ในปัจจุบัน น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมีหลายชนิดให้เลือกเติมใช้งาน ทั้งแก๊สโซฮอล์ 95 91 น้ำมัน E20 E85 ซึ่งอาจทำให้หลายคนสับสนว่า แต่ละชนิดนั้นแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกเติมน้ำมันแบบไหนกับรถของเรา เพราะกลัวว่าเติมน้ำมันผิดประเภท อาจทำให้เครื่องยนต์พังเอาได้ เดี๋ยววันนี้ KTC เราจะมาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภทให้เอง


น้ำมันเบนซิน คืออะไร

น้ำมันเบนซิน คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบ มีลักษณะเป็นของเหลวใส ระเหยง่าย และติดไฟได้ดี เหมาะสำหรับใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน โดยทั่วไปจะมีค่าออกเทนตั้งแต่ 87-98 ซึ่งจะมีจำหน่ายแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ


แก๊สโซฮอล์ คืออะไร

แก๊สโซฮอล์ คือ น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมระหว่างน้ำมันเบนซินกับเอทานอล โดยเอทานอลที่ใช้ผสมเป็นเอทานอลที่ผลิตจากพืช เช่น อ้อยหรือมันสำปะหลัง การผสมเอทานอลลงในน้ำมันเบนซิน จะช่วยเพิ่มค่าออกเทนให้สูงขึ้น จึงทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์มากขึ้น


แก๊สโซฮอล์ ต่างจากเบนซินปกติอย่างไร

ความแตกต่างของแก๊สโซฮอล์กับเบนซินปกติ จะมีดังนี้

  • แก๊สโซฮอล์มีส่วนผสมของเอทานอล ในขณะที่เบนซินปกติไม่มี
  • แก๊สโซฮอล์มีค่าออกเทนสูงกว่าเบนซินปกติ เนื่องจากเอทานอลช่วยเพิ่มค่าออกเทน
  • แก๊สโซฮอล์มีราคาถูกกว่าเบนซินปกติ เนื่องจากมีส่วนผสมของเอทานอลซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่า
  • แก๊สโซฮอล์เป็นเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เนื่องจากปล่อยมลพิษน้อยกว่า


ตัวเลขค่าออกเทน คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ




ตัวเลขค่าออกเทน เป็นตัวเลขที่แสดงถึงคุณสมบัติในการต้านทานการน็อกของเครื่องยนต์ ยิ่งตัวเลขค่าออกเทนสูง ยิ่งทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบรื่น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งความสำคัญหลัก ๆ จะมีทั้งหมดดังนี้

  • ช่วยป้องกันการน็อกของเครื่องยนต์ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายได้
  • ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ้นเปลืองน้ำมันน้อยลง
  • เหมาะสมกับอัตราส่วนการอัดของเครื่องยนต์แต่ละรุ่น


น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภทในเครื่องเบนซิน

ปัจจุบันมีน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์เบนซินหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป มาดูกันว่าแต่ละชนิดมีความแตกต่างอย่างไร


เบนซิน 95

เบนซิน 95 เป็นน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วที่มีค่าออกเทน 95 ไม่มีส่วนผสมของเอทานอล จึงให้พลังงานสูงสุด และมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ เหมาะสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูง หรือรถที่ต้องการค่าออกเทนสูง จึงทำให้เบนซิน 95 เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่แพงที่สุด


เบนซิน 91

เบนซิน 91 เป็นน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วที่มีค่าออกเทน 91 ไม่มีส่วนผสมของเอทานอล เหมาะสำหรับรถยนต์ทั่วไปที่ไม่ต้องการค่าออกเทนสูงมาก ปัจจุบันไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว เนื่องจากมีการส่งเสริมให้ใช้แก๊สโซฮอล์แทน


แก๊สโซฮอล์ 95

แก๊สโซฮอล์ 95 หรือ E10 เป็นน้ำมันที่ผสมระหว่างเบนซิน 95 กับเอทานอล 10% มีค่าออกเทน 95 เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ทั่วไป ซึ่งให้สมรรถนะใกล้เคียงกับเบนซิน 95 แต่มีราคาถูกกว่า


แก๊สโซฮอล์ 91

แก๊สโซฮอล์ 91 หรือ E10 เป็นน้ำมันที่ผสมระหว่างเบนซิน 91 กับเอทานอล 10% มีค่าออกเทน 91 เหมาะสำหรับรถยนต์รุ่นเก่า หรือรถที่ไม่ต้องการค่าออกเทนสูงมาก มีราคาถูกรองลงมาจากแก๊สโซฮอล์ 95


แก๊สโซฮอล์ E20

น้ำมัน E20 เป็นแก๊สโซฮอล์ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20% มีค่าออกเทนประมาณ 95-98 เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับน้ำมัน E20 โดยเฉพาะ ให้สมรรถนะดีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่อาจสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าเล็กน้อยจากการระเหย


แก๊สโซฮอล์ E85

น้ำมัน E85 เป็นแก๊สโซฮอล์ที่มีส่วนผสมของเอทานอลสูงถึง 85% มีค่าออกเทนสูงมากกว่า 100 เหมาะสำหรับรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับ E85 โดยเฉพาะเท่านั้น ให้สมรรถนะสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด แต่อาจสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าชนิดอื่น


น้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเภทในเครื่องดีเซล




นอกจากน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์เบนซินแล้ว ยังมีน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลด้วย ซึ่งมีหลายประเภทเช่นกัน


ดีเซล B7

น้ำมันดีเซล B7 เป็นน้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซล 7% เป็นน้ำมันดีเซลมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน มีคุณสมบัติในการหล่อลื่นดี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าดีเซลธรรมดา


ดีเซล B10

น้ำมันดีเซล B10 เป็นน้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซล 10% มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ B7 แต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เหมาะสำหรับรถยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ที่รองรับ B10 ได้


ดีเซล B20

น้ำมันดีเซล B20 เป็นน้ำมันดีเซลที่ผสมไบโอดีเซล 20% เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด แต่เหมาะสำหรับรถยนต์ดีเซลบางรุ่นที่รองรับ B20 ได้เท่านั้น ปัจจุบันไม่มีจำหน่ายแล้ว


จะรู้ได้อย่างไรว่ารถเราควรเติมน้ำมันชนิดไหน

เพราะน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมีหลายชนิดให้เลือกเติม จึงอาจทำให้หลายคนสงสัยว่า รถที่เราขับอยู่จะเติมชนิดไหนได้บ้าง ซึ่งวิธีแก้ปัญหา จะมีดังนี้

  • ดูจากคู่มือรถยนต์ ซึ่งจะระบุประเภทน้ำมันที่เหมาะสม
  • ตรวจสอบที่ฝาถังน้ำมัน มักจะมีสติกเกอร์ระบุชนิดน้ำมันที่ใช้ได้
  • สอบถามจากศูนย์บริการรถยนต์
  • พิจารณาจากปีผลิตของรถ รถรุ่นเก่าอาจไม่รองรับน้ำมันบางประเภท เช่น น้ำมันE20 หรือ E85


แก๊สโซฮอล์ 91 กับ 95 เติมผสมกันได้ไหม

โดยทั่วไปแล้ว สามารถเติมแก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ผสมกันได้ เนื่องจากน้ำมันทั้งสองชนิดมีส่วนผสมของเอทานอลเท่ากันคือ 10% แต่จะต่างกันเพียงค่าออกเทนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ร่วมด้วย

  • หากรถของคุณต้องการค่าออกเทน 95 ขึ้นไป ไม่ควรเติม 91 ผสม
  • การเติมผสมกันอาจทำให้ไม่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดตามที่เครื่องยนต์ออกแบบมา
  • ในระยะยาว การเติมน้ำมันที่มีค่าออกเทนต่ำกว่าที่กำหนด อาจส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้
  • หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาคู่มือรถยนต์ หรือศูนย์บริการของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ

โดยสรุป แม้จะสามารถเติมผสมกันได้ แต่เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและความปลอดภัยของเครื่องยนต์ ควรเลือกเติมน้ำมันตามที่ผู้ผลิตแนะนำเท่านั้น


สรุปบทความ ตอบข้อสงสัย แก๊สโซฮอล์ 95 91 น้ำมัน E20 85 ต่างกันอย่างไร

ทุกคนน่าจะเห็นได้ว่า การเลือกเติมน้ำเชื้อเพลิงให้เหมาะกับรถ ไม่เพียงแต่จะช่วยถนอมเครื่องยนต์ให้มีอายุใช้งานได้นานขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย การศึกษาเกร็ดความรู้เพียงเล็กน้อยนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับคนมีรถทุกคน ส่วนใครที่กำลังประสบปัญหาเรื่องเงินทุน และต้องการเงินก้อนเพื่อหมุนเวียน KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน คือคำตอบสำหรับคุณ เพราะมีวงเงินก้อนใหญ่ สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก พร้อมบริการ พี่เบิ้ม Delivery ในการเดินทางไปตรวจสภาพรถให้ถึงหน้าบ้าน ที่สำคัญยังอนุมัติไว รับเงินทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน แบบผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน พร้อมเลือกรับบัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้มไว้ใช้จ่ายฉุกเฉินได้อย่างอุ่นใจ หากไม่กดใช้ก็ไม่เสียดอกเบี้ยแต่อย่างใด




*กรุณาศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนทำการสมัคร*


*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด*


*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี*