ช่วงเวลาแรกของวันคือช่วงที่ธรรมชาติสวยที่สุด แสงเช้าค่อย ๆ แทรกผ่านเส้นขอบฟ้า ขณะที่ทะเลหมอกลอยเหนือผืนป่าและสันเขาอย่างนุ่มนวล รู้สึกได้ถึงความสงบที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่แบบไม่เร่งรีบ ใครที่กำลังมองหามุมพักใจในวันหยุดยาวหรืออยากเก็บภาพเช้าอันงดงามไว้ในความทรงจำ KTC คัดเลือก 10 จุดหมายชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นทั่วไทย ตั้งแต่ดอยสูงทางเหนือ ที่ราบกว้างทางอีสาน ไปจนถึงวิวเขาในภาคใต้ ให้คุณออกเดินทางไปสัมผัสเช้าที่งดงามที่สุดของปี เตรียมหัวใจไปรับพลังจากแสงแรกของวันท่ามกลางธรรมชาติที่ยังคงบริสุทธิ์ ไม่ว่าคุณจะชอบจุดชมวิวที่เดินง่าย จุดเช็กอินที่มีบริการพร้อมสรรพ หรือตั้งใจลุยเส้นทางสายธรรมชาติแบบจริงจัง ทริปชมทะเลหมอกจะเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่คุณจะย้อนกลับมานึกถึงเสมอ
แนะนำที่เที่ยวดูพระอาทิตย์ขึ้น และจุดทะเลหมอกยามเช้า
1. Akha FarmVille เชียงราย
คาเฟ่ฟาร์มแกะและที่พักสุดอบอุ่นบนดอยช้าง ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาแม่สรวยอันเงียบสงบ ที่นี่คือมุมโปรดของคนรักหมอก เพราะทุกเช้าสายหมอกบางๆ จะลอยคลอเคลียไปตามแนวทุ่งนา และโอบกอดแลนด์มาร์กยอดฮิตอย่าง “ม้าหมุนอาข่า” ไว้ราวฉากในนิทาน บรรยากาศยามอรุณละมุนราวภาพวาด เหมาะสำหรับคนที่อยากปล่อยเวลาให้เดินช้าลง จิบกาแฟร้อนสักแก้ว พร้อมชมทะเลหมอกลอยตัวเหนือผืนเขียวอย่างไม่ต้องรีบร้อน
ที่อยู่: 337 ต.วาวี อ.แม่สรวย เชียงราย
Tel: 095 665 2339
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ - พฤหัสบดี 7.30 น. – 17.30 น. / ศุกร์ - อาทิตย์ 7.30 น. – 18.00 น.
2. บ้านผาหมอน เชียงใหม่
ชุมชนปกาเกอะญอเล็ก ๆ ใจกลางดอยอินทนนท์ โดดเด่นด้วยนาขั้นบันไดไล่ระดับที่ทอดตัวตามไหล่เขา เปิดมุมมองสู่ทะเลหมอกกว้างไกลสุดสายตา ทุกมุมงดงามด้วยความเรียบง่ายจากโฮมสเตย์บ้านไม้ที่ซ่อนตัวกลมกลืนกับไร่ข้าวและสวนผลไม้ของชาวปกาเกอะญอ บรรยากาศอบอุ่น เงียบสงบ และเป็นกันเองอย่างลึกซึ้ง ที่นี่ขึ้นชื่อว่า “หมอกสวยทุกวัน” พร้อมสะท้อนวิถีชนเผ่าที่อ่อนโยน จริงใจ และคงความดั้งเดิมไว้อย่างงดงาม ทำให้บ้านผาหมอนเป็นหนึ่งในจุดหมายที่ควรไปสัมผัสสักครั้งสำหรับคนรักหมอกและชีวิตเนิบช้าที่แสนละมุน
ที่อยู่: ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง เชียงใหม่
3. วัดเฉลิมพระเกียรติ ลำปาง
หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อคือ วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง หนึ่งในจุดหมายบนภูเขาที่งดงามและแปลกตาที่สุดของภาคเหนือ ด้วยภาพของเจดีย์สีขาวบริสุทธิ์หลายองค์ตั้งประดับบนยอดเขาหินปูนสูงราว 1,020 ม. ราวกับกำลังล่องลอยอยู่เหนือทะเลหมอกและผืนป่าลึกเบื้องล่าง ทางขึ้นต้องนั่งรถกระบะต่อด้วยการเดินเท้าขึ้นบันไดเพื่อไปถึงจุดชมวิว ทำให้เมื่อไปถึงแล้วจะรู้สึกถึงความสงบศักดิ์สิทธิ์อย่างจับใจ ในยามเช้าคือช่วงเวลาที่สวยที่สุด แสงอาทิตย์สีทองจะสาดลงบนเจดีย์และศาลาไม้สไตล์ล้านนาที่ตั้งเรียงรายริมหน้าผา เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมที่ผสานศรัทธา งานช่างท้องถิ่น และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่อย่างงดงามเกินบรรยาย สะท้อนความน่าศรัทธาและงดงามจนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่ผู้มาเยือนลำปางไม่ควรพลาด
ที่อยู่: บ้านทุ่งทอง ต.วิเชตนคร อ.แจ้ห่ม ลำปาง
เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ - ศุกร์ 8.00 น. – 16.00 น. / เสาร์ - อาทิตย์ 6.30 น. – 16.00 น.
4. ดอยทูเล ตาก
สวรรค์ของคนรักภูเขาที่อยากสัมผัสทะเลหมอกแบบใกล้ชิดและผืนป่ากว้างสุดสายตา เป็นเส้นทางเดินป่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกที่งดงามที่สุดของฝั่งตะวันตก ด้วยลักษณะสันเขาโค้งยาวคล้าย “หลังคาแห่งขุนเขา” ปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าเขียวและลมเย็นที่พัดผ่านตลอดวัน ทำให้วิวเปิดกว้างถึง 360 องศา เช้าไหนอากาศดีจะได้เห็นทะเลหมอกสีขาวนุ่มลอยตัวเอื่อยอยู่เบื้องล่างราวกับยืนอยู่เหนือขอบฟ้า ไฮไลท์คือช่วงพระอาทิตย์ขึ้นตรงสันเขาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนท้องฟ้าเป็นสีทองตัดกับแนวเขาเขียวเข้มอย่างงดงาม โดยเส้นทางเดินป่าจะมีระยะทางประมาณ 8–10 กม. ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นและต้องเดินเท้าผ่านทุ่งหญ้าสูงสลับเนินเขาไปเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบดิบแท้ เงียบสงบ และไม่ปรุงแต่ง และเพื่ออนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติให้ไม่บอบช้ำนักท่องเที่ยวจึงจำเป็นต้องจองคิวล่วงหน้ากับเจ้าหน้าที่อุทยานหรือผู้ดูแลเส้นทางก่อนเสมอ เพื่อช่วยกันรักษาดอยทูเลให้คงความงดงามต่อไปอย่างยั่งยืน
ที่อยู่: ต.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง ตาก
เวลาเปิด-ปิด: (ต.ค. - ก.พ.) จันทร์ - ศุกร์ 8.30 น. – 16.30 น.
ค่าเข้า: (2 วัน 1 คืน) เริ่มต้นประมาณ 2,590 บาท/ท่าน
5. บ้านชายเขา อุทัยธานี
จุดชมวิวในกลางหุบเขาไม่ไกลจากตัวเมืองอุทัยธานี ที่ได้สมญานามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย” ด้วยทิวเขาซ้อนสลับเฉดเขียวอ่อนเข้มสุดสายตา โอบล้อมด้วยเทือกเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาถนนธงชัย ทำให้เกิดภาพภูเขาซ้อนชั้นและสายหมอกอ่อนในทุกเช้าช่วงปลายฝนไปจนถึงฤดูหนาว โดยจุดไฮไลท์ของที่นี่คือ ลานชมวิวบ้านชายเขา ซึ่งเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่สามารถมองเห็นทุ่งนาเขียวขจี พร้อมบ้านเรือนกระจายตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาได้แบบพาโนรามา นักท่องเที่ยวสามารถมานั่งเฝ้าทะเลหมอกตั้งแต่เช้าตรู่ หรือเลือกพักโฮมสเตย์ในพื้นที่เพื่อสัมผัสอากาศเย็นและวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวบ้านได้อย่างใกล้ชิด ความเงียบสงบและบรรยากาศสโลว์ไลฟ์คือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้บ้านชายเขาเป็นหมุดหมายที่เหมาะทั้งสำหรับ
การพักผ่อน เติมพลังใจ และดื่มด่ำธรรมชาติแบบเนิบช้าอย่างแท้จริง
ที่อยู่: ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก อุทัยธานี
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.30 น. – 16.30 น.
6. อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว เพชรบูรณ์
ผืนป่าภูเขาสูงที่มีอากาศเย็นตลอดปี ตั้งอยู่บนรอยต่อจังหวัดเพชรบูรณ์–ชัยภูมิ ครอบคลุมพื้นที่สูงเฉลี่ยราว 800 - 1,200 ม. และเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์และทะเลหมอกที่สวยที่สุดของเมืองไทย โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ “ผาหัวสิงห์” และ “กิ่วลม” จุดชมทะเลหมอกที่มักหนานุ่มเป็นพิเศษในช่วงปลายฝนและช่วงฤดูหนาว หมอกสีขาวจะลอยตัวปกคลุมหุบเขาเป็นคลื่นละเอียด ขับให้ทิวสนสองใบและป่าสนเขาที่ขึ้นเรียงรายดูโดดเด่นราวภาพในโปสการ์ดธรรมชาติ ทุกช่วงเช้าจะเต็มไปด้วยแสงแดดอุ่นที่ส่องลงมาตัดกับหมอกเย็นจนเกิดเป็นมิติแสงงดงาม นอกจากนี้พื้นที่รอบอุทยานยังเต็มไปด้วยเส้นทางศึกษาธรรมชาติทั้งสั้นและยาวที่พาเดินผ่านป่าสนสองใบ ป่าดิบเขา และทุ่งหญ้าสูงที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้อย่างดี ที่นี่จึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่หลงใหลความเงียบสงบ ความสดชื่นของป่าสูงและเสน่ห์แห่งธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบในทุกอณูของน้ำหนาว
ที่อยู่: 415 ต.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว เพชรบูรณ์
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. – 16.30 น.
ค่าเข้า: 40 บาท/ท่าน (เด็ก 20 บาท)
7. อุทยานแห่งชาติภูลังกา นครพนม
เขตอุทยานใจกลางผืนป่ากว้างบนเทือกเขาภูลังกาที่มอบทั้งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและวิวสุดอลังการแบบเต็มตา ที่นี่คือแหล่งความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมไปด้วยป่าสนเขา ป่าเต็งรัง และพรรณไม้พื้นถิ่นหายาก รวมถึงจุดชมวิวยอดภูลังกาเปิดโอกาสให้ดื่มด่ำกับทะเลหมอกอ้อยอิ่งเหนือผืนป่าในยามเช้าที่ค่อย ๆ คลอเคลียผ่านสันเขาและไหลลงสู่หุบเขาอย่างนุ่มนวล พร้อมเส้นทางเดินป่าผ่านลานหินและสันเขาให้นักผจญภัยได้มาสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด และชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือขุนเขาอันน่าประทับใจ
ที่อยู่: ต.ไผ่ล้อม อ.บ้านแพง นครพนม
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. – 16.30 น.
ค่าเข้า: 20 บาท/ท่าน (เด็ก 10 บาท)
ค่ารถเข้า 30 บาท
8. ผาหัวนาค อุทยานแห่งชาติภูแลนคา ชัยภูมิ
จุดชมทะเลหมอกจากสันเขาภูแลนคาที่โดดเด่นด้วยก้อนหินยักษ์รูปทรงคล้าย “หัวพญานาค” ตั้งตระหง่านระหว่างเส้นทางศึกษาธรรมชาติระยะทาง 2.66 กม. เหนือผืนป่าเขียวลุ่มลึกสุดสายตา โดยในช่วงรุ่งสางคือช่วงเวลาที่งดงามที่สุด เมื่อสายหมอกสีขาวค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นจากหุบเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่แสงแรกของวันจะทาบลงบนก้อนหินให้เรืองรองเป็นสีส้มทอง ดูขลังราวฉากในตำนาน ความงามที่หลอมรวมทั้งธรรมชาติอันดิบสงบและเรื่องเล่าความเชื่อท้องถิ่นอย่างละเมียดละไม ทำให้ผาหัวนาคเป็นจุดหมายที่ทั้งลึกลับ น่าค้นหา และงดงามไม่เหมือนใคร เหมาะสำหรับผู้ที่หลงรักเขาในบรรยากาศเหนือจริง และหากอยากสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด ก็สามารถกางเต็นท์พักค้างคืนในพื้นที่ที่อุทยานแห่งชาติภูแลนคาจัดไว้ได้อีกด้วย
ที่อยู่: ต.ห้วยต้อน อ.เมือง ชัยภูมิ
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. – 16.30 น.
9. ดอยตาปัง ชุมพร
หนึ่งในจุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดของภาคใต้ ด้วยทิวเขาสลับซ้อนที่โอบล้อมด้วยไอหมอกอ่อน ๆ ในยามเช้า สายหมอกค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นจากผืนป่าเขียวเข้ม กลายเป็นทะเลหมอกนุ่มละมุนปกคลุมหุบเขาเหมือนภาพฝัน มีจุดเช็กอินยอดนิยมคือ จุดชมวิวสันเขายาว ซึ่งสามารถเฝ้ามองพระอาทิตย์ค่อย ๆ โผล่พ้นแนวเขา ก่อนสาดแสงสีทองลงบนทะเลหมอกกว้างสุดสายตาอย่างงดงาม บรรยากาศเงียบสงบและบริสุทธิ์ของดอยตาปัง ทำให้ที่นี่เป็นหมุดหมายสำคัญสำหรับผู้รักภูเขาและผู้ที่ต้องการสัมผัสความนุ่มละมุนของหมอกเช้า พร้อมธรรมชาติที่ยังคงความดิบแท้และงดงามแบบไม่ปรุงแต่ง
ที่อยู่: ต.เขาทะลุ อ.สวี ชุมพร
ค่าเข้า: ค่ารถโดยสารไป - กลับ 600 บาท/คัน
10. ดินแดงดอย กระบี่
จุดชมวิวลับในผืนป่าฝนภาคใต้ที่มอบประสบการณ์ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง เนินดินสีแดงสลับกับทิวเขาเขียวเข้มและทะเลหมอกอ่อนในยามเช้า กลายเป็นฉากเหนือจริงที่สายหมอกค่อย ๆ ลอยขึ้นจากหุบเขา ปกคลุมแนวป่าและเทือกเขาหินปูน ช่วงเวลางดงามที่สุดคือเช้าตรู่ ขณะที่แสงทองแรกของวันสะท้อนบนผิวดินสีแดง ทำให้ทั้งเนินเรืองรองอย่างมีเอกลักษณ์และงดงามราวภาพวาด เส้นทางขึ้นดินแดงดอยเป็นทางเดินเท้าเรียบง่าย เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสความสงบ สดชื่น และบรรยากาศธรรมชาติแบบดิบแท้ โดยเฉพาะสายถ่ายภาพและผู้ชื่นชอบวิวทะเลหมอกไม่ซ้ำใคร ดินแดงดอยจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายในฝันของคนรักธรรมชาติแดนใต้ที่ต่างไปจากภาพทะเลที่คุ้นเคย
ที่อยู่: 212 ม.6 ต.หนองทะเล อ.เมือง กระบี่
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 5.30 น. – 19.00 น.
ค่าเข้า: 50 บาท/ท่าน
ให้การออกเดินทางไปสัมผัส ที่เที่ยวดูพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกทั่วไทย ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่เป็นการให้รางวัลกับตัวเองในเช้าวันพิเศษ ตั้งแต่ดอยสูงทางเหนือ ภูเขาสลับซ้อนภาคอีสาน ไปจนถึงมุมลับท่ามกลางป่าฝนภาคใต้ ทุกจุดหมายล้วนมอบแสงแรกของวันและทะเลหมอกอ่อนละมุนที่ช่วยเติมพลังใจและสร้างความทรงจำดี ๆ ให้กับทุกทริป และเพื่อให้การเดินทางราบรื่นยิ่งขึ้น การมีผู้ช่วยด้านการใช้จ่ายก็เป็นอีกเรื่องสำคัญ บัตรเครดิต KTC ช่วยให้คุณวางแผนทริปได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าจะเป็นการจองที่พัก ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายระหว่างทาง พร้อมสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นด้านท่องเที่ยวที่ช่วยให้ทุกเช้าแห่งการเดินทางเริ่มต้นได้อย่างคุ้มค่าและอุ่นใจยิ่งขึ้น
เที่ยวไทยคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC










