เคยสงสัยไหมว่าทำไมหลายคนถึงมีบัตรเครดิตหลายใบ? และทำไมบัตรเครดิตใบเดียวถึงไม่เพียงพอ? เหตุผลก็เพราะในโลกยุคใหม่ที่ไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายมีความหลากหลายมากขึ้น บัตรเครดิตใบที่สอง หรือบัตรเครดิตใบอื่น ๆ จึงอาจเป็นมากกว่าความสะดวกสบาย แต่เปรียบเสมือนเครื่องมือทางการเงินที่สำคัญที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการเงินและรับสิทธิประโยชน์สูงสุดจากการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ในบทความนี้ KTC จะช่วยคลายข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับบัตรเครดิตใบที่สอง และเปิดหลักการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิต เอกสารที่ต้องใช้ และประโยชน์ที่จะได้รับจากการมีบัตรเครดิตหลายใบ พร้อมพาไปทำความรู้จักกับบัตรเครดิต KTC ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คุณตัดสินใจสมัครบัตรเครดิตใบที่สองได้อย่างมั่นใจ และเลือกใช้บัตรเครดิตได้อย่างคุ้มค่าตรงใจมากที่สุด

 

หนึ่งคนมีบัตรเครดิตได้กี่ใบ?

ในทางกฎหมายแล้ว “ไม่มีข้อจำกัด” ว่าบุคคลคนหนึ่งสามารถมีบัตรเครดิตได้กี่ใบ นั่นจึงหมายความว่า แต่ละบุคคลสามารถสมัครบัตรเครดิตได้หลายใบจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเดียวกัน หรือต่างธนาคาร ต่างสถาบันการเงินก็ได้ เพียงแต่การมีบัตรเครดิตหลายใบจะมีข้อจำกัดหลัก ๆ ที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าต้องการสมัครบัตรเครดิตใบที่สองในธนาคารหรือสถาบันการเงินเดียวกัน หรือต้องการสมัครบัตรเครดิตใบที่สองที่ต่างธนาคารหรือต่างสถาบันการเงิน

ข้อจำกัดของการมีบัตรเครดิตหลายใบจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเดียวกัน

ข้อจำกัดของการสมัครบัตรเครดิตหลายใบจากธนาคารหรือสถาบันการเงินเดียวกัน สำหรับ KTC หากสมัครบัตรเครดิตไม่ซ้ำเครือข่ายชำระเงิน ได้แก่  Mastercard, Visa, JCB และ UnionPay จะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่หากสมัครบัตรเครดิตใบใหม่แต่ยังคงเป็นเครือข่ายชำระเงินเดิม ก็จะมีค่าธรรมเนียม ดังนั้นจึงแนะนำให้สมัครบัตรเครดิตไม่ซ้ำเครือข่ายชำระเงิน และสมัครใช้งานบัตรเครดิตให้ครบทุกเครือข่ายชำระเงิน เพื่อรับสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ ในส่วนของธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ๆ ข้อกำจัดก็จะแตกต่างออกไป ดังนั้นจึงควรศึกษาข้อมูลจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่สนใจให้ถี่ถ้วนดีก่อน จึงค่อยตัดสินใจเลือกสมัครบัตรเครดิตใบที่สอง

ข้อจำกัดของการมีบัตรเครดิตหลายใบจากต่างธนาคารหรือสถาบันการเงิน

ข้อจำกัดของการมีบัตรเครดิตหลายใบจากต่างธนาคารหรือต่างสถาบันการเงิน อยู่ที่ “ความสามารถในการชำระหนี้ของแต่ละบุคคล” และ “หลักการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิต” ของธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้น ๆ โดยธนาคารหรือสถาบันการเงินแต่ละแห่งจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้จากรายได้ และภาระหนี้สิน เครดิตสกอร์ ของผู้สมัครบัตรเครดิตจากเครดิตบูโรเป็นสำคัญ ซึ่งหากธนาคารหรือสถาบันการเงินประเมินแล้วว่า บุคคลนั้นมีความสามารถในการชำระหนี้ได้ดี และมีประวัติทางการเงินที่น่าเชื่อถือ การสมัครใช้งานบัตรเครดิตหลายใบ จากต่างธนาคารหรือต่างสถาบันการเงิน จึงไม่ใช่เรื่องยาก

 

ทำไมต้องมีบัตรเครดิตใบที่สอง จากต่างธนาคารหรือสถาบันการเงิน?

การสมัครใช้งานบัตรเครดิตใบที่สองจากต่างธนาคารและต่างสถาบันการเงิน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การมีกระเป๋าเงินสำรองเพิ่มขึ้น แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสในการใช้งานเครื่องมือทางการเงินที่มีประโยชน์หลากหลายมากขึ้นด้วย

1. บัตรเครดิตใบที่สองช่วยให้ได้รับสิทธิประโยชน์เต็มที่

บัตรเครดิตแต่ละใบมีโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ และเกณฑ์การได้รับคะแนนสะสมที่แตกต่างกัน การสมัครบัตรเครดิตตใบที่สองจะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้บัตรเครดิตที่ให้ความคุ้มค่าสูงสุดในแต่ละสถานการณ์ เช่น การใช้บัตรเครดิต A สำหรับใช้จ่าย ณ ร้านอาหารที่ให้ส่วนลดพิเศษ หรือใช้บัตรเครดิต B สำหรับการใช้จ่ายในต่างประเทศที่ให้คะแนนสะสมเป็นสองเท่า

2. บัตรเครดิตใบที่สองต่างธนาคารหรือสถาบันการเงิน ช่วยแยกประเภทการใช้จ่าย

การมีบัตรเครดิตใบที่สอง จากต่างธนาคารหรือต่างสถาบันการเงิน ช่วยให้คุณสามารถแยกประเภทการใช้จ่ายได้อย่างชัดเจน เช่น บัตรเครดิตใบแรกเน้นการใช้จ่ายทั่วไปในชีวิตประจำวัน ขณะที่บัตรเครดิตใบที่สองอาจเน้นสิทธิประโยชน์เฉพาะด้าน เช่น บัตรเครดิตสะสมไมล์สำหรับการเดินทาง และบัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นการใช้จ่ายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการได้ส่วนลดพิเศษ หรือได้รับคะแนนสะสม ซึ่งจะช่วยให้สมาชิกบัตรเครดิตได้รับประโยชน์สูงสุดจากการใช้จ่าย

3. บัตรเครดิตใบที่สองช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน

การมีบัตรเครดิตหลายใบจากต่างธนาคารหรือสถาบันการเงินจะช่วยเพิ่มวงเงินรวมที่คุณสามารถใช้ได้ ซึ่งจะช่วยให้เกิดสภาพคล่องในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยไม่ต้องแบกรับภาระหนี้ทั้งหมดในบัตรเครดิตใบเดียว นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ได้อย่างสะดวกสบาย

4. บัตรเครดิตใบที่สองต่างธนาคารหรือสถาบันการเงิน ช่วยกระจายความเสี่ยง

หากบัตรเครดิตของธนาคารหรือสถาบันการเงินหนึ่งมีปัญหา เช่น ถูกระงับการใช้งานเนื่องจากความผิดปกติ หรือบัตรหมดอายุ การสมัครบัตรเครดิตใบที่สองจากต่างธนาคารหรือต่างสถาบันการเงินไว้ใช้จ่าย จะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันราบรื่นไม่มีสะดุด และในขณะเดียวกันก็ถือเป็นการสร้างความอุ่นใจและเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน

หลักการพิจารณาบัตรเครดิตใบที่สองของ KTC กรณีที่ยังไม่เคยมีบัตรเครดิต KTC มาก่อน

สำหรับผู้สนใจสมัครใช้งานบัตรเครดิตใบที่สองกับ KTC แต่เคยมีบัตรเครดิตของธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น ๆ มาแล้ว หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตจะเป็นดังนี้

ประวัติการชำระหนี้ (Credit Bureau)

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ KTC จะใช้ในการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตใบที่สองก็คือ ข้อมูลเครดิตบูโร ซึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงิน อย่าง KTC จะตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาอย่างละเอียด การมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ชำระตรงเวลา ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ เปรียบเสมือนใบเบิกทางชั้นดี เพราะประวัติการชำระหนี้ที่ดีทำให้ KTC เชื่อมั่นและมั่นใจในวินัยทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ ทำให้ขั้นตอนการพิจารณาสำหรับบัตรเครดิตใบที่สองง่ายและรวดเร็วขึ้น

รายได้และความมั่นคงทางการเงิน

หลักฐานที่ช่วยแสดงให้เห็นว่า ผู้สมัครบัตรเครดิตมีรายได้ที่สม่ำเสมอและเพียงพอต่อการชำระหนี้ เหตุเพราะจำเป็นต้องพิจารณาสัดส่วนหนี้ต่อรายได้ (Debt to Income Ratio) เพื่อประกอบการอนุมัติบัตรเครดิตใบที่สอง

ภาระหนี้สินรวม

KTC จะพิจารณาภาระหนี้สินทั้งหมดที่ผู้สมัครบัตรเครดิตมีอยู่ ทั้งหนี้บัตรเครดิตใบแรก หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้ผ่อนบ้าน หรือหนี้ผ่อนรถ เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มเติม

อายุงานและความมั่นคงในอาชีพ

การมีอายุงานที่ยาวนานและความมั่นคงในอาชีพการงาน จะช่วยแสดงให้เห็นถึงแหล่งรายได้ที่มั่นคงและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้สมัครบัตรเครดิตใบที่สองกับ KTC  

ข้อควรรู้ก่อนทำบัตรเครดิตใบที่สองกับ KTC กรณีที่ยังไม่เคยมีบัตรเครดิต KTC มาก่อน

การสมัครบัตรเครดิตใบที่สองกับ KTC ทำให้มีตัวเลือกเปรียบเทียบโปรโมชั่นบัตรเครดิตเพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มาพร้อมความรับผิดชอบที่มากขึ้นด้วย ดังนั้นแล้วก่อนตัดสินใจสมัครบัตรเครดิตใบที่สองจึงควรทำความเข้าใจถึงข้อควรรู้ที่สำคัญเหล่านี้

  • คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรเครดิต

ก่อนตัดสินใจสมัครบัตรเครดิตใบที่สองกับ KTC สิ่งสำคัญที่สุดคือการทราบถึงคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัครบัตรเครดิตตามข้อกำหนดของ KTC โดยทั่วไปแล้ว คุณสมบัติหลัก ๆ ของผู้สมัครบัตรเครดิตจะพิจารณาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ อายุ รายได้ และประวัติทางการเงิน กล่าวคือ หากต้องการสมัครบัตรเครดิตใบที่สอง จะต้องมีอายุ 20 – 80 ปี รวมถึงมีรายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท ต่อเดือน และมีเอกสารทางการเงินย้อนหลัง 3 – 6 เดือน เพื่อใช้ในการประกอบการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิต KTC

  • วงเงินบัตรเครดิต

สำหรับการสมัครบัตรเครดิตใบที่สองกับ KTC กรณียังไม่มีเคยมีบัตรเครดิต KTC มาก่อน ผู้สมัครบัตรเครดิตจะได้รับวงเงินบัตรเครดิตเต็มจำนวน เพียงแต่วงเงินบัตรเครดิตจะมากหรือน้อยนั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสถาบันการเงินโดยอิงจากรายได้ของผู้สมัครบัตรเครดิตเป็นหลัก สำหรับบัตรเครดิต KTC ได้กำหนดนโยบายฐานเงินเดือนและวงเงินบัตรเครดิตไว้ดังนี้

1. ฐานรายได้รวมต่อเดือน 15,000  - 30,000 บาท จะได้วงเงินในบัตรเครดิตไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้

2. ฐานรายได้รวมต่อเดือน 30,000 - 50,000 บาท จะได้วงเงินในบัตรเครดิตไม่เกิน 3 เท่าของรายได้

3. ฐานรายได้รวมต่อเดือน ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป จะได้วงเงินในบัตรเครดิตไม่เกิน 5 เท่าของรายได้


เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครบัตรเครดิต KTC เป็นใบที่สอง กรณีที่ยังไม่เคยมีบัตรเครดิต KTC มาก่อน ทำอย่างไร?

การเตรียมเอกสารสำหรับการสมัครบัตรเครดิตใบที่สองไม่ต่างจากการสมัครบัตรเครดิตใบแรก หากคุณมีคุณสมบัติที่พร้อม เช่น มีประวัติการชำระหนี้ที่ดี มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัท  อาชีพอิสระ รัฐวิสาหกิจ หรือข้าราชการ ก็สามารถสมัครบัตรเครดิตใบที่สองได้เลย โดยจะต้องเตรียมเอกสารประกอบการสมัครบัตรเครดิต KTC ดังนี้

คุณสมบัติ และเอกสารประกอบการสมัครบัตรเครดิต สำหรับผู้มีรายได้ประจำ

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรหลัก)

  • อายุ 20 - 80 ปี
  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันไม่น้อยกว่า 4 เดือน

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรหลัก)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • เอกสารแสดงรายได้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) : หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรเสริม)

  • อายุ 15 - 80 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรเสริม)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบัตรหลักและบัตรเสริม
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักเป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักไม่ได้เป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    • หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • เอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น

รายละเอียดสำหรับชาวต่างชาติ

สำหรับรายละเอียดของผู้สมัครบัตรเครดิตที่เป็นชาวต่างชาติ มีดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรหลัก)

  • อายุ 20 - 80 ปี
  • รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน
  • ทำงานในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรหลัก)

  • เอกสารที่รัฐเจ้าของสัญชาติออกให้ เช่น Passport หรือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ เอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) หรือ Travel Document for Aliens (T.D.) หรือ Temporary Passport
  • ใบอนุญาตทำงานในประเทศ (Work Permit) ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ที่ส่วนราชการไทยออกให้
  • เอกสารแสดงรายได้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) : หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
  • เอกสารที่รัฐบาลไทยออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยต้องผ่านการ KYC เช่น
    • VISA ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือทะเบียนบ้าน (ทร.14) ใบอนุญาตขับขี่ หรือ
    • ทะเบียนบ้านเล่มปกสีเหลือง (ทร.13) ที่ระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือ
    • ตราอนุญาตเข้าประเทศไทย ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือ Smart VISA

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรเสริม)

  • อายุ 15 - 80 ปี
  • กรณีผู้ถือบัตรหลักเป็นชาวต่างชาติ : สงวนสิทธิ์การสมัครบัตรเสริมได้เฉพาะบุคคลในครอบครัว ได้แก่ สามี ภรรยา บุตร บิดา และมารดา เท่านั้น

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรเสริม)

  • เอกสารของบัตรหลักและบัตรเสริมที่รัฐเจ้าของสัญชาติออกให้ เช่น Passport หรือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ เอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) หรือ Travel Document for Aliens (T.D.) หรือ Temporary Passport
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักเป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น เอกสารที่รัฐบาลไทยออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยต้องผ่านการ KYC เช่น
    • ใบอนุญาตทำงานในประเทศ (Work Permit) ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ที่ส่วนราชการไทยออกให้ หรือ
    • VISA ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือทะเบียนบ้าน (ทร.14) ใบอนุญาตขับขี่ หรือ
    • ทะเบียนบ้านเล่มปกสีเหลือง (ทร.13) ที่ระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือ
    • ตราอนุญาตเข้าประเทศไทย ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือ Smart VISA

ทั้งนี้ KTC ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาอนุมัติ ในกรณีบัตรเครดิตถูกยกเลิกไม่ถึง 2 ปี (24 เดือน)

 

คุณสมบัติ และเอกสารประกอบการสมัครบัตรเครดิต สำหรับเจ้าของกิจการ

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรหลัก)

  • อายุ 20 - 80 ปี
  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ประกอบกิจการโดยจัดตั้งและจดทะเบียนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรหลัก)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้า และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ถ้ามี)
  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามส่วนตัวผู้สมัคร ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี หรือ
  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อกิจการ และเลขที่บัญชี และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือทะเบียนการค้า และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ผู้สมัครต้องถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป)

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรเสริม)

  • อายุ 15 - 80 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรเสริม)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบัตรหลักและบัตรเสริม
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักเป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักไม่ได้เป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    • หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • เอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น

รายละเอียดสำหรับชาวต่างชาติ

สำหรับรายละเอียดของผู้สมัครบัตรเครดิตที่เป็นชาวต่างชาติ มีดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรหลัก)

  • อายุ 20 – 80 ปี
  • รายได้รวมขั้นต่ำ 50,000 บาท/เดือน
  • ประกอบกิจการโดยจัดตั้งและจดทะเบียนในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 2 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรหลัก)

  • เอกสารที่รัฐเจ้าของสัญชาติออกให้ เช่น Passport หรือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ เอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) หรือ Travel Document for Aliens (T.D.) หรือ Temporary Passport
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้า และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ถ้ามี)
  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามส่วนตัวผู้สมัคร ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี หรือ
  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อกิจการ และเลขที่บัญชี และสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทหรือทะเบียนการค้า และสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ผู้สมัครต้องถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป)
  • เอกสารที่รัฐบาลไทยออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยต้องผ่านการ KYC เช่น
    • ใบอนุญาตทำงานในประเทศ (Work Permit) ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ที่ส่วนราชการไทยออกให้ หรือ
    • VISA ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือทะเบียนบ้าน (ทร.14) ใบอนุญาตขับขี่ หรือ
    • ทะเบียนบ้านเล่มปกสีเหลือง (ทร.13) ที่ระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือ
    • ตราอนุญาตเข้าประเทศไทย ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือ Smart VISA

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรเสริม)

  • อายุ 15 - 80 ปี
  • กรณีผู้ถือบัตรหลักเป็นชาวต่างชาติ : สงวนสิทธิ์การสมัครบัตรเสริมได้เฉพาะบุคคลในครอบครัว ได้แก่ สามี ภรรยา บุตร บิดา และมารดา เท่านั้น

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรเสริม)

  • เอกสารของบัตรหลักและบัตรเสริมที่รัฐเจ้าของสัญชาติออกให้ เช่น Passport หรือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ เอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) หรือ Travel Document for Aliens (T.D.) หรือ Temporary Passport
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม เว้นแต่เป็นบุตรของผู้ถือบัตรหลัก และสำเนาเอกสารที่รัฐบาลไทยออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่งของบัตรเสริม

ทั้งนี้ KTC ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาอนุมัติ ในกรณีบัตรเครดิตถูกยกเลิกไม่ถึง 2 ปี (24 เดือน)

 

คุณสมบัติ และเอกสารประกอบการสมัครบัตรเครดิต สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรหลัก)

  • บุคคลธรรมดาสัญชาติไทย เท่านั้น
  • อายุ 20 - 80 ปี
  • รายได้รวมขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรหลัก)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามส่วนตัวผู้สมัคร ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรเสริม)

·       อายุ 15 - 80 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรเสริม)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบัตรหลักและบัตรเสริม
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักเป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักไม่ได้เป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    • หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • เอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น

ทั้งนี้ KTC ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาอนุมัติ ในกรณีบัตรเครดิตถูกยกเลิกไม่ถึง 2 ปี (24 เดือน)

 

คุณสมบัติ และเอกสารประกอบการสมัครบัตรเครดิต สำหรับผู้มีเงินออม

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรหลัก)

  • อายุ 20 – 80 ปี
  • มีเงินฝาก / เงินลงทุนย้อนหลัง 6 เดือน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน ได้แก่
    • มีเงินฝากประจําในธนาคาร ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือ
    • มีเงินฝากประจําในสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ
    • มีเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจํา หรือสลากออมสิน หรือสลาก ธ.ก.ส. หรือพันธบัตรรัฐบาล* หรือหุ้นกู้** หรือกองทุนรวม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันแล้ว มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ
    • มีเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล ย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรหลัก)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาบัญชีที่มีเงินฝาก/เงินลงทุนย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน ได้แก่
    • สำเนาบัญชีเงินฝากประจำในธนาคาร ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือ
    • สำเนาบัญชีเงินฝากประจำในสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ
    • สำเนาบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจํา หรือสลากออมสิน หรือสลาก ธ.ก.ส. หรือพันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ หรือกองทุนรวม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันแล้ว มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ
    • สำเนาบัญชีเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลย้อนหลังไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท

* พันธบัตรรัฐบาล แนบพร้อมหลักฐานการรับดอกเบี้ยครั้งล่าสุด (50ทวิ)
** หุ้นกู้ แนบสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมหลักฐานการรับดอกเบี้ยครั้งล่าสุด (50ทวิ)

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรเสริม)

  • อายุ 15 - 80 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรเสริม)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบัตรหลักและบัตรเสริม
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักเป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักไม่ได้เป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    • หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • เอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น

รายละเอียดสำหรับชาวต่างชาติ

สำหรับรายละเอียดของผู้สมัครบัตรเครดิตที่เป็นชาวต่างชาติ มีดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรหลัก)

  • อายุ 20 – 80 ปี
  • มีเงินฝาก / เงินลงทุนย้อนหลัง 6 เดือน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรหลัก)

  • เอกสารที่รัฐเจ้าของสัญชาติออกให้ เช่น Passport หรือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ เอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) หรือ Travel Document for Aliens (T.D.) หรือ Temporary Passport
  • สำเนาเงินฝาก / เงินลงทุนย้อนหลัง 6 เดือน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน ได้แก่
    • สำเนาเงินฝากประจําในธนาคาร ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ
    • สำเนาเงินฝากประจําในสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ
    • สำเนาเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจํา หรือสลากออมสิน หรือสลาก ธ.ก.ส. หรือพันธบัตรรัฐบาล* หรือหุ้นกู้** หรือกองทุนรวม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันแล้ว มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ
    • สำเนาเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล ย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท
  • เอกสารที่รัฐบาลไทยออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยต้องผ่านการ KYC เช่น
    • ใบอนุญาตทำงานในประเทศ (Work Permit) ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ที่ส่วนราชการไทยออกให้ หรือ
    • VISA ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือทะเบียนบ้าน (ทร.14) ใบอนุญาตขับขี่ หรือ
    • ทะเบียนบ้านเล่มปกสีเหลือง (ทร.13) ที่ระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือ
    • ตราอนุญาตเข้าประเทศไทย ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือ Smart VISA

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรเสริม)

  • อายุ 15 - 80 ปี
  • กรณีผู้ถือบัตรหลักเป็นชาวต่างชาติ : สงวนสิทธิ์การสมัครบัตรเสริมได้เฉพาะบุคคลในครอบครัว ได้แก่ สามี ภรรยา บุตร บิดา และมารดา เท่านั้น

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรเสริม)

  • เอกสารของบัตรหลักและบัตรเสริมที่รัฐเจ้าของสัญชาติออกให้ เช่น Passport หรือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ เอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) หรือ Travel Document for Aliens (T.D.) หรือ Temporary Passport
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม เว้นแต่เป็นบุตรของผู้ถือบัตรหลัก และสำเนาเอกสารที่รัฐบาลไทยออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่งของบัตรเสริม

* พันธบัตรรัฐบาล แนบพร้อมหลักฐานการรับดอกเบี้ยครั้งล่าสุด (50ทวิ)
** หุ้นกู้ แนบสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมหลักฐานการรับดอกเบี้ยครั้งล่าสุด (50ทวิ)

ทั้งนี้ KTC ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาอนุมัติ ในกรณีบัตรเครดิตถูกยกเลิกไม่ถึง 2 ปี (24 เดือน)

 

คุณสมบัติ และเอกสารประกอบการสมัครบัตรเครดิต สำหรับผู้มีสัญญาโอนสิทธิ

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรหลัก)

  • อายุ 20 - 80 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรหลัก)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากตั้งแต่ 20,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรเครดิตที่สมัคร และต้องทำสัญญาที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น)

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรเสริม)

  • อายุ 15 - 80 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรเสริม)

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบัตรหลักและบัตรเสริม
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักเป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปี และบัตรหลักไม่ได้เป็นบิดา มารดา ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
    • หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน บิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม
    • เอกสารใด ๆ ที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้านของบัตรเสริม สูติบัตร เป็นต้น

รายละเอียดสำหรับชาวต่างชาติ

สำหรับรายละเอียดของผู้สมัครบัตรเครดิตที่เป็นชาวต่างชาติ มีดังนี้

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรหลัก)

บัตรหลัก

  • อายุ 20 – 80 ปี

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรหลัก)

  • เอกสารที่รัฐเจ้าของสัญชาติออกให้ เช่น Passport หรือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ เอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) หรือ Travel Document for Aliens (T.D.) หรือ Temporary Passport
  • สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝาก ตั้งแต่ 20,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรเครดิตที่สมัคร และต้องทำสัญญาที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น)
  • เอกสารที่รัฐบาลไทยออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยต้องผ่านการ KYC เช่น
    • ใบอนุญาตทำงานในประเทศ (Work Permit) ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป ที่ส่วนราชการไทยออกให้ หรือ
    • VISA ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือทะเบียนบ้าน (ทร.14) ใบอนุญาตขับขี่ หรือ
    • ทะเบียนบ้านเล่มปกสีเหลือง (ทร.13) ที่ระบุเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือ
    • ตราอนุญาตเข้าประเทศไทย ประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant Visa) หรือ Smart VISA

คุณสมบัติผู้สมัคร (บัตรเสริม)

  • อายุ 15 - 80 ปี
  • กรณีผู้ถือบัตรหลักเป็นชาวต่างชาติ : สงวนสิทธิ์การสมัครบัตรเสริมได้เฉพาะบุคคลในครอบครัว ได้แก่ สามี ภรรยา บุตร บิดา และมารดา เท่านั้น

เอกสารประกอบการสมัคร (บัตรเสริม)

  • เอกสารของบัตรหลักและบัตรเสริมที่รัฐเจ้าของสัญชาติออกให้ เช่น Passport หรือบัตรประจำตัวซึ่งไม่มีสัญชาติไทย หรือ เอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) หรือ Travel Document for Aliens (T.D.) หรือ Temporary Passport
  • กรณีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังนี้ หนังสือยินยอมจากบิดา/มารดา/ผู้แทนโดยชอบธรรม เว้นแต่เป็นบุตรของผู้ถือบัตรหลัก และสำเนาเอกสารที่รัฐบาลไทยออกให้ อย่างใดอย่างหนึ่งของบัตรเสริม

ทั้งนี้ KTC ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่พิจารณาอนุมัติ ในกรณีบัตรเครดิตถูกยกเลิกไม่ถึง 2 ปี (24 เดือน)

วิธีการสมัครบัตรเครดิต KTC ใบที่สองเพิ่ม กรณีที่เคยมีบัตรเครดิต KTC อยู่แล้ว

โดยปกติแล้ว การสมัครบัตรเครดิต KTC ใบที่ 2 เพิ่ม สามารถทำได้ง่ายทั้งยังมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก สามารถแจ้งขอบัตรเครดิตใบที่สองเพิ่มได้ผ่าน KTC PHONE 02 123 5000 โดยจะไม่มีค่าธรรมเนียม หากบัตรเครดิตใบที่ขอมีเครือข่ายชำระเงิน (Visa, Mastercard, JCB และ UnionPay) ไม่ซ้ำกับบัตรเครดิตใบเดิมที่ถืออยู่ หรือเลือกสมัครด้วยตนเอง ผ่านแอป KTC Mobile ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. เข้าแอป KTC Mobile
  2. เลือกแถบเมนู “บริการ”
  3. เลือก “สมัครบัตรเครดิตและตรวจสอบสถานะ”
  4. เลือก “สมัครผลิตภัณฑ์” แล้วเลือกบัตรที่ต้องการสมัคร
  5. เลือก “สมัครบัตรเครดิต”
  6. เลื่อนเพื่อยืนยันการทำรายการ  

 

เลือกบัตรเครดิต KTC ใบที่สอง ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

หากคุณกำลังมองหาบัตรเครดิตใบที่สองที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และมอบความคุ้มค่าสูงสุด KTC ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะ KTC มีบัตรเครดิตหลากหลายประเภท ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น

บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM


บัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM คือตัวเลือกที่น่าสนใจ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการสมัครใช้เป็นบัตรเครดิตใบที่สอง เพราะมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามากมาย ในเงื่อนไขการใช้งานที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การเริ่มต้นใช้ชีวิตแบบไร้เงินสดมีความมั่นใจมากขึ้น

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ช้อปออนไลน์และสั่งอาหารเดลิเวอรี สุดคุ้มตลอดปี กับบัตรเครดิต KTC VISA ผ่านพันธมิตรออนไลน์ที่ร่วมรายการ
  • เปลี่ยนยอดชำระรายการซื้อสินค้า/บริการเป็นยอดผ่อนชำระได้ก่อนวันสรุปรอบบัญชี ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.74% สูงสุด 10 เดือน ง่าย ๆ ผ่านแอป KTC Mobile หรือโทร KTC PHONE 02 123 5000 กด 4
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสียหรือเสียหายจากการเดินทาง
  • เบิกถอนเงินสด ด้วยบัตรเครดิตได้เต็มวงเงินเต็มวงเงินคงเหลือในขณะนั้น หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/วัน ผ่านเครื่อง ATM และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/วัน ผ่านแอป KTC Mobile
  • ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

 

บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD


นักเดินทางตัวยงและขาช้อปออนไลน์ที่มองหาบัตรเครดิตใบที่สองที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายแบบรอบด้าน บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD มาพร้อมสิทธิพิเศษที่ครอบคลุมทั้งการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และความคุ้มค่าสำหรับการเดินทางต่างประเทศ

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ประกันภัยความคุ้มครองการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต KTC MASTERCARD กรณีไม่จัดส่งสินค้า และ / หรือการจัดส่งสินค้าไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน ด้วยวงเงินประกันสูงสุด 200 ดอลล่าร์สหรัฐ โดย Mastercard ตั้งแต่ 1 ม.ค. 68 – 31 ธ.ค. 69
  • ชำระสินค้า/บริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สูงสุด 10 เดือน ผ่านบริการ ผ่อนชำระกับบัตรเครดิต KTC
  • ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% เมื่อทำรายการผ่าน KTC PHONE สำหรับรายการใช้จ่ายที่ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
  • เปลี่ยนยอดชำระเต็มเป็นผ่อนชำระได้ เปลี่ยนยอดชำระรายการซื้อสินค้า/บริการเป็นยอดผ่อนชำระได้ก่อนวันสรุปรอบบัญชี ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.74% สูงสุด 10 เดือน ง่ายๆ ผ่านแอป KTC Mobile หรือโทร KTC PHONE 02 123 5000 กด 4
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสียหรือเสียหายจากการเดินทาง
  • เบิกถอนเงินสด ด้วยบัตรเครดิตได้เต็มวงเงินคงเหลือในขณะนั้น หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/วัน ผ่านเครื่อง ATM และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/วัน ผ่านแอป KTC Mobile
  • ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD


สำหรับไลฟ์สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่งในโลกดิจิทัล บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ ให้คุณใช้จ่ายได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และไร้กังวลเรื่องการโจรกรรมข้อมูล เหมาะอย่างยิ่งกับการใช้งานเป็นบัตรเครดิตใบที่สอง

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ช้อปออนไลน์มั่นใจยิ่งขึ้นด้วย Dynamic CVC2 รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ควบคุมการใช้งานง่าย ผ่านแอป KTC Mobile
  • เติมเต็มกว่าทุกจังหวะการใช้จ่าย ที่ร้านค้าทั่วไป ด้วยบัตรแบบไร้หมายเลข ไร้แถบแม่เหล็ก หมดกังวลเรื่องการโจรกรรมข้อมูล
  • ใช้จ่ายได้ทันทีหลังได้รับการอนุมัติกับการใช้จ่ายออนไลน์ สแกนและผูกบัตรบนแอป Device Pays ทั้ง Google Pay, SwatchPay และอื่น ๆ ได้เลย ครบที่เดียว
  • Culinary Collective โปรโมชั่นรวมร้าน Fine Dining และ Casual Fine Dining รับส่วนลดสูงสุด 10% หรือ รับสิทธิพิเศษอื่น ๆ เมื่อมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ร้านอาหารที่ร่วมรายการ ตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • ประกันภัยความคุ้มครองการซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต KTC MASTERCARD กรณีไม่จัดส่งสินค้า และ / หรือการจัดส่งสินค้าไม่ถูกต้องและไม่ครบถ้วน ด้วยวงเงินประกันสูงสุด 200 ดอลล่าร์สหรัฐ โดย Mastercard ตั้งแต่ 1 ม.ค. 68 - 31 ธ.ค. 69
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง
  • เบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิตได้เต็มวงเงินคงเหลือในขณะนั้น หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/วัน ผ่านเครื่อง ATM และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/วัน ผ่านแอป KTC Mobile
  • ตรวจสอบยอดใช้จ่ายและจัดการบัตรเครดิตได้ครบวงจร ผ่านแอป KTC Mobile เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและปลอดภัยในการบริหารจัดการบัตรเครดิต
  • ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA


สำหรับคนยุคใหม่ที่ใช้ชีวิตผูกพันกับโลกออนไลน์ และต้องการบัตรเครดิตใบที่สองที่สะดวก และปลอดภัย บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้ได้อย่างตรงใจ บัตรเครดิตประเภทนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณช้อปปิ้งออนไลน์ได้อย่างไร้กังวล แต่ยังมาพร้อมนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายขึ้นไปอีกขั้น

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • ช้อปออนไลน์มั่นใจขั้นสุดด้วย Dynamic CVV รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ควบคุมการใช้งานง่าย ผ่านแอป KTC Mobile
  • เติมเต็มกว่าทุกจังหวะการใช้จ่าย ที่ร้านค้าทั่วไป ด้วยบัตรแบบไร้หมายเลข ไร้แถบแม่เหล็ก หมดกังวลเรื่องการโจรกรรมข้อมูล
  • ใช้จ่ายได้ทันทีหลังได้รับการอนุมัติกับการใช้จ่ายออนไลน์ สแกนและผูกบัตรบนแอป Device Pays ทั้ง Google Pay, SwatchPay และอื่น ๆ ได้เลย ครบที่เดียว
  • ช้อปออนไลน์และสั่งอาหารเดลิเวอรีสุดคุ้มตลอดปีกับบัตรเครดิต KTC VISA ผ่านพันธมิตรออนไลน์ที่ร่วมรายการ
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสีย หรือเสียหายจากการเดินทาง
  • เบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิตได้เต็มวงเงินคงเหลือในขณะนั้น หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/วัน ผ่านเครื่อง ATM และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/วัน ผ่านแอป KTC Mobile
  • ตรวจสอบยอดใช้จ่ายและจัดการบัตรเครดิตได้ครบวงจร ผ่านแอป KTC Mobile เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและปลอดภัยในการบริหารจัดการบัตรเครดิต
  • ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

 

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM


KTC JCB PLATINUM บัตรเครดิตที่จะพาไปสัมผัสประสบการณ์ Japanese Lifestyle อย่างเต็มที่ โดยบัตรเครดิตใบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความสุขในทุกการเดินทางและการใช้จ่ายในแดนอาทิตย์อุทัย  พร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมายที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตประจำวัน ในแบบฉบับที่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน
  • รับคะแนน KTC FOREVER / ROP x2 แบบไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด สำหรับทุกยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น (ยกเว้นยอดการใช้จ่ายที่เป็นสกุลเงินไทย)
  • Airport Lounge บริการห้องรับรองในสนามบินญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี  สิงคโปร์  มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย
  • JCB Plaza Lounge บริการห้องรับรอง ผ่าน JCB Plaza ทั่วโลกเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ (ยกเว้นการใช้บริการห้องรับรอง JCB Plaza Lounge Bangkok)
  • ชำระสินค้า/บริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สูงสุด 10 เดือน ผ่านบริการ ผ่อนชำระกับบัตรเครดิต KTC
  • เปลี่ยนยอดชำระเต็มเป็นผ่อนชำระได้ เปลี่ยนยอดชำระรายการซื้อสินค้า/บริการเป็นยอดผ่อนชำระได้ก่อนวันสรุปรอบบัญชี ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.74% สูงสุด 10 เดือน ง่ายๆ ผ่านแอป KTC Mobile หรือโทร KTC PHONE 02 123 5000 กด 4
  • ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.69% สำหรับรายการใช้จ่ายที่ญี่ปุ่น
  • ประกันอุบัติเหตุการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ และประกันกระเป๋าเดินทางสูญเสียหรือเสียหายจากการเดินทาง
  • ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ
  • เบิกถอนเงินสดด้วยบัตรเครดิตได้เต็มวงเงินคงเหลือในขณะนั้น หรือสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/วัน ผ่านเครื่อง ATM และสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท/วัน ผ่านแอป KTC Mobile
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

 

นอกจากสิทธิประโยชน์จะครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายแล้ว สมาชิกบัตรเครดิต KTC สามารถใช้งานแอปพลิเคชัน KTC Mobile ตัวช่วยให้การบริหารจัดการบัตรเครดิตหลายใบเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น เพราะคุณสามารถตรวจสอบยอดใช้จ่าย คะแนนสะสม โปรโมชั่นต่าง ๆ และชำระเงินได้ครบจบในแอปพลิเคชันเดียว ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากกว่าเคย

ไม่เพียงเท่านั้น บัตรเครดิต KTC ยังมีโปรโมชั่นที่หลากหลาย ที่ร่วมกับร้านค้าพาร์ทเนอร์ต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดร้านอาหาร โรงแรม ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือบริการอื่น ๆ ทำให้สมาชิกบัตรเครดิตได้รับความคุ้มค่าสูงสุดจากการใช้จ่ายในทุก ๆ หมวด ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนยุคใหม่

การสมัครบัตรเครดิตใบที่สองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด หากคุณมีวินัยทางการเงินที่ดี มีประวัติการชำระหนี้ที่สม่ำเสมอ และเข้าใจหลักการพิจารณาอนุมัติบัตรเครดิตของธนาคารหรือสถาบันการเงิน การมีบัตรเครดิตหลายใบจะช่วยให้คุณบริหารจัดการการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปลดล็อกสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้า ทั้งยังได้รับความคุ้มค่าในทุกการใช้จ่าย กับการสะสมคะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัดและไม่มีวันหมดอายุ

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC