เมื่อพูดถึงเครื่องยนต์ดีเซล หลายคนอาจคุ้นเคยกับการใช้งานในรถกระบะ หรือรถบรรทุกเป็นหลัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว รถเก๋งซีดานเองก็มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกใช้งานเหมือนกัน แม้จะไม่ได้เยอะมากมายเท่าเครื่องยนต์เบนซินก็ตาม วันนี้ KTC เราเลยจะมาอธิบายการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล พร้อมกับเปรียบเทียบให้ชัดไปเลยว่าต่างจากเบนซินอย่างไร และมีอะไรบ้างที่จำเป็นต้องรู้ในการเลือกรถใช้งาน


เครื่องยนต์ดีเซล คืออะไร

เครื่องยนต์ดีเซล คือ เครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้หลักการอัดอากาศให้มีอุณหภูมิและความดันสูง แล้วฉีดน้ำมันดีเซลเข้าไปในห้องเผาไหม้ ทำให้เกิดการจุดระเบิดได้เองโดยไม่ต้องใช้หัวเทียน ด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพสูง ประหยัดน้ำมันและทนทานกว่าเครื่องยนต์เบนซิน จึงเป็นที่นิยมในรถเพื่อการพาณิชย์ และการขนส่ง


หลักการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล

เครื่องยนต์ดีเซลทำงานโดยใช้หลักการอัดอากาศให้มีความดันและอุณหภูมิสูง (ประมาณ 600-800°C) จากนั้นจึงฉีดน้ำมันดีเซลเข้าไปในห้องเผาไหม้ด้วยความดันสูง ทำให้น้ำมันแตกตัวเป็นละอองฝอย และจุดระเบิดได้เอง โดยมีจังหวะการทำงาน 4 จังหวะโดยไม่ต้องใช้หัวเทียนในการจุดระเบิด


จุดเด่นของเครื่องยนต์ดีเซล

  • ประหยัดน้ำมันมากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน 20-30%
  • ความทนทานสูง เนื่องจากมีโครงสร้างที่แข็งแรง
  • ให้แรงบิดสูงในรอบต่ำ เหมาะกับการบรรทุก
  • อายุการใช้งานยาวนาน บางคันใช้งานได้เกิน 500,000 กม.
  • บำรุงรักษาง่าย ไม่มีระบบจุดระเบิด


จุดด้อยของเครื่องยนต์ดีเซล

  • ราคาเครื่องยนต์สูงกว่าเบนซิน 15-20%
  • มีเสียงดังและการสั่นสะเทือนมากกว่า
  • ค่าบำรุงรักษาสูงกว่าเมื่อเกิดปัญหา
  • อัตราเร่งไม่ดีเท่าเครื่องเบนซิน
  • น้ำหนักเครื่องยนต์มากกว่า
  • ปล่อยมลพิษประเภท NOx และฝุ่น PM 2.5 สูง


เครื่องยนต์ดีเซลต่างจากเครื่องยนต์เบนซินอย่างไร




ความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีการจุดระเบิด เครื่องยนต์ดีเซลใช้การอัดอากาศให้ร้อนแล้วฉีดน้ำมันเข้าไป ขณะที่เครื่องยนต์เบนซินต้องผสมน้ำมันกับอากาศก่อน แล้วจึงจุดระเบิดด้วยหัวเทียน ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลมีอัตราส่วนการอัดสูงกว่า ส่งผลให้มีประสิทธิภาพดีกว่าแต่ต้องสร้างให้แข็งแรงกว่า


รู้จักหลักการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน

เครื่องยนต์เบนซิน ทำงานโดยผสมน้ำมันเบนซินกับอากาศในอัตราส่วนที่เหมาะสม (1:14.7) แล้วจุดระเบิดด้วยประกายไฟจากหัวเทียน ทำให้ควบคุมการจุดระเบิดได้แม่นยำกว่า เครื่องยนต์จึงเดินเรียบ และมีเสียงเงียบกว่า


จุดเด่นและจุดด้อยของเครื่องยนต์เบนซิน

เครื่องยนต์เบนซินมีจุดเด่นที่การทำงานนุ่มนวล เสียงเงียบ และราคาถูกกว่า แต่มีจุดด้อยคือสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่า แรงบิดน้อยกว่า และอายุการใช้งานสั้นกว่าเครื่องดีเซล


ทำไมเครื่องยนต์ดีเซลถึงเสียงดังกว่าเบนซิน

เครื่องยนต์ดีเซลมีเสียงดังกว่าเบนซินเพราะมีอัตราส่วนการอัดที่สูงกว่า (16:1 ถึง 22:1) เทียบกับเบนซิน (8:1 ถึง 12:1) ทำให้เกิดแรงกระแทกในห้องเผาไหม้มากกว่า นอกจากนี้การจุดระเบิดของเครื่องยนต์ดีเซลเกิดขึ้นแบบฉับพลันจากการอัดอากาศ ต่างจากเบนซินที่ควบคุมจังหวะการจุดระเบิดด้วยหัวเทียน จึงทำให้เกิดเสียงดัง และแรงสั่นสะเทือนมากกว่า


เครื่องยนต์ดีเซลเหมาะกับการใช้งานแบบไหน




เครื่องยนต์ดีเซลเหมาะกับผู้ใช้งานที่เน้นการเดินทางไกลเกิน 200 กม./วัน การบรรทุกของหนัก หรือทำธุรกิจขนส่ง เพราะจะได้ประโยชน์จากความประหยัดน้ำมันและความทนทานของเครื่องยนต์ แต่หากใช้งานในเมืองเป็นหลัก เครื่องยนต์เบนซินอาจเหมาะสมกว่า


ทำไมรถเก๋งเครื่องยนต์ดีเซลมีน้อย

รถเก๋งเครื่องดีเซลมีน้อยในตลาดเพราะข้อจำกัดหลายประการ ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าเครื่องเบนซิน เสียงและแรงสั่นสะเทือนที่มากกว่าซึ่งไม่เหมาะกับรถเก๋งที่เน้นความนุ่มนวลสบาย รวมถึงน้ำหนักเครื่องยนต์ที่มากกว่าส่งผลต่อการออกแบบตัวถัง อีกทั้งผู้ใช้รถเก๋งส่วนใหญ่ใช้งานในเมืองระยะทางไม่มาก จึงไม่ได้ประโยชน์จากความประหยัดน้ำมันของเครื่องดีเซลเท่าที่ควร


รถเก๋งเครื่องดีเซลมีรุ่นไหนบ้าง

ปัจจุบันมีรถเก๋งเครื่องดีเซลให้เลือกหลากหลายรุ่น เช่น Mazda 2 Diesel ที่ประหยัดน้ำมันสุดในรถเก๋งขนาดเล็ก, Mercedes-Benz C220d ที่ผสานความหรูหราและประสิทธิภาพ และ BMW 320d ที่เน้นสมรรถนะและความสปอร์ต


รถดีเซลติดแก๊สได้ไหม

รถดีเซลติดแก๊สได้ โดยมีสองระบบคือ แบบใช้แก๊ส 100% และแบบใช้แก๊สร่วมกับน้ำมันดีเซล แต่ไม่นิยมเท่ารถเบนซินเพราะมีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสูง ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์มาก และอาจมีผลต่อสมรรถนะ และความทนทานของเครื่องยนต์


สรุปบทความ เครื่องยนต์ดีเซลต่างจากเบนซินอย่างไร

เครื่องยนต์ดีเซล และเบนซินต่างมีจุดเด่นจุดด้อยที่แตกต่างกัน การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน หากต้องการความประหยัดและทนทาน เครื่องดีเซลคือคำตอบ แต่ถ้าต้องการความนุ่มนวล และค่าบำรุงรักษาต่ำ เครื่องเบนซินอาจเหมาะสมกว่า โดยเฉพาะในรถบ้านที่ไม่ต้องการบรรทุกสิ่งของหนักเป็นประจำ ส่วนใครที่ต้องการเงินก้อน และมีรถใช้งานอยู่แล้ว KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน คือคำตอบ เพราะเรามีวงเงินสินเชื่อก้อนใหญ่ สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก อีกทั้งยังมีบริการ พี่เบิ้ม Delivery ไปประเมินสภาพรถให้ถึงหน้าบ้าน ที่สำคัญยังอนุมัติไวใน 1 ชม. รับเงินก้อนได้ทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน โดยสามารถเลือกรับบัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้ม ไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินได้อย่างอุ่นใจ หากไม่มีการกดใช้ก็ไม่เสียดอกเบี้ยแต่อย่างใด






*กรุณาศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนทำการสมัคร*


*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด*


*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี*


*กรณีที่รถยังผ่อนไม่หมด สามารถนำมาประเมินวงเงินเบื้องต้นได้*