เที่ยวสืบสานตำนานผ้าไหมไทยจากสกลนครถึงกาฬสินธุ์ สองดินแดนที่มีเรื่องราวงดงามยิ่งกว่าผืนผ้า เพราะเป็นความภาคภูมิใจและจิตวิญญาณของชาวอีสาน ถ่ายทอดผ่านลวดลายเฉพาะถิ่น โดยเฉพาะผ้าไหมมัดหมี่ที่ใช้เทคนิคการย้อมสีธรรมชาติอันประณีต สืบทอดมายาวนาน ความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนของผ้าไหมไทยเกิดขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเห็นคุณค่าภูมิปัญญาพื้นบ้านและมีพระราชดำริในการฟื้นฟูและส่งเสริมผ่านโครงการศิลปาชีพ ทำให้ผ้าทอพื้นบ้านของชาวอีสานได้รับการพัฒนา ยกระดับคุณภาพ และเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่หล่อเลี้ยงทั้งอาชีพและความภาคภูมิใจของชุมชน ตราบจนถึงทุกวันนี้
วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯไปสกลนคร ตามรอยเส้นทางผ้าไหมไทย
การเดินทางตามรอยผ้าไหมแม่หลวง จากกรุงเทพฯ มายังสกลนคร สามารถเลือกใช้บริการเที่ยวบินตรงเพียง 1 ชม. หรือขับรถส่วนตัวประมาณ 8 ชม. และต่อไปกาฬสินธุ์อีกราว 2 ชม. ซึ่งการขับรถเที่ยวจะสะดวกที่สุด โดยเฉพาะหากต้องการแวะหลายจุดในวันเดียว ดังนั้นควรวางแผนล่วงหน้าและเผื่อเวลาไว้ประมาณ 3 วัน เพื่อให้สามารถเที่ยวหรือร่วมสนุกกับเวิร์คช็อปในหมู่บ้านต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองได้อย่างเต็มอิ่ม
การยกระดับผ้าไหมและผ้าครามสกลนคร
ผ้าไหมและผ้าครามสกลนครได้รับการยกระดับคุณค่าอย่างสำคัญในรัชสมัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมราษฎรที่ลานคำหอม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าชาวบ้านมีภูมิปัญญาทอผ้าและย้อมครามสืบทอดมายาวนาน แต่ขาดโอกาสทางตลาด จึงทรงก่อตั้งโครงการศิลปาชีพ เพื่อสนับสนุนองค์ความรู้ การพัฒนาลวดลาย และช่องทางจำหน่าย รวมทั้งทรงส่งเสริมการประกวดผ้าไหม และผลักดันผ้าไทยพื้นถิ่นให้ก้าวสู่เวทีแฟชั่นระดับโลก จนผ้าไหมมัดหมี่ผู้ไทและผ้าครามสกลนครกลายเป็นงานหัตถศิลป์ร่วมสมัยที่สร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้ชุมชนอย่างยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้
ที่เที่ยวตามรอยเส้นทางผ้าไหมไทย
ทะเลสาบหนองหาร
เริ่มต้นทริปกันที่ทะเลสาบหนองหาร หัวใจของเมืองสกลนคร ผืนน้ำจืดกว้างใหญ่ที่โอบล้อมเมือง หากมาถึงตั้งแต่เช้า ลองขับรถจากตัวเมืองเพียงไม่กี่นาที แล้วมาหยุดตรงริมฝั่งหนองหาร ฝั่งตะวันตกใกล้สนามบิน แสงอาทิตย์ยามเช้าสะท้อนบนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ ขณะที่ชาวประมงพื้นบ้านค่อย ๆ แล่นเรือหาปลาท่ามกลางหมอกบาง ถ้าอยากสัมผัสหนองหารให้ใกล้ขึ้นอีกนิด ลองนั่งเรือหางยาวล่องชมเกาะดอนสวรรค์ หรือชมวิถีประมงแบบดั้งเดิมของชาวบ้านที่ยังใช้ไซและแหอย่างชำนาญ เสร็จแล้วอย่าลืมแวะชิมอาหารพื้นบ้านรอบหนองหาร ไม่ว่าจะเป็นปลานิลเผาเกลือ แกงส้มปลาคัง หรือส้มตำปลาร้ารสจัด ตามร้านริมฝั่งแม่น้ำ ให้คุณกินไปชมวิวไปอย่างเพลินใจ
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปเช็กอินริมทะเลสาบหนองหารมากที่สุดคือ ช่วงเช้าตรู่ เพราะนอกจากจะได้ชมแสงสะท้อนบนผิวน้ำอันสวยงามแล้ว ยังมีโอกาสสัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงท้องถิ่นอย่างเต็มอิ่มอีกด้วย
ที่อยู่: หนองหาร อ.เมือง สกลนคร
วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร
จากหนองหาร ขับรถเพียงไม่กี่นาทีไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ก็มาถึง วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร วัดคู่บ้านคู่เมืองสกลนครที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง รายล้อมไปด้วยบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และเปี่ยมไปด้วยศรัทธา ภายในประดิษฐาน “พระธาตุเชิงชุม” ซึ่งเชื่อกันว่าใต้ฐานมีรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าทั้งสี่พระองค์ จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวสกลนครนับถือมากที่สุด หากมาสักการะในช่วงแสงยามบ่ายส่องกระทบองค์พระธาตุสีขาวบริสุทธิ์เปล่งประกายงดงาม มีทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวแวะมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนออกจากวัด แนะนำให้แวะชม พิพิธภัณฑ์พระธาตุเชิงชุม ที่จัดแสดงโบราณวัตถุและเรื่องราวของเมืองเก่าสกลนคร
ที่อยู่: 1255 ถ.เรืองสวัสดิ์ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร สกลนคร
โทร: 089 941 3972
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 6.00 น. – 22.00 น.
ถนนคนเดินสกลนคร
ตกเย็นมาเดินเล่นถนนคนเดินสกลนคร ถนนสายวัฒนธรรมที่มีชีวิตที่สุดแห่งหนึ่งในเมือง เปิดทุกเย็นวันเสาร์–อาทิตย์ ตั้งอยู่ใกล้วัดพระธาตุเชิงชุม บรรยากาศยามค่ำเต็มไปด้วยแสงไฟ เสียงดนตรีพื้นบ้าน และกลิ่นอาหารหอมอบอวล ข้าวจี่ร้อน ๆ หมูยอทอด ส้มตำปลาร้า และขนมครกหอม ๆ รออยู่ทุกซุ้ม นอกจากของกิน ยังมีโซนผ้าคราม เครื่องจักสาน และของตกแต่งบ้านฝีมือคนท้องถิ่นให้เลือกซื้อกลับเป็นของฝาก ถ้าเมื่อยก็แวะพักตรงลานกิจกรรมกลางถนนที่มักจะมีการแสดงหมอลำและฟ้อนรำจากเยาวชนท้องถิ่น เสียงหัวเราะของผู้คนทำให้ถนนคนเดินสกลนครอบอุ่นยิ่งกว่าที่คิด สกลนครไม่ได้มีดีแค่ผ้าครามและผ้าไหมมัดหมี่เท่านั้น แต่ของฝากท้องถิ่นอีกมากมาย ทั้งเครื่องจักสานประณีต เครื่องประดับไม้ ของตกแต่งบ้าน และงานคราฟต์ท้องถิ่นที่สะท้อนภูมิปัญญาชาวบ้าน หรือสำหรับสายกินก็อย่าลืมลองลิ้มรสอาหารและขนมพื้นบ้าน เช่น ข้าวจี่ หมูยอทอด ขนมครก และน้ำพริกพื้นเมือง ที่อร่อยและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ท้องถิ่น
ที่อยู่: 5582 ถ.เรืองสวัสดิ์ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองส สกลนคร
เวลาเปิด-ปิด: เสาร์ - อาทิตย์ 15.00 น. – 20.00 น.
พิพิธภัณฑ์อาจารย์ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร
ขับรถออกจากตัวเมืองสกลนครราว 40 กม. ไปเยี่ยมเยียนพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูบูชาคุณของพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พระเถระสายวิปัสสนากรรมฐานผู้เป็นที่เคารพรักในภาคอีสาน ภายในจัดแสดงข้อวัตรปฏิบัติ เครื่องอัฐบริขาร และเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาที่สะท้อนถึงวิถีสงบเรียบง่ายของพระป่ากรรมฐาน พร้อมบรรยากาศวัดป่าร่มรื่นที่ชวนให้ใจสงบ ผู้มาเยือนส่วนใหญ่มักจะมาศึกษาแนวทางสมถะและภาวนา รวมถึงซาบซึ้งในมรดกธรรมที่ท่านได้เผยแผ่ไว้เป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะอาคารพิพิธภัณฑ์ซึ่งออกแบบอย่างเรียบง่ายทรงคุณค่า ภายในประดิษฐานรูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์ฝั้นที่งดงามสมจริง ให้ผู้ศรัทธาได้มากราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงยังมีสถานที่ปฏิบัติธรรมและเสนาสนะที่เหมาะกับการเจริญภาวนา ถือเป็นจุดหมายสำคัญของผู้แสวงหาศรัทธาและแรงบันดาลใจทางธรรมในดินแดนพุทธธรรมแห่งเทือกเขาภูพาน
ที่อยู่: ต.พรรณา อ.พรรณานิคม สกลนคร
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. - 18.00 น.
Mann Craft Shop
ออกเดินทางสู่เส้นทางผ้าสกลตามรอยโครงการศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เพื่อสัมผัสเสน่ห์ของผ้าครามสกลนคร ณ Mann Craft Shop แบรนด์ผ้าย้อมครามของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่สืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น โดยอนุรักษ์สีครามซึ่งเป็นสีย้อมธรรมชาติอันเก่าแก่กว่า 6,000 ปี แม้เคยแพร่หลายทั่วเขตร้อน แต่สีครามคุณภาพดีส่วนใหญ่ผลิตจากเอเชีย ต่อมาการใช้สีครามลดลงเหลือเพียง 4% ของโลกในปี พ.ศ. 2457 ก่อนที่ปัญหามลพิษจากสีย้อมสังเคราะห์จะทำให้ผู้คนหันกลับมาให้คุณค่ากับสีธรรมชาติอีกครั้ง ทำให้ภูมิปัญญาการย้อมครามที่เกือบเลือนหายจึงได้รับการฟื้นฟูเป็นอาชีพหลักของชุมชน และในขณะเดียวกันผ้าครามสกลก็ได้รับความสนใจมากขึ้นหลังได้รับการส่งเสริมจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการย้อมผ้าแต่ละขั้นตอนที่มีคุณภาพ สีสดใส สะอาด ติดทน และไม่ตก ทั้งหมดเกิดจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมและความชำนาญของช่างผู้ผลิต ทำให้การเตรียมครามและการย้อมผ้ามีเทคนิคละเอียดประณีตกว่าสีย้อมธรรมชาติชนิดอื่น ๆ เหมาะสำหรับมาสำรวจร่องรอยแห่งแม่หลวงที่จารึกไว้ในทุกลมหายใจ พร้อมช้อปอุดหนุน เสื้อครามสกลอันเลื่องชื่อตืดไม้ติดมือกัน
ที่อยู่: 1576/1 ถ.สุขเกษม ธาตุเชิงชุม อ.เมือง สกลนคร
Tel: 042 714 685
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 9.00 น. - 17.00 น.
ชุมชนคาทอลิกท่าแร่
จากเฮือนใบคราม ขับต่อไปทางเหนือของหนองหารราว 20 นาที แวะเที่ยวกันที่ชุมชนคาทอลิกท่าแร่ ชุมชนคริสต์เก่าแก่ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร โบสถ์ท่าแร่ตั้งตระหง่านกลางหมู่บ้าน สถาปัตยกรรมผสมระหว่างยุโรปและอีสานที่ดูเรียบแต่ขลัง ภายในโบสถ์เงียบสงบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านกระจกสี รอบ ๆ หมู่บ้านเต็มไปด้วยบ้านไม้เก่าและผู้คนที่มีวิถีชีวิตเรียบง่าย หากโชคดีอาจได้ร่วมกิจกรรมทำอาหารพื้นบ้านแบบคริสต์อีสาน หรือเรียนรู้การทำขนมและงานจักสานจากชาวบ้าน บางมุมยังมีคาเฟ่เล็ก ๆ ให้แวะนั่งจิบกาแฟดูวิวหนองหารแบบสโลว์ไลฟ์อีกด้วย
ที่อยู่: ต.ท่าแร่ อ.เมือง สกลนคร
หมู่บ้านทอผ้าบ้านกุดจิก
อย่าพลาดแวะชมอีกหนึ่งหมู่บ้านทอผ้าชื่อดังอย่างบ้านกุดจิก ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองสกลนคร ห่างออกไปประมาณครึ่งชั่วโมง เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยทุ่งนาเขียวขจี ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตผ้ามัดหมี่และผ้าฝ้ายธรรมชาติ ที่มีชื่อเสียงในด้านการอนุรักษ์ “ลายผ้านครธรรม” ซึ่งเป็นผ้าทอไหมย้อมครามอันขึ้นชื่อของสกลนคร โดยยังคงใช้กี่ทอมือแบบดั้งเดิมตามแนวทางโครงการศิลปาชีพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงสนับสนุนให้ภูมิปัญญาการทอผ้าไทยได้รับการอนุรักษ์และพัฒนา นอกจากนี้ผ้าของบ้านกุดจิกยังได้รับการส่งเสริมจากโครงการ Central Tham ช่วยยกระดับผ้าไหมลายผ้านครธรรมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ผู้มาเยือนสามารถเปิดโลกแห่งผ้าไทย เรียนรู้ขั้นตอนการมัดลาย ย้อมสี และทอผ้าได้ด้วยตัวเอง พร้อมฟังเสียงฟืมกระทบไม้ที่สม่ำเสมอ คล้ายดนตรีบรรเลงของวิถีชีวิตเรียบง่าย และถ้าหากต้องการสัมผัสความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างลึกซึ้ง แนะนำให้นอนพักโฮมสเตย์ในชุมชน นั่งคุยใต้ถุนบ้าน ฟังเรื่องเล่าของผ้าผืนเก่า ๆ ที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น และเห็นร่องรอยการสนับสนุนของพระองค์ท่านที่ช่วยให้ภูมิปัญญานี้ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน
สกลนคร เป็นดินแดนชาวไทริมโขงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและวิถีชีวิตผูกโยงกับธรรมชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมดั้งเดิม สะท้อนผ่านลวดลายผ้าพื้นเมืองที่เรียกว่า “ลายผ้านครธรรม” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความโดดเด่นของสกลนครในฐานะ “เมือง 3 ธรรม” ประกอบด้วย นครธรรมเมืองร่มเย็น แหล่งสงบสำหรับผู้แสวงหาธรรมะและวัดวาอารามที่เงียบสงบ นครแห่งธรรมชาติ แหล่งธรรมชาติหลากหลายและงดงาม และนครวัฒนธรรมประเพณี ที่สืบสานวิถีชีวิตและประเพณีอันงดงามของท้องถิ่น
ที่อยู่: ม.9 อ.วานรนิวาส สกลนคร
หมู่บ้านทอผ้าไหมแพรวา บ้านโพน
จากหมู่บ้านทอผ้าบ้านกุดจิก ขับต่ออีกประมาณ 40 กม. มุ่งสู่เขตแดนกาฬสินธุ์ ไปยังหมู่บ้านทอผ้าไหมแพรวา บ้านโพน สัมผัสร่องรอยแห่งผ้าไหมแม่หลวงอันงดงาม ซึ่งได้รับการส่งเสริมให้เป็น “ราชินีแห่งผ้าไหม” ที่สร้างชื่อเสียงให้ชาวกาฬสินธุ์โด่งดังไปทั่วโลก โดยลวดลายของผ้าไหมแพรวามีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพียงหนึ่งเดียวในโลก พร้อมคุณภาพสูงทั้งด้านลวดลายและการย้อมสีธรรมชาติ บ้านโพนยังเป็นศูนย์รวมชุมชนที่พึ่งพาผ้าไหมเป็นรายได้หลัก และเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จเยี่ยมราษฎร ทอดพระเนตรการแต่งกายของชาวผู้ไทและทรงสนพระราชหฤทัย เมื่อทรงทราบว่าการทอผ้าแพรวากำลังจะสูญหาย จึงทรงดำรัสว่า “ผ้าที่ใส่นี่สวยมาก ทอให้พระราชินีได้ไหม” นับเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมผ้าแพรวา บ้านโพน พระราชทานเส้นไหมให้ชาวบ้านทอแบบดั้งเดิม เพื่อนำไปปรับขนาดและสีสันให้หลากหลาย พร้อมบรรจุในโครงการศิลปาชีพภาคอีสาน จนกลายเป็นภูมิปัญญาที่ได้รับการอนุรักษ์และพัฒนาจนถึงปัจจุบัน
ที่อยู่: หมู่บ้านทอผ้าไหมแพรวา บ้านโพน ต.โพน อ.คำม่วง กาฬสินธุ์
วัดรังสีปาลิวัน (หลวงปู่มหาเขียน ฐิตสีโล)
เสริมความสิริมงคลที่วัดรังสีปาลิวัน หนึ่งในศูนย์รวมจิตใจและศรัทธาของชาวบ้านโพน วัดแห่งนี้ก่อตั้งโดย หลวงปู่มหาเขียน ฐิตสีโล ผู้มีชื่อเสียงด้านปฏิปทาและวิถีธรรมที่เคร่งครัด ภายในวัดมีพระอุโบสถและวิหารที่สงบงดงาม พร้อมพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ให้นักท่องเที่ยวและชาวบ้านได้กราบไหว้ขอพร นอกจากนี้รอบบริเวณวัดยังรายล้อมด้วยธรรมชาติที่ร่มรื่นและทิวทัศน์ของทุ่งนาบ้านโพน ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งบรรยากาศสงบเงียบ ความศรัทธา และร่องรอยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ยังคงรักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
ที่อยู่: วัดรังสีปาลิวัน ต.โพน อ.คำม่วง กาฬสินธุ์
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. – 18.00 น.
วัดถ้ำผาแด่น
หนึ่งในแลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์ของสกลนคร ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน รายล้อมด้วยผืนป่าที่เงียบสงบ มีจุดเด่นอยู่ที่งานแกะสลักหินขนาดใหญ่บนหน้าผา ถ่ายทอดเรื่องราวพุทธประวัติและพุทธศิลป์ร่วมสมัยได้อย่างวิจิตรตระการตา รวมถึงสิ่งก่อสร้างเชิงศิลป์อื่น ๆ ภายในวัดที่สะท้อนภูมิปัญญาช่างพื้นถิ่นและความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาสืบยาวนาน นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์เมืองสกลนครและทะเลสาบหนองหารได้แบบพาโนรามา โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือยามเย็นที่แสงแดดอ่อนแต้มสีทองบนแนวเขา เติมเต็มความสงบจิตสงบใจแก่ผู้มาเยือน พร้อมทั้งยังมีลานสมเด็จและพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ให้กราบสักการะ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเดินทางกลับ
ที่อยู่: บ้านดงน้อย ต.ดงมะไฟ อ.เมือง สกลนคร
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 6.00 น. – 18.00 น.
วัดพระพุทธบาทน้ำทิพย์
อีกหนึ่งแหล่งรวมความศรัทธาของชาวสกล โดดเด่นด้วยรอยพระพุทธบาทศักดิ์สิทธิ์บนหน้าผาสูง ซึ่งชาวบ้านเคารพศรัทธามาเนิ่นนาน ผู้มาเยือนสามารถเลือกเส้นทางขึ้นสู่จุดสักการะได้ทั้งการเดินขึ้นบันไดสู่ยอดเขาหรือใช้บริการรถรับส่ง ระหว่างทางจะได้สัมผัสผืนป่าภูพานอย่างใกล้ชิด สูดอากาศบริสุทธิ์ และซึมซับบรรยากาศวิเวกชวนให้ใจสงบ บนจุดสูงสุดเป็นทำเลชมวิวที่งดงามที่สุดในสกลนคร มองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนและทะเลหมอกในบางฤดูคล้ายผืนผ้าโปร่งปกคลุมขุนเขา ทำให้วัดแห่งนี้เป็นจุดหมายที่ผสานความศักดิ์สิทธิ์และเสน่ห์แห่งธรรมชาติได้อย่างลงตัว
ที่อยู่: วัดพระพุทธบาทน้ำทิพย์ ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน สกลนคร
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 6.00 น. – 18.00 น.
อุทยานแห่งชาติภูพาน
เขตอุทยานแห่งชาติที่ครอบคลุมพื้นที่ป่าต้นน้ำสำคัญของภาคอีสาน ตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน มีทั้งป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และระบบนิเวศอันหลากหลาย เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ น้ำตกขนาดเล็กหลายจุด และจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลสาบหนองหารได้อย่างกว้างไกล นอกจากนี้ ภูพานยังเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ มีโบราณสถานและร่องรอยอารยธรรมดึกดำบรรพ์ให้ผู้มาเยือนได้ศึกษา ทำให้ผืนป่าแห่งนี้ผสานทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม และเรื่องราวของชาวอีสานได้อย่างกลมกลืน
ที่อยู่: ต.ห้วยยาง อ.เมือง สกลนคร
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. – 16.30 น.
ค่าเข้า: 20 บาท/ท่าน (เด็ก 10 บาท)
อุทยานแห่งชาติภูผายล
สายผจญภัยที่รักธรรมชาติไม่ควรพลาดอุทยานแห่งชาติภูผายล ดินแดนแห่งผาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านและวิวทิวเขาสลับซับซ้อน ภายในอุทยานมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เต็มไปด้วยพรรณพืชเฉพาะถิ่น เห็ดป่าหายาก และสัตว์ป่านานาชนิด ไฮไลท์สำคัญได้แก่จุดชมวิวมองเห็นผืนป่าสีเขียวและทะเลหมอกในยามเช้า นอกจากนี้ยังมีอ่างเก็บน้ำห้วยหวดพร้อมน้ำตก 3 สาย ได้แก่ น้ำตกรากไทรย้อย น้ำตกผาผึ้ง และน้ำตกคำน้ำสร้าง รวมถึงถ้ำผาพญาเต่างอย ลานดุสิตาที่ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในปลายฝนต้นหนาว และภูผายลหรือผาลายที่มีภาพแกะสลักบนหน้าผาหินอายุราว 3,000 ปี พร้อมจุดชมทิวทัศน์งดงาม ทำให้อุทยานแห่งนี้ผสานทั้งความตระการตาทางธรรมชาติ การผจญภัย และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้อย่างครบครัน
ที่อยู่: อุทยานแห่งชาติภูผายล ซ.อุทยาน ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย สกลนคร
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 6.00 น. – 18.00 น.
ค่าเข้า: 20 บาท/ท่าน (เด็ก 10 บาท)
อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก
ปิดท้ายทริปกันที่อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก จุดหมายธรรมชาติงามที่มีลักษณะเป็นเทือกเขาที่เกิดจากชั้นหินทรายและหินแซนด์สโตน ซึ่งถูกธรรมชาติสลักเสลามานับล้านปีจนเกิดเป็นรูปร่างแปลกตา เช่น หินซ้อน หินรู และหินตั้งตระหง่านคล้ายกำแพงมหึมา ภายในอุทยานมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติผ่านป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และพรรณพืชสมุนไพรนานาชนิด รวมถึงจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ภูเขาสลับซับซ้อนและท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีงดงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้รักการแคมป์ปิ้ง การเดินป่า และการชมภูมิทัศน์ทางธรณีวิทยาอันเป็นเอกลักษณ์ของเทือกเขาภูพานทางตอนเหนือ
ที่อยู่: อุทยานแห่งชาติภูผาเหล็ก บ้านท่าวัด ต.ปทุมวาปี อ.ส่องดาว สกลนคร
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 6.00 น. – 18.00 น.
ค่าเข้า: 20 บาท/ท่าน (เด็ก 10 บาท)
ร้านอาหารแนะนำเมื่อไปเที่ยวสกลนคร - กาฬสินธุ์ ตามรอยผ้าไหมไทย
เตาถ่านโคขุนโพนยางคำ
ร้านเนื้อโคขุนโพนยางคำชื่อดัง อีกหนึ่งของเด็ดขึ้นชื่อของสกลนคร ที่เน้นการย่างเนื้อบนเตาถ่านแท้ ซึ่งช่วยคงรสชาติเนื้อและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ภายในร้านมีโซนให้นั่งทั้งแบบห้องแอร์และลานกว้าง เหมาะสำหรับสายเนื้อแท้ที่ต้องการลิ้มรสเนื้อคุณภาพสูง พร้อมสัมผัสวิธีการย่างแบบดั้งเดิม
ที่อยู่: ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง สกลนคร
โทร: 090 953 9699
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 11.00 น. – 23.00 น. หยุดวันพุธ
Green Corner Restaurant
ร้านอาหารบรรยากาศโปร่งสบายใจกลางเมืองสกลนคร ที่เน้นเสิร์ฟเมนูไทยและเอเชียหลากหลาย เหมาะสำหรับมื้อกลางวันหรือบรันช์ในวันสบาย ๆ เมนูรสชาติกลมกล่อม ทานง่าย ทั้งอาหารจานเดียวและเมนูแชร์สำหรับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว ทำเลสะดวก เดินทางง่ายจากที่พักหรือแหล่งท่องเที่ยวในเมือง เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากแวะพักเติมพลังด้วยอาหารอร่อยก่อนเดินทางต่อ
ที่อยู่: 1773 ถ.รัฐพัฒนา ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร
Tel: 061 995 0989
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. – 21.00 น.
เลิศรสไข่กระทะ
ร้านอาหารเช้าเก่าแก่ที่ครองใจชาวสกลนครมาหลายปี ด้วยเมนูเด็ด “ไข่กระทะ” หอมกรุ่น เสิร์ฟพร้อมขนมปังยัดไส้ร้อน ๆ และอาหารเช้าอีกหลากหลายอย่าง เช่น ข้าวต้มปลาและกาแฟหอมละมุน บรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของร้านท้องถิ่น ราคาเป็นมิตร เหมาะสำหรับเริ่มต้นเช้าวันใหม่อย่างสดใส เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในเมืองหรือแวะผ่านสกลนคร อยากลิ้มลองอาหารเช้าสไตล์บ้าน ๆ ที่คนพื้นที่แนะนำไม่ควรพลาด
ที่อยู่: 620, 2 ถ.สุขเกษม ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง สกลนคร
Tel: 042 713 949
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 6.00 น. – 13.00 น.
สุขเกษม Coffee & Restaurant
คาเฟ่และร้านอาหารสไตล์บ้านสวน บรรยากาศอบอุ่นใจกลางเมืองสกลนคร โดดเด่นด้วยเมนูอาหารอีสาน อาหารไทยและเมนูฟิวชันรสละมุน เสิร์ฟพร้อมเครื่องดื่มหลากหลาย ทั้งกาแฟหอมกรุ่นและเมนูเย็นชื่นใจ เหมาะสำหรับมื้อกลางวัน บ่ายสบาย ๆ หรือดินเนอร์เบา ๆ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น เป็นอีกหนึ่งมุมพักผ่อนที่เติมเต็มวันท่องเที่ยวในเมืองได้อย่างลงตัว
ที่อยู่: ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง สกลนคร
Tel: 086 233 2330
เวลาเปิด-ปิด: 11.00 น. - 20.00 น. หยุดวันอังคาร
เที่ยวตามรอยผ้าไหมไทย สกลนคร – กาฬสินธุ์พักที่ไหนดี ?
The Room Boutique Hotel Sakon Nakhon
ที่พักบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ตั้งอยู่ใกล้ วัดพระธาตุเชิงชุม เดินทางสะดวก ห้องพักตกแต่งเรียบง่ายแต่ทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกตอบโจทย์ทุกการเดินทาง พักผ่อนอย่างสบายใจและดื่มด่ำกับความสงบของบรรยากาศเมืองสกลนครได้แบบใกล้ชิด
ที่อยู่: 888 ซ.10 ถ.สุขเกษม อ.เมือง สกลนคร
โทร: 099 262 9269
Website: www.facebook.com/p/The-Room-Boutique-Hotel-SakonNakhon-100063645844758/?locale=th_TH
Phu Sakon Ville Hotel
โรงแรมสไตล์โมเดิร์น–มินิมอลที่ผสมกลิ่นอายท้องถิ่น พร้อมความสะดวกสบายทั้งการเดินทางและการเข้าพัก ให้บริการห้องพักกว้างขวาง พร้อมการตกแต่งด้วยผ้าครามสกลนครในทุกย่างก้าว มีห้องอาหารและสระว่ายน้ำกลางแจ้งให้บริการ มอบบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนอย่างเต็มที่
ที่อยู่: 386 2 ต.ธาตุนาเวง อ.เมือง สกลนคร
โทร: 092 896 6366
Website: www.phusakonvillehotel.com
Chokdee Place
โรงแรมระดับ 4 ดาวใจกลางเมืองสกลนคร เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องพักหลายรูปแบบ รวมถึงห้องที่มาพร้อมครัวเล็ก ภายในโรงแรมยังมีร้านอาหารและสระว่ายน้ำกลางแจ้งถึง 2 สระ ตั้งอยู่ในทำเลสะดวกใกล้แหล่งท่องเที่ยวและชุมชนผ้าคราม เหมาะสำหรับผู้เข้าพักที่ต้องการพักผ่อนหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างครบครันโดยไม่หลุดจากความสะดวกของเมือง
ที่อยู่: 64/11 ถ.สกลนครกาฬสินธุ์ ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง สกลนคร
Tel: 042 972 098
Website: www.facebook.com/ChokdeePlace
@SAKON Hotel
ที่พักดีไซน์น่ารักสไตล์โมเดิร์น-มินิมอล ให้บริการห้องพักกว้างขวาง สะอาด และตกแต่งอย่างมีสไตล์ มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกมาตรฐาน SHA ทั้ง Wi-Fi ความเร็วสูง แอร์ระบบใหม่ และบริการรูมเซอร์วิส เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักใจกลางเมือง สามารถต่อไปยังตลาด ร้านอาหาร คาเฟ่ และสนามบินได้อย่างรวดเร็ว
ที่อยู่: 287/18 ถ.คูเมือง ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง สกลนคร
Tel: 042 713 234
Website: www.atsakonhotel.com
เส้นทางท่องเที่ยวจากสกลนครสู่กาฬสินธุ์ไม่เพียงพาให้เราเดินทางตามรอย ผ้าไหมไทย อันงดงามเท่านั้น แต่ยังเปิดประสบการณ์สัมผัสจิตวิญญาณของชุมชนอีสาน ผ่านภูมิปัญญาการทอผ้า ลวดลายมัดหมี่ ผ้าแพรวา และงานหัตถศิลป์ที่ได้รับการสืบสานจากโครงการศิลปาชีพ สะท้อนเรื่องราวความภาคภูมิใจของผู้คน วัฒนธรรม และวิถีชีวิตที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในทุกผืนผ้า หากอยากออกเดินทางเก็บเกี่ยวประสบการณ์เช่นนี้ให้ครบทั้งกิน เที่ยว ช้อป และพักผ่อนอย่างสะดวกสบาย การมี บัตรเครดิต KTC เป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การเดินทางราบรื่นยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใช้จองที่พัก จ่ายค่าเดินทาง ช้อปของฝาก หรือบริหารค่าใช้จ่ายระหว่างทริปได้อย่างมั่นใจ สมัครบัตรเครดิต KTC วันนี้ แล้วออกเดินทางตามรอยผ้าไหมไทย พร้อมสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์นักเดินทาง
เที่ยวไทยคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC


























