หลายคนอาจคิดว่าบัตรเครดิตมีไว้แค่รูดจ่ายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ที่จริงแล้วบัตรเครดิตในปัจจุบันนี้กลายเป็นเครื่องมือจัดการการเงินที่ช่วยให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมีมูลค่ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสะสมคะแนนแลกสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ การรับเครดิตเงินคืน ส่วนลดร้านอาหารและช้อปปิ้ง ไปจนถึงประกันการเดินทาง แต่ทั้งนี้บัตรเครดิตแต่ละใบก็มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป และนั่นเองคือสาเหตุที่หลายคนลังเลว่าจะเลือกใบไหนดี บทความนี้จึงรวบรวมบัตรเครดิต KTC ไว้ให้เปรียบเทียบ ครอบคลุมทั้งเรื่องรายได้ขั้นต่ำ สิทธิประโยชน์ และพฤติกรรมการใช้จ่าย เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ตรงจุดที่สุด
ก่อนเลือกบัตรเครดิต KTC ควรรู้อะไรบ้าง
บัตรเครดิต KTC อนุมัติง่ายจริงไหม
คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัคร ประเภทผู้มีรายได้ประจำ
- อายุ 20 – 80 ปี
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
- ทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน
รายได้ขั้นต่ำที่สมัครบัตรเครดิตได้
สำหรับบัตรเครดิตเริ่มต้นจะใช้รายได้ขั้นต่ำที่ไม่สูงมาก อย่างบัตรเครดิต KTC ก็เริ่มต้นเพียง 15,000 บาท สำหรับมนุษย์เงินเดือน
ปัจจัยที่ช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติ
หากมีรายได้ขั้นต่ำถึงคุณสมบัติที่กำหนด มีอายุงานเกิน 4 เดือนและผ่าน probation แล้วและประวัติเครดิตดี ไม่เคยติดบูโร รวมถึงเตรียมเอกสารครบก็จะช่วยเพิ่มการอนุมัติให้ง่ายขึ้น โดยเอกสารที่จะต้องเตรียมมีดังนี้
เอกสารยืนยันตัวตน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
เอกสารแสดงรายได้
- เอกสารแสดงรายได้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) : หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
วิธีเลือกบัตรเครดิตให้ “เหมาะกับตัวเอง” มากที่สุด
จุดเริ่มต้นที่ดีคือการสังเกตตัวเองว่าแต่ละเดือนใช้จ่ายหนักไปทางไหน ช้อปปิ้งออนไลน์ กินข้าวนอกบ้าน เดินทางบ่อย หรือไม่มีรูปแบบตายตัว แต่เน้นความคุ้มค่า สะสมคะแนนทจากนั้นค่อยดูว่าบัตรเครดิตแบบใดให้สิทธิ์ตรงหมวดนั้นมากที่สุด เช่น ถ้าใช้จ่ายกับแอปฟู้ดเดลิเวอรีและแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นหลัก การได้คะแนนสะสมหรือเครดิตเงินคืนจากหมวดเหล่านั้นย่อมคุ้มกว่าบัตรที่ให้สิทธิ์ลาวน์จ์สนามบินแต่แทบไม่ได้เดินทาง หรือถ้าใครเดินทางบ่อย ก็เลือกบัตรเครดิตสำหรับไว้ใช้จ่ายที่ต่างประเทศ มีสิทธิประโยชน์เฉพาะนักเดินทาง เช่น บริการ ห้องรับรองสนามบิน (Airport Lounge), ประกันภัยการเดินทาง, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน และ โปรโมชั่นจากร้านค้าและโรงแรมทั่วโลก
แต่นอกจากไลฟ์สไตล์แล้ว ควรดูเรื่องรายได้ขั้นต่ำที่บัตรกำหนด วงเงินที่ได้รับ และค่าธรรมเนียมรายปีเทียบกับสิทธิ์ที่จะได้ใช้จริง บางครั้งบัตรที่มีสิทธิ์น้อยกว่าแต่ไม่มีค่าธรรมเนียมอาจให้ความคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
บัตรเครดิตบัตรใบแรกสำหรับ First Jobber
บัตรเครดิตสำหรับ First Jobber ควรมองหาบัตรเครดิตที่บริหารจัดการง่าย รายได้ขั้นต่ำที่กำหนดควรสอดคล้องกับเงินเดือนในช่วงเริ่มต้น และมีระบบติดตามค่าใช้จ่ายชัดเจน จะช่วยสร้างนิสัยการใช้บัตรอย่างรับผิดชอบ ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีก่อนอัพเกรดไปบัตรระดับสูงในอนาคต ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี หรือยกเว้นให้เมื่อใช้จ่ายถึงเงื่อนไขที่ไม่สูงมาก พร้อมสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น ส่วนลดร้านอาหาร คะแนนสะสมจากการใช้จ่ายทั่วไป หรือประกันอุบัติเหตุเบื้องต้น
แนะนำบัตรเครดิตสำหรับ First Jobber
บัตรเครดิตที่เหมาะกับคนเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่นานหรือคนที่อยากมีบัตรเครดิตใบแรก เพราะไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ สะสมคะแนนได้ง่าย ๆ เพราะทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ แลกได้หลากหลาย
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
บัตรเครดิตสายช้อป
สำหรับสายช้อปปิ้งไม่ว่าจะหน้าร้านหรือออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada หรือเว็บไซต์ต่างประเทศ อาจจะต้องมองหาบัตรเครดิตที่มีคะแนนสะสมเยอะ หรือได้เครดิตเงินคืนเมื่อใช้จ่ายใช้จ่ายหน้าร้านหรือออนไลน์ รวมถึงโปรโมชั่นร่วมกับร้านค้าหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อให้ได้ส่วนลดเพิ่มเติมหรือฟรีค่าจัดส่ง ซึ่งสามารถประหยัดได้จริงสำหรับคนที่ช้อปบ่อย นอกจากนี้อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือความปลอดภัย เพราะการช้อปออนไลน์นั้นต้องผูกบัตรกับเว็บหรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งมีความเสี่ยง ดังนั้นควรมองหาบัตรที่มีระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (OTP) แจ้งเตือนทุกรายการแบบเรียลไทม์ และมีบริการแจ้งธุรกรรมต้องสงสัยที่เข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ช้อปได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย
แนะนำบัตรเครดิตสำหรับสายช้อป
บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD
บัตรเครดิตรูปแบบใหม่ ป้องกันการโจรกรรม ด้วยบัตรใสไร้แถบแม่แหล็ก แต่ยังคงใช้จ่ายได้สะดวกสบาย ปลอดภัยกว่าเดิม ไม่ว่าด้วยการแตะจ่าย หรือชำระผ่านเครื่องรูดบัตร (EDC) ทุกการใช้จ่ายรับคะแนน KTC FOREVER และรับคะแนน x2 เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ (ยกเว้น 31 ประเทศในเขตเศรษฐกิจยุโรป และสาธารณรัฐประชาชนจีน) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69 นอกจากนี้ยังควบคุมการใช้งานง่าย ผ่านแอป KTC Mobile ไม่มีค่าธรรมเนียนแรกเข้าและรายปีตลอดชีพ
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
บัตรเครดิตสายกิน & ไลฟ์สไตล์เมือง
สำหรับคนรุ่นใหม่ ชีวิตติดคอนเทนต์ มีร้านอาหารเปิดใหม่หรือร้านดังที่ไหนต้องตามไปเช็คอิน บัตรเครดิตที่ควรมองหา ควรเน้นไปที่ส่วนลดหรือเครดิตเงินคืนจากร้านอาหารและคาเฟ่ที่ครอบคลุมทั้งร้านแบรนด์ดังและร้านท้องถิ่น เช่น โปรโมชันซื้อ 1 แถม 1 กับพาร์ทเนอร์ที่หมุนเวียนตลอดปี หรือสิทธิ์จองโต๊ะร้านอาหารพรีเมียมล่วงหน้า หรือใครเป็นสายชอบทำกิจกรรมด้วย ก็ควรครอบคลุมกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ เช่น ส่วนลดโรงภาพยนตร์ ฟิตเนส หรือบริการสตรีมมิง เพราะบัตรที่ดีสำหรับสายไลฟ์สไตล์คนเมืองคือบัตรที่สิทธิ์ไม่ได้กระจุกอยู่แค่หมวดใดหมวดหนึ่ง แต่ตามทันชีวิตประจำวันได้ในหลายมิติ
แนะนำบัตรเครดิตสำหรับสายกิน & ไลฟ์สไตล์เมือง
บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM
KTC UNIONPAY PLATINUM ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนชอบกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี รับส่วนลด และสิทธิพิเศษจากร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ท่องเที่ยว ระดับพรีเมี่ยมทั้งใน และต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมี U Plan e-Coupon ส่วนลดและสิทธิพิเศษต่างๆ ผ่าน U Plan Platform จากร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการในประเทศไทย และต่างประเทศ ผ่าน UnionPay International WeChat Official Account และหน้าร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ เหมาะมากกับคนชอบความคุ้มค่า เพราะ ทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรฯที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันเป็นสกุลเงินท้องถิ่น HKD/MOP/TWD จะได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69
- รายได้รวมขั้นต่ำ15,000 บาท/เดือน
บัตรเครดิตสายท่องเที่ยว & ใช้ต่างประเทศ
สำหรับนักเดินทางที่กระเป๋าเดินทางแทบไม่ได้อยู่นิ่ง บัตรเครดิตที่เหมาะสมควรเป็นเพื่อนร่วมทางที่ช่วยให้ทุกทริปคุ้มค่าและไร้กังวลมากขึ้น เพราะมีสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ประกันการเดินทางที่ครอบคลุมทั้งเที่ยวบินล่าช้า กระเป๋าสูญหาย และค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศ สิทธิ์เข้าใช้ Airport Lounge เพื่อพักผ่อนระหว่างรอเที่ยวบิน รวมถึงคะแนนสะสมพิเศษจากการจองตั๋วเครื่องบินและโรงแรม ซึ่งสามารถนำมาแลกรับไมล์หรือส่วนลดการเดินทางครั้งต่อไปได้
แนะนำบัตรเครดิตสำหรับสายท่องเที่ยว&ใช่ต่างประเทศ
บัตรเครดิตสำหรับสายเที่ยวที่สมัครง่าย แถมยังสามารถรับคะแนน KTC FOREVER x2 แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด สำหรับทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ใช้ Airport Lounge บริการห้องรับรองในสนามบินญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย และ JCB Plaza Lounge บริการห้องรับรอง ผ่าน JCB Plaza ทั่วโลก เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ (ยกเว้นการใช้บริการห้องรับรอง JCB Plaza Lounge Bangkok) มาพร้อมกับประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญหาย หรือเสียหายจากการเดินทางอีกด้วย
- รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
บัตรเครดิตสายสะสมคะแนน & เน้นความคุ้มค่า
เหมาะกับสำหรับคนที่มองการใช้บัตรเครดิตเป็นการลงทุนระยะยาว ไม่ได้หวังผลทันที แต่อยากให้ทุกบาทที่ใช้จ่ายค่อยๆ สะสมกลายเป็นของรางวัลที่มีมูลค่าจริง โดยควรเลือกให้อัตราการสะสมที่ชัดเจนและไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน คะแนนไม่หมดอายุหรือมีอายุนานเพียงพอให้วางแผนได้ และให้คะแนนพิเศษในหมวดที่คุณใช้จ่ายบ่อยที่สุด เพื่อให้สะสมได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม ที่สำคัญคือต้องมีความยืดหยุ่นในการแลกของรางวัล เพราะที่ดีควรให้เลือกแลกได้หลายรูปแบบ ทั้งเครดิตเงินคืน บัตรกำนัล สินค้า หรือไมล์สำหรับเดินทาง โดยอัตราการแลกควรโปร่งใสและให้มูลค่าที่คุ้มจริงเมื่อเทียบกับคะแนนที่สะสมมา บัตรกลุ่มนี้จึงเหมาะกับคนที่ใช้บัตรเป็นประจำสม่ำเสมอในระยะยาว เพราะยิ่งใช้นาน ยิ่งได้ประโยชน์มาก และเหมาะกับคนที่ชอบวางแผนล่วงหน้าว่าจะนำคะแนนไปใช้อะไรมากกว่าต้องการสิทธิ์ทันทีทันใด
แนะนำบัตรเครดิตสำหรับสายสะสมคะแนน & เน้นความคุ้มค่า
บัตรเครดิต KTC X VISA SIGNATURE
บัตรเครดิตที่เหมาะสุด ๆ กับสายสะสมคะแนน เพราะเมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ครบทุก 600,000 บาทในหมวดร้านอาหาร ช้อปปิ้ง ท่องเที่ยว ในประเทศไทย และการใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศ (ยกเว้น 31 ประเทศในเขตเศรษฐกิจยุโรป และสาธารณรัฐประชาชนจีน) จะได้รับคะแนน KTC FOREVER x3 นอกจากนี้ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับปีถัดไปจะได้รับการยกเว้น เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริมรวมกันตั้งแต่ 600,000 บาทขึ้นไป ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ถึงจะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ข้างต้น เคทีซีจะทำการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปี (เฉพาะบัตรหลัก) จำนวน 5,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) พร้อมมอบคะแนน KTC FOREVER พิเศษ จำนวน 25,000 คะแนน
- รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน
เปรียบเทียบบัตรเครดิต KTC ตามไลฟ์สไตล์ยอดนิยม
บัตรเครดิต KTC เหมาะกับใครบ้าง
คนอยากมีบัตรเครดิตใบแรก
การมีบัตรเครดิตใบแรกในชีวิตอาจฟังดูน่ากังวล แต่ KTC ออกแบบบัตรเครดิตมาให้เป็นมิตรกับผู้เริ่มต้นโดยเฉพาะ เงื่อนไขการสมัครไม่ได้สูงเกินสำหรับเงินต้น มีบัตรหลายประเภทให้เลือกตามระดับรายได้ และระบบการจัดการผ่านแอป KTC Mobile ก็ใช้งานง่าย ดูยอดใช้จ่าย ชำระบิล หรือแม้แต่ผ่อนชำระได้ทุกที่ทุกเวลา
คนทำงานประจำและฟรีแลนซ์
สำหรับพนักงานประจำ KTC มีบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการสะสมแต้ม KTC FOREVER ที่ไม่มีวันหมดอายุ บัตรเครดิตสำหรับสายกิน หรือบัตรเครดิตสำหรับสายคนชอบเดินทางในการเลือกใช้บัตรเครดิตแตะจ่ายที่ต่างประเทศ จองตั๋วเครื่องบิน หรือจองโรงแรม
สำหรับฟรีแลนซ์ ที่รายได้อาจไม่คงที่เป็นเดือน KTC ก็ยังมีทางเลือก เพราะพิจารณาจากรายได้เฉลี่ยต่อปี ไม่ใช่แค่สลิปเงินเดือน ทำให้คนทำอาชีพอิสระมีโอกาสได้รับการอนุมัติได้เช่นกัน ขอเพียงมีเอกสารแสดงรายได้ที่ชัดเจน เช่น Statement บัญชีย้อนหลัง หรือหลักฐานการรับเงิน
คนที่อยากได้บัตรดูแลง่าย ใช้งานได้หลากหลาย
หนึ่งในจุดแข็งของ KTC คือความหลากหลายของสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมชีวิตประจำวัน ทั้งช้อปปิ้ง ทานอาหาร เติมน้ำมัน จ่ายค่าสาธารณูปโภค และช้อปออนไลน์ ไม่ต้องมีหลายใบเพื่อให้ครบ แค่ใบเดียวก็ใช้ได้ในแทบทุกสถานการณ์
(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิต KTC
Q: รายได้น้อย สมัครได้ไหม?
ได้ เพราะบัตรเครดิต KTC เริ่มต้นกำหนดรายได้ขั้นต่ำเพียง 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าเข้าถึงได้สำหรับคนเพิ่งเริ่มทำงาน อย่างไรก็ตาม วงเงินที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับระดับรายได้และประวัติทางการเงินของแต่ละคน ยิ่งมีประวัติเครดิตที่ดี โอกาสได้วงเงินสูงขึ้นก็มีมากขึ้นตามไปด้วย
Q: ฟรีค่าธรรมเนียมจริงไหม?
จริง สำหรับบัตรเครดิต KTC หลายใบไม่มีค่าธรรมเนียมตลอดชีพ แต่ก็จะมีเงื่อนไขสำหรับบางบัตร เช่น บัตรเครดิต KTC X VISA SIGNATURE ที่ค่าธรรมเนียมรายปีสำหรับปีถัดไปจะได้รับการยกเว้น เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ทั้งบัตรหลักและบัตรเสริมรวมกันตั้งแต่ 600,000 บาทขึ้นไป ภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่ถึงจะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้ข้างต้น เคทีซีจะทำการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายปี (เฉพาะบัตรหลัก) จำนวน 5,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) พร้อมมอบคะแนน KTC FOREVER พิเศษ จำนวน 25,000 คะแนน
Q: มีหลายใบได้หรือไม่?
ได้ KTC อนุญาตให้ถือบัตรได้มากกว่าหนึ่งใบ แต่การอนุมัติแต่ละใบขึ้นอยู่กับการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารเป็นหลัก โดยจะดูจากภาระหนี้รวม วงเงินบัตรที่มีอยู่ และความสามารถในการชำระหนี้ บางคนอาจเลือกถือสองใบเพื่อแยกใช้งานให้ตรงสิทธิประโยชน์ เช่น ใบหนึ่งสำหรับกิน อีกใบสำหรับช้อปออนไลน์
Q: ใช้บัตรเครดิตอย่างไรไม่เป็นหนี้?
ให้จำไว้เสมอว่าควรใช้เท่าที่จ่ายได้ ไม่ใช่ ใช้เท่าที่วงเงินมี โดยมีหลักง่าย ๆ ที่ช่วยได้มาก ดังนี้
- ชำระเต็มจำนวนทุกเดือน หลีกเลี่ยงการจ่ายขั้นต่ำ เพราะดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงถึง 16–20% ต่อปี
- ตั้งการแจ้งเตือนยอดใช้จ่าย เพื่อรู้ตัวก่อนที่ยอดจะเกินงบ
- ใช้บัตรเพื่อสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่เพื่อชดเชยรายได้ เช่น รูดซื้อของที่ซื้ออยู่แล้วเพื่อสะสมแต้ม แต่ไม่รูดของที่ไม่ได้ตั้งใจซื้อเพียงเพราะมีวงเงิน
บัตรเครดิตเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ดีมาก หากใช้อย่างมีวินัย มันช่วยให้คุณได้รับสิทธิประโยชน์และบริหารกระแสเงินสดได้ดีขึ้น แต่ถ้าขาดการวางแผน มันก็กลายเป็นภาระได้เร็วเช่นกัน ใครยังไม่มีบัตรเครดิต KTC สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยตัวง่าย ๆ ขั้นตอนการสมัครยังง่ายและสะดวกสุดๆ ไม่ต้องเดินทางให้วุ่นวาย สามารถกดสมัครได้ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง บัตรเครดิต KTC ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสายกิน สายช้อป หรือสายเที่ยว เพียงมีบัตรเครดิต KTC ติดกระเป๋าไว้ นอกจากความสะดวกสบายแล้วยังได้ดีลปังๆ ตลอดทั้งปี
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC






