KTC  ชวนออกเดินทางสู่จังหวัดเล็ก ๆ กับเสน่ห์แห่งล้านนาตะวันออกที่ “แพร่” เมืองที่เต็มไปด้วยบ้านโบราณ วัดเก่าแก่ และธรรมชาติชุ่มฉ่ำเขียวขจี กับเส้นทางขับรถท่องเที่ยวจากอำเภอเมือง สู่อำเภอร้องกวาง ต่อด้วยอำเภอสองและหนองม่วงไข่ จะพาคุณไปสัมผัสทั้งถนนลอยฟ้า จุดชมวิว น้ำตก และตำนานเก่าแก่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ทริปเดียวครบทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติ สดใสทุกก้าวย่างของการเดินทาง

เริ่มต้นการเดินทางที่อำเภอเมืองแพร่ ที่เต็มไปด้วยคุ้มเก่าแก่ วัดวาอารามศักดิ์สิทธิ์ และถนนสายเก่าที่ยังคงกลิ่นอายวันวาน เมืองแพร่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เป็นแหล่งทำป่าไม้ที่สำคัญของภาคเหนือมาตั้งแต่อดีต ด้วยชื่อว่าเป็นแหล่งป่าไม้สักที่เยอะและดีที่สุด มีการเปิดโรงเรียนป่าไม้เป็นแห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย (ปัจจุบันปิดไปแล้ว) ยามหน้าฝนเมืองเล็กแห่งนี้จะชุ่มฉ่ำและเย็นสบาย ไปด้วยสายหมอกบาง ๆ คลอเคลียตามทุ่งนาและไหล่เขา ผู้มาเยือนสามารถเดินชมบ้านเมืองที่ยังมีความเก่าแก่ วิถีชีวิตแบบชาวแพร่ ชิมอาหารพื้นเมือง หรือจิบกาแฟที่คาเฟ่ริมดอย รับรองว่าการมาเยือนเมืองแพร่จะไม่ใช่ครั้งเดียวแน่นอน

 

13 ที่เที่ยวแพร่ เที่ยวครบในทริปเดียว วัด วิว คาเฟ่

 

1.   คุ้มเจ้าหลวง

 


เรือนโบราณคู่เมืองแพร่ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2435 โดยเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงเมืองแพร่คนสุดท้าย จากฝีมือช่างชาวจีนและช่างพื้นบ้านตามแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมยุโรป ที่เรียกว่า “ทรงขนมปังขิง” มีความงดงามด้วยไม้ฉลุลวดลายอยู่โดยรอบตัวอาคาร ชั้นบนเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ มีรูปปั้นและห้องบรรทมของเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ ชั้นล่างเป็นห้องจัดแสดงมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น ข้าวของเครื่องใช้ตามธรรมเนียมประเพณีเจ้านายฝ่ายเหนือ ห้องว่าราชการ ห้องแสดงประวัติเจ้าหลวงและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ชั้นใต้ดิน ห้องหนึ่งเป็นที่คุมขังทาส ส่วนอีกห้องคุมขังผู้มีความผิดขั้นลหุโทษ ห้องทั้งสองมีช่องพอให้แสงส่องเข้าไปได้บ้าง ส่วนห้องมืดใช้ขังผู้ที่ทำความผิดร้ายแรง อาคารแห่งนี้ได้รับพระราชทานรางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารสถาบันและสาธารณะจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และจังหวัดแพร่ประกาศให้เป็นสถานที่ศึกษาด้านประวัติศาสตร์และเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่

ที่อยู่: 4 ถ.ซอยคุ้มเดิม ต.ในเวียง อ.เมือง แพร่
 เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. - 16.30 น.

 

2.   วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร

 


 พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่บนถนนเจริญเมือง บริเวณใจกลางเมืองแพร่ มีปูชนียวัตถุสำคัญ คือ พระพุทธบาทจำลอง พระเจดีย์มิ่งเมือง และพระพุทธโกศัยศิริชัยศากยมุนี ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดแพร่ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และการศึกษาด้านปริยัติธรรมของจังหวัดแพร่ และเป็นที่ตั้งวิทยาเขตของมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร เป็นวัดที่เกิดจากการรวมวัดโบราณ ๒ วัด คือ วัดพระบาท และวัดมิ่งเมือง ซึ่งอยู่ใกล้กันเพียงแค่ถนนคั่น วัดทั้งสองเป็นวัดขนาดใหญ่ และเป็นวัดประจำจังหวัดแพร่ วัดพระบาทเป็นวัดที่อุปราชหรือเจ้าหอหน้า เป็นมรรคทายก เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และมีพระธาตุมิ่งเมืองเป็นสัญลักษณ์ ไม่ควรพลาดมาสักการะเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนออกเดินทางเที่ยวต่อ

ที่อยู่: วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร ถนนเจริญเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง แพร่
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. - 17.00 น.

 

3.   คุ้มวิชัยราชา

 


คุ้มเก่าแก่ของพระวิไชยราชา อดีตเสนาคลังเมืองนครแพร่ และพระวิไชยราชานครแพร่องค์สุดท้าย บุตรในเจ้าแสนเสมอใจ เครือญาติเจ้าหลวงเทพวงศ์ลิ้นตอง เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์ที่ 19 ต่อมาเมื่อพระวิไชยราชาถึงแก่อสัญกรรม คุ้มวิชัยราชาก็ตกเป็นของบุตรคือ เจ้าวงศ์ แสนศิริพันธุ์ ผู้ประกอบอาชีพค้าไม้สักจนร่ำรวยและยังเป็น ส.ส. คนแรกของจังหวัดแพร่ โดยคุ้มแห่งนี้สร้างขึ้นจากไม้สักทั้งหลัง ตัวอาคารทรงเรือนไม้ผสมแบบมะนิลากับเรือนขนมปังขิง เคยใช้เป็นเรือนรับรองแขกบ้านแขกเมือง และสถานที่จัดงานสำคัญของราชสกุลวิไชยราชา ภายในจัดแสดงของโบราณ เครื่องใช้ และเอกสารทางประวัติศาสตร์ เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับกลิ่นอายวันวาน และเรื่องเล่าของเมืองแพร่แบบเจาะลึก

ที่อยู่: ถ.วิชัยราชา ต.ในเวียง อ.เมือง แพร่
 

4.    คุ้มวงศ์บุรี

 


 อาคารไม้สักสีชมพูที่งดงาม ถูกขนานนามว่า “คุ้มเจ้าหญิงแห่งเมืองแพร่” สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2440 โดยช่างจากเมืองกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อมอบให้เป็นเรือนหอของคู่สมรสระหว่างเจ้าพรหมวงศ์พระถาง หรือหลวงพงษ์พิบูลย์ ผู้สืบเชื้อสายจากอดีตเจ้าหลวงนครแพร่และเจ้าสุนันทา วงศ์บุรี ธิดาเจ้าบุรี (พระยาบุรีรัตน์) ลักษณะเป็นบ้านไม้สักทองสองชั้นแบบยุโรปประยุกต์ สีชมพูอ่อน หลังคาทรงปั้นหยาสองชั้น มีจุดเด่นอยู่ที่ลวดลายแกะสลักไม้เครือเถา หรือลาย “ขนมปังขิง” ตามจุดต่าง ๆ ของตัวอาคาร ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัชกาลที่ 5  ภายในตกแต่งด้วยสิ่งของเครื่องใช้ประเภทเครื่องเงิน เครื่องแก้ว เครื่องปั้นดินเผา เครื่องเรือนไม้สักแกะสลัก พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนและสมัยอู่ทอง รูปภาพที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน เอกสารสำคัญที่หาชมได้ยากในปัจจุบันเช่น สัญญาบัตร ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากรัชกาลที่ 5 เอกสารการซื้อขายทาสที่มีอายุกว่า 100 ปี เอกสารการสัมปทานป่าไม้ ตั๋วรูปพรรณช้าง และตั๋วรูปพรรณโคเป็นต้น คุ้มวงศ์บุรีได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่นเมื่อ พ.ศ. 2536 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์และละครหลายเรื่อง

ที่อยู่: 50 ถ.คำลือ ต.ในเวียง อ.เมือง แพร่
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ - เสาร์ 9.00 น. - 16.00 น.

 

5.   บ้านทุ่งโฮ้ง

 


หนึ่งในแหล่งผลิตผ้า “หม้อฮ่อม” สีกรมท่าเอกลักษณ์ของชาวแพร่ที่โด่งดังไปทั่วโลก ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 4 กม. มอบความเพลิดเพลินด้วยถนนสายหม้อฮ่อมที่เรียงรายด้วยร้านจำหน่ายผ้าและของที่ระลึกจากภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถชมกรรมวิธีย้อมผ้า ลวดลายดั้งเดิม หรือเลือกซื้อเสื้อผ้า กระเป๋า และของแฟชั่นดีไซน์หลากหลาย รับรองเพลินจนอยากได้เกินหนึ่งชิ้น

ที่อยู่: ม.5 ถ.ยันตรกิจโกศล ต.ทุ่งโฮ้ง อ.เมือง แพร่

 

6.    วัดพระธาตุช่อแฮ

 


เดินทางไปต่อกันที่วัดพระธาตุช่อแฮ พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวล้านนาให้ความเคารพศรัทธามาเนิ่นนาน อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 19 ในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) ซึ่งเป็นยุคที่เมืองเหนือรุ่งเรืองด้านการปกครองและวัฒนธรรม ภายในประดิษฐานเจดีย์สีทองอร่ามทรงแปดเหลี่ยมที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระกรซ้าย มีย่อมุมไม้สิบสอง บุด้วยทองดอกบวบงดงามในศิลปะแบบเชียงแสนคู่กับองค์พระเจ้าทันใจอันศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยบรรยากาศโดยรอบวัดที่เขียวชอุ่มและเย็นสบาย เหมาะแก่การมาทำบุญ หรือสักการะขอพร เสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตทุกย่างก้าวที่มาเยือน คำว่า “ช่อแฮ” เชื่อว่ามาจากภาษาล้านนา หมายถึง ผ้าแพร ซึ่งชาวบ้านนิยมใช้เป็นผืนผ้าสำหรับห่มองค์พระธาตุในพิธีบูชามาตั้งแต่โบราณ การห่มผ้าแพรถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเคารพศรัทธาและการถวายเกียรติแด่องค์พระธาตุ อีกทั้งยังสะท้อนถึงความเชื่อเรื่องการห่มครองบุญกุศลเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ถวายและชุมชนรอบวัด ประเพณีนี้จึงกลายเป็นวัฒนธรรมสำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนกับพระธาตุอย่างแนบแน่น  และสืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน

ที่อยู่: 1 ม.11 ต.ช่อแฮ อ.เมือง แพร่
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 6.00 น. - 19.00 น.

 

จากนั้นขับรถออกจากตัวเมืองมุ่งหน้าไปทางเหนือเข้าสู่เส้นทางสายโรแมนติกที่โอบล้อมด้วยภูเขาเขียวชอุ่มในฤดูฝน เต็มไปด้วยเสน่ห์ของความธรรมชาติ มีพิกัดน่าเที่ยวมากมาย ทั้งวัดเก่าแก่ที่สงบเงียบ ถนนลอยฟ้าที่สวยไม่เหมือนที่ไหน หรือสายน้ำตกที่ไหลลดหลั่นให้ความสดชื่น เติมเต็ม Road Trip ให้สมบูรณ์ 

 

7.   วัดพระธาตุปูแจ

 


แวะกราบวัดพระธาตุปูแจ วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 14–15 ในสมัยอาณาจักรล้านนา ภายในมีเจดีย์องค์เดิมบรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งผู้คนศรัทธาว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองชาวเมืองมาหลายร้อยปี โดยคำว่า “ปูแจ” สันนิษฐานว่ามาจากภาษาล้านนา แปลว่า “การแผ่รัศมี” ซึ่งสอดคล้องกับองค์พระธาตุสีทองที่ส่องประกายงดงามเหนือเนินเขาที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ขุนเขาเขียวขจีโอบคลอด้วยไอหมอกบางสวยประทับใจ

ที่อยู่: บ้านบุญเริง ม.4 ต.บ้านเวียง อ.ร้องกวาง แพร่
เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 6.00 น. - 19.00 น.

 

8.    ถนนลอยฟ้าพระธาตุปูแจ

 


หลังจากกราบสักการะพระธาตุแล้ว สามารถขับรถต่อไปบนถนนลอยฟ้าพระธาตุปูแจ หรือหลายคนเรียกว่าถนนเทเลทับบี้  เส้นทางเล็กที่ซ่อนตัวอยู่หลังวัด โค้งเลี้ยวตามสันเขา มอบมุมมองกว้างไกลของผืนป่าเขียวขจีสุดสายตา โดยเฉพาะในฤดูฝนจะเห็นม่านหมอกบาง ๆ เสริมบรรยากาศสุดโรแมนติก เหมาะสำหรับการขับรถชมวิวและเก็บภาพสวย ๆ ตลอดเส้นทางมีรีสอร์ท ร้านกาฟ ร้านหมูกระทะให้บริการกับวิวหลักล้านของถนนลอยฟ้าเส้นนี้

ที่อยู่: ทางหลวงหมายเลข 1343 ต.บ้านเวียง อ.ร้องกวาง แพร่

 

9.    ถ้ำผานางคอย

 


ไปต่อกันที่ถ้ำผานางคอยแลนด์มาร์คธรรมชาติอันเลื่องชื่อของเมืองแพร่ที่โอบซ่อนความงดงามของถ้ำหินปูนมหัศจรรย์ไว้ภายใน ความงามของหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกตาเมื่อกระทบแสงไฟยิ่งส่องประกายระยิบระยับ มีไฮไลท์อยู่ที่หินย้อยซึ่งมีรูปร่างละม้ายหญิงสาวในท่ารอคอย เชื่อมโยงกับตำนานรักอมตะของ “พระลอ–นางลักษณา” ที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน และถึงแม้ถ้ำบางส่วนจะปิดชั่วคราวเนื่องจากพายุ แต่บริเวณด้านล่างก็มีโซนสวนสมุนไพรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสวนสัตว์ให้ไปชมกัน

ที่อยู่: บ้านแม่ทราย-บ้านแม่ยางโพธิ์ ถ.ท้องถิ่น พร. 1004 ต.ร้องกวาง อ.ร้องกวาง แพร่
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.30 น. - 16.30 น.

 

10.   อุทยานลิลิตพระลอ (วัดพระธาตุพระลอ)

 


ขับรถเที่ยวต่ออีกราว 40 กม. ไปเยี่ยมชมอุทยานลิลิตพระลอ ในเขตอำเภอสอง จุดหมายที่เชื่อมโยงกับตำนานรักอมตะ “ลิลิตพระลอ” ซึ่งเล่าขานกันมาหลายร้อยปี ตั้งแต่สมัยล้านนา ตำนานนี้บอกเล่าเรื่องราวของพระลอและนางบัวคำ ความรักที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและความผูกพันลึกซึ้งของชาวเหนือ ตลอดจนสะท้อนทั้งวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และวิถีชีวิตของผู้คนในยุคอดีต ภายในอุทยานเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นและบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงวรรณคดีไทย สามารถเดินชมเส้นทางประวัติศาสตร์ ชมงานศิลปะประติมากรรมและจิตรกรรมที่เล่าเรื่องลิลิตพระลอ รวมถึงดื่มด่ำกับความโรแมนติกของสายฝนที่ค่อย ๆ คลอเคลียต้นไม้ สร้างความรู้สึกละมุนและมีชีวิตชีวาในทุกย่างก้าว

ที่อยู่: อุทยานลิลิตพระลอ ม.1 ต.บ้านกลาง อ.สอง แพร่
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 6.00 น. - 18.00 น.

 

11.   จุดชมวิวผาอิงหมอก

 


หนึ่งในจุดชมวิวที่มอบมุมมองที่งดงามที่สุดบนเส้นทางนี้ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่ยม บนสันเขาโบราณที่ชาวบ้านใช้เป็นจุดสังเกตและพักผ่อนมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย สมชื่อเพราะยามเช้ามีม่านหมอกบางลอยอิงตามแนวภูเขา เกิดเป็นทิวทัศน์ที่สะพรึงราวกับภาพวาด นักท่องเที่ยวจึงมักมุ่งมั่นมาถ่ายภาพและซึมซับความเงียบสงบของธรรมชาติอย่างรื่นรมย์ นับเป็นจุดหมายที่ช่วยเติมเต็มทริปนี้ให้ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ

ที่อยู่: อุทยานแห่งชาติแม่ยม ต.สะเอียบ อ.สอง แพร่
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 5.30 - 16.30 น.

ค่าเข้า : 30 บาท/ท่าน

 

ก่อนเดินทางกลับสู่ตัวเมืองแพร่ แวะเที่ยวพิกัดสุดท้ายบนเส้นทางโร้ดทริปเที่ยวแพร่ที่อำเภอหนองม่วงไข่ ชุมชนที่เป็นเสมือนภาพสะท้อนแห่งความสร้างสรรค์ประจำถิ่น หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนแกลลอรี่และหอศิลป์ท่ามกลางทุ่งนาเขียวขจี ทำให้การมาเยือนครั้งนี้ไม่เพียงได้ใกล้ชิดธรรมชาติ แต่ยังได้สัมผัสงานศิลป์อันมีชีวิตชีวาและเรื่องราวท้องถิ่นที่อบอวลด้วยความละมุน

 

12.   คำแสนแกลลอรี่ บ้านวังหลวง

 


เติมสีสันการเดินทางด้วยคำแสนแกลลอรี่ แหล่งศิลปะร่วมสมัยที่ซ่อนตัวอยู่ในชุมชนหนองม่วงไข่ ภายในรวบรวมผลงานจากศิลปินท้องถิ่นและศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงที่่ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านผลงานภาพวาด งานประติมากรรม และงานจัดแสดงเชิงสร้างสรรค์ เติมเต็มความอบอุ่น ให้ชุมชนแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายงานศิลป์ที่มีชีวิตชีวา

ที่อยู่: 251 ม.4 บ้านวังหลวง ต.วังหลวง อ.หนองม่วงไข่ แพร่
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 9.00 น. - 17.00 น.

 

13.   หอศิลป์บ้านกำนันอรรถ บ้านวังหลวง

 


อีกหนึ่งแหล่งศิลปะที่ไม่ควรพลาดคือ หอศิลป์บ้านกำนันอรรถ บ้านไม้โบราณที่ปรับเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะและของสะสมหายาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบรรยากาศเรือนไทยล้านนาประยุกต์ พร้อมดื่มด่ำกับเรื่องราวของศิลปะที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตและชุมชนท้องถิ่น ทำให้การมาเยือนเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและเสน่ห์แห่งงานสร้างสรรค์ นอกจากนี้ใกล้ ๆ กันยังสามารถไปเช็กอินที่กำแพงแมว จุดถ่ายภาพสุดน่ารักของหมู่บ้านวังหลวง แต่ละมุมของกำแพงถูกประดับด้วยภาพแมวในท่าทางต่าง ๆ พร้อมสีสันสดใส สร้างบรรยากาศละมุนละไม เหมาะสำหรับเดินเล่น ถ่ายภาพ และเก็บเป็นความทรงจำอบอุ่นจากการเดินทางครั้งนี้

ที่อยู่: 99 ต.วังหลวง อ.หนองม่วงไข่ แพร่
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.30 น. - 18.00 น.

 

 

ร้านอาหารแนะนำเมื่อไปเที่ยวแพร่

 

1.     ฮอม - Hom 2493

 


ร้านอาหารสไตล์เรโทรที่ดัดแปลงจากบ้านเก่ามาเปิดใหม่ ชวนให้ย้อนความทรงจำไปยุค พ.ศ. 2493 ผ่านบรรยากาศวินเทจ ทั้งวิทยุไม้คลาสสิก โต๊ะเก้าอี้แบบโบราณ และโปสเตอร์โฆษณายุคเก๋ ๆ เมนูเด่นคืออาหารพื้นบ้านแพร่แท้ ๆ เช่น แกงโฮะรสเข้ม น้ำพริกหนุ่มตำสด และหมูทอดมะแขว่นหอมชาลิ่ว ใช้วัตถุดิบจากตลาดท้องถิ่นสดใหม่ทุกวัน เสิร์ฟพร้อมเสียงเพลงเก่า ๆ คลอเบา ๆ ทำให้มื้ออาหารเต็มไปด้วยกลิ่นอายวันวานและอบอุ่นในวันฝนพรำ

ที่อยู่: 102 ถ.รอบเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง แพร่
 โทร: 064 561 6807
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 9.00 น. - 16.00 น.

 

2.     ก๋วยเตี๋ยวคงห่อตอง

 


ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดังที่สืบทอดเอกลักษณ์ “ห่อตอง” การเสิร์ฟในใบตองสดห่ออย่างประณีตตามภูมิปัญญาชาวบ้าน เส้นเหนียวนุ่มเข้ากับน้ำซุปร้อนหอมกลมกล่อมด้วยเครื่องเทศแบบเหนือ กินคู่กับผักสดตามฤดูกาลจากสวนใกล้ ๆ ร้าน เพิ่มสัมผัสสดชื่นอย่างลงตัว สิ่งที่ทำให้ร้านนี้โดดเด่นคือความตั้งใจในการรักษารสมือแบบดั้งเดิมและการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ทำให้ก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่งกลายเป็นทั้งอาหารและวัฒนธรรมที่เล่าเรื่องราววิถีเมืองแพร่

ที่อยู่: ถ.รอบเมือง ต.ทุ่งกวาว อ.เมือง แพร่
 โทร: 082 864 5909
เวลาเปิด-ปิด: 9.00 น. – 15.00 น. หยุดวันอาทิตย์

 

3.     Slope Coffee บ้านเบ้ว

 


คาเฟ่โฮมเมดเล็ก ๆ ในบ้านไม้ที่มีเอกลักษณ์ตรงการตั้งเอียง (“เบ้ว”) สมชื่อร้าน ทุกมุมตกแต่งด้วยของสะสมเก่าและข้าวของน่ารัก ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนแวะไปบ้านเพื่อนสนิท เมนูแนะนำคือเค้กกล้วยหอมสูตรดั้งเดิม ขนมปังอบสดใหม่หอมฟุ้ง และกาแฟชงพิถีพิถันรสละมุน ที่นี่เหมาะกับการพักใจในวันฝนโปรย พร้อมมุมถ่ายรูปอบอุ่นเก็บไว้เป็นความทรงจำเล็ก ๆ ของการมาเยือนเมืองแพร่

ที่อยู่: 11/1 ซ.คำลือ 1 ต.ในเวียง อ.เมือง แพร่
 โทร: 084 043 4373
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 9.00 น. - 17.30 น.

 

4.     Sol Cottage

 


คาเฟ่แสนอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนไปนั่งเล่นบ้านเพื่อน รายล้อมด้วยสวนเล็ก ๆ รอบบ้าน เพิ่มบรรยากาศสดชื่น ตัวร้านมีขนาดไม่ใหญ่แต่จัดโซนได้โคซี่สุด ๆ ทั้งโซน Indoor แอร์เย็นฉ่ำและมุม Outdoor ริมสวน เหมาะสำหรับนั่งพักผ่อนจิบเครื่องดื่มหอมกรุ่น ชิมขนมโฮมเมด หรือถ่ายภาพเก็บบรรยากาศสบาย ๆ ของเมืองแพร่

ที่อยู่: 25 ม.6 ซ.1 ต.ช่อแฮ อ.เมือง แพร่
 โทร: 083 716 6468
เวลาเปิด-ปิด: 9.00 น. - 16.00 น. หยุดวันศุกร์

 

5.     BaisriHeart

 


ร้านแบรนด์เสื้อผ้า ของฝาก และคาเฟ่เรือนไม้บรรยากาศอบอุ่น ร่มรื่น สำหรับแวะพักจิบกาแฟหอมกรุ่นหรือเครื่องดื่มเย็น ๆ คลายร้อน ด้านในตกแต่งด้วยเสน่ห์เรียบง่ายแต่อบอุ่น แถมยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้เลือกเก็บภาพความประทับใจไม่ซ้ำมุม ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการแวะชมชุดหม้อห้อมในโชว์รูมที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นเมืองแพร่ไว้อย่างงดงาม และนอกจากจะเป็นคาเฟ่สุดชิลแล้ว ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดแบรนด์ผ้าท้องถิ่นของเมืองแพร่ที่โดดเด่นด้านการออกแบบแฟชั่น โดยอาจารย์ช้าง-ศักดิ์จิระ เวียงเก่า ปรมาจารย์ผ้าเมืองแพร่และเจ้าของอาณาจักรบายศรี ผู้นำลวดลายตุงและเครื่องเซรามิกท้องถิ่นมาผสมกับผ้าไทย จนสามารถพาผ้าแพรเมืองแพร่ไปสร้างสรรค์บนเวทีแฟชั่นวีกระดับเอเชียได้อย่างงดงาม การมาเยือนร้านนี้จึงไม่เพียงแต่ได้จิบกาแฟหอมกรุ่นท่ามกลางบรรยากาศฝนพรำ แต่ยังได้สัมผัสเรื่องราวของศิลปะและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถูกต่อยอดสู่แฟชั่นสากลอย่างมีสไตล์

ที่อยู่: 124/5 ม.1 ต.เหมืองหม้อ อ.เมือง แพร่
 โทร: 054 506 720
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ - ศุกร์ 9.00 น. - 17.00 น. / เสาร์ - อาทิตย์ 10.00 น. - 16.00 น.

 

 

ของฝากเมื่อไปเที่ยวแพร่ที่ต้องห้ามพลาด

เมื่อมาเยือน เมืองแพร่ ดินแดนแห่งวัฒนธรรมล้านนาและวิถีชีวิตชวนหลงใหล อย่าลืมแวะชิมและเลือกซื้อของฝากท้องถิ่นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองนี้ เช่น

 

1.     ไส้อั่วเผาเตาดิน

 


โดดเด่นด้วยกรรมวิธีเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร ด้วยการนำไปปิ้งบนเตาดินจนหนังกรอบ กลิ่นหอมฟุ้งสะท้อนเอกลักษณ์ของอาหารเหนือแท้ รสชาติกลมกล่อมที่กัดแล้วเต็มไปด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน

 

2.     ขนมครกแม่หล่าย

 


ขนมรสเด็ดหนึ่งเดียวในโลก ตั้งอยู่ริมถนนสายในหมู่บ้าน 101 ชูรสหอมหวานละมุนจากกะทิสดและแป้งข้าวเหนียว เป็นของฝากแสนอร่อยที่ใครได้ลองก็ต้องหลงรัก

 

3.     เสื้อหม้อฮ่อม


ผ้าทอมือแบบดั้งเดิม ลวดลายเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์ สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น เหมาะทั้งเป็นของฝากและสวมใส่เป็นแฟชั่นร่วมสมัย

 

โรงแรม/ที่พักแพร่  

 

1.     Huern Na Na Boutique Hotel Phrae

 


โรงแรมบูทีคใจกลางเมืองที่ผสมผสานความเรียบง่ายกับสไตล์ร่วมสมัยอย่างกลมกลืน ห้องพักตกแต่งโทนอบอุ่น ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนเสน่ห์ท้องถิ่น ช่วงหน้าฝนยิ่งชวนให้บรรยากาศที่นี่น่าพักผ่อนเป็นพิเศษ เหมาะทั้งกับนักเดินทางที่อยากพักสบาย ๆ ในเมือง และผู้มาเยือนที่อยากสัมผัสความเงียบสงบของแพร่

ที่อยู่: 7/9 ศศิบุตร ต.ในเวียง อ.เมือง แพร่
โทร: 054 524 800
 Website: reservation.roomscope.com/2524

 

2.     Kinnotel

 


ที่พักสไตล์โมเดิร์นมินิมอลที่โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบเก๋และการบริการอบอุ่น Kinnotel เหมาะสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่มองหาความสะดวกสบายควบคู่กับบรรยากาศเป็นกันเอง ภายในห้องพักโปร่งสว่างพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทำให้การมาพักผ่อนในเมืองเล็ก ๆ อย่างแพร่เต็มไปด้วยความสุขเรียบง่ายและสะดวกสบาย

ที่อยู่: 400 ต.นาจักร อ.เมือง แพร่
โทร: 080 060 0996
 Website: www.kinnotel.com

 

3.     Bann Rai I Na

 


โฮมสเตย์ในบรรยากาศท้องนาและธรรมชาติอันเงียบสงบ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้านต่างจังหวัด บรรยากาศชุ่มฉ่ำยามฝนโปรยรายล้อมด้วยสีเขียวของทุ่งนา ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายในฝันของผู้ที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย เจ้าของบ้านต้อนรับด้วยมิตรภาพและเมนูพื้นบ้านรสมือแท้ เพิ่มความอบอุ่นให้โร้ดทริปเที่ยวแพร่ครั้งนี้ยิ่งน่าจดจำ

ที่อยู่: 233 ม.10 ต.เหมืองหม้อ อ.เมือง แพร่
โทร: 095 682 2173
 Website: www.facebook.com/bannrai.ina

 

ทริป “ที่เที่ยวแพร่” ครั้งนี้คือการพาออกเดินทางสู่เมืองเล็กที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบล้านนา ทั้งคุ้มไม้สักโบราณ วัดศักดิ์สิทธิ์อย่างพระธาตุช่อแฮ เส้นทางขับรถชมวิวถนนลอยฟ้า น้ำตก และจุดชมหมอกสุดโรแมนติก ไปจนถึงหมู่บ้านศิลปะและแหล่งผ้าหม้อฮ่อมที่สะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่นได้อย่างมีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นสายชิล สายถ่ายรูป หรือสาย Road Trip ก็สามารถเที่ยวครบได้ในทริปเดียวแบบไม่เร่งรีบ พร้อมแวะกินร้านพื้นเมือง คาเฟ่น่ารัก และพักโฮมสเตย์ท่ามกลางธรรมชาติ เติมเต็มประสบการณ์ให้การเที่ยวเหนือครั้งนี้ทั้งละมุนและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น และถ้าอยากให้ทริปนี้คุ้มค่าขึ้นอีกขั้น อย่าลืมสมัครบัตรเครดิต KTC เพื่อรับสิทธิพิเศษทั้งส่วนลดร้านอาหาร ที่พัก และโปรโมชั่นท่องเที่ยวมากมาย พร้อมสะสมคะแนน KTC FOREVER แลกความคุ้มค่าได้ทุกการใช้จ่าย ให้ทุกการเดินทางของคุณคุ้มและฟินยิ่งกว่าเดิม

 

เที่ยวไทยคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC