การทำงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศหรือที่บ้านอีกต่อไป เพราะทั้งมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ และคนทำงานอิสระ ต่างมองหาสถานที่ใหม่ ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงาน หรือเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน และหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ “คาเฟ่และร้านกาแฟ” ที่นอกจากจะมีเครื่องดื่มและอาหารให้เลือกสรรแล้ว บรรดาคาเฟ่และร้านกาแฟหลาย ๆ ร้านยังออกแบบพื้นที่มาให้เหมาะกับการนั่งทำงานโดยเฉพาะ

ในกรุงเทพฯ มีคาเฟ่และร้านกาแฟให้เลือกเข้าใช้บริการอยู่หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่คาเฟ่ที่เป็น Co-Working Space ร้านกาแฟ Specialty Coffee ไปจนถึงคาเฟ่บรรยากาศสบาย ๆ ที่มาพร้อมปลั๊กไฟ และ Wi-Fi ทำให้สามารถนั่งเปิดโน้ตบุ๊กทำงาน อ่านหนังสือ หรือประชุมออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย และสำหรับเหล่าคนทำงานที่กำลังมองหาคาเฟ่นั่งทำงาน บรรยากาศดีในกรุงเทพฯ ปี 2026 ในบทความนี้ KTC ได้รวบรวมคาเฟ่และร้านกาแฟตามย่านต่าง ๆ พร้อมแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกที่มี และช่วงเวลาให้บริการ เพื่อให้สามารถปักหมุดร้านที่ตอบโจทย์การทำงานได้มากที่สุด และช่วยให้การเปลี่ยนสถานที่ทำงานในแต่ละวันเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น

 

คาเฟ่ที่เหมาะกับการนั่งทำงานต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง?

ก่อนตัดสินใจเลือกคาเฟ่และร้านกาแฟที่เหมาะกับการนั่งทำงาน “สิ่งอำนวยความสะดวก” ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการพิจารณาเลือกสถานที่ในการทำงาน เนื่องจากแต่ละคนต่างก็มีลักษณะการทำงานที่ไม่เหมือนกัน บางคนจำเป็นต้องใช้สมาธิสูง บางคนอาจจะต้องเข้าประชุมออนไลน์ หรือบางคนเพียงต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานที่บ้านหรือออฟฟิศ ดังนั้น การเลือกคาเฟ่นั่งทำงานจึงควรพิจารณาจากความต้องการและลักษณะการทำงานของตนเองเป็นหลัก

  • มีปลั๊กไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์ สำหรับคนที่ต้องใช้โน้ตบุ๊กหรือแท็บเล็ตทำงาน การมีปลั๊กไฟในบริเวณที่นั่งจะช่วยให้สามารถทำงานต่อเนื่องได้สะดวกขึ้น
  • Wi-Fi ใช้งานได้ดีและมีความเสถียร หากต้องประชุมออนไลน์ ส่งไฟล์ หรือทำงานผ่านระบบคลาวด์ อินเทอร์เน็ตถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ
  • โต๊ะและเก้าอี้เหมาะกับการนั่งทำงาน หากต้องนั่งเป็นเวลาหลายชั่วโมง พื้นที่บนโต๊ะควรเพียงพอสำหรับวางโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • บรรยากาศเหมาะกับลักษณะงาน คนที่ต้องการสมาธิอาจเหมาะกับร้านที่มีบรรยากาศเงียบสงบ แต่สำหรับคนที่ชอบทำงานท่ามกลางความคึกคักอาจเลือกคาเฟ่ที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและมีผู้คนอยู่โดยรอบ
  • มีอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลายเมนู หากจำเป็นต้องทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง การมีทั้งกาแฟ เครื่องดื่ม ขนม หรืออาหาร จะช่วยให้ครบจบได้ทุกมื้อโดยไม่ต้องย้ายร้านระหว่างวัน
  • เวลาเปิด-ปิดสอดคล้องกับเวลาเข้างานและเลิกงาน หากเป็นคนทำงานตั้งแต่เช้าหรือเลิกทำงานดึก ควรเลือกคาเฟ่และร้านกาแฟที่เปิดในช่วงเวลาที่ต้องการใช้งาน
  • เดินทางง่ายและสะดวกสบาย ซึ่งคาเฟ่ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรืออยู่ในทำเลที่เดินทางง่าย จะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางและทำให้การเปลี่ยนสถานที่ทำงานสะดวกขึ้น

 

รวมคาเฟ่นั่งทำงาน บรรยากาศดี แบ่งตามย่านในกรุงเทพฯ

ในปี 2026 มีคาเฟ่และร้านกาแฟที่เหมาะสำหรับการนั่งทำงานให้เลือกมากมายหลายแห่งในกรุงเทพฯ ตั้งแต่คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในย่านออฟฟิศใจกลางเมือง ไปจนถึงคาเฟ่ที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ซึ่งแต่ละร้านก็มีจุดเด่น บรรยากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบโจทย์สไตล์การทำงานที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า

 

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านสุขุมวิท–พร้อมพงษ์

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : BOTTOMLESS

1. Bottomless Coffee Roasters

“Bottomless Coffee Roasters” เป็นร้านกาแฟ Specialty Coffee ที่มีจุดเริ่มต้นสาขาแรกในย่านสนามบินน้ำ นนทบุรี ก่อนจะขยายสาขาเข้ามาในกรุงเทพฯ หลายพื้นที่ โดยหนึ่งในสาขาที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ สาขา Sukhumvit 33 หรือซอยสุขุมวิท 33 ที่ให้บรรยากาศร้านสไตล์ Loft โดยมีพื้นที่สำหรับนั่งพักและใช้เวลาระหว่างวัน โดยภายในร้านมีพื้นที่นั่งทั้งบริเวณชั้นล่างและชั้นบน รวมถึงพื้นที่ด้านนอก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแวะดื่มกาแฟก่อนเริ่มงาน หรือนั่งทำงานนอกสถานที่ในช่วงกลางวัน

ทั้งนี้ หากต้องใช้ปลั๊กไฟเป็นเวลานาน แนะนำสอบถามพนักงานเกี่ยวกับจุดให้บริการก่อนเลือกที่นั่ง

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

094 926 9524

เวลาทำการ

06.00 - 18.00 น.

ที่อยู่

ซอยสุขุมวิท 33 (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS พร้อมพงษ์) เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

100 - 200 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านทองหล่อ–เอกมัย

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Paper Plane Project

2. Paper Plane Project

“Paper Plane Project” เป็น Co-Working Space ย่านทองหล่อ ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศสบาย ๆ และวิวจากชั้น 40 ของตึกที-วัน (T-One) ทำให้การเปลี่ยนสถานที่มานั่งทำงานมีบรรยากาศแตกต่างจากการนั่งทำงานในออฟฟิศหรือที่บ้าน โดยภายในร้านมีพื้นที่ให้เลือกทั้งโซนรวมและห้องแยก สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีปลั๊กไฟในทุกพื้นที่ พร้อมกาแฟ เครื่องดื่ม ของว่างแสนอร่อยที่จะทำให้ทำงานได้เพลินกว่าเดิม จึงเหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่สำหรับนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือมีงานที่ต้องใช้สมาธิและต้องการพื้นที่ส่วนตัว

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

096 057 7720

เวลาทำการ

09.00 - 01.30 น. (กลางคืนเปิดเป็นบาร์/ร้านนั่งชิล)

ที่อยู่

ตึกทีวัน ชั้น 40 (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ทองหล่อ) ซอยสุขุมวิท 40 เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

200 - 500 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟทุกพื้นที่ / มี Wi-Fi

 

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Roots

3. Roots the COMMONS Thonglor

“Roots The Commons Thonglor” เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟที่เหมาะกับคนทำงานในย่านทองหล่อ ตั้งอยู่ภายในโครงการ the COMMONS โดยจุดเด่นของ Roots the COMMONS Thonglor คือ กาแฟจากแบรนด์ Roots ที่หลายคนคุ้นเคย ที่เสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศของโครงการที่มีความผ่อนคลายและคึกคักมีผู้คนอยู่โดยรอบ เป็นพื้นที่ที่สามารถแวะมานั่งพักผ่อนหรือเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานในออฟฟิศได้ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบร้านกาแฟที่เงียบจนเกินไป และอยากนั่งทำงานพร้อมจิบกาแฟในย่านใจกลางเมือง

ทั้งนี้ Roots มีสาขาให้เลือกมากมาย ทั้งตามแหล่งออฟฟิศ และแหล่งฮิตทั่วกรุงเทพฯ แต่หากใครอยากได้ไวบ์ชิล ๆ คึกคัก และอยู่ในย่านใจกลางเมือง อย่างไรก็ต้องเป็นสาขา the COMMONS ทองหล่อ ที่เมื่อทำงานเสร็จก็สามารถเที่ยวเล่นต่อได้ทันที

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

097 059 4517

เวลาทำการ

07.00 - 17.00 น.

ที่อยู่

โครงการ the COMMONS (ชั้น M) ซอยทองหล่อ 17 ถนนสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

200 - 300 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟทุกบางจุด / มี Wi-Fi

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : YEST WORKS

4. Y'EST WORKS Coffee Bar

“Y'EST WORKS Coffee Bar” เป็นร้านกาแฟที่เหมาะกับสายทำงานและคนที่ชื่นชอบกาแฟ โดยมีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลาย ที่คัดสรรมาจากทั่วโลก และมีบรรยากาศการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกสบาย ๆ สามารถนั่งทำงานไปพร้อมจิบกาแฟอร่อย ๆ ได้ ด้วยความที่ร้านตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท จึงเหมาะกับคนที่ทำงานหรือพักอาศัยอยู่ในย่านนี้ และกำลังมองหาพื้นที่สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

090 219 3142

เวลาทำการ

07.00 - 00.00 น.

ที่อยู่

732 ถนนสุขุมวิท เขตคลองตัน กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

150 - 250 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟบางจุด / มี Wi-Fi

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Ryoku.cafe

5. Ryoku Café

“Ryoku Café” เป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 35 โดยตัวร้านเป็นบ้านสีขาว 2 ชั้นที่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวให้บรรยากาศคล้ายบ้านในสวน ภายในมีทั้งพื้นที่นั่งด้านในและบริเวณสวน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานในออฟฟิศหรือที่บ้าน

เมนูของร้านมีทั้งซูเฟล่แพนเค้กสไตล์ญี่ปุ่น กาแฟ มัทฉะ และอาหารแนว Japanese-Western Brunch เช่น พาสต้าและเมนูโทสต์ จึงสามารถแวะมานั่งทำงานพร้อมสั่งอาหารและเครื่องดื่มระหว่างวันได้ โดยข้อมูลปัจจุบันระบุว่าร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00-20.00 น. และมี Wi-Fi ให้บริการ

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

092 772 6000

เวลาทำการ

08.00 - 20.00 น.

ที่อยู่

28 ซอยสุขุมวิท 35 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

100 - 400 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มี Wi-Fi

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านสุขุมวิท–พระโขนง

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : ittha_bangkok

6. ITTHA boutique cafe

“ITTHA boutique cafe” เป็นร้านกาแฟที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งในธีมปราสาทแบบตะวันตก ให้บรรยากาศคล้ายกับการเดินทางไปอยู่ในต่างประเทศ โดยมีแสงธรรมชาติและพื้นที่นั่งให้เลือกหลายจุด สำหรับคนที่ชอบทำงานในสถานที่ที่มีบรรยากาศและการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์ ร้านกาแฟแห่งนี้มีทั้งเมนูกาแฟ เครื่องดื่ม และขนม จึงสามารถแวะมานั่งพักหรือเปิดโน้ตบุ๊กทำงานในบรรยากาศที่แตกต่างจากคาเฟ่ทั่วไปได้

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

082 296 6542

เวลาทำการ

08.00 - 17.00 น.

ที่อยู่

88 ซอยปุณณวิถี 33 สุขุมวิท 101 เขตพระโขนง กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

250 - 500 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟบางจุด / มี Wi-Fi

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านสีลม–สาทร

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Coqoon BKK Space & Cafe - โคคูน สาทร

7. Coqoon BKK Space & Cafe

“Coqoon BKK Space & Cafe” คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น ที่มาพร้อมเมนูอาหารทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่มหลากหลาย ทำให้สามารถนั่งทำงานและหาอาหารรับประทานระหว่างวันได้ในที่เดียว โดยภายในร้านมีทั้งพื้นที่โซนคาเฟ่ และ Co-Working Space ให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน อย่างห้องเงียบ และห้องประชุม และสำหรับใครที่อยากพักจากงานสักหน่อย ที่ร้าน Coqoon BKK Space & Cafe ก็ยังมีบอร์ดเกมให้เล่นกันอย่างเพลิดเพลิน จึงเหมาะกับคนทำงานอิสระที่อยากได้ทั้งพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนในร้านเดียว

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

082 565 4424

เวลาทำการ

08.00 - 23.00 น.

ที่อยู่

9 ถนนนางลิ้นจี่ เขตสาทร กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

150 - 250 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านสาทร–เย็นอากาศ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : The Bookroom Yenakart

8. The Bookroom Yenakart

“The Bookroom Yenakart” เป็นคาเฟ่กึ่งร้านหนังสือที่ตั้งอยู่ในบ้าน 2 ชั้นบนถนนเย็นอากาศ รายล้อมด้วยต้นไม้และพื้นที่สวน มอบความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัว ภายในร้านมีหนังสือหลากหลายประเภท รวมถึงมุมนั่งทั้งแบบ Indoor และ Outdoor จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งอ่านหนังสือหรือทำงานนอกสถานที่ นอกจากพื้นที่อ่านหนังสือแล้ว ร้านยังมีเครื่องดื่มอย่างกาแฟและชา รวมถึงเมนูของหวานให้เลือกสั่งมากมาย จึงตอบโจทย์คนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศนั่งทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมาธิและต้องการบรรยากาศเงียบ ๆ

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

093 924 2497

เวลาทำการ

09.00 - 18.00 น.

ที่อยู่

52 เย็นอากาศ 2 แยก 4 เขตยานนาวา กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

100 - 250 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านวังบูรพา-สามยอด

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Piccolo Vicolo Cafe

9. Piccolo Vicolo Cafe

“Piccolo Vicolo Cafe” สาขาวังบูรพา เป็นคาเฟ่ที่นำอาคารเก่ามารีโนเวทใหม่ โดยยังคงเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมเดิมผสมเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัย ภายในร้านมีพื้นที่หลายชั้น โดยชั้น 1–3 เป็นส่วนของคาเฟ่และ Co-Working Space พร้อมพื้นที่สีเขียวและแสงธรรมชาติที่ช่วยให้บรรยากาศภายในร้านดูโปร่งสบาย สำหรับคนที่มองหาคาเฟ่นั่งทำงาน จุดเด่นของร้านอยู่ที่ชั้น 2 ซึ่งจัดเป็นพื้นที่ Co-Working Space ในลักษณะคล้ายห้องสมุด ขณะที่ชั้น 3 เป็นโซน Semi Outdoor และ Terrace สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างวัน

เมนูของร้าน Piccolo Vicolo Cafe at Wang Burapha Samyot ก็มีทั้งกาแฟ Specialty Coffee มัทฉะ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ให้เลือกมากมาย ทำให้สามารถแวะมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือพักระหว่างวันได้ในร้านเดียว

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

02 128 0802

เวลาทำการ

09.00 - 17.00 น. (ปิดวันอังคาร)

ที่อยู่

775 ถนนมหาไชย (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT สามยอด) เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

100 – 300 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : COF AND COW

10. COF AND COW

“COF AND COW” เป็นคาเฟ่ริมคลองโอ่งอ่างที่นำเรื่องราวของย่านเมืองเก่ามาตีความผ่านงานออกแบบ อาหาร และเครื่องดื่ม ภายในร้านมีพื้นที่หลายชั้น สำหรับนั่งอ่านหนังสือ ทำงาน หรือใช้เวลาพักผ่อน และนอกจากพื้นที่สำหรับทำงานแล้ว คาเฟ่แห่งนี้ก็ยังมีเมนูอาหารและเครื่องดื่มมากมาย ตั้งแต่กาแฟ Specialty Coffee ไปจนถึงเมนูบรันช์ ทำให้เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานในออฟฟิศ และต้องการคาเฟ่ที่สามารถเดินทางได้สะดวก

ข้อมูล

รายละเอียด

โทร.

064 836 4298

เวลาทำการ

09.00 - 17.30 น.

ที่อยู่

332 ถนนบริพัตร (ใกล้สถานีรถไฟฟ้า MRT สามยอด) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

100 – 250 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

-

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านประชาชื่น-บางซื่อ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : MAHASAN CAFE - มหาศาล คาเฟ

11. MAHASAN CAFE

“Mahasan Café” เป็นอีกหนึ่งสาขาของ MAHASAN CAFE ที่ตั้งอยู่ในซอยประชาชื่น 20 ย่านบางซื่อ มีเมนูเครื่องดื่มมากมายให้เลือก ทั้งกาแฟสด กาแฟร้อน กาแฟเย็น ลาเต้ ชาเขียว ชาผลไม้ ชานม และชาไข่มุก รวมถึงอาหารเช้าและขนมหวานต่าง ๆ เหมาะกับคนที่ต้องการแวะนั่งพัก รับประทานอาหาร หรือเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานนอกสถานที่ และอีกหนึ่งจุดเด่น คือ เวลาเปิดให้บริการที่ค่อนข้างยาว โดยเปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00-01.30 น. ทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงช่วงค่ำ เหมาะทั้งคนที่ต้องการเริ่มทำงานแต่เช้า นักเรียน นักศึกษา หรือคนที่ต้องทำงานต่อหลังเลิกงาน

รายการ

รายละเอียด

โทร.

094 253 6562

เวลาทำการ

07.00 - 01.30 น.

ที่อยู่

172 ซอยประชาชื่น 20 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

100 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านอารีย์–สะพานควาย

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : 34EIGHT Coffee & Community

12. 34EIGHT Coffee & Community

“34EIGHT Coffee & Community” คาเฟ่และ Co-Working Space ในซอยอารีย์ที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและเงียบสงบ ตัวร้านเป็นบ้านสีขาวให้บรรยากาศอบอุ่นและแตกต่างจากคาเฟ่ในอาคารทั่วไป และนอกจากใช้เป็นพื้นที่ทำงานหรืออ่านหนังสือแล้ว ร้านยังเป็น Pet-friendly สามารถพาสัตว์เลี้ยงมาใช้บริการได้ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานและอยากพาน้องหมาหรือน้องแมวมาด้วย

รายการ

รายละเอียด

โทร.

083 976 6311

เวลาทำการ

จันทร์-เสาร์ 08.30 - 17.00 น. / อาทิตย์ 13.00 – 17.00 น.

ที่อยู่

92 ถนนพหลโยธิน 5 เขตพญาไท กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

150 - 250 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Aribica Specialty Coffee

13. Aribica Specialty Coffee

“Aribica Specialty Coffee” คาเฟ่ย่านอารีย์ที่โดดเด่นด้วยเมนูกาแฟ Specialty Coffee และพื้นที่นั่งทำงานสไตล์โมเดิร์นมินิมอล โดยมีบรรยากาศที่เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ค่อนข้างสงบสำหรับทำงาน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและการให้เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้า คาเฟ่แห่งนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการหาพื้นที่ทำงานทั้งวัน

รายการ

รายละเอียด

โทร.

061 649 8400

เวลาทำการ

จันทร์-ศุกร์ 07.00 - 17.30 น. / เสาร์-อาทิตย์ 08.00 – 18.30 น.

ที่อยู่

17 ซอยอารีย์ 1 ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

120 - 200 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านรางน้ำ–ราชเทวี

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Oasis Coffee

14. Oasis Coffee

“Oasis Coffee” สาขารางน้ำ ร้านกาแฟที่ตอบโจทย์กลุ่มคนทำงาน และนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการหาพื้นที่อ่านหนังสือหรือทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ความโดดเด่นของคาเฟ่แห่งนี้ คือ การมีปลั๊กไฟให้บริการหลายจุด พร้อมบรรยากาศสบาย ๆ รวมถึงมีเมนูเครื่องดื่มและขนมให้เลือกมากมาย และอีกจุดที่ทำให้ Oasis Coffee แตกต่างจากคาเฟ่ทั่วไป คือ การเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จึงเหมาะกับคนที่มีงานเร่งด่วน ต้องทำงานช่วงกลางคืน หรือเป็นสายอ่านหนังสือที่ต้องการพื้นที่นอกบ้านในช่วงเวลาที่ร้านทั่วไปปิดให้บริการ

รายการ

รายละเอียด

โทร.

096 838 6329

เวลาทำการ

24 ชั่วโมง

ที่อยู่

1/2 - 1/5 ถนนรางน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

200 - 300 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Mono cafe bkk

15. Mono Cafe BKK

“Mono Cafe BKK” คาเฟ่ย่านราชเทวีที่ตั้งอยู่ในซอยเพชรบุรี 16 โดยภายในร้านตกแต่งในสไตล์มินิมอล โทนสีขาว พร้อมกระจกบริเวณด้านหน้าที่ช่วยรับแสงธรรมชาติ ภายในมีพื้นที่นั่งให้เลือกตามรูปแบบการใช้งาน และนอกจากกาแฟแล้ว คาเฟ่แห่งนี้ยังให้บริการอาหารเช้าแบบ All Day Breakfast เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และเค้ก จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือพูดคุยงานแบบกลุ่มเล็ก ๆ อีกทั้งร้านเปิดตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้สามารถแวะมานั่งทำงานก่อนเริ่มวันได้อย่างสะดวกสบาย

รายการ

รายละเอียด

โทร.

066 165 6569

เวลาทำการ

07.00 - 18.00 น.

ที่อยู่

486/151 ซอยเพชรบุรี 16 ถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

100 - 200 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านหลักสี่

 


Alt : Too Fast To Sleep

ขอบคุณรูปภาพจาก : Too Fast To Sleep

16. Too Fast To Sleep

“Too Fast To Sleep” สาขา ชาน แอท ดิ อเวนิว (Charn at The Avenue) เป็นร้านกาแฟนั่งทำงาน โดดเด่นด้วยการเป็น Co-Working Space ที่มีโต๊ะหลากหลายรูปแบบให้เลือกนั่งตามความต้องการ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือหรือทำงานเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา รวมถึงคนทำงานที่ต้องการหาสถานที่นั่งทำงานนอกบ้าน ซึ่งเมื่อหลังทำงานเสร็จก็สามารถพักผ่อนเที่ยวเล่นต่อได้อย่างสะดวกสบาย

รายการ

รายละเอียด

โทร.

081 899 1551

เวลาทำการ

10.00 - 22.00 น.

ที่อยู่

ซอยแจ้งวัฒนะ 14 เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

150 - 300 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี  Wi-Fi

 

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านศรีนครินทร์–บางกะปิ

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : Blanc Eatery & Cafe

17. Blanc Eatery & Cafe

“Blanc Eatery & Cafe” คาเฟ่โทนสีขาวที่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ เหมาะกับคนที่ต้องการนั่งทำงานพร้อมหาอาหารรับประทานระหว่างวัน โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโซนคาเฟ่ และ Co-Working Space โดยในโซนนี้มีบริการปลั๊กไฟและ Wi-Fi จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ทำงานโดยเฉพาะ

รายการ

รายละเอียด

โทร.

082 505 1756

เวลาทำการ

10.00 - 19.00 น.

ที่อยู่

9/1 ซอยศรีนครินทร์ 5 เขตหัวหมาก กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

200 - 500 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : SNOG XX

18. SNOG XX

“SNOG XX” คาเฟ่ในซอยโยธินพัฒนา ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Minimal x Brutalist ผสมผสานผนังปูนเปลือย กระจก และเฟอร์นิเจอร์เข้ากับพื้นที่ร้านที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้บรรยากาศดูโปร่งและทันสมัย ภายในมีที่นั่งหลายรูปแบบ รวมถึงพื้นที่สำหรับนั่งทำงานด้วย ซึ่งนอกจากเมนูกาแฟ คาเฟ่แห่งนี้ก็ยังมีเครื่องดื่ม ขนม เบเกอรี่ และของหวานต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเปิดโน้ตบุ๊กนั่งทำงานอย่างต่อเนื่อง และอยากมีเครื่องดื่มหรือของว่างไว้รับประทานระหว่างวัน

รายการ

รายละเอียด

โทร.

080 221 1188

เวลาทำการ

08.00 - 18.00 น.

ที่อยู่

144 ซอยโยธินพัฒนา เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

200 - 300 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

คาเฟ่ทำงานในย่านตลิ่งชัน

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : นิยาย

19. นิยาย

นิยาย (Niyai Cafe) คาเฟ่บรรยากาศสวนในย่านตลิ่งชัน โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์วินเทจและพื้นที่สีเขียวรอบร้าน ภายในมีที่นั่งให้เลือกทั้งโซน Indoor และ Outdoor พร้อมการตกแต่งด้วยของสะสมและของแต่งบ้านที่ช่วยสร้างบรรยากาศเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งอ่านหนังสือ พักผ่อน หรือทำงานนอกสถานที่ โดยคาเฟ่แห่งนี้ยังมีทั้งเมนูกาแฟ ชา อาหาร ขนม และเมนูอาหารคาวให้เลือกมากมาย เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการหาคาเฟ่ฝั่งธนบุรีที่มีพื้นที่นั่งหลากหลายรูปแบบ

รายการ

รายละเอียด

โทร.

096 093 4316

เวลาทำการ

จันทร์-อังคาร 10.00-18.30 น. / พฤหัสบดี-ศุกร์ 10.00-18.30 น. / เสาร์-อาทิตย์ 09.00-18.00 น. (ปิดวันพุธ)

ที่อยู่

ซอยทุ่งมังกร 6 เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

100 - 250 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟบางจุด / มี Wi-Fi

 

 

คาเฟ่นั่งทำงานในย่านบางขุนเทียน

 


ขอบคุณรูปภาพจาก : PULSE Bangkok

20. PULSE Bangkok

“PULSE Bangkok” คาเฟ่ริมชายทะเลบางขุนเทียนที่เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โดยร้านมีวิวบริเวณป่าชายเลนและทะเล พร้อมการตกแต่งด้วยสีน้ำตาลและโทนไม้ที่เข้ากับบรรยากาศโดยรอบ ไม่เพียงเท่านั้นคาเฟ่แห่งนี้ยังมีทั้งเมนูกาแฟ เครื่องดื่ม และขนมให้เลือกมากมาย จึงสามารถนั่งทำงานพร้อมพักสายตาและเปลี่ยนบรรยากาศไปพร้อมกันได้ เหมาะกับคนที่ไม่ได้ต้องการเพียงพื้นที่ทำงาน แต่ต้องการสถานที่ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นระหว่างวัน

รายการ

รายละเอียด

โทร.            

098 365 2654

เวลาทำการ

10.00 - 18.30 น.

ที่อยู่

1077/3 ถนนท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ

ราคาโดยประมาณ

100 - 250 บาทต่อคน

ปลั๊กไฟ / Wi-Fi

มีปลั๊กไฟ / มี Wi-Fi

 

มารยาทในการนั่งทำงานในคาเฟ่ ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่น?

การนั่งทำงานในคาเฟ่หรือร้านกาแฟจะแตกต่างจากการใช้บริการ Co-Working Space ทั่วไป เนื่องจากแต่ละร้านก็จะมีรูปแบบการให้บริการและจำนวนที่นั่งสำหรับรองรับลูกค้ามาก-น้อยแตกต่างกัน และเพื่อให้สามารถนั่งทำงานได้อย่างสบายใจโดยไม่รบกวนลูกค้ารายอื่น สิ่งสำคัญ คือ การคำนึงถึงมารยาทในการใช้พื้นที่ร่วมกัน ซึ่งสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย ๆ ดังนี้

  • สั่งเครื่องดื่มหรืออาหารตามความเหมาะสม หากต้องการนั่งทำงานเป็นเวลาหลายชั่วโมง ควรอุดหนุนร้านเพิ่มเติมตลอดช่วงเวลาที่ใช้บริการ
  • เลือกที่นั่งให้เหมาะกับจำนวนคน และหากมาคนเดียวควรเลือกโต๊ะขนาดเล็ก เพื่อเหลือพื้นที่ให้ลูกค้ารายอื่นที่มาเป็นกลุ่ม
  • ควบคุมระดับเสียง หากต้องประชุมหรือคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน ควรเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมหรือร้านที่มีโซน Co-Working Space
  • ใช้หูฟังเมื่อจำเป็นต้องดูวิดีโอหรือประชุมออนไลน์ เพื่อไม่ให้เสียงจากอุปกรณ์รบกวนลูกค้ารายอื่น
  • ไม่ควรจับจองโต๊ะนานเกินความจำเป็น และหากร้านมีคนรอใช้บริการจำนวนมาก ควรพิจารณาความเหมาะสมในการใช้พื้นที่
  • เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย ไม่วางกระเป๋า สายชาร์จ หรือสิ่งของกีดขวางทางเดิน
  • ตรวจสอบกฎของร้านก่อนนั่งทำงาน บางแห่งอาจมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการนั่ง การใช้ปลั๊กไฟ หรือพื้นที่ Co-Working Space
  • เลือกช่วงเวลาให้สอดคล้องกับเวลาทำงานจริง และหากต้องการสมาธิในการทำงาน ควรเลือกใช้บริการในช่วงเวลาที่ร้านไม่พลุกพล่าน และหากจำเป็นต้องประชุมออนไลน์ควรเลือกพื้นที่ที่ไม่รบกวนลูกค้ารายอื่น

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาเฟ่นั่งทำงานในกรุงเทพฯ (FAQ)

Q : คาเฟ่นั่งทำงานในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เปิดกี่โมง?

A : คาเฟ่แต่ละแห่งมีเวลาเปิด-ปิดแตกต่างกัน โดยร้านที่เหมาะกับการทำงานช่วงเช้าจะเกิดให้บริการตั้งแต่ประมาณ 06.00-08.00 น. ขณะที่บางร้านเปิดให้บริการถึงช่วงค่ำ หรือบางแห่งอาจเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

 

Q : คาเฟ่ไหนเหมาะกับคนที่ต้องใช้ปลั๊กไฟและ Wi-Fi ทำงาน?

A : คาเฟ่ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มีทั้งปลั๊กไฟและ Wi-Fi ให้บริการ แต่รูปแบบการให้บริการแตกต่างกัน เช่น อาจจะมีปลั๊กไฟให้บริการเพียงบางจุด หรือมีปลั๊กไฟรองรับทุกโต๊ะที่นั่ง ดังนั้นหากต้องทำงานด้วยโน้ตบุ๊กเป็นเวลานาน ควรพิจารณาเลือกคาเฟ่นั่งทำงานที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของตนเอง

 

Q : มีคาเฟ่นั่งทำงานที่เปิด 24 ชั่วโมงไหม?

A : Oasis Coffee สาขารางน้ำ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จึงเหมาะกับคนที่ต้องทำงานดึก อ่านหนังสือ หรือมีงานเร่งด่วนที่ต้องใช้พื้นที่นอกบ้านในช่วงกลางคืน

 

การเลือกคาเฟ่นั่งทำงานที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศและเพิ่มความสะดวกในการทำงานนอกสถานที่แล้ว ยังช่วยให้การทำงานในแต่ละวันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะในกรุงเทพฯ มีคาเฟ่ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Co-Working Space ร้านกาแฟ Specialty Coffee ไปจนถึงคาเฟ่ที่มีสวนหรือวิวธรรมชาติ โดยก่อนเลือกใช้บริการควรพิจารณาทั้งทำเล เวลาเปิด-ปิด พื้นที่นั่ง สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงรูปแบบงานที่ต้องทำ เพื่อให้สามารถเลือกคาเฟ่นั่งทำงานที่ตอบโจทย์มากที่สุด และเมื่อการนั่งทำงานนอกสถานที่มักมาพร้อมค่าเครื่องดื่ม อาหาร หรือขนมทานเล่นระหว่างวัน การเลือกใช้บัตรเครดิต สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ทุกการใช้จ่ายมีความคุ้มค่ามากขึ้น อย่าง “บัตรเครดิต KTC” ที่มีหลากหลายประเภทให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ ซึ่งมาพร้อมสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่น และได้รับคะแนน KTC FOREVER ที่สามารถสะสมได้ไม่จำกัดและนำไปแลกรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้

ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ชอบเปลี่ยนสถานที่ทำงาน แวะคาเฟ่เป็นประจำ หรือมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มอยู่เป็นประจำ การเลือกบัตรเครดิต KTC ที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้จ่ายหลากหลายไลฟ์สไตล์ก็อาจช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้

สมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมเลือกใช้จ่ายอย่างมีวินัยและชำระคืนเต็มจำนวนตามกำหนด เพื่อให้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่าในทุกวัน

 

ใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC