ใครว่าเที่ยวหน้าฝนไม่สนุก แต่ในความเป็นจริงบางจังหวัดยิ่งฝนตกก็ยิ่งสวย และกาญจนบุรีก็คือหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเม็ดฝนเริ่มโปรยลงเหนือภูเขาและแม่น้ำ ธรรมชาติรอบตัวจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว สายหมอกลอยคลุมยอดไม้ สายน้ำกลับมามีชีวิต และอากาศเย็นชื้นก็ทำให้ทั้งเมืองดูละมุนขึ้น และเพียงชั่วโมงกว่าจากกรุงเทพฯที่แสนวุ่นวาย ก็จะได้อิ่มเอมกับกาญจนบุรี ทั้งผืนป่าที่ชุ่มฉ่ำ น้ำตกที่สวยเต็มสาย และสายหมอกที่ลอยคลุมภูเขาตลอดวัน

 

เที่ยวหน้าฝนอำเภอเมืองกาญจนบุรี

วัดเทวสังฆาราม (วัดเหนือ)

 



ขอบคุณรูปภาพจาก  FB - วัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง จ.กาญจนบุรี

เริ่มต้นเช้าวันฝนพรำในกาญจนบุรีด้วยการมาสักการะวัดประจำจังหวัดที่หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อมากนัก แต่เต็มไปด้วยความสงบและความเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองมาอย่างยาวนาน วัดเทวสังฆาราม หรือที่ชาวกาญจนบุรีเรียกกันติดปากว่า “วัดเหนือ” คือพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญที่มีประวัติย้อนไปได้ตั้งแต่ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ และถือเป็นหนึ่งในวัดสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งและพัฒนาเมืองกาญจนบุรีในยุคแรก ๆ ตัววัดตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเขตอำเภอเมือง รายล้อมด้วยชุมชนดั้งเดิมและวิถีชีวิตเรียบง่าย ภายในพระอุโบสถมี พระประธาน “พระพุทธสุทธิมงคล” ที่ได้รับพระราชทานนาม และงานศิลปกรรมไทยแบบดั้งเดิมที่สะท้อนความศรัทธาของชุมชนมาหลายรุ่น

ที่อยู่: ต.บ้านเหนือ อ.เมือง กาญจนบุรี

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 5.00 น.  – 22.00 น.

สกายวอล์คเมืองกาญจนบุรี

 



จากบรรยากาศบนผืนดินลองขยับขึ้นสูงอีกนิดไปชมวิวเมืองจากมุมสูงที่สกายวอล์คเมืองกาญจนบุรี จุดชมวิวพื้นกระจกใสที่ทอดยาวเหนือจุดบรรจบของแม่น้ำแควใหญ่และแควน้อย ช่วงแรกที่ก้าวเดินอาจมีแอบใจเต้นเล็ก ๆ แต่พอเงยหน้ามองวิวตรงหน้า ทุกอย่างจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความรู้สึกตื่นตาแทน ทั้งวิวแม่น้ำ ภูเขา และตัวเมืองกาญจนบุรีที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนหลังฝนเพิ่งหยุดตก เมฆจะลอยต่ำเหนือภูเขา แสงธรรมชาติจะนุ่มกว่าปกติ และผืนต้นไม้รอบเมืองจะเขียวสด เป็นอีกจุดที่ทำให้กาญจนบุรีมีเสน่ห์แบบเมืองเล็กกลางหุบเขา

ที่อยู่: ถ.สองแคว ต.บ้านใต้ อ.เมือง กาญจนบุรี
 เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 9.00 น. - 18.00 น.

ค่าเข้า: 60 บาท/ท่าน

 

Mulberry Mellow

 



ขอบคุณรูปภาพจาก FB - Mulberry Mellow

 หลังจากเดินเล่นชมวิวเมืองและรับอากาศเย็นริมแม่น้ำมาแล้ว ช่วงบ่ายของวันฝนพรำเหมาะมากกับการแวะพักที่ Mulberry Mellow คาเฟ่กลางสวนสีเขียวที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในบ้านสวนเงียบ ๆ นอกเมือง ทุกมุมถูกจัดวางอย่างพอดี สนามหญ้ากว้าง ต้นไม้ใหญ่ที่ช่วยบังแดดและละอองฝน ไปจนถึงเรือนกระจกที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ยิ่งในวันที่ฝนตกเบา ๆ เสียงฝนกระทบใบไม้และกลิ่นดินหลังฝนใหม่จะยิ่งทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายมากขึ้น ตั้งใจแค่มานั่งจิบกาแฟพักเหนื่อย แต่สุดท้ายกลับอาจเผลอใช้เวลาอยู่ยาวจนเย็น

ที่อยู่: 436 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง กาญจนบุรี
 Tel: 081 933 1871
 เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. - 18.00 น.

 

วัดถ้ำเขาปูน

 


อีกหนึ่งจุดหมายที่เงียบสงบ เหมาะกับวันฝนพรำของกาญจนบุรีคือวัดถ้ำเขาปูน วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำแควที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาหินปูนและธรรมชาติสีเขียว ในวัดมีถ้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่แบ่งออกเป็นหลายห้อง แต่ละจุดเต็มไปด้วยพระพุทธรูป หินงอกหินย้อย และบรรยากาศเย็นสงบ ในช่วงหน้าฝน อากาศภายในถ้ำจะเย็นสบายเป็นพิเศษ ขณะที่วิวด้านนอกก็เต็มไปด้วยสายหมอกและสีเขียวของผืนป่ารอบแม่น้ำแคว วัดนี้มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซ่อนอยู่ รอให้ไปศึกษาด้วยตัวเอง

ที่อยู่: หมู่ 3 ต.หนองหญ้า อ.เมือง กาญจนบุรี

Tel: 084 569 2319

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 9.00 น. - 16.00 น.

ค่าเข้า: 30 บาท/ท่าน

 

W STORY

 


 ปิดท้ายวันด้วยการนั่งมองวิวเงียบ ๆ ที่ W STORY คาเฟ่ริมแม่น้ำที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในจุดชมบรรยากาศช่วงเย็นที่ดีที่สุดของกาญจนบุรี ความพิเศษของที่นี่คือวิวทางรถไฟที่ทอดผ่านแม่น้ำ โดยมีภูเขาสีเขียวเป็นฉากหลัง ยิ่งถ้ามาถูกจังหวะตอนรถไฟค่อย ๆ วิ่งผ่านพอดี ภาพตรงหน้าจะเต็มไปด้วยความโรแมนติกแบบธรรมชาติสร้างเองทั้งหมด ยิ่งในช่วงหน้าฝนหลังฝนเริ่มซา แสงเย็นจะสะท้อนผิวน้ำเบา ๆ พร้อมกลิ่นไอหมอกบางค่อย ๆ ลอยคลุมภูเขาด้านหลัง ทำให้บรรยากาศทั้งร้านดูนิ่ง สงบ และละมุนแบบแทบไม่ต้องเติมอะไรเพิ่ม จะมาถ่ายรูปหรือมานั่งชิลก็ดีงามไปหมดทุกอย่าง

ที่อยู่: ต.หนองหญ้า อ.เมือง กาญจนบุรี
 Tel: 092 279 8743
 เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.30 น. - 18.00 น. 

 

เที่ยวกาญจนุบรีหน้าฝน อำเภอทองผาภูมิ

วัดปรังกาสี

 


ออกเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีเข้าสู่เส้นทางคดเคี้ยวของทองผาภูมิ ท่ามกลางภูเขาสีเขียวและสายหมอกบางที่ลอยคลุมตลอดสองข้างทาง ก่อนจะมาถึงวัดปรังกาสี จุดแวะเงียบสงบที่ทำให้จังหวะของทริปหน้าฝนค่อย ๆ ช้าลง ตัววัดตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาและธรรมชาติ ไม่มีความวุ่นวาย มีเพียงเสียงลม เสียงฝน และความสงบที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้พักทั้งร่างกายและความคิด ไฮไลท์สำคัญคือองค์พญานาคสีทองทอดยาวสง่างามกลางวิวภูเขา ยิ่งในช่วงเช้าที่หมอกลงจัด ภาพของวัดที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายหมอกจะยิ่งทำให้บรรยากาศดูละมุนราวกับเมืองเล็กกลางหุบเขาในต่างประเทศ

ที่อยู่: ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ กาญจนบุรี
 เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. - 18.00 น.

 

วัดท่าขนุน

 


อีกหนึ่ง Hidden Gem ของอำเภอทองผาภูมิ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมเส้นทางสายกาญจนบุรี - สังขละบุรี กลางภูเขาและผืนป่าที่โอบล้อม เป็นจุดแวะพักใจระหว่างการเดินทางขึ้นสู่ฝั่งเหนือของกาญจนบุรีที่เต็มไปด้วยพลังศรัทธา วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนในพื้นที่ และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านศาสนสถานและพื้นที่ปฏิบัติธรรม ภายในประกอบด้วยพระอุโบสถและอาคารต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดงานสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย รวมถึงสิ่งสำคัญอย่างพระพุทธรูปรัชกาลที่ 2 และธรรมาสน์ทรงบุษบกฝีมือช่างหลวงอันทรงคุณค่า อีกทั้งยังมีพระพุทธเจติยคีรีสีทองบนยอดเขาซึ่งกลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของทองผาภูมิ พร้อมวิวแม่น้ำแควน้อยและภูเขาโดยรอบที่งดงามในทุกฤดูกาล

ที่อยู่: 235 หมู่ 1 ถนนกาญจนบุรี–สังขละบุรี ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ กาญจนบุรี

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 น. – 18.00 น.

 

บ้านอีต่อง

 


ยิ่งขับรถลึกเข้าสู่เส้นทางชายแดนของทองผาภูมิ บรรยากาศรอบตัวก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนจากเมืองเงียบ ๆ ให้กลายเป็นโลกเล็กกลางสายหมอก และเมื่อมาถึงบ้านอีต่อง ภาพของหมู่บ้านเล็กริมบ่อน้ำที่ถูกปกคลุมด้วยฝนและหมอกแทบตลอดวันก็จะค่อย ๆ ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมหลายคนถึงหลงรักที่นี่แบบไม่ทันตั้งตัว เสน่ห์ของบ้านอีต่องคือความเรียบง่ายของชีวิตประจำวัน ทั้งถนนสายเล็ก บ้านไม้เก่า ร้านชาร้อน ร้านหมูกระทะ และผู้คนในชุมชนที่ใช้ชีวิตอย่างเนิบช้า ถ้ามีฝนตกพรำ ๆ อากาศจะเย็นจนต้องหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาใส่ พร้อมสายหมอกที่ค่อย ๆ ลอยคลุมเหนือผิวน้ำในบ่อกลางหมู่บ้าน บรรยากาศทั้งหมดให้ความรู้สึกสงบ อบอุ่น และฮีลใจอย่างประหลาด เป็นสถานที่ที่แทบไม่ต้องมีแพลนอะไรเยอะ แค่ได้ใช้เวลาเดินเล่น นั่งมองหมอก และปล่อยให้เวลาผ่านไปช้า ๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับทริปหน้าฝน

ที่อยู่: เหมืองปิล็อก ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ กาญจนบุรี

 

น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

 


จากบรรยากาศเงียบ ๆ ของบ้านอีต่อง ลองแวะพักระหว่างทางที่น้ำตกจ๊อกกระดิ่นในเขตอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ น้ำตกเล็กกลางป่าที่แม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่หรือโด่งดังเท่าน้ำตกชื่อดังหลายแห่ง แต่กลับมีเสน่ห์เฉพาะตัวแบบสถานที่ลับกลางธรรมชาติที่คนรักหน้าฝนมักตกหลุมรักได้ไม่ยาก กับเสียงน้ำที่ไหลผ่านโขดหิน เสียงใบไม้ขยับตามลม และอากาศเย็นสดชื่นจากผืนป่ารอบด้าน หลายคนอาจใช้เวลาอยู่ตรงนี้ไม่นาน แต่กลับเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ช่วยรีเฟรชทั้งร่างกายและความรู้สึกได้อย่างน่าประหลาดใจ

ที่อยู่: อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ กาญจนบุรี
 เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 – 16.30 น.

ค่าเข้า: 40 บาท/ท่าน (เด็ก 20 บาท)

 

Hua Cha Tea House

 


ก่อนปิดท้ายเส้นทางฝั่งทองผาภูมิ ลองแวะมาร้านน้ำชาริมน้ำที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกจากจังหวะเร่งรีบของการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ที่เวลาเดินช้าลง ตัวร้านออกแบบเน้นงานไม้และพื้นที่เปิดโล่ง เพื่อให้รับลมธรรมชาติและเปิดมุมมองสู่สายน้ำได้อย่างเต็มสายตาโดยไม่มีสิ่งใดมาบดบัง เมนูชามีทั้งชาไทย ชาเขียว และชาเบลนด์หอมละมุน เสิร์ฟคู่ขนมเบา ๆ เป็นจุดแวะที่ช่วยเติมพลังใจได้เป็นอย่างดี

ที่อยู่: 34/9 ต.ลิ่นถิ่น อ.ทองผาภูมิ กาญจนบุรี

Tel: 092 490 2977
 เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 7.00 – 21.00 น.

 

 

เที่ยวกาญจนบุรีหน้าฝน อำเภอศรีสวัสดิ์

 

น้ำตกเอราวัณ

 


หากพูกถึงหน้าฝนของกาญจนบุรี หลายคนน่าจะนึกถึงน้ำตกเอราวัณ น้ำตก 7 ชั้นกลางป่าดิบแห่งนี้จะสวยที่สุดก็ในช่วงฤดูฝนนี่เอง สายน้ำจะเต็ม ลำธารใสจนเห็นพื้นหินด้านล่าง และผืนป่ารอบด้านจะกลับมาชุ่มชื้นจนเหมือนธรรมชาติถูกเติมสีให้สดขึ้นกว่าปกติ สายน้ำสีมรกตที่ไหลลดหลั่นผ่านโขดหินปูนคือเสน่ห์สำคัญที่ทำให้น้ำตกแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายหน้าฝนที่หลายคนเลือกกลับมาเยือนซ้ำ ระหว่างเดินขึ้นแต่ละชั้นจะได้ยินทั้งเสียงน้ำตก เสียงฝน และเสียงใบไม้ที่ขยับตามลม ให้ความรู้สึกเหมือนได้ค่อย ๆ เดินออกจากความวุ่นวายในเมืองเข้าสู่โลกสีเขียวที่เงียบและสดชื่นขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดทาง ยิ่งพอได้ลงเล่นน้ำเย็น ๆ ก็ยิ่งเข้าใจทันทีว่าทำไมน้ำตกเอราวัณถึงยังคงเป็นสถานที่ที่หลายคนเลือกกลับมาใช้เวลากับธรรมชาติทุกครั้งเมื่อฤดูฝนมาเยือน

ที่อยู่: อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี
 เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 8.00 – 16.30 น.

ค่าเข้า: 100 บาท/ท่าน (เด็ก 50 บาท)

 

Lakeview Cafe and Restaurant

 


เติมพลังระหว่างทริปที่ร้านอาหารวิวทะเลสาบที่ Lakeview Cafe and Restaurant ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางภูเขาและผืนน้ำ มีทั้งวิวทะเลสาบสีเขียว ภูเขาที่โอบล้อม และลมเย็นที่พัดผ่านตลอดวัน ยิ่งช่วงหลังฝนตกใหม่ ๆ หมอกบางจะค่อย ๆ ลอยเหนือผืนน้ำ ทำให้ทั้งร้านดูละมุนเหมือนรีสอร์ทเล็ก ๆ กลางหุบเขา

ที่อยู่: 159 ต.ช่องสะเดา อ.เมือง กาญจนบุรี

Tel: 091 449 4542

เวลาเปิด-ปิด: พฤหัส - อังคาร 9.00 - 19.00 น.

 

แพเขื่อนศรีนครินทร์

 


เขื่อนศรีนครินทร์ถือเป็นหนึ่งในจุดพักผ่อนยอดนิยมของกาญจนบุรี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ระดับน้ำเต็มและผืนป่ารอบเขื่อนกลับมาสดชุ่มที่สุดของปี ช่วงเย็นหลายคนเลือกกระโดดน้ำ เล่นแพ หรือนั่งมองท้องฟ้าครึ้ม ๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย ซึ่งกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ฮีลใจที่สุดของทั้งทริป พอตกกลางคืน อากาศจะเย็นลงจนต้องห่มผ้า ฟังเสียงฝนกระทบหลังคาแพเบา ๆ ก่อนเข้านอน เป็นความเรียบง่ายที่ทำให้การเที่ยวหน้าฝนของกาญจนบุรีมีเสน่ห์และน่าจดจำกว่าฤดูไหนจริง ๆ

ที่อยู่: 151 หมู่ 1 ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ กาญจนบุรี

 

เที่ยวกาญจนบุรีหน้าฝน พักที่ไหนดี?

The Xcape River Kwai

 



โรงแรมริมแม่น้ำที่นำงานออกแบบสมัยใหม่มาวางอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของเมืองกาญฯ ได้อย่างมีเอกลักษณ์ ตัวอาคารเน้นเส้นสายเรียบเท่และพื้นที่เปิดโล่ง ทุกมุมของโรงแรมรับวิวแม่น้ำและภูเขาได้อย่างเต็มที่ ห้องพักมีทั้งห้องวิวแม่น้ำและห้องพักลอยน้ำที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากเป็นพิเศษ ช่วงเช้าในฤดูฝนสามารถตื่นมาพร้อมสายหมอกบางเหนือแม่น้ำและอากาศเย็นสบายจากผืนป่าโดยรอบ มีสระว่ายน้ำ ร้านอาหารริมแม่น้ำ และกิจกรรมทางน้ำให้บริการ

ที่อยู่: 138 ต.หนองหญ้า อ.เมือง กาญจนบุรี
 Tel: 034 552 124
 Website: www.xcapehotels.com

 


Princess River Kwai

 


 

รีสอร์ทริมแม่น้ำแควกับบรรยากาศเงียบสงบและวิวธรรมชาติสีเขียว ช่วงหน้าฝนแม่น้ำและต้นไม้รอบโรงแรมจะดูสดชื่นที่สุด ห้องพักตกแต่งเรียบง่ายสบายตา ช่วยให้ผ่อนคลายตั้งแต่เช้าจรดเย็น มีสระว่ายน้ำและพื้นที่พักผ่อนริมแม่น้ำสำหรับนั่งรับลมเย็นสบาย ๆ

ที่อยู่: 15 ม.9 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง กาญจนบุรี
 Tel: 034 540 989
 Website: www.princessriverkwai.com


Rivendales

 


ที่พักขนาดเล็กกลางธรรมชาติในอำเภอไทรโยคที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ ภูเขา อากาศเย็นสบายตลอดวัน ห้องพักออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ มีทั้งมุมพักผ่อนริมน้ำและพื้นที่สีเขียวที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้หลบมาชาร์จพลังอยู่กลางป่าแบบเงียบ ๆ

ที่อยู่: 66/6 หมู่ 4 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค กาญจนบุรี
 Tel: 064 356 6464
Website: www.facebook.com/rivendales/

 

The Float House River Kwai

 


แพลอยน้ำกลางแม่น้ำแควน้อยที่เหมาะกับการหลบมาพักผ่อนในช่วงฤดูฝนมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของกาญจนบุรี ทุกห้องพักเป็นวิลล่าไม้สักลอยน้ำที่ออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติ สามารถเปิดประตูออกไปนั่งเล่นริมระเบียงหรือกระโดดลงแม่น้ำได้จากหน้าห้องโดยตรง เงียบสงบจนแทบไม่ได้ยินเสียงจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงน้ำไหล เสียงฝน และผืนป่าสีเขียวที่โอบล้อมอยู่รอบตัว สามารถใช้เวลาพายเรือ เล่นน้ำ หรือนั่งมองสายหมอกลอยเหนือแม่น้ำแบบไม่ต้องรีบไปไหน

ที่อยู่: 19/4 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค กาญจนบุรี
 Tel: 084 725 8686
 Website: www.thefloathouseriverkwai.com

 

เที่ยวกาญจนบุรีหน้าฝน คือช่วงเวลาที่ธรรมชาติกลับมาสวยสดชื่นที่สุด ทั้งภูเขาเขียวขจี สายน้ำเต็มสาย น้ำตกใส และสายหมอกบางที่ลอยคลุมตลอดเส้นทาง ตั้งแต่สกายวอล์คเมืองกาญจนบุรี บ้านอีต่อง น้ำตกจ๊อกกระดิ่น น้ำตกเอราวัณ ไปจนถึงแพเขื่อนศรีนครินทร์ เหมาะกับคนที่อยากพักใจใกล้กรุงเทพฯ ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและธรรมชาติสีเขียว หากอยากให้ทริปนี้คุ้มค่ามากขึ้น สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ไว้ใช้จองที่พัก ร้านอาหาร หรือใช้จ่ายระหว่างเดินทาง พร้อมรับสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นที่ช่วยให้ทุกทริปพักผ่อนสบายและคุ้มค่ากว่าเดิม

เที่ยวหน้าฝนคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต  KTC