ราคาน้ำมันที่ผันผวน ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถที่เพิ่มขึ้น ทำให้มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเริ่มเข้ามาเป็นตัวเลือกสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะคนเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่ก่อนตัดสินใจซื้อควรพิจารณาให้รอบด้าน ตั้งแต่ระยะทางที่วิ่งได้ ความจุแบตเตอรี่ สมรรถนะ ไปจนถึงมาตรฐานของตัวรถและการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย บทความนี้จึงรวบรวม 15 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่น่าสนใจและสามารถจดทะเบียนได้ในปี 2026 พร้อมแนะนำวิธีเลือกซื้อให้เหมาะกับการใช้งาน
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจดทะเบียนคืออะไร ต่างกับไม่จดทะเบียนต่างกันอย่างไร
ในตลาดตอนนี้มีทั้งมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่จดทะเบียนได้และแบบที่จดทะเบียนไม่ได้ขายปนกันอยู่ ซึ่งความต่างไม่ได้อยู่แค่เรื่องเอกสาร แต่กระทบไปถึงสิทธิ์การใช้งานบนถนนโดยตรง
- มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันที่จดทะเบียนได้ ต้องมีกำลังพิกัดมอเตอร์ไม่น้อยกว่า 250 วัตต์ และทำความเร็วสูงสุดได้ไม่ต่ำกว่า 45 กม./ชม. ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด เมื่อจดทะเบียนแล้วจะได้ป้ายทะเบียนและสามารถทำ พ.ร.บ. รวมถึงประกันภาคสมัครใจได้ตามปกติ ทำให้ขับขี่บนถนนสาธารณะได้อย่างถูกกฎหมาย และมีความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุ
- มอเตอร์ไซค์คันที่จดทะเบียนไม่ได้ ส่วนใหญ่เป็นรุ่นที่กำลังมอเตอร์ต่ำกว่าเกณฑ์ หรือทำความเร็วได้ไม่ถึงมาตรฐาน มักถูกจัดเป็นยานพาหนะสำหรับใช้ในพื้นที่ปิด เช่น หมู่บ้าน สนาม หรือพื้นที่ส่วนบุคคลเท่านั้น หากนำไปขับบนถนนสาธารณะจะมีความผิดตามกฎหมายจราจร และที่สำคัญคือไม่สามารถทำ พ.ร.บ. หรือประกันภัยได้ เท่ากับว่าหากเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายเองทั้งหมด
ก่อนตัดสินใจซื้อ จึงควรถามร้านค้าให้ชัดเจนว่ารุ่นที่สนใจจดทะเบียนได้หรือไม่ และขอเอกสารแจ้งจำหน่ายจากผู้ผลิตไว้ให้ครบ เพราะเป็นเอกสารที่ต้องใช้ยื่นกับกรมการขนส่งทางบกตอนจดทะเบียน
15 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในไทย 2026จดทะเบียนได้ มีรุ่นไหนน่าสนใจบ้าง?
ขอบคุณรูปภาพจาก https://decogreenenergy.com/
1. DECO รุ่น S45
DECO S45 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์พรีเมียม ตอบโจทย์คนเมืองสายลุยด้วยขุมพลัง Hub Motor 4,500 วัตต์ พร้อมระบบ Double Hall Sensor ที่ให้การออกตัวนุ่มนวล ทรงพลัง โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว ระบบดิสก์เบรก CBS และไฟ LED รอบคัน สมบูรณ์แบบทั้งความแรง ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในคันเดียว
ขอบคุณรูปภาพจาก https://decogreenenergy.com/
2. DECO รุ่น PURRA
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์คลาสสิกร่วมสมัย โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดพรีเมียม เสริมความมั่นใจด้วยระบบดิสก์เบรกหน้า-หลัง หน้าจอแสดงผลดิจิทัล และไฟหน้า LED ดีไซน์เอกลักษณ์ ตอบโจทย์สายชิลที่ต้องการความแรง ความประหยัด และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร
ขอบคุณรูปภาพจาก https://decogreenenergy.com/
3. DECO รุ่น Lanzo
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทรงสปอร์ตดีไซน์โฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในเมืองอย่างคล่องตัว มาพร้อมขุมพลัง Hub Motor 2,000 วัตต์ ทำความเร็วสูงสุดได้ 80 กม./ชม. ขับขี่สนุก นุ่มนวล และประหยัดพลังงานขั้นสุด ล้อแม็กดีไซน์สปอร์ต และโครงสร้างรถที่แข็งแรงทนทาน ให้ความคุ้มค่าครบครันสำหรับชีวิตประจำวัน
ขอบคุณรูปภาพจาก https://cleanvehicle.net/supersoco-cux/
4. SUPERSOCO รุ่น CUX
มอตเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่สามารถถอดแบตชาร์จได้ง่าย รองรับการชาร์จไฟมากกว่า 1,000 ครั้ง และมีระบบความปลอดภัยในการชาร์จ เสริมความล้ำด้วยหน้าจอ LCD ปรับแสงอัตโนมัติ, ระบบไฟ LED อัจฉริยะรอบคัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่มองหาความคล่องตัว ความคุ้มค่า
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.em-motor.co.th/
5. EM Milano
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์นีโอคลาสสิกร่วมสมัยกลิ่นอายอิตาลี ขับขี่ได้ไกลถึง 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ใช้เวลาชาร์จเพียง 3-4 ชั่วโมง) เพิ่มความมั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบกระจายแรงเบรก CBS ดิสก์เบรกหน้า-หลัง หน้าจอ Full HD Touchscreen และระบบกันสะเทือนคุณภาพสูงที่ให้ความนุ่มนวลและปลอดภัยสูงสุด
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.sagasonic.com/
6. SAGASONIC รุ่น Duke
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าดีไซน์เท่ สปอร์ต วิ่งได้ไกลสูงสุด 80 กม. ต่อการชาร์จ ชาร์จสะดวกกับไฟบ้านทั่วไป เพิ่มความอุ่นใจด้วยระบบเบรก ABS และความคุ้มค่าขั้นสุดเพราะ สามารถนำไปจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ขับขี่ได้จริงบนท้องถนนอย่างมั่นใจ
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.aj-ev.com/beats/
7. AJ EV รุ่น Beats
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ขับขี่ได้ไกลถึง 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เพิ่มความสะดวกสบายด้วย ระบบสตาร์ตอัจฉริยะ NFC Key Card โดยไม่ต้องใช้กุญแจ เสริมความปลอดภัยเต็มขั้นด้วยระบบกระจายแรงเบรก CBS ดิสก์เบรกหน้า-หลัง และช่องเสียบชาร์จสมาร์ตโฟน USB ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่ต้องการความเร้าใจ สมรรถนะสูง และขี่ได้ไกลไร้กังวล
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.aj-ev.com/goddess/
8.AJ EV รุ่น GODDESS
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์คลาสสิกพรีเมียม โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ดีไซน์เอกลักษณ์ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง QS Motor 3,000 วัตต์ หน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อไร้สายเพื่อแสดงผลแผนที่ หัวชาร์จ AC Type 2 พร้อมระบบ OBC ในตัว ชาร์จไวเพียง 60-80 นาที กับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.lion-ev.com/sksz2gen2
9. LION รุ่น SKS Z-II GEN4
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตมินิมอลเจเนอเรชันล่าสุด ยกระดับความมั่นใจด้วย ระบบกระจายแรงเบรก CBS ควบคุมผ่านกล่อง VOTOL EM85 เสริมความสะดวกสบายด้วยระบบกุญแจ Keyless, ช่องชาร์จ USB และชุดสายไฟกันน้ำรอบคันมาตรฐานสูง ที่สำคัญ สามารถนำไปจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างคุ้มค่าและปลอดภัย
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.facebook.com/STROM.EV
10. STROM GORILLA V6
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์สปอร์ตขั้นสุดที่ทลายขีดจำกัดด้านระยะทาง โดดเด่นด้วยดีไซน์แข็งแกร่ง คล่องตัว และขับสนุก อัrเกรดขุมพลังเป็นซีรีส์ V6 ที่จับคู่กับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมความจุสูงพิเศษ มอบระยะทางการขับขี่ไกลแบบจุใจตั้งแต่ 220 ไปจนถึง 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จ หมดกังวลเรื่องแบตหมดกลางทาง ตอบโจทย์ผู้ใช้งานหนัก ไรเดอร์ และสายลุยที่ต้องการความคุ้มค่าและความอุ่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง
ขอบคุณรูปภาพจาก https://cleanvehicle.net/kavallo-vespal/
11. KAVALLO รุ่น VESPAL
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทรงวินเทจสุดคลาสสิก ชาร์จไฟบ้านง่ายด้วยค่าไฟไม่ถึง 10 บาทต่อครั้ง ขับขี่ได้ระยะทางไกลสูงสุด 65-70 กิโลเมตร มาพร้อมกุญแจรีโมต Smart Key และสัญญาณกันขโมยล็อกล้อให้อัตโนมัติ ที่สำคัญคือ ผลิตในประเทศไทย ได้มาตรฐาน ISO 9001-2015 และสามารถนำไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตอบโจทย์ผู้ที่มองหารถไฟฟ้าดีไซน์เหนือกาลเวลา ประหยัดค่าใช้อย่างคุ้มค่า และใช้งานได้จริงบนท้องถนน
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.sleekev.com/products/type-e
12. SLEEK EV TYPE-E
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสไตล์ Classic Retro มาพร้อมแบตเตอรี่คุณภาพสูง Lithium-ion จาก CATL รองรับการใส่แบตเตอรี่สูงสุด 2 ลูก ขับขี่ได้ระยะทางไกลถึง 75-150 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ รองรับระบบชาร์จไว S-Charge เสริมความปลอดภัยด้วยระบบกระจายแรงเบรก CBS ดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะผ่าน SLEEK EV Application ตอบโจทยคนที่มองหาความแรง สไตล์เรโทร และสมรรถนะการใช้งานจริงที่คุ้มค่า
ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.sleekev.com/products/type-x
13. SLEEK EV TYPE-X
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าระดับพรีเมียม ควบคุมแม่นยำด้วยกล่องควบคุมเทคโนโลยี Field Oriented Control (FOC) และล้อขนาดใหญ่ 14 นิ้วที่ให้การยึดเกาะนุ่มนวล มั่นใจ โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผล TFT ความคมชัดสูงขนาด 7 นิ้ว รองรับการทำงานร่วมกับ SLEEK EV Application ในการเช็กสถานะรถ ค้นหาสถานี ชาร์จไฟ และตั้งค่าต่างๆ ได้ครบครันเพียงปลายนิ้วสัมผัส
ขอบคุณรูปภาพจาก https://yadea.com/electric-scooter/gt80
14.Yadea GT80
Yadea GT80 เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ไม่ได้มีดีแค่ขับขี่ในระยะสั้นๆ แต่ต้องการรถที่มีพละกำลังสูง ความเร็วตอบโจทย์การจราจรยุคใหม่ พร้อมความจุแบตเตอรี่ที่วิ่งได้ไกลเกิน 100 กม. รวมถึงมีระบบช่วยขับขี่ความปลอดภัยเทียบเท่ามอเตอร์ไซค์บิ๊กสกู๊ตเตอร์เครื่องยนต์น้ำมัน
ขอบคุณรูปภาพจาก https://yadea.co.th/electric-scooter/osta
15. Yadea osta
Yadea OSTA มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าโดดเด่นด้วยโคมไฟหน้าทรง Prism Eye มีมาตรฐานกันน้ำ IPX7 จึงรองรับการใช้งานในสภาพอากาศที่หลากหลาย มี 3 โหมดการขับขี่: ECO & SPORT & FREE ปรับแต่งเสียงรถได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการขับขี่ เช่น TCS ป้องกันล้อหมุนฟรี, HHC/HDC ช่วยควบคุมรถขณะออกตัวและขับขี่บนทางลาดชัน รวมถึง Push Assist สำหรับช่วยเข็นรถ เหมาะกับคนที่ชอบความคลาสสิคแต่ก็ยังต้องการฟังก์ชันแบบจัดเต็ม
ชี้ช่องทางซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายังไงให้คุ้ม ?
มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีราคาตั้งต้นสูงกว่ามอเตอร์ไซค์น้ำมันทั่วไป การจ่ายเงินสดก้อนเดียวจึงไม่ใช่ทางเลือกที่ทุกคนทำได้ หรือแม้จะทำได้ก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดที่สุดในแง่การบริหารกระแสเงินสด
วางแผนผ่อนด้วยบัตรเครดิต หรือ บัตรกดเงินสด
การผ่อนผ่านบัตรเครดิตหรือกดเงินสดออกมาซื้อ เป็นวิธีที่คนจำนวนมากเลือกใช้ เพราะบัตรเครดิตหลายใบให้วงเงินสูงพอที่จะครอบคลุมราคามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทั้งคัน โดยไม่ต้องพึ่งสินเชื่อเช่าซื้อที่มักมีเงื่อนไขผูกมัดระยะยาวและดอกเบี้ยที่คำนวณแบบเหมา ซึ่งส่วนใหญ่แพงกว่าที่คิด
ข้อดีของการใช้บัตรเครดิตคือสามารถผ่อนชำระได้ อย่างบัตรเครดิต KTC ที่ต่อให้ในช่วงนั้นจะไม่มีโปรโมชั่นผ่อนก็ยังสามารถชำระสินค้า/บริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สูงสุด 10 เดือน ผ่านบริการผ่อนชำระกับบัตรเครดิต KTC โดยเปลี่ยนยอดชำระรายการซื้อสินค้า/บริการ เป็นยอดผ่อนชำระได้ ก่อนวันสรุปรอบบัญชี
ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0.74% ต่อเดือน สูงสุด 10 เดือน ง่ายๆ ผ่านแอป KTC Mobile
หรือ KTC EXCLUSIVE SERVICE 02 123 5444 กด 4
หรืออีกทางเลือกคือบัตรกดเงินสด ที่สามารถทำได้ทั้ง รูดซื้อช้อปสะดวกที่ร้านค้า และช้อปออนไลน์ ได้ทั่วโลก พร้อมรับโปรโมชันพิเศษทั้งปี, โอนเงินผ่านแอป KTC Mobile ตลอด 24 ชม. รับเงินทันที, กดเงินที่ตู้ ATM ทั่วไทย ฟรีค่าธรรมเนียม, หรือใช้บัตรผ่อนสินค้าและบริการ ด้วยอัตรา ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานสูงสุด 24 เดือน
(เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ)
สิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจคือ วงเงินคงเหลือในบัตร อัตราดอกเบี้ยโดยรวม และความสามารถในการผ่อนชำระต่อเดือนของตัวเอง เพื่อไม่ให้ภาระหนี้กระทบกับค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ
เลือกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งาน?
ก่อนเปิดดูรายการรุ่นต่างๆ ควรรู้เกณฑ์คร่าวๆ ที่ใช้เปรียบเทียบกันก่อน เพราะมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาตอบโจทย์การใช้งานที่ต่างกัน
- ระยะทางต่อการชาร์จเต็ม (Range): ถ้าใช้ขับในเมืองระยะสั้นๆ วันละไม่เกิน 30-40 กม. รุ่นที่วิ่งได้ 60-80 กม. ต่อชาร์จก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องเดินทางไกลบ่อยควรมองรุ่นที่วิ่งได้เกิน 100 กม.
- ความเร็วสูงสุด: รุ่นสำหรับใช้ในซอยหรือระยะสั้นมักทำความเร็วได้ 45-60 กม./ชม. ส่วนรุ่นที่ใช้วิ่งถนนใหญ่ควรเลือกที่ทำความเร็วได้ 80 กม./ชม. ขึ้นไป
- ความจุแบตเตอรี่และเวลาชาร์จ: แบตยิ่งจุมาก ยิ่งวิ่งได้ไกล แต่ก็ใช้เวลาชาร์จนานขึ้นตามไปด้วย บางรุ่นถอดแบตออกมาชาร์จแยกได้ ซึ่งสะดวกกว่าถ้าไม่มีที่จอดใกล้ปลั๊กไฟ
- น้ำหนักและโครงสร้าง: ถ้าต้องขึ้นสะพานหรือทางลาดชันบ่อย ควรเลือกรุ่นที่มอเตอร์แรงพอ ไม่งั้นจะรู้สึกว่ารถอืดเมื่อบรรทุกของหรือซ้อนท้าย
- บริการหลังการขายและศูนย์ซ่อม: มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายังเป็นตลาดใหม่ แบรนด์ที่มีศูนย์บริการกระจายตัวและหาอะไหล่ง่ายจะช่วยลดปัญหาระยะยาวได้มาก
การรู้เกณฑ์เหล่านี้ก่อน จะช่วยให้เลือกรุ่นได้ตรงกับพฤติกรรมการใช้งานจริง แทนที่จะเลือกจากราคาหรือหน้าตาอย่างเดียว แล้วมาพบทีหลังว่าใช้งานไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ตัวเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
Q: มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าชาร์จกี่ชั่วโมง และชาร์จที่บ้านได้ไหม?
ส่วนใหญ่ใช้เวลาชาร์จเต็มประมาณ 4-8 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่และกำลังไฟของเครื่องชาร์จ ชาร์จที่บ้านได้ปกติผ่านปลั๊กไฟบ้านทั่วไป โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม เหมาะกับคนที่จอดรถในบ้านหรือคอนโดที่มีปลั๊กใกล้จุดจอด
Q: มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ชาร์จไฟบ้าน 1 ครั้ง เสียค่าไฟประมาณกี่บาท?
โดยเฉลี่ยชาร์จเต็ม 1 ครั้งจะเสียค่าไฟอยู่ที่ประมาณ 10-20 บาท ขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่ (kWh) และอัตราค่าไฟบ้านในช่วงเวลานั้น ซึ่งคิดเป็นต้นทุนการวิ่งเพียงกิโลเมตรละประมาณ 0.15-0.30 บาทเท่านั้น ถูกกว่าค่าน้ำมันหลายเท่าตัวเมื่อเทียบระยะทางเท่ากัน
เมื่อเลือกรุ่นที่ใช่และวางแผนงบประมาณไว้แล้ว การมีบัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสดติดตัวไว้ล่วงหน้าเป็นเรื่องที่ช่วยได้มากในระยะยาว ไม่ใช่แค่ตอนซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือบริหารกระแสเงินสดที่ใช้ได้กับทุกสถานการณ์ บัตรเครดิตอย่าง KTC รูดซื้อของแล้วค่อยแปลงเป็นผ่อนรายเดือนทีหลังได้ผ่านแอป KTC Mobile โดยไม่ต้องรอให้มีโปรโมชั่นผ่อน จากร้านค้าก่อนถึงจะตัดสินใจซื้อได้ ส่วนบัตรกดเงินสดก็ยืดหยุ่นจะรูด โอน กด หรือผ่อนก็ทำได้ในบัตรเดียว เหมาะกับคนที่อยากมีสภาพคล่องสำรองไว้ใช้ยามจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่แบบมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอื่นๆ ที่โผล่มาโดยไม่ทันตั้งตัว ถ้ายังไม่มีสามารถสมัครบัตรเครดิต KTC หรือบัตรกดเงินสด PROUD ด้วยตัวเองง่าย ๆ ผ่านแอป KTC Mobile สะดวก ง่าย ไม่วุ่นวาย ทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC และบัตรกดเงินสด KTC PROUD
















