เมื่อความรักสุกงอม คู่รักต่างอยากเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์ แต่งงานเพื่อใช้ชีวิตคู่ และเพื่อให้มีผลตามกฎหมายคนส่วนใหญ่จึงเลือกจดทะเบียนสมรส ในขณะที่มีอีกหลายคนที่อาจใช้ชีวิตร่วมกันแต่ยังลังเลว่าจะจดทะเบียนสมรสหรือไม่จดทะเบียนสมรสดี ครั้งนี้ KTC จึงสรุปทุกข้อควรรู้จดทะเบียนสมรส ทำอย่างไร ใช้อะไรบ้างในปี 2568


ทะเบียนสมรสคืออะไร ?

ทะเบียนสมรส คือเอกสารทางกฎหมายที่ยืนยันความสัมพันธ์ของคู่รักที่อาจแต่งงานหรือไม่ได้แต่งงานก็ได้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันสิทธิ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างสามีภรรยา เช่น การรับรองบุตร การแบ่งสินสมรส มรดก การลดหย่อนภาษี การกู้ยืม การยินยอมให้รักษาพยาบาล รวมไปถึงการฟ้องหย่า ซึ่งเป็นสิทธิ์ตามที่กฎหมายกำหนดและเป็นไปตามที่ควรได้รับ อีกทั้งยังป้องกันการสมรสซ้อนได้อีกด้วย




จดทะเบียน สมรส ภรรยาสามารถเลือกจดทะเบียนสมรสไม่เปลี่ยนนามสกุลก็ได้


จดทะเบียนสมรส มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร

การจดทะเบียนสมรส แม้ว่าฟังแล้วจะได้รับสิทธิ์ต่างๆ มากมาย แต่ก็มีข้อดี ข้อเสีย ที่ควรรู้ดังนี้


ข้อดีของการจดทะเบียนสมรส

  • ได้สิทธิ์ในการอุปการะเลี้ยงดู สามี–ภรรยามีหน้าที่ต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งจะเป็นคนหาเลี้ยงอีกฝ่าย หรือช่วยกันหาเลี้ยงกันและกัน
  • ได้สิทธิ์ใช้นามสกุล โดยภรรยามีสิทธิ์ได้ใช้ชื่อสกุลสามี โดยเลือกจดทะเบียนสมรสไม่เปลี่ยนนามสกุลก็ได้
  • มีสิทธิ์ได้สัญชาติไทย กรณีฝ่ายหญิงเป็นชาวต่างชาติ มีสิทธิ์ขอถือสัญชาติไทยตามสัญชาติสามี
  • ได้สิทธิ์ในการจัดการสินสมรส หรือทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส
  • ได้สิทธิ์ในการรับมรดก กรณีฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต คู่สมรสมีสิทธิ์รับมรดกเสมอ แต่ต้องเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย (จดทะเบียนสมรส) เท่านั้น
  • ได้สิทธิ์ในการรับเงินจากทางราชการ หรือนายจ้าง เช่น กรณีที่คู่สมรสตายเพราะปฏิบัติหน้าที่ หรือจากการทำงาน (บำเหน็จตกทอด) หรือการรับเงินสงเคราะห์บุตรตามกฎหมายแรงงาน
  • มีสิทธิ์ฟ้องชู้ การจดทะเบียนสมรสทำให้สามี-ภรรยาสามารถหึงหวงคู่สมรสและสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหาย ค่าทดแทนจากชายชู้หรือหญิงชู้ได้โดยไม่ต้องหย่า
  • สิทธิ์เรียกร้องค่าเลี้ยงดู ในกรณีที่ต้องหย่าร้างสามารถเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีหรือภรรยาอีกฝ่าย หากฝ่ายที่ควรได้รับอุปการะเลี้ยงดู ไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงหรือได้รับอุปการะเลี้ยงดูไม่เพียงพอแก่อัตภาพ
  • สิทธิ์ฟ้องร้องดำเนินคดีแทนคู่สมรส เช่น สามีหรือภรรยาฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายคู่สมรสของตัวเอง หรือสามารถเรียกค่าเสียหายหรือค่าทดแทนจากผู้ที่ทำให้คู่สมรสเสียชีวิต
  • สิทธิ์ที่ตกแก่บุตร การจดทะเบียนสมรสทำให้ลูกมีฐานะเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย สามารถใช้นามสกุลพ่อ และรับมรดกจากผู้เป็นพ่อได้ ทั้งนี้ บุตรเป็นสิทธิ์ตามชอบธรรมตามกฎหมายของแม่อยู่แล้ว
  • สิทธิ์ได้รับการลดหย่อนค่าภาษีเงินได้ ตามเงื่อนไขการลดหย่อนภาษี
  • สิทธิ์กู้ร่วม ทำให้สถาบันการเงินหรือธนาคารพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้ง่าย


ข้อเสียของการจดทะเบียนสมรส

  • มีภาระผูกพันทางการเงิน และความรับผิดชอบเรื่องหนี้ สำหรับทรัพย์สิน และหนี้สินที่เกิดขึ้นหลังการสมรส ทั้งสามีและภรรยาต้องรับผิดชอบร่วมกัน
  • การจัดการสินสมรส อาจเป็นเรื่องที่จัดการได้ยากเมื่อต้องหย่ากัน
  • การทำนิติกรรมที่ก่อให้เกิดหนี้สินส่วนใหญ่จะต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่งก่อนจึงจะทำได้ เช่น การกู้ยืม การขาย แลกเปลี่ยน ขายฝาก ให้เช่าซื้อ จำนอง ปลดจำนอง หรือโอนสิทธิจำนอง ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ หรือสังหาริมทรัพย์ที่อาจจำนองได้ หรือประนีประนอมยอมความ เป็นต้น
  • การจดทะเบียนสมรสทำให้สามีภรรยาที่ทำความผิดระหว่างกันอาจไม่ต้องรับโทษ เช่น ขโมยเงิน หรือการบุกเข้าบ้าน ซึ่งอาจได้รับการยกเว้นโทษตามกฎหมาย


คุณสมบัติของผู้จดทะเบียนสมรส

  1. ต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ จึงสามารถทำการจดทะเบียนสมรสได้ด้วยตัวเอง หากอายุมากกว่า 17 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องมีบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมาให้ความยินยอม กรณีอายุไม่ถึง 17 ปี จะต้องได้รับอนุญาตจากศาล
  2. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือเป็นบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ
  3. ไม่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือลงมา หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา หรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา
  4. ไม่เป็นคู่สมรสของบุคคลอื่น เนื่องจากการสมรสซ้อนเป็นโมฆะ
  5. ไม่เป็นผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรม


จดทะเบียนสมรสใช้เอกสารอะไรบ้าง ?

  1. บัตรประชาชนตัวจริงที่ยังไม่หมดอายุ หรือบัตรอื่นที่ทางราชการออกให้
  2. กรณีชาวต่างชาติ จะต้องมีหนังสือเดินทาง (Passport) ตัวจริง และหนังสือรับรองสถานภาพการสมรสจากสถานทูต หรือสถานกงสุล หรือองค์การของรัฐบาลประเทศนั้นมอบหมาย พร้อมแปลเป็นภาษาไทยและมีคำรับรองการแปลถูกต้อง ประกอบในเอกสารจดทะเบียนสมรส
  3. สำเนาทะเบียนบ้านตัวจริง
  4. ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้าเคยเปลี่ยน)
  5. พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประชาชนของพยาน
  6. กรณีเคยสมรสและหย่าร้าง ต้องมีหลักฐานสำคัญการหย่า
  7. กรณีคู่สมรสคนก่อนเสียชีวิต ต้องมีหลักฐานการเสียชีวิต หรือใบมรณบัตร ประกอบในเอกสารจดทะเบียนสมรส
  8. สูจิบัตรและทะเบียนบ้านของบุตร กรณีที่มีลูกก่อนที่จดทะเบียนสมรส




จดทะเบียนสมรส จำเป็นต้องมีพยานเท่านั้น


จดทะเบียนสมรส ไม่มีพยานทำอย่างไร ?

กฎหมายระบุชัดเจนเรื่องพยานบุคคล 2 คน ที่ต้องลงลายมือชื่อรับรู้ในเรื่องความสมัครใจยินยอมของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงในการจดทะเบียนสมรส โดยคู่สมรสจะต้องนำพยานบุคคลมายืนยันกับเจ้าหน้าที่เพื่อระบุถึงสถานภาพการอยู่กินฉันสามีภรรยา โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเป็นพยานให้และเรียกรับค่าพยาน ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา ทั้งนี้ เป็นการป้องกันการอ้างสิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อผลประโยชน์ที่คู่สมรสจะได้รับ

(ที่มา : จดทะเบียนสมรส ไม่มีพยาน)


จดทะเบียนสมรส รอบ 2 ใช้อะไรบ้าง ?

การจดทะเบียนสมรสรอบ 2 ตามกฎหมายจะต้องมีเหตุให้การสมรสครั้งก่อนสิ้นสุดลงตามข้อใดข้อหนึ่ง ได้แก่

  • การเสียชีวิตของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
  • การหย่า ไม่ว่าจะโดยความยินยอม หรือฟ้องหย่าต่อศาล
  • การสมรสที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การเพิกถอนสมรส

ทั้งนี้ เมื่อการสมรสสิ้นสุดลง ถือว่าทั้งฝ่ายชายและหญิงต่างมีอิสระที่จะสมรสใหม่ ภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

  1. หากเป็นฝ่ายชาย สามารถจดทะเบียนสมรสใหม่ได้ทันทีหลังจากหย่าขาดกับภรรยาเก่า
  2. หากเคยจดทะเบียนหย่า การจดทะเบียนสมรส รอบ 2 ต้องใช้ทะเบียนหย่าเดิมประกอบเป็นหลักฐานการขอจดทะเบียนสมรสใหม่
  3. กรณีหญิงที่สามีตายหรือที่การสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น จะทำการสมรส รอบ 2 ได้ต่อเมื่อการสิ้นสุดแห่งการสมรสได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่า 310 วัน เว้นแต่
    • คลอดบุตรแล้วในระหว่างนั้น
    • สมรสกับคู่สมรสเดิม
    • มีใบรับรองแพทย์ว่าไม่ได้ตั้งครรภ์
    • ศาลมีคำสั่งให้สมรสได้


จดทะเบียนสมรสที่ไหน?

ระเบียบในการขอจดทะเบียนสมรส สามารถยื่นคำร้องขอจดทะเบียนได้ทุกแห่ง โดยคู่สมรสยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรสต่อเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ กิ่งอำเภอ หรือสำนักทะเบียนเขตใดก็ได้ โดยไม่คำนึงถึงภูมิลำเนาของคู่สมรส


จดทะเบียนสมรส ทำออนไลน์ได้ไหม ?

การจดทะเบียนสมรสจะต้องทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่และพยานเท่านั้น และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนสมรส กรมการปกครอง ได้เปิดให้จองคิวเพื่อจดทะเบียนสมรสผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อลงทะเบียนขอรับบริการล่วงหน้า โดยใช้เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และเบอร์โทรศัพท์ 10 หลัก เพื่อทำการจอง ทั้งนี้ เป็นการจองคิวเพื่อความสะดวกและรวดเร็วเท่านั้น ไม่ใช่การทำนิติกรรมหรือจดทะเบียนสมรสออนไลน์แบบที่หลายคนเข้าใจ

มีคู่ชีวิตที่ดี มีทะเบียนสมรสแล้ว อยากได้ความอุ่นใจเรื่องการเงินมากขึ้น สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC เพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้จ่าย ช่วยการวางแผนการเงิน พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมายสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC เท่านั้น สมัครบัตรเครดิตออนไลน์คลิกเลย


ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC