ในปัจจุบันมลภาวะจากฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกคนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ ช่วงนี้อาจมีอาการป่วยอยู่บ่อยๆ หลีกเลี่ยงก็ไม่ได้ ต้องใช้ชีวิตทำงาน เผชิญกับมลภาวะในทุกวัน จึงมีโอกาสที่ฝุ่นจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้ สำหรับหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาของหลายคน คือการเลือกที่จะมีเครื่องฟอกอากาศติดบ้าน เพื่อช่วยกรองให้อากาศสะอาดขึ้น ซึ่งบทความนี้จะมาขยายความว่า เครื่องฟอกอากาศมีประโยชน์หรือจำเป็นต้องมีจริงหรือไม่ และถ้าหากจะซื้อ เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี พร้อม ราคา รวมทุกข้อควรพิจารณาทั้งหมดไว้ให้แล้ว พร้อมแล้วไปดูกัน


เครื่องฟอกอากาศในห้องนอนจำเป็นไหม ?

หากใครกำลังมีปัญหาสุขภาพที่มีสาเหตุมาจากมลภาวะอากาศอยู่ แนะนำให้มีเครื่องฟอกอากาศภายในห้องนอนหรือจุดอื่นๆ ในบ้าน เพราะหน้าที่หลักของเครื่องฟอกอากาศ คือ การกรองละอองสิ่งสกปรก และกำจัดเชื้อโรคที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยผ่านกระบวนการกรองอากาศแล้วปล่อยอากาศบริสุทธิ์ออกมาแทนที่ วิธีนี้จึงช่วยลดอาการเจ็บป่วยจากโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจได้มากทีเดียว


ประโยชน์ของเครื่องฟอกอากาศ

  1. ป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ
    เครื่องฟอกอากาศมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียและอนุภาคฝุ่นละออง ส่งผลให้อากาศบริสุทธิ์ขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางเดินหายใจ
  2. บรรเทาอาการโรคภูมิแพ้และหอบหืด
    ด้วยการลดปริมาณสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เครื่องฟอกอากาศช่วยบรรเทาอาการของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้และหอบหืดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. ส่งเสริมคุณภาพการนอน
    การนอนในห้องที่มีอากาศสะอาดช่วยให้หลับสนิทและลึก ลดปัญหาการนอนไม่หลับและผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจตามมา
  4. ลดภาระการทำงานของปอด
    อากาศที่สะอาดและบริสุทธิ์ช่วยให้ปอดทำงานเบาลง ส่งผลให้การหายใจง่าย สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยยืดอายุและสุขภาพของปอดได้
  5. เทคโนโลยีการฟอกอากาศขั้นสูง
    เครื่องฟอกอากาศรุ่นใหม่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น UV Sterilizer, Carbon filter, Photocatalyst และ Ionizer ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้อากาศสดชื่น แต่ยังสามารถกำจัดมลพิษ ขจัดกลิ่น และยับยั้งเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ


วิธีเลือกเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน


1. ระบบกรองอากาศ

เครื่องฟอกอากาศจะมีประสิทธิภาพมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการกรองอากาศ หากมีกระบวนการกรองหลายชั้นก็จะยิ่งดี สำหรับตัวกรองหลักๆ แนะนำให้ดูค่าดักจับละอองสิ่งสกปรก HEPA (High Efficiency Particulate Air) และตัวกรอง Activated Carbon ที่ช่วยกำจัดกลิ่นไม่ว่าจะเป็น ควัน กลิ่นอาหาร และสารเคมีอันตรายต่างๆ


2. ขนาดห้อง

เพื่อประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างสูงสุดจึงควรเลือกเครื่องฟอกอากาศที่มีสเปคเหมาะสมกับขนาดห้อง โดยห้องที่มีขนาดใหญ่ยิ่งต้องมีอัตราการส่งผ่านอากาศบริสุทธิ์สูง สังเกตได้จากค่า CADR (Clean Air Delivery Rate) ของเครื่องฟอกอากาศแต่ละยี่ห้อ/รุ่นนั้นๆ


3. ระดับเสียงที่ไม่สร้างความรบกวน

เครื่องฟอกอากาศจำเป็นต้องเปิดใช้งานเป็นระยะเวลานาน จึงไม่ควรมีเสียงที่ดังเกินไปจนรบกวนการใช้ชีวิต ซึ่งระดับเสียงตามมาตรฐานที่เหมาะสมของเครื่องฟอกอากาศจะอยู่ที่ไม่เกิน 50 เดซิเบล


4.ราคาที่เหมาะสม

เมื่อสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่การเลือกเครื่องฟอกอากาศจึงต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้เลยว่าต้องการเครื่องที่มี HEPA และ CADR เท่าไหร่จึงจะเหมาะสม แล้วนำแต่ละยี่ห้อ/รุ่นมาเปรียบเทียบราคากัน สำหรับการลงทุนกับเครื่องฟอกอากาศก็จะมีราคาตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว





1.Sharp รุ่น FP-J30TA

ยี่ห้อ/รุ่น

Sharp รุ่น FP-J30TA

พื้นที่ห้อง

16-23 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99.97%

ระดับความแรงลม (CADR)

180 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

23-44 เดซิเบล

ราคา

3,490 บาท

เครื่องฟอกอากาศดีไซน์โค้งมนทันสมัย มาพร้อมเทคโนโลยีฟอกอากาศลิขสิทธิ์ของชาร์ป “พลาสม่าคลัสเตอร์” พ่นอนุภาคบวกและลบ แบบเดียวกับที่มีในธรรมชาติ กำจัดฝุ่นได้มากถึง 99.97% ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย หรือกลิ่นอับชื้น ก็กำจัดได้อย่างหมดจด


ข้อดี

  1. ใช้เทคโนโลยีฟอกอากาศลิขสิทธิ์ของชาร์ป “พลาสม่าคลัสเตอร์” ช่วยให้การกำจัดฝุ่นมีประสิทธิภาพมากถึง 99.97%
  2. มีแผ่นกรอง HEPA ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ 0.3 ไมครอน
  3. สามารถฆ่าเชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 และสลายกลิ่นอับชื้นได้
  4. เสียงเบาไม่สร้างความรบกวน สามารถใช้ในห้องนอนได้
  5. มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ เป็นได้ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านไปในตัว





2. PHILIPS Air Purifier รุ่น AC0820/20

ยี่ห้อ/รุ่น

PHILIPS Air Purifier รุ่น AC0820/20

พื้นที่ห้อง

16-49 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99.5%

ระดับความแรงลม (CADR)

190 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

35-61 เดซิเบล

ราคา

4,990 บาท

เครื่องฟอกอากาศ ขนาดกะทัดรัด ประหยัดพื้นที่ มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานแบบจัดเต็ม ขจัดอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 0.003 ไมครอน (เล็กกว่า PM2.5 800 เท่า) กำจัดฝุ่นได้ 99.5% ไม่ว่าจะ อยู่บ้านหรือคอนโดก็สามารถหายใจรับอากาศบริสุทธิ์ได้อย่างสบายใจ


ข้อดี

  1. ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก
  2. มีระบบกรองอนุภาคขนาดเล็ก 0.003 ไมครอน (เล็กกว่าขนาด PM2.5 ถึง 800 เท่า) มีประสิทธิภาพกำจัดฝุ่นได้ 99.5%
  3. ระบบกรองเป็น HEPA (High Efficiency Particulate Air) เหมาะกับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้
  4. มีระบบเซนเซอร์ตรวจวัดอนุภาค PM2.5
  5. เสียงเบา ใช้ในห้องนอน และห้องที่มีเด็กทารกได้





3. Electrolux UltimateHome 300 รุ่น FA31-200WT

ยี่ห้อ/รุ่น

Electrolux UltimateHome 300 รุ่น FA31-200WT

พื้นที่ห้อง

23-26 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99.98%

ระดับความแรงลม (CADR)

203 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

26-49 เดซิเบล

ราคา

3,490 บาท

อากาศบริสุทธิ์ด้วยเครื่องฟอกอากาศดีไซน์มินิมอล มีช่องปล่อยอากาศเป็นรูปทรงเกลียว มาพร้อมระบบกรองอากาศ 4 ขั้นตอน คือ Pre, Anti-bacterial HEPA, HEPA13 และ Activated Carbon เปลี่ยนห้องฝุ่นเยอะ ให้กลับมามีอากาศสะอาด ได้ด้วยประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น 99.98% เหมาะกับการมีติดบ้านไว้เพื่อสุขภาพที่ดี


ข้อดี

  1. มีระบบกรองอากาศ 4 ขั้นตอน คือ Pre, Anti-bacterial HEPA, HEPA13 และ Activated Carbon
  2. ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ 0.3 ไมครอน
  3. เสียงเบามีไม่สร้างความรบกวน เมื่อเปิดโหมด Sleep
  4. ขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา
  5. ช่องปล่อยอากาศเป็นรูปทรงเกลียวทำให้สร้างการหมุนเวียนของอากาศได้อย่างทั่วถึง





4. Xiaomi Smart Air Purifier 4 รุ่น BHR5098TH

ยี่ห้อ/รุ่น

Electrolux UltimateHome 300 รุ่น FA31-200WT

พื้นที่ห้อง

24-48 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99.97%

ระดับความแรงลม (CADR)

400 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

32.1-63 เดซิเบล

ราคา

6,990 บาท

เครื่องฟอกอากาศสุดทันสมัย มีระบบตรวจจับแบบ Realtime ตอบสนองได้ทันที พร้อมแสดงผลที่จอ OLED และแถบไฟแสดงรหัสสี สามารถควบคุมแบบอัจฉริยะได้สะดวกสบายผ่านแอป Mi Home/Xiaomi Home มีระบบกรองอากาศ 3 ขั้นตอน Cloth Primary Filter, HEPA H13 Filter และ Activated Carbon Filter สามารถจัดฝุ่นได้ถึง 99.97%


ข้อดี

  1. มีระบบกรองอากาศ 3 ขั้นตอน คือ Cloth Primary Filter, HEPA H13 Filter และ Activated Carbon Filter
  2. ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ 0.3 ไมครอน
  3. หน้าจอเป็น OLED ระบบสัมผัส
  4. ควบคุมแบบอัจฉริยะได้โดยผ่านแอป Mi Home/Xiaomi Home





5. TOSHIBA รุ่น CAF-H20(W)

ยี่ห้อ/รุ่น

TOSHIBA รุ่น CAF-H20(W)

พื้นที่ห้อง

14-24 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99%

ระดับความแรงลม (CADR)

200 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

35 เดซิเบล

ราคา

4,790 บาท

มั่นใจได้เรื่องอากาศสะอาด ด้วยเครื่องฟอกอากาศ TOSHIBA รุ่น CAF-H20(W) มีเทคโนโลยีกรองอากาศพิเศษ 3 ชั้น มาพร้อมแผ่นกรองชนิด FILTER HEPA+ ACTIVATED CARBON ตัวช่วยที่จะมาขจัดมลภาวะและแบคทีเรียได้มากกว่า 99% และด้วยตัวเครื่องที่เป็นสีขาว มินิมอลทำให้จัดวางได้กับบ้านทุกสไตล์


ข้อดี

  1. มีระบบกรองอากาศด้วยแผ่นกรองชนิด FILTER HEPA+ ACTIVATED CARBON สามารถจัดฝุ่นได้ถึง 99%
  2. ตั้งเวลาการทำงานได้ 1-2-4-8 ชั่วโมง
  3. มีฟังก์ชันเสียงเงียบเมื่อเปิดโหมด Sleep





6. LG PuriCare 360 Hit รุ่น AS60GHWG0.ABAE

ยี่ห้อ/รุ่น

LG PuriCare 360 Hit รุ่น AS60GHWG0.ABAE

พื้นที่ห้อง

61-100 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99.9%

ระดับความแรงลม (CADR)

470 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

25-53 เดซิเบล

ราคา

9,900 บาท

พื้นที่ใหญ่ก็ไม่หวั่น LG PuriCare 360 Hit รุ่น AS60GHWG0.ABAE เครื่องฟอกอากาศขนาดจิ๋วแต่ให้ประสิทธิภาพทรงพลังกว่าที่คิด มีระดับความแรงลม (CADR) 470 ลบ.ม./ชม. มาพร้อมระบบกรองฝุ่นอนุภาคขนาดเล็ก PM1.0 และ PM2.5 ไปถึงอนุภาคขนาดใหญ่ PM10 นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Smart Display ควบคุมคุณภาพอากาศได้ง่ายผ่าน LG ThinQ


ข้อดี

  1. มีระดับความแรงลม (CADR) ที่ 470 ลบ.ม./ชม. เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่กว้าง แต่ไม่ควรเกิน 100 ตร.ม.
  2. มีระบบกรองอากาศหลายชั้น สามารถกรองฝุ่น PM2.5 และสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99.9%
  3. ทันสมัยด้วยฟังก์ชัน Smart Display ควบคุมคุณภาพอากาศผ่าน LG ThinQ
  4. มีระบบเซนเซอร์อัจฉริยะคอยตรวจสอบคุณภาพอากาศและจะแสดงผลออกมาเป็น 4 สี 4 ระดับ แบบ Realtime
  5. มีขนาดเล็ก และเสียงเบา





7. GREE รุ่น GCF350ASWI

ยี่ห้อ/รุ่น

GREE รุ่น GCF350ASWI

พื้นที่ห้อง

25-42 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99.5%

ระดับความแรงลม (CADR)

350 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

29-60 เดซิเบล

ราคา

9,900 บาท

อีกตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการเครื่องฟอกอากาศในพื้นที่ขนาดใหญ่ เลือกโหมดใช้งานได้ 3 แบบ คือ Auto, Sleep และ Turbo อากาศสะอาดขึ้น 99.5% ด้วยการทำงานของเทคโนโลยีอัจฉริยะเซนเซอร์อินฟาเรด Eagle Eye พร้อมแสดงผล Realtime ไปที่ LED Display อีกทั้งยังใช้งานง่ายด้วยปุ่มสัมผัสแบบโฮโลแกรมสุดไฮเทค


ข้อดี

  1. ตรวจจับคุณภาพอากาศด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะเซนเซอร์อินฟาเรด Eagle Eye
  2. มีระบบกรองอากาศ 4 ชั้น สามารถกรองอนุภาคฝุ่นขนาด 0.3 ไมครอน ทำให้อากาศสะอาดขึ้น 99.5%
  3. ทันสมัยด้วยระบบ LED Display ปุ่มสัมผัสแบบโฮโลแกรม มีไฟแจ้งเตือน 3 ระดับ
  4. มีระบบเซนเซอร์อัจฉริยะคอยตรวจสอบคุณภาพอากาศและจะแสดงผลออกมาเป็น 4 สี 4 ระดับ แบบ Realtime





8.Clair รุ่น Clair K (RED)

ยี่ห้อ/รุ่น

Clair รุ่น Clair K (RED)

พื้นที่ห้อง

20-25 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99.97%

ระดับความแรงลม (CADR)

133 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

≤44 เดซิเบล

ราคา

5,990 บาท

เรื่องดีไซน์ และความสวยงามถือว่ายืนหนึ่งสำหรับเครื่องฟอกอากาศ สุดชิคจากสัญชาติเกาหลี Clair ใครเห็นก็ต้องอยากได้ อีกทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชันแน่นๆ ให้ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA) ถึง 99.97% สามารถเลือกโหมดการทำงานได้ 4 โหมด นอกจากนี้ยังเปลี่ยนบรรยากาศห้องให้ผ่อนคลายมากขึ้นเพราะมี Diffuser รูปทรงนกสุดน่ารักมาพร้อมกลิ่น Black Cherry หอมสดชื่น


ข้อดี

  1. ระบบกรองอากาศ 4 ขั้นตอน มาพร้อม CEPA (Clair Embossed H13 True HEPA) FILTER ดักจับอนุภาคฝุ่นขนาด 0.1 ไมครอน
  2. มี LED แสดงผลคุณภาพอากาศ 4 ระดับ
  3. เลือกโหมดการทำงานได้ 4 โหมด คือ Child/Pet Lock, 4 Pan Sleep, Auto Mode และ Night Mode
  4. มี Clair Bird Diffuser ตัวกระจายความหอมกลิ่น Black Cherry
  5. ดีไซน์สวยเป็นเอกลักษณ์และมีให้เลือกหลายสี





9. Blueair รุ่น Blue Max 325

ยี่ห้อ/รุ่น

Blueair รุ่น Blue Max 325

พื้นที่ห้อง

20-48 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99.97%

ระดับความแรงลม (CADR)

141 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

18-46 เดซิเบล

ราคา

7,920 บาท

เป็นเครื่องฟอกอากาศที่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่หรูหรา ออกแบบมาในสไตล์สแกนดิเนเวียน มีระบบการทำงานด้วยอัลกอริธึม RealTrack เอกสิทธิ์ใหม่ที่มีเฉพาะ Blueair ดักจับเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบไหลเวียนอากาศรอบทิศทาง 360 องศา ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการใช้งานและดีไซน์


ข้อดี

  1. สามารถคำนวณอายุการใช้งานไส้กรองที่เหลืออยู่อย่างแม่นยำด้วยอัลกอริธึม RealTrack เอกสิทธิ์ใหม่ที่มีเฉพาะ Blueair
  2. ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าสถิตและระบบไส้กรอง Real-Time Filter Lifetime Status จึงสามารถดักจับเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้อย่างรวดเร็ว
  3. ควบคุมความเร็วพัดลมได้ 4 ระดับ
  4. สามารถปรับระดับความสว่างได้ พร้อมแสดงผลคุณภาพอากาศ (AQI) 5 สี
  5. ดีไซน์สวยมาในสไตล์สแกนดิเนเวียน





10. SAFE รุ่น 10500872

ยี่ห้อ/รุ่น

SAFE รุ่น 10500872

พื้นที่ห้อง

31-62 ตร.ม.

ประสิทธิภาพการกำจัดฝุ่น (HEPA)

99.95%

ระดับความแรงลม (CADR)

450 ลบ.ม./ชม.

ระดับเสียง

≤55 เดซิเบล

ราคา

7,490 บาท

รับอากาศสะอาดได้เต็มปอดด้วยเครื่องฟอกอากาศ SAFE ที่มาพร้อมหน้าจอ Extra PM 2.5 Display แสดงผลสภาพอากาศแบบ Realtime 4 สี นอกจากนี้ยังเปลี่ยนบรรยากาศห้องได้ด้วยกลิ่นหอม อโรมา Lonizer ตัวปล่อยประจุลบให้อากาศสะอาดสดชื่นกว่าที่เคยเป็น


ข้อดี

  1. ใช้ ไส้กรอง “Safe Shield Plus” แบบ 4 in 1 Filter
  2. มีจอแสดงผล Digital ที่ระบุค่า PM2.5 แบบ Realtime พร้อมไฟบอกสถานะคุณภาพอากาศ 4 สี
  3. สามารถปรับความเร็วลมได้ 4 ระดับ พร้อมโหมด Auto, Sleep และ Child Lock
  4. มีฟังก์ชันสร้างบรรยากาศด้วยกลิ่นหอมอโรมา




และทั้งหมดนี้คือตัวเลือกเพื่อประกอบการตัดสินใจ เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง ที่ยกมาให้ดูกันทั้งหมด 10 ยี่ห้อ/รุ่น คาดว่าหลายคนอาจมีเครื่องฟอกอากาศที่อยากได้ในใจกันบ้างแล้ว จัดได้เลย โปรโมชั่นช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ เพาเวอร์ บาย เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิต KTC และบัตรกดเงินสด KTC PROUD

  • บัตรเครดิต KTC และบัตรกดเงินสด KTC PROUD ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน
  • บัตรเครดิต KTC ใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับส่วนลดทันทีสูงสุด 15% จากคะแนนที่แลก รายการใช้จ่ายทั้งชำระเต็มจำนวน และผ่อนชำระตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ใช้คะแนน KTC FOREVER ตั้งแต่ 1,000 คะแนนขึ้นไป แลกคะแนนไม่เกินราคาสินค้า ส่วนลดคำนวนจากคะแนนที่แลก
    • วันจันทร์ – วันพฤหัสบดี ส่วนลด 13% (จากคะแนนที่แลก)
    • วันศุกร์ – วันอาทิตย์ รับส่วนลด 15% (จากคะแนนที่แลก)
  • ระยะเวลาโปรโมชั่น 1 ต.ค. 67 - 28 ก.พ. 68

นอกจากโปรโมชั่นช้อปเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ Power Buy แล้ว ยังมีโปรโมชั่นที่ร้านค้าต่างหวัด และร้านค้าชั้นนำอีกมากมาย สมัครบัตรเครดิต KTC เพื่อรับสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นได้เลย


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC