ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี ในยุค AI มีบทบาทมากขึ้น

เทคโนโลยีมีการพัฒนาตลอดเวลาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันมีทั้งเทคโนโลยีที่เป็นสิ่งของสุดล้ำ ไอเทม Smart Home หรือความสะดวกอื่น ๆ ในการดำเนินชีวิต และยังมีเทคโนโลยีที่เป็นปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่มีการสร้างโปรแกรมขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับมนุษย์ ซึ่งสมองของมนุษย์มีความซับซ้อน แต่ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ก็ต่อยอดจนสามารถสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติ นาทีนี้โปรแกรมบอตแชตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้นโปรแกรม ChatGPT


จุดเริ่มต้นของ ChatGPT

ChatGPT ย่อมาจากคำสองคำ คือคำว่า Chat และคำว่า Generative Pre-trained Transformer เมื่อนำมารวมกันจะหมายความว่าโปรแกรมแปลงข้อมูลล่วงหน้าในรูปแบบแชต ซึ่ง ChatGPT ออกแบบมาให้มีลักษณะคล้ายกับแชตบอต (Chatbot) โดยประมวลผลผ่าน AI จุดเด่นของโปรแกรม ChatGPT คือโมเดลภาษาที่ออกแบบมาช่วยเหลือในการสนทนา การเขียนอีเมล การเขียนโค้ด เรียงความ และงานเขียนอื่น

โปรแกรม ChatGPT คิดค้นขึ้นโดย OpenAI องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เปิดตัวในปี 2022 ในช่วงแรกที่เปิดตัวทางผู้พัฒนาได้ออกมาพูดถึงประสิทธิภาพและศักยภาพของโปรแกรม ChatGPT ที่ทำได้ตั้งแต่การเขียนเรื่องราวไปจนถึงการเขียนโค้ด หลังจากเปิดตัวไม่ถึง 5 วัน โปรแกรม ChatGPT มีผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านคน เบื้องต้นโปรแกรมเปิดให้ใช้งานฟรี และจะมีเวอร์ชันอัปเกรดที่ต้องจ่ายเงินเรียกว่า ChatGPT Plus


ChatGPT ทำอะไรได้บ้าง

โปรแกรม ChatGPT ออกแบบบมาในรูปแบบ Chatbot ที่เป็นตัวช่วยในการเขียนงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) การเขียนเรียงความ การเขียนบทความ การเขียนวิทยานิพนธ์ ไปจนถึงการเขียนโค้ด โดยมีผลการสำรวจจาก TIDIO เกี่ยวกับการใช้งาน ChatGPT แสดงให้เห็นทิศทางการใช้งานโปรแกรมดังนี้

  • 20% หาข้อมูล
  • 19% สร้างคอนเทนต์ขนาดสั้น เช่น สเตตัสในโซเชียลมีเดีย
  • 14% ไม่มีความสนใจเป็นพิเศษ แค่ทดลองใช้
  • 11% มองหาข้อแนะนำในประเด็นบางอย่าง
  • 11% ข้อมูลเชิงวิชาการ
  • 10% เขียนโค้ด

คนส่วนใหญ่ใช้ ChatGPT ในการสืบค้นข้อมูลเป็นหลัก แต่ก็มีสิ่งที่ต้องระวังคือข้อมูลของ ChatGPT อัปเดตล่าสุดถึงปี 2021 การค้นหาข้อมูลที่ล่าสุดกว่านั้นจึงอาจจะไม่พบ

ChatGPT ใช้ยังไง?

การใช้งานโปรแกรม ChatGPT เริ่มต้นได้ง่าย ๆ เพียงเปิดเว็บไซต์ chat.openai.com หรือสะดวกดาวน์โหลดเป็นแอปพลิเคชันผ่านทางมือถือก็ได้ มีให้บริการทั้ง Androids และ iOS โดยต้องเลือกแอปที่ผู้ให้บริการคือ OpenAI เท่านั้น หากเป็นผู้ผลิตอื่นให้ถือว่าไม่ใช่ช่องทาง Official และหลีกเลี่ยงการดาวน์โหลด เมื่อได้ช่องทางเข้าถึงโปรแกรมแล้ว เริ่มต้นทำงานได้ด้วยวิธีการดังนี้



แอปพลิเคชัน ChatGPT บนมือถือ ภาพจาก Google Play

1.) วิธีใช้เบื้องต้นเข้าสู่ระบบ ChatGPT Login ได้ทางอีเมล Google และ Microsoft หรือสร้างแอคเคาต์ ChatGPT ของตนเอง

2.) สำหรับการใช้งานครั้งแรกให้ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขภายในเว็บไซต์

3.) เลือกฟังก์ชันการทำงานที่ต้องการ โดยเมื่อเปิดหน้าแรกของ ChatGPT จะพบกับตัวอย่างประโยคคำถามที่ใช้เพื่อรับข้อมูลที่ต้องการ และเมื่อกรอกข้อมูลเข้าในช่องสนทนาก็จะเข้าสู่หน้า ChatGPT ที่เรียบเรียงข้อมูลที่สอบถามมาในรูปแบบบทความ พร้อมแหล่งอ้างอิง

ทริกใช้งาน ChatGPT อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้งาน ChatGPT ทำได้ง่ายโดยการถามคำถาม แล้วแชตจะตอบคำตอบโดยประมวลผลจากข้อมูลที่มีอยู่ในระบบอินเทอร์เน็ต แต่เพื่อให้ได้คำตอบที่ตรงกับความต้องการ การรู้ทริกต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้การทำงานร่วมกับ ChatGPT ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

  • เขียนคำถามและบทสนทนาเป็นภาษาอังกฤษจะดีกว่า เพราะถึงแม้ ChatGPT ภาษาไทยจะสามารถใช้ได้ แต่การเรียบเรียงคำ การแปลความหมาย และความเข้าใจในบริบทของคำยังคงไม่สมบูรณ์ เมื่อเทียบกันแล้ว ภาษาอังกฤษจะมีความเสถียรในการตอบคำถามมากกว่า
  • ระบุสิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน ตัวอย่างคำถาม เช่น หากต้องการสอบถามเรื่องประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ชุดคำถามควรจะเป็น What is the biggest country in the world? List top 10 biggest countries by land area in bullet. การป้อนคำสั่งรูปแบบนี้จะช่วยให้โปรแกรมลิสต์รายชื่อประเทศที่มีขนาดใหญ่ 10 อันดับแรกออกมา โดยอ้างอิงข้อมูลตามเว็บไซต์ต่าง ๆ
  • คำตอบของ ChatGPT สามารถระบุรูปแบบได้หลากหลาย จากตัวอย่างข้างต้นเป็นการป้อนคำสั่งให้คำตอบออกมาเป็น Bullet แต่ยังสามารถป้อนคำสั่งให้แปลงข้อมูลในรูปแบบอื่นได้อีก เช่น แปลงข้อมูลเป็นโค้ด HTML เป็นตาราง เป็นต้น
  • ระบุจำนวนคำ หรือประโยคได้ตามต้องการ ในกรณีที่ต้องการเขียนบทคัดย่อ หรือรายงานที่กำหนดตัวอักษร โดยป้อนคำสั่งในรูปแบบ Summarize (Somethings) in 50 words. เพื่อระบุความสั้นยาวของประโยค

การทำงานผ่าน AI ของ ChatGPT มีการประมวลผลจากแหล่งข้อมูลที่ปรากฏออนไลน์ ก่อนนำไปใช้จึงควรมีการตรวจสอบความถูกต้อง และเรียบเรียงใหม่ เพื่อป้องกันการกระทำที่ผิดหลักคัดลอกผลงานหรือ Plagiarism ซึ่งคนให้ความสนใจในเรื่องนี้มากขึ้น เช่นเดียวกับการเฝ้าระวังข้อมูลส่วนบุคคล PDPA เพราะฉะนั้นก่อนจะเขียนชิ้นงานจึงควรตรวจสอบให้รอบด้าน ไม่ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความคัดลอกบทความผู้อื่น และไม่มีการใส่ภาพหรือข้อมูลส่วนบุคคลลงไปโดยเด็ดขาด


การใช้ ChatGPT ในองค์กร

การเข้ามามีบทบาทของโปรแกรม ChatGPT เป็นความล้ำสมัย ซึ่งองค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากโปรแกรมนี้ได้หลากหลายรูปแบบ เช่น

  • สายงานเขียน

ผู้ที่ทำงานด้านการเขียน ไม่ว่าจะเป็น Content Creator นักเขียน นักแต่งเพลง ครู อาจารย์ ล้วนสามารถใช้งาน ChatGPT ในการสืบค้นข้อมูลที่กระจายอยู่ในอินเทอร์เน็ตให้เรียงร้อยออกมาในรูปแบบที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย และยังตอบข้อสงสัยได้ในเวลาอันรวดเร็ว เป็นประโยชน์ต่อการหาข้อมูล และนำข้อมูลมาเรียบเรียงในภายหลัง

  • Web Developer

สายงานการทำเว็บและกราฟิกสามารถใช้ประโยชน์จาก ChatGPT ได้เช่นกัน โดยโปรแกรมนี้สามารถเขียนโค้ดและเขียนโปรแกรมได้ เป็นอีกความสามารถที่ช่วยลดภาระงานของคน โดย ChatGPT สามารถแปลงข้อมูลเป็นตาราง จัดเรียงข้อมูลในรูปแบบ รวมถึงเขียนโค้ด HTML ได้ ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของคนลงได้

  • สาย Entertainer

คนที่ทำงานในแวดวงเอ็นเตอร์เทน หรืออินฟลูเอนเซอร์ สามารถใช้ ChatGPT ในการหาข้อมูลคอนเทนต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสูตรอาหารหายาก การวางแพลนท่องเที่ยว การหาความรู้ใหม่ ๆ โปรแกรม ChatGPT สามารถคัดกรองเนื้อหาที่จำเป็น และมักจะเป็นข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริง

  • สายประสานงาน

งานที่ต้องอาศัยการประสานงานและพูดคุยกับลูกค้า หรือผู้คนหมู่มาก สามารถใช้ ChatGPT ในการสนทนาโต้ตอบ โดย ChatGPT จะมีความลื่นไหลและเป็นธรรมชาติมากกว่า AI แบบเดิม การประสานงานจึงราบรื่น สามารถตอบคำถามพื้นฐานได้ ให้คำแนะนำเบื้องต้น และยังส่งผ่านข้อความตามต้องการได้

  • สาย Marketing

คนที่ทำงานฝ่ายการตลาดที่ต้องวางแผนการขายสินค้าสามารถใข้ ChatGPT ในการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นไปต่อยอด นอกจากนั้น ChatGPT ยังสามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้ตามความชอบของลูกค้า ช่วยลดปริมาณของฝ่ายขายและฝ่ายการตลาดได้

การใช้งาน ChatGPT หากประยุกต์ให้เข้ากับองค์กรได้จะช่วยลดปริมาณงานและความทับซ้อนของงานลงได้ โดยองค์กรควรศึกษาทิศทางของ AI และบทบาท ChatGPT ในไทย เพื่อประยุกต์ให้เข้ากับองค์กรได้อย่างทันโลก ทันสมัย


ทิศทางของแรงงานคนกับ AI




การพัฒนาด้าน AI อย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อแรงงานคนในอนาคต

การทำงานของ ChatGPT มีความคาบเกี่ยวกับงานที่มีคนทำอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เกิดความกังวลว่าในอนาคต AI อาจจะมาทดแทนแรงงานคน ซึ่ง Linkedin ได้แสดงทรรศนะเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการมี ChatGPT ไว้ดังนี้

ข้อดี

ChatGPT เป็นตัวช่วยในการทุ่นแรงของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของการสนทนาส่วนตัว การรับสมัครงานโดยคัดกรองเบื้องต้นผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจากการสัมภาษณ์ทางแชต การประชาสัมพันธ์และลูกค้าสัมพันธ์ การเขียนบทความ การจัดหาผู้ช่วยส่วนตัวที่คุณสมบัติตรงตามความต้องการ และใช้ในสื่อการเรียนรู้ ซึ่งถือเป็นการพัฒนาอีกขั้นของมนุษยชาติ

ข้อเสีย

จากข้อดีที่กล่าวมาก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน การพัฒนา ChatGPT อาจจะส่งผลต่อตลาดงาน การดำเนินการขององค์กร และระบบเศรษฐกิจ ที่จะดึงคนออกจากระบบงานมากขึ้นและใช้ AI ในการทำงานแทน แต่ก็มีสิ่งที่ต้องกังวลในเรื่องของระบบที่หากล้มเหลวอาจส่งผลกระทบมหาศาลต่อองค์กร และยังมีเรื่องของความปลอดภัยของการใช้งานที่อาจมีการ Phishing เกิดขึ้นได้ และข้อบังคับทางกฎหมายที่เป็นต้นเหตุสำคัญให้การใช้งานปัญญาประดิษฐ์มีข้อจำกัด

การมีปัญญาประดิษฐ์เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แรงงานเกิดความกังวล สิ่งที่ช่วยเสริมความมั่นคงให้กับแรงงานได้ก็คือการติดตามข่าวสาวของปัญญาประดิษฐ์ รู้เท่าทันสื่อ พัฒนาทักษะของตนเองให้เข้ากับยุคสมัย และควรมีแผนสำรองในอนาคต โดยเฉพาะในเรื่องการเงิน ควรมีเงินเก็บสักก้อน หรือมีบัตรกดเงินสดสำหรับใช้จ่ายยามจำเป็น

สมัครบัตรเครดิต KTC ง่ายๆทางออนไลน์

การวางแผนการเงินในอนาคต

อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน การวางแผนการเงินไว้ก่อนจะช่วยให้เมื่อมีเหตุจำเป็นจะสามารถเอาตัดรอดได้ โดยการวางแผนการเงินของมนุษยืเงินเดือนสามารถทำได้ดังนี้

  • ออมเงินทุกเดือน ควรออมเงินเดือนละ 10% – 20% ของเงินเดือน
  • หากวางแผนออกจากงาน ควรมีเงินเก็บสำหรับการใช้จ่ายในการหางานใหม่
  • ควรหางานใหม่หรืออาชีพเสริมก่อนออกจากงานเก่า 
  • นำเงินเย็นที่มีไปเปลี่ยนเป็นการลงทุน เช่น การซื้อพันธบัตร การซื้อหุ้น
  • เข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หากบริษัทมีสวัสดิการนี้
  • ต่อประกันสังคมแม้จะออกจากงานแล้ว เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่อเนื่อง
  • มีบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด เพื่อเพิ่มความอุ่นใจเมื่อต้องการเงินด่วน

การเตรียมพร้อมในยุคที่มี ChatGPT ต้องเตรียมพร้อมอย่างรอบด้าน ซึ่งหากกล่าวตามจริงการมี ChatGPT ไม่ใช่ข้อเสียต่อตลาดแรงงานทั้งหมด หากรู้จักใช้โปรแกรมนี้ให้ชำนาญ อาจจะเป็นผู้ช่วยทุ่นแรงและพัฒนางานให้มีคุณภาพดีขึ้นก็ได้ แต่เนื่องจากเทคโนโลยี AI เหล่านี้ยังคงต้องการการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ทุกอย่างเอาไว้ก่อนจึงปลอดภัยกว่า พัฒนาตนเองให้มีทักษะรอบด้าน และวางแผนการเงินในกรณีฉุกเฉิน ไม่ควรพลาดมีบัตรกดเงินสดติดตัว เพราะช่วงเวลาที่ต้องการเงินก้อนฉุกเฉินเกิดได้เสมอในปัจจุบัน การสมัครบัตรกดเงินสดจึงเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดี

อ้างอิงข้อมูลจาก : zdnet, OpenAI, Linkedin, TIDIO