อยากลองเที่ยวภาคใต้แบบไม่เร่งรีบไหม? การนั่งรถไฟไปเที่ยวใต้คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ทั้งสนุก ประหยัด และได้เปิดมุมมองใหม่ของการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นวิวระหว่างทางที่สวยเกินคาด บรรยากาศบนขบวนรถไฟที่แสนชิล หรือจุดแวะพักตามจังหวัดต่าง ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและเสน่ห์เฉพาะตัว บทความนี้จะพาไปรู้ว่า ถ้าอยากนั่งรถไฟไปเที่ยวใต้ ต้องขึ้นที่ไหนได้บ้าง แวะจังหวัดไหนน่าสนใจ และจะวางแผนต่อยังไงให้เที่ยวได้ครบ ทั้ง ชุมพร ระนอง พัทลุง หาดใหญ่ และสงขลา ไม่ว่าจะชอบสายลุย สายกิน หรือเที่ยวสโลว์ไลฟ์ ก็สนุกได้ทุกแบบ

จุดเด่นของการเดินทางด้วยรถไฟไปเที่ยวใต้

การนั่งรถไฟไปเที่ยวภาคใต้ ไม่ใช่แค่การเดินทางจากจุด A ไปจุด B แต่คือการ “เปิดประสบการณ์” แบบ slow travel ที่สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวขึ้นชานชาลา เสน่ห์ของการเดินทางด้วยรถไฟนั้นชวนให้ผู้คนชะลอจังหวะชีวิต และซึมซับความเรียบง่ายระหว่างทางอย่างลึกซึ้ง

·      ราคาประหยัด เดินทางไกลได้ในงบจำกัด

สำหรับสายเที่ยวคุมงบ รถไฟคือทางเลือกที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว เที่ยวกับครอบครัว หรือแบกเป้ไปกับแก๊งเพื่อน ค่าโดยสารรถไฟใต้หลายสายเริ่มต้นหลักร้อย แต่ได้ระยะทางไกลหลักพันกิโลเมตร โดยเฉพาะถ้าเลือกนั่งรถด่วนพิเศษที่มีเวลาแน่นอนและแวะจังหวัดสำคัญได้ครบ

·      ชมวิวสองข้างทางแบบไม่มีอะไรกั้น

หนึ่งในเสน่ห์ที่ไม่มีวันเปลี่ยนของการนั่งรถไฟคือ “วิวระหว่างทาง” ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนา ป่าเขา บ้านเรือนไม้ หรือแม่น้ำที่ไหลขนานกับรางรถไฟ การได้นั่งชมวิวช้า ๆ ผ่านหน้าต่างบานใหญ่ คือประสบการณ์แบบที่รถยนต์หรือเครื่องบินให้ไม่ได้

·       ได้เข้าถึงพื้นที่ท้องถิ่นแบบแท้จริง

รถไฟใต้หลายสายจอดตามสถานีในเมืองเล็ก ๆ หรือชุมชนที่ไม่ใช่จุดท่องเที่ยวหลัก ทำให้นักเดินทางมีโอกาส “เข้าถึง” ผู้คนท้องถิ่น วิถีชีวิต และร้านอาหารพื้นบ้านที่ไม่อยู่ใน Google Maps เช่น ปากน้ำชุมพร หัวเขาแดงสงขลา หรือชุมชนลำสินธุ์ พัทลุง

·      รู้สึกเหมือน “ทริปเริ่มต้นตั้งแต่ขึ้นรถไฟ”

ไม่ต้องรอให้ถึงปลายทางถึงจะเริ่มเที่ยว เพราะความสนุกเริ่มตั้งแต่ขึ้นรถไฟแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการฟังเสียงล้อบดราง ชิมขนมจากแม่ค้าที่เดินขายบนขบวน หรือการได้พูดคุยกับผู้โดยสารข้าง ๆ การเดินทางด้วยรถไฟจึงกลายเป็น “ส่วนหนึ่งของทริป” ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาระหว่างทาง

เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปนั่งรถไฟเที่ยวใต้

การนั่งรถไฟไปเที่ยวภาคใต้เป็นประสบการณ์ที่ทั้งเรียบง่ายและน่าประทับใจ แต่ถ้าเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่ต้นทริป ก็จะช่วยให้การเดินทางสบายขึ้น สนุกขึ้น และไม่สะดุดกลางทาง นี่คือสิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนขึ้นรถไฟเที่ยวใต้

1.     จองตั๋วล่วงหน้า

ก่อนจะเริ่มต้นทริปรถไฟใต้ อย่าลืมจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อให้ได้ขบวนและช่วงเวลาที่ต้องการ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาล และที่สำคัญอย่าลืมหาโปรโมชั่นดีๆ ที่จะทำให้การไปเที่ยวด้วยรถไฟคุ้มค่ามากที่สุด เช่น โปรโมชั่นจากบัตรเครดิต KTC

1.     เลือกเวลารถไฟให้เหมาะกับสไตล์เที่ยว

เช่น สายชิลชอบชมวิวกลางวันเลือกขบวนออกเช้าหรือสาย สายประหยัดเวลา เลือกรถไฟกลางคืน แล้วตื่นเช้าถึงปลายทาง

2.     พกของจำเป็นติดตัว

แม้รถไฟจะสะดวกสบาย แต่การเตรียมของใช้ส่วนตัวไว้ให้พร้อมจะช่วยให้คุณเดินทางได้ราบรื่น เช่น

  • Power bank / ที่ชาร์จมือถือ
  • หูฟัง / หนังสือ / เพลย์ลิสต์โปรด
  • เสื้อคลุมบาง ๆ กรณีอากาศเย็น
  • ขนมหรือของว่าง (แม้จะมีแม่ค้าขายบนรถ แต่บางเที่ยวอาจไม่ครบ)

เส้นทางนั่งรถไฟไปเที่ยวใต้

จุดแวะที่ 1: นั่งรถไฟไปเที่ยวชุมพร


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

จังหวัดชุมพรคือประตูสู่แดนใต้ที่ไม่ได้มีดีแค่เป็นทางผ่าน แต่คือจุดหมายของนักเดินทางที่หลงใหลธรรมชาติ ทะเล และการผจญภัยสายเหงื่อแบบแท้จริง การเดินทางเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยรถไฟด่วนพิเศษ ขบวนที่ 43 กรุงเทพอภิวัฒน์ – สุราษฎร์ธานี ออกเวลา 7.30 น. ถึงสถานีชุมพร 13.50 น. ซึ่งเป็นสถานีใหญ่ที่มีรถไฟจอดหลายขบวนตลอดวัน

Day 1: ผจญภัยเบา ๆ ย่านชุมชนปากน้ำ

เริ่มต้นด้วยการล่องเรือแจวแบบดั้งเดิมในชุมชนปากน้ำชุมพร จุดเด่นคือคลองคั่นกลางที่แบ่งฝั่งสมัยใหม่กับฝั่งชาวประมงดั้งเดิมไว้ชัดเจน ไฮไลต์อยู่ที่การได้นั่งเรือข้ามฟากในราคาหลักสิบ ชมวิถีการประมง แปรรูปอาหารทะเล และใช้ชีวิตช้า ๆ ริมน้ำ

-    ชมวิวเขามัทรียามเย็น

จากชุมชนปากน้ำสามารถขึ้นเขามัทรีเพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกดินแบบ 360 องศา เห็นทั้งปากอ่าว ท่าเรือ และบ้านเรือนแบบเรียงตัวสุดสายตา มีคาเฟ่เล็ก ๆ ให้พักจิบเครื่องดื่มท่ามกลางลมเย็น เปิดทุกวัน 06.00 – 20.00 น.


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

 

-    พายซับบอร์ดไปเกาะมะพร้าว

ใครสายแอคทีฟต้องลองกิจกรรมพายซับบอร์ดจากหาดทรายรีไปยังเกาะมะพร้าว ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง พายไปถึงเกาะ ถ่ายรูปกับเพิงไม้ริมชายฝั่ง และอาจได้เห็นเรือตกหมึกแบบดั้งเดิมของชาวประมง

Day 2: ล่าทะเลหมอกดอยตาปัง

อีกหนึ่งกิจกรรมที่ต้องตื่นเช้ามากหน่อย คือการขึ้นดอยตาปัง ลานลมโชย จุดชมทะเลหมอกสุดปังของชุมพร ต้องใช้รถโฟร์วีลเท่านั้น ใช้เวลาขึ้นราว 30–40 นาที และหากโชคดีจะได้เห็นทะเลหมอกปกคลุมเทือกเขาเบื้องหน้าแบบพาโนรามา


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-   เที่ยวเกาะพิทักษ์แบบชุมชน Slow Life

ปิดท้ายด้วยการล่องเรือไปเกาะพิทักษ์ เกาะเล็ก ๆ ที่อยู่ห่างฝั่งเพียง 1 กิโลเมตร มีกิจกรรมชิล ๆ อย่างปั่นจักรยาน ชมวิถีประมง ทำกะปิ ดำน้ำตื้น เล่นน้ำใส ๆ และพักโฮมสเตย์แบบอบอุ่นใจ

จุดแวะที่ 2: นั่งรถไฟไปเที่ยวระนอง

เส้นทางนี้ไม่ได้เหมาะกับคนที่รีบเดินทาง แต่เหมาะกับคนที่อยาก “หยุดพักจากโลกวุ่นวาย” แล้วปล่อยให้ธรรมชาติเยียวยาทั้งกายและใจ ระนองอาจไม่มีแลนด์มาร์กสุดฮิตให้เช็กอินถี่ ๆ แต่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่เรียบง่าย ซึมลึก และเต็มไปด้วยประสบการณ์แบบ Wellness ที่ใครได้มาสัมผัสแล้วจะไม่ลืม


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-    แช่น้ำแร่ร้อน...สบายกาย สงบใจ

บ่อน้ำแร่ในระนองมีหลายแห่งให้เลือก ตั้งแต่ บ่อน้ำร้อนรักษะวาริน กลางเมือง, บ่อน้ำแร่พรรั้ง ในเขตอุทยานฯ ไปจนถึง น้ำนอง ฮอทสปา ที่มีทั้งสปาและคาเฟ่น้ำแร่ดีไซน์เก๋ ใครอยากได้ฟีลออนเซ็นแบบไทย ๆ ต้องไม่พลาด


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-   เดินอาบป่า ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน

อีกหนึ่งกิจกรรมแนะนำคือการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ ศูนย์วิจัยป่าชายเลนจังหวัดระนอง ที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑล มีโกงกางอายุหลายร้อยปี รากไม้ ปูตัวจิ๋ว และลมทะเลเย็น ๆ ช่วยให้ใจนิ่งและลืมเรื่องวุ่นวายไปชั่วขณะ


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-    เที่ยวภูเขาหญ้า จุดเช็กอินสุดอาร์ต

ภูเขาหญ้า หรือเขาหัวล้าน เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด วิวภูเขาเตี้ย ๆ เรียงตัวกลางทุ่งโล่งในโทนสีเขียวหน้าฝน และทองอร่ามหน้าแล้ง สวยเหมือนอยู่ในโปสต์การ์ด มีทางเดินให้เดินขึ้นไปชมวิวรอบเมืองได้แบบ 360 องศา


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-    เดินเล่นเมืองเก่า บ้านเทียนสือ ถนนเรืองราษฎร์

ระนองเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์น่าสนใจ แวะชม บ้านเทียนสือ คฤหาสน์จีนเก่าอายุกว่า 150 ปี และเดินเล่นบน ถนนเรืองราษฎร์ ที่เรียงรายด้วยตึกชิโน-ยูโรเปี้ยน และร้านค้ารุ่นเก่าที่ลูกหลานกลับมาสานต่อกิจการ ให้บรรยากาศอบอุ่นและน่ารักแบบ Local

ร้านอาหารที่ไม่ควรพลาดเมื่อไประนอง

-    ขนมจีนแม่หมี: โดดเด่นด้วยน้ำยาจัดจ้าน ผักเหนาะแน่น ๆ

-    J&T Cafe: ร้านอาหารพื้นบ้านสไตล์เพอรานากัน

-    ร้านถอดรองเท้า: มีเมนูใต้ดั้งเดิม เช่น แกงเหลือง กุ้งผัดสะตอ

-    ร้านคุ้นลิ้น: เป็นร้านประจำถิ่นเมืองระนอง เมนูเด็ดคือ น้ำพริกไข่ปู หมูค้อง แกงส้มรสกลาง ๆ

-    ประสบการณ์กินแบบ “กระเตงทะเล”: ออกเรือไปตกกุ้ง หอย ชมฟาร์มหอย แล้วกินอาหารทะเลแบบชาวเลบนกระเตง (ควรจองล่วงหน้า)

จุดแวะที่ 3: นั่งรถไฟไปเที่ยวพัทลุง

หากคุณกำลังมองหาจังหวัดที่ให้จังหวะชีวิตช้าลงได้อย่างแท้จริง พัทลุงคือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเรื่องราว วิถีถิ่น และธรรมชาติแบบเบา ๆ แต่ลึกซึ้ง


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-    หนังตะลุงศิลปะของคนใต้

หนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมที่ห้ามพลาดคือ หอศิลป์หนังตะลุง ที่จะพาคุณไปรู้จักโลกของเงา ตัวหนัง และเรื่องเล่าจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะตัวตลก “นายโถ” ที่ช่างเล็กเล่าว่าเป็นขวัญใจสายกิน เพราะเป็นตัวแทนของความอร่อยในมหรสพพื้นบ้านของภาคใต้


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-    เติมความแซ่บแบบพื้นบ้านกับ “น้ำชุบพรก”

แวะไปที่ชุมชนลำสินธุ์ เรียนรู้การทำ น้ำพริกในกะลา จากวัตถุดิบท้องถิ่น และภูมิปัญญาชาวบ้านที่ทำให้ของเหลือใช้กลายเป็นของอร่อยไม่เหมือนใคร พร้อมชมการแปรรูปสมุนไพร และผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มาจากแรงร่วมใจของคนในพื้นที่


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-    หอมหวานจากต้นจริง กับ “สาคูสด” ที่ป่าสาคู

ที่ Pasagu craft cafe คุณจะได้เห็นแป้งสาคูแท้ ๆ ที่มาจากต้น ไม่ใช่แป้งมันสำปะหลัง พร้อมเรียนรู้กระบวนการแปรรูป ทำขนมสาคูสูตรโบราณ และสัมผัสชีวิตช้า ๆ ในบ้านไม้กลางสวนที่เต็มไปด้วยงานคราฟต์และกลิ่นอายของครอบครัว


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-   จิบกาแฟในดงบอน...คาเฟ่ศิลปะสุดชิคกลางธรรมชาติ

คาเฟ่สุดสร้างสรรค์ในพัทลุงที่เกิดจากความรักในงานศิลปะของเจ้าของ มีทั้งกาแฟ ขนมบ้าน ๆ แกลเลอรี่ภาพวาด และจุดถ่ายรูปบนหลังคาไม้ที่ใครก็ต้องแวะมาเช็กอิน พร้อมชมมุกเสียดสีสังคมเล็ก ๆ จากภาพวาดในร้าน


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-   ปิดท้ายจังหวัดพัทลุงด้วยภาพประทับใจ ณ คลองปากประ และทะเลน้อย

ล่องเรือยามเช้าชม ยอยักษ์ กลางน้ำในบรรยากาศเงียบสงบ พร้อมวิวดอกบัวแดง ควายน้ำ และนกหายากที่บินผ่านไปมา จากนั้นแวะต่อที่ ทะเลน้อย ซึ่งอยู่ใกล้กันเพียง 20 นาที ช่วงเวลา 6.00–7.00 น. คือช่วงมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติจะปลุกทุกประสาทสัมผัสให้ตื่นอีกครั้ง

จุดแวะที่ 4: นั่งรถไฟไปเที่ยวหาดใหญ่

เมืองใหญ่ของภาคใต้ที่ไม่เคยหลับใหลอย่าง หาดใหญ่ คือจุดหมายที่คนรักของกินต้องมาให้ได้สักครั้ง นั่งรถไฟมาถึง สถานีชุมทางหาดใหญ่ แล้วคุณจะได้สัมผัสเมืองที่ผสมความคึกคักแบบเมืองท่องเที่ยวเข้ากับเสน่ห์ท้องถิ่นแบบพหุวัฒนธรรม ทั้งไทย จีน และมุสลิม อย่างลงตัว

-   ถนนละม้ายสงเคราะห์

เริ่มต้นวันด้วยติ่มซำและบะกุดเต๋ร้านดังอย่าง โชคดีแต่เตี้ยม ที่ครองใจทั้งชาวไทยและมาเลเซีย ถัดมาคือร้านข้าวมันไก่เฮียอ้วน ตือฮวนเจ๊เช็ง เต้ากั๊วเจ้เอ็ง และบะหมี่เป็ดศิริวัฒน์ ร้านดังเก่าแก่ที่ให้รสชาติท้องถิ่นแบบดั้งเดิม ต่อด้วยกาแฟดีไซน์จัดที่ Lynlan cafe คาเฟ่สีน้ำเงินสุดจี๊ดในย่านเดียวกัน


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

เดินชมเมือง ย่านนิพัทธ์อุทิศ

เดินเล่นจาก วัดฉื่อฉาง ที่มีความเป็นมาทางพุทธศาสนามหายาน มาจนถึงย่าน นิพัทธ์อุทิศ 1 ที่เต็มไปด้วยตึกเก่าสไตล์ชิโน–โปรตุกีสและร้านอาหารชื่อดังอย่าง บะหมี่เกี๊ยวเบตง หรือจะนั่งคาเฟ่ชมตึกโครงเปลือยสุดเก๋ที่ Lorem Ipsum ก็ชิลไม่แพ้กัน


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-   ชมพระอาทิตย์ตกที่เขาคอหงส์

จุดชมวิวบนเขาคอหงส์คืออีกหนึ่งมุมโรแมนติกของหาดใหญ่ ใครที่ชอบเดินออกกำลังกายหรืออยากเก็บภาพเมืองยามเย็นแบบพาโนรามา ต้องไม่พลาดจุดชมวิวนี้ ที่มี พระพุทธมงคลมหาราช ประดิษฐานอยู่ด้านบน


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-   ย่านลีการ์เด้น

แถว ลีการ์เด้น ไนท์มาร์เก็ต คือศูนย์รวมของนักท่องเที่ยว ร้านอาหารสตรีทฟู้ด ร้านนวด ผับ บาร์ และร้านฟิวชันต่าง ๆ ที่เปิดกันยันดึก ถนนสายนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ กลิ่นอาหาร และแสงสีที่สะท้อนความมันแบบหาดใหญ่แท้ ๆ

ร้านของกินสุดเด็ดประจำหาดใหญ่


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

  • ไก่ทอดหาดใหญ่: เดชา / จิรานันต์ / บังทุ่งเสา / มีนา
  • ขนมจีน: แม่สมหมาย / โกเปียก / ลุงทอง / ป้าชื่น
  • ข้าวมันไก่: มุ่ยกี่โอชา / กันตภณ / คลองเตย / โกตี๊โอชา
  • ข้าวยำ–ก๋วยเตี๋ยว: ยายเปี่ยม / ถนัดศรี / ป้าเขียว / โกฉ่อน ฯลฯ

จุดแวะที่ 5: นั่งรถไฟไปเที่ยวสงขลา

ถ้าเมืองเก่าสงขลาคือภาพจำด้านประวัติศาสตร์ บางกล่ำก็คืออีกฟากของสงขลาที่ให้รสชาติหวาน ละมุน และลึกซึ้งกับธรรมชาติและวิถีชุมชนแบบไม่ปรุงแต่ง


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-    สะพานแขวนท่าหลวง จุดเช็กอินริมคลอง

หลังสถานีรถไฟ มี สะพานแขวนข้ามคลองบางกล่ำ ให้เดินเล่นชมวิว สูดอากาศ และถ่ายภาพกับฉากหลังที่สะท้อนวิถีชุมชนลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา บางกล่ำยังคงรักษาวิถีคลอง ประเพณีเพลงเรือ และศาลาไม้รับแขก “ปิ่นโตร้อยสาย” ณ วัดคูเต่า ที่ได้รับรางวัลอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก


ขอบคุณรูปภาพจาก https://thailandgastronomynetwork.com/

-    สวนลุงรุมย์ & ผึ้งชันโรง

สวนลุงรุมย์ คือจุดไฮไลต์ของทริปบางกล่ำ ที่จะพาเราเข้าไปในจักรวาลของผึ้งตัวจิ๋ว “ผึ้งชันโรง” ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ธรรมชาติใต้ร่มไม้ ทดลองชิมน้ำผึ้งสดจากรัง พร้อมเดาว่าดอกไม้ชนิดใดเป็นแหล่งอาหารของผึ้งนั้น ๆ

-    ปิกนิกกลางสวน กับปิ่นโตรสมือคนสงขลา

อีกหนึ่งประสบการณ์น่ารักคือ ปิกนิกกลางสวน ที่เสิร์ฟอาหารท้องถิ่นในปิ่นโตแบบดั้งเดิม เชื่อมโยงกับวัตถุดิบและวัฒนธรรมการกินของชาวสงขลา ผ่านรสมือประณีตที่ตั้งใจปรุงให้คุณได้สัมผัสรสชาติท้องถิ่นแท้ ๆ

แนะนำเส้นทางการวางแผนทริปนั่งรถไฟไปเที่ยวใต้

1.     ขึ้นรถไฟจากกรุงเทพฯ: สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ)

  • ขบวนด่วนพิเศษ 43 กรุงเทพฯ – สุราษฎร์ธานี (ออก 07:30 น.)
  • ขบวนรถเร็ว 169 กรุงเทพฯ – ยะลา (ออก 17:30 น.)

2.     เลือกวางแผนทริปตาม “จำนวนวัน” ที่มี

2 วัน 1 คืน  (ทริปสั้น-สายธรรมชาติ)

  • กรุงเทพฯ → ชุมพร → พัทลุง
  • กรุงเทพฯ → หาดใหญ่ → สงขลาเมืองเก่า

3 วัน 2 คืน (ทริปกลาง-สายกิน สายชิล)

  • ชุมพร → ระนอง → พัทลุง
  • หาดใหญ่ → สงขลา → บางกล่ำ

5 วันขึ้นไป

  • กรุงเทพฯ → ชุมพร → ระนอง → พัทลุง → หาดใหญ่ → สงขลา (เมืองเก่า + บางกล่ำ)

การนั่งรถไฟไปเที่ยวใต้คืออีกหนึ่งวิธีเดินทางที่ทั้งประหยัด มีเสน่ห์ และเต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เริ่มต้นได้ง่ายจาก สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) แล้วแวะเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น ชุมพร กับกิจกรรมพายซับบอร์ดและล่าทะเลหมอกดอยตาปัง, ระนอง เมืองแห่งน้ำแร่และอาบป่า, พัทลุง กับเสน่ห์หนังตะลุงและล่องเรือทะเลน้อย, หาดใหญ่ เมืองสายกินที่คึกคักตลอดวันยันค่ำ และ สงขลา ที่มีทั้งเมืองเก่าบ่อยางสุดคลาสสิกและบางกล่ำสุดชิล เที่ยวสนุกได้ทั้งสายลุย สายชิล หรือเที่ยวแบบครอบครัว แค่เลือกเส้นทางที่ใช่และวางแผนให้ลงตัว และอย่าลืมเลือกโปรโมชั่นให้การเดินทางเที่ยวใต้คุ้มค่ายิ่งขึ้น อย่างโปรโมชั่นจากบัตรเครดิต KTC ที่มีโปรโมชั่นทั้งรถเช่า รถไฟ ที่พัก โรงแรม กับพาร์ทเนอร์ชั้นนำมากมาย หากยังไม่มีบัตรเครดิต KTC ไว้สำหรับใช้ท่องเที่ยว สามารถสมัครด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง

เที่ยวไทยคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC