป : เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แนะนำช่วงเช้าหรือช่วงเย็น อากาศไม่ร้อนและเหมาะกับการชมพื้นที่โดยรอบ
  • เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 8.00–18.00 น.
  • ที่อยู่ : เลขที่ 505 หมู่ 2 ตำบลละหานทราย อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์
  • พิกัด : https://maps.app.goo.gl/Kyoa2qMtGMgaRSTn6
  • ค่าเข้าชม : ไม่มีค่าเข้าชม
  • วิธีเดินทาง : จากตัวเมืองบุรีรัมย์ใช้ทางหลวงหมายเลข 218 มุ่งหน้าไปทางอำเภอนางรอง จากนั้นเดินทางต่อไปยังอำเภอละหานทราย แล้วใช้ถนนท้องถิ่นเข้าสู่ตำบลละหานทราย

 

เที่ยวบุรีรัมย์เดือนไหนดี?

การเลือกช่วงเวลาเที่ยวบุรีรัมย์ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของทริปเที่ยว เนื่องด้วยจังหวัดบุรีรัมย์มีทั้งหมด 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม ซึ่งอากาศจะร้อนและเริ่มมีฝน ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงตุลาคม ซึ่งจะมีความชุ่มชื้นและพืชพรรณเขียวขจี และฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงกุมภาพันธ์ สภาพอากาศจะเย็นสบายและมีฝนน้อยที่สุด ดังนั้นเหล่านักท่องเที่ยวสามารถเลือกฤดูกาลเที่ยวบุรีรัมย์ได้ตามต้องการ และความเหมาะสมของสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการไปเยือน

  • ต้องการอากาศเย็นสบาย : แนะนำช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่อากาศแห้งและเย็นสบายที่สุด เหมาะกับการเที่ยวชมปราสาทหิน เดินป่า และถ่ายภาพ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ราว 20–28 องศาเซลเซียส ทำให้เย็นสบายตลอดทั้งวัน
  • ต้องการชมน้ำตกและธรรมชาติเขียวชอุ่ม : แนะนำช่วงปลายฝนต้นหนาว โดยเฉพาะเดือนกันยายนถึงตุลาคม เพราะเป็นช่วงที่น้ำตกพนมรุ้งและแหล่งน้ำต่าง ๆ มีน้ำไหลสวยงาม ป่าเขาเขียวขจี แต่ต้องตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทาง เพราะบางพื้นที่อาจลื่นและชื้น
  • ต้องการชมพระอาทิตย์ลอดประตูพนมรุ้ง : ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นปีละ 4 ครั้ง คือ พระอาทิตย์ขึ้นสาดแสงลอดช่องประตู ที่จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 3–5 เมษายน และวันที่ 8–10 กันยายน โดยแสงอาทิตย์จะลอดประตูในช่วงเช้ามืดประมาณ 05.50–06.10 น. แนะนำขึ้นไปรอตั้งแต่ 04.30–05.00 น. และจะต้องเป็นวันฟ้าใสไม่มีเมฆบัง ขณะที่พระอาทิตย์ตกสาดแสงลอดช่องประตู จะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 5–7 มีนาคม และวันที่ 5–7 ตุลาคม ของทุกปี

 

ช่วงเวลา / ฤดูกาล

วัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยว

ไฮไลต์และข้อแนะนำ

พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์

(ฤดูหนาว)

สัมผัสอากาศเย็นสบาย

  • อากาศแห้ง เย็นสบายตลอดวัน
  • เหมาะกับการเดินชมปราสาทหิน เดินป่า และถ่ายภาพ

กันยายน – ตุลาคม

(ปลายฝนต้นหนาว)

ชมน้ำตกและธรรมชาติเขียวชอุ่ม

  • น้ำตกพนมรุ้งและแหล่งน้ำมีน้ำไหลสวยงาม ป่าเขาเขียวขจี
  • ควรเช็กสภาพอากาศและเส้นทางก่อนเดินทาง เพราะบางพื้นที่อาจลื่นและชื้น

วันที่ 3–5 เมษายน และวันที่ 8–10 กันยายน

ชมพระอาทิตย์ขึ้น ลอด 15 ช่องประตู ที่ปราสาทพนมรุ้ง

แสงอาทิตย์สาดลอดประตูช่วงเช้ามืด

วันที่ 5–7 มีนาคม และวันที่ 5–7 ตุลาคม

ชมพระอาทิตย์ตก ลอด 15 ช่องประตู ที่ปราสาทพนมรุ้ง

แสงอาทิตย์ยามตกเย็นสาดแสงผ่านช่องประตู

มีนาคม – พฤษภาคม

(ฤดูร้อน)

ท่องเที่ยวทั่วไป

อากาศร้อนและเริ่มมีฝนตก

มิถุนายน – ตุลาคม

(ฤดูฝน)

ชมความชุ่มชื้นของธรรมชาติ

บรรยากาศชุ่มชื้น พืชพรรณเขียวขจี

 

เดินทางไปเที่ยวบุรีรัมย์อย่างไรสะดวกที่สุด?

บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้หลากหลายวิธี ทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถไฟ เครื่องบิน และรถโดยสารประจำทาง โดยสามารถเลือกได้ตามความสะดวกและงบประมาณ

ไปบุรีรัมย์ด้วยรถยนต์ใช้เวลากี่ชั่วโมง?

การขับรถจากกรุงเทพฯ ไปบุรีรัมย์ ระยะทางประมาณ 410 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชั่วโมง เส้นทางที่นิยม คือ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) ผ่านสระบุรี เข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านนครราชสีมา แล้วเลือกเส้นทางเข้าบุรีรัมย์ โดยทางหลวงหมายเลข 226 (สีคิ้ว–บุรีรัมย์) หรือเลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 24 แล้วต่อทางหลวงหมายเลข 218 เข้าตัวเมือง การขับรถส่วนตัวทำให้สะดวกในการเที่ยวสถานที่ที่อยู่นอกตัวเมือง

นั่งรถไฟไปบุรีรัมย์สะดวกไหม?

การนั่งรถไฟไปบุรีรัมย์เป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวกและประหยัดมาก โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยมีรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ (สายอีสาน) วิ่งจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีดอนเมือง และสถานีรังสิต มายังสถานีบุรีรัมย์ทุกวัน ทั้งรถด่วนและรถเร็ว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6–7 ชั่วโมง ตามประเภทรถ รถไฟ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการขับรถและอยากชมวิวสองข้างทาง และเมื่อถึงสถานีบุรีรัมย์ยังสามารถได้เที่ยวชมสถานีและกินลูกชิ้นยืนกินสุดฮิตได้ทันที จากนั้นอาจต่อรถสองแถวหรือแท็กซี่เพื่อไปยังที่พักและสถานที่เที่ยวในเมืองได้ทันที

นั่งเครื่องบินไปบุรีรัมย์ได้ไหม?

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังบุรีรัมย์โดยเครื่องบิน เนื่องจากบุรีรัมย์มีท่าอากาศยานบุรีรัมย์ (อำเภอสตึก) มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นทางเลือกที่สะดวกรวดเร็วเหมาะกับทริปสั้น ๆ อย่างมาก

เที่ยวบุรีรัมย์ไม่มีรถส่วนตัวได้หรือไม่?

สามารถเที่ยวบุรีรัมย์โดยไม่มีรถส่วนตัวได้ โดยอาจเลือกใช้บริการรถสาธารณะในท้องถิ่น หรือใช้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์และบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันก็ได้เช่นกัน และสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่น โบราณสถาน หรือสถานที่ธรรมชาติ ก็สามารถเหมารถหรือเข้าร่วมทัวร์ที่โรงแรมจัดให้ ใ

 

เดินทางท่องเที่ยวอย่างคุ้มค่าและรับสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิต KTC

ยิ่งทริปเที่ยวบุรีรัมย์สนุกมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าเช่ารถ ค่ากิน ค่าช้อป หรือค่าเข้าสถานที่ การมีบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวจึงสำคัญ “บัตรเครดิต KTC” มาพร้อมสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นมากมายที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการใช้จ่ายและความคุ้มค่าให้กับทุกทริปเที่ยว

  • จองที่พักและตั๋วเครื่องบินในราคาพิเศษเมื่อมีโปรโมชั่น
  • ใช้คะแนนสะสม KTC FOREVER แลกรับเครดิตเงินคืนเมื่อใช้จ่ายในหมวดท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร หรือสถานีบริการน้ำมันที่ร่วมรายการโปรโมชั่น
  • อิ่มอร่อยกับส่วนลดพิเศษจากร้านอาหารและคาเฟ่ชั้นนำ รวมถึงรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เมื่อมีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกับร้านค้าที่ร่วมรายการโปรโมชั่น
  • ช่วยเปลี่ยนยอดใช้จ่ายก้อนใหญ่ในทริปท่องเที่ยวให้เป็นยอดผ่อนชำระรายเดือน ด้วยดอกเบี้ยอัตราพิเศษ ตอบโจทย์การบริหารเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

เพียงเท่านี้การวางแผนเที่ยวบุรีรัมย์ ในปี 2569 จึงเป็นเรื่องง่าย คุ้มค่า และครบครันด้วยสิทธิประโยชน์ที่บัตรเครดิต KTC ตั้งใจมอบให้ทุกการเดินทาง

 

 

 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวบุรีรัมย์ (FAQ)

Q : เที่ยวบุรีรัมย์กี่วันดี ถึงจะเก็บสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญได้ครบ?

A : แนะนำทริป 3 วัน 2 คืน โดยแบ่งเป็นวันที่ 1 เที่ยวแลนด์มาร์คสำคัญในเมือง เช่น สนามช้างอารีนา ช้อปปิ้ง และกินลูกชิ้นยืนกิน ในวันที่ 2 เที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ขอม ชมปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ และเขาอังคาร และในวันที่ 3 เที่ยวชมธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก หรือแวะซื้อผ้าไหมที่ชุมชนท้องถิ่นก่อนเดินทางกลับ

 

Q : ที่เที่ยวบุรีรัมย์ในเมืองมีที่ไหนเดินทางง่าย?

A : สถานที่ที่เดินทางสะดวก ได้แก่ ศาลพระหลักเมือง พระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 วัดกลางพระอารามหลวง สถานีรถไฟบุรีรัมย์ ศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ ช้างอารีนา และบุรีรัมย์ คาสเซิล

 

Q : งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งปี 2569 จัดขึ้นช่วงไหน?

A : งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ขึ้นสาดแสงลอดช่องประตูทั้ง 15 ช่องพอดี

 

Q : ไปเที่ยวบุรีรัมย์ช่วงฤดูร้อน อากาศร้อนมากไหม ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

A : ช่วงเดือนมีนาคม ถึงพฤษภาคม สภาพอากาศค่อนข้างร้อน แนะนำให้เตรียมหมวก ร่ม อุปกรณ์กันแดด และครีมกันแดดให้พร้อม วางแผนเที่ยวสถานที่กลางแจ้ง เช่น ปราสาทหิน หรือวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง ในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็น แล้วสลับเข้าชมสถานที่ร่ม อย่างเพ ลา เพลิน หรือศูนย์วัฒนธรรมอีสานใต้ในช่วงกลางวัน

 

จังหวัดบุรีรัมย์ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่เมืองรอง แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่หลอมรวมความรุ่งเรืองทางอารยธรรมขอมโบราณ ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์บนแผ่นดินภูเขาไฟ และความล้ำสมัยระดับสากลไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าคุณจะเป็นสายบุญ สายประวัติศาสตร์ สายธรรมชาติตะลุยป่า หรือสายสปอร์ตที่หลงใหลฟุตบอลและความเร็ว จังหวัดบุรีรัมย์แห่งนี้ก็พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวอย่างแน่นอน

เตรียมแพลนทริปปี 2569 ของคุณให้พร้อม วางแผนการเดินทาง จองที่พัก แล้วออกไปสัมผัสกับเสน่ห์อันหลากหลายของบุรีรัมย์ด้วยตนเอง พร้อมให้บัตรเครดิต KTC ช่วยดูแลทุกยอดใช้จ่าย เพื่อให้ทุกการเดินทางเที่ยวไทยของคุณเต็มไปด้วยความคุ้มค่าและความประทับใจที่ไม่รู้ลืม

สนใจ สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า พร้อมรับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่ายด้วยสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่นที่ร้านค้าพันธมิตรตลอดทั้งปี

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC