การทำงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศหรือที่บ้านอีกต่อไป เพราะทั้งมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ และคนทำงานอิสระ ต่างมองหาสถานที่ใหม่ ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงาน หรือเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน และหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ “คาเฟ่และร้านกาแฟ” ที่นอกจากจะมีเครื่องดื่มและอาหารให้เลือกสรรแล้ว บรรดาคาเฟ่และร้านกาแฟหลาย ๆ ร้านยังออกแบบพื้นที่มาให้เหมาะกับการนั่งทำงานโดยเฉพาะ
ในกรุงเทพฯ มีคาเฟ่และร้านกาแฟให้เลือกเข้าใช้บริการอยู่หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่คาเฟ่ที่เป็น Co-Working Space ร้านกาแฟ Specialty Coffee ไปจนถึงคาเฟ่บรรยากาศสบาย ๆ ที่มาพร้อมปลั๊กไฟ และ Wi-Fi ทำให้สามารถนั่งเปิดโน้ตบุ๊กทำงาน อ่านหนังสือ หรือประชุมออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย และสำหรับเหล่าคนทำงานที่กำลังมองหาคาเฟ่นั่งทำงาน บรรยากาศดีในกรุงเทพฯ ปี 2026 ในบทความนี้ KTC ได้รวบรวมคาเฟ่และร้านกาแฟตามย่านต่าง ๆ พร้อมแนะนำสิ่งอำนวยความสะดวกที่มี และช่วงเวลาให้บริการ เพื่อให้สามารถปักหมุดร้านที่ตอบโจทย์การทำงานได้มากที่สุด และช่วยให้การเปลี่ยนสถานที่ทำงานในแต่ละวันเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น
คาเฟ่ที่เหมาะกับการนั่งทำงานต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง?
ก่อนตัดสินใจเลือกคาเฟ่และร้านกาแฟที่เหมาะกับการนั่งทำงาน “สิ่งอำนวยความสะดวก” ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการพิจารณาเลือกสถานที่ในการทำงาน เนื่องจากแต่ละคนต่างก็มีลักษณะการทำงานที่ไม่เหมือนกัน บางคนจำเป็นต้องใช้สมาธิสูง บางคนอาจจะต้องเข้าประชุมออนไลน์ หรือบางคนเพียงต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานที่บ้านหรือออฟฟิศ ดังนั้น การเลือกคาเฟ่นั่งทำงานจึงควรพิจารณาจากความต้องการและลักษณะการทำงานของตนเองเป็นหลัก
- มีปลั๊กไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์ สำหรับคนที่ต้องใช้โน้ตบุ๊กหรือแท็บเล็ตทำงาน การมีปลั๊กไฟในบริเวณที่นั่งจะช่วยให้สามารถทำงานต่อเนื่องได้สะดวกขึ้น
- Wi-Fi ใช้งานได้ดีและมีความเสถียร หากต้องประชุมออนไลน์ ส่งไฟล์ หรือทำงานผ่านระบบคลาวด์ อินเทอร์เน็ตถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ
- โต๊ะและเก้าอี้เหมาะกับการนั่งทำงาน หากต้องนั่งเป็นเวลาหลายชั่วโมง พื้นที่บนโต๊ะควรเพียงพอสำหรับวางโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์ต่าง ๆ
- บรรยากาศเหมาะกับลักษณะงาน คนที่ต้องการสมาธิอาจเหมาะกับร้านที่มีบรรยากาศเงียบสงบ แต่สำหรับคนที่ชอบทำงานท่ามกลางความคึกคักอาจเลือกคาเฟ่ที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและมีผู้คนอยู่โดยรอบ
- มีอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลายเมนู หากจำเป็นต้องทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง การมีทั้งกาแฟ เครื่องดื่ม ขนม หรืออาหาร จะช่วยให้ครบจบได้ทุกมื้อโดยไม่ต้องย้ายร้านระหว่างวัน
- เวลาเปิด-ปิดสอดคล้องกับเวลาเข้างานและเลิกงาน หากเป็นคนทำงานตั้งแต่เช้าหรือเลิกทำงานดึก ควรเลือกคาเฟ่และร้านกาแฟที่เปิดในช่วงเวลาที่ต้องการใช้งาน
- เดินทางง่ายและสะดวกสบาย ซึ่งคาเฟ่ที่อยู่ใกล้รถไฟฟ้าหรืออยู่ในทำเลที่เดินทางง่าย จะช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางและทำให้การเปลี่ยนสถานที่ทำงานสะดวกขึ้น
รวมคาเฟ่นั่งทำงาน บรรยากาศดี แบ่งตามย่านในกรุงเทพฯ
ในปี 2026 มีคาเฟ่และร้านกาแฟที่เหมาะสำหรับการนั่งทำงานให้เลือกมากมายหลายแห่งในกรุงเทพฯ ตั้งแต่คาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในย่านออฟฟิศใจกลางเมือง ไปจนถึงคาเฟ่ที่อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ซึ่งแต่ละร้านก็มีจุดเด่น บรรยากาศ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกันไป เพื่อตอบโจทย์สไตล์การทำงานที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านสุขุมวิท–พร้อมพงษ์
ขอบคุณรูปภาพจาก : BOTTOMLESS
1. Bottomless Coffee Roasters
“Bottomless Coffee Roasters” เป็นร้านกาแฟ Specialty Coffee ที่มีจุดเริ่มต้นสาขาแรกในย่านสนามบินน้ำ นนทบุรี ก่อนจะขยายสาขาเข้ามาในกรุงเทพฯ หลายพื้นที่ โดยหนึ่งในสาขาที่ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ สาขา Sukhumvit 33 หรือซอยสุขุมวิท 33 ที่ให้บรรยากาศร้านสไตล์ Loft โดยมีพื้นที่สำหรับนั่งพักและใช้เวลาระหว่างวัน โดยภายในร้านมีพื้นที่นั่งทั้งบริเวณชั้นล่างและชั้นบน รวมถึงพื้นที่ด้านนอก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแวะดื่มกาแฟก่อนเริ่มงาน หรือนั่งทำงานนอกสถานที่ในช่วงกลางวัน
ทั้งนี้ หากต้องใช้ปลั๊กไฟเป็นเวลานาน แนะนำสอบถามพนักงานเกี่ยวกับจุดให้บริการก่อนเลือกที่นั่ง
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านทองหล่อ–เอกมัย
ขอบคุณรูปภาพจาก : Paper Plane Project
2. Paper Plane Project
“Paper Plane Project” เป็น Co-Working Space ย่านทองหล่อ ที่โดดเด่นด้วยบรรยากาศสบาย ๆ และวิวจากชั้น 40 ของตึกที-วัน (T-One) ทำให้การเปลี่ยนสถานที่มานั่งทำงานมีบรรยากาศแตกต่างจากการนั่งทำงานในออฟฟิศหรือที่บ้าน โดยภายในร้านมีพื้นที่ให้เลือกทั้งโซนรวมและห้องแยก สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีปลั๊กไฟในทุกพื้นที่ พร้อมกาแฟ เครื่องดื่ม ของว่างแสนอร่อยที่จะทำให้ทำงานได้เพลินกว่าเดิม จึงเหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่สำหรับนั่งทำงานเป็นเวลานาน หรือมีงานที่ต้องใช้สมาธิและต้องการพื้นที่ส่วนตัว
ขอบคุณรูปภาพจาก : Roots
3. Roots the COMMONS Thonglor
“Roots The Commons Thonglor” เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟที่เหมาะกับคนทำงานในย่านทองหล่อ ตั้งอยู่ภายในโครงการ the COMMONS โดยจุดเด่นของ Roots the COMMONS Thonglor คือ กาแฟจากแบรนด์ Roots ที่หลายคนคุ้นเคย ที่เสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศของโครงการที่มีความผ่อนคลายและคึกคักมีผู้คนอยู่โดยรอบ เป็นพื้นที่ที่สามารถแวะมานั่งพักผ่อนหรือเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานในออฟฟิศได้ เหมาะกับคนที่ไม่ชอบร้านกาแฟที่เงียบจนเกินไป และอยากนั่งทำงานพร้อมจิบกาแฟในย่านใจกลางเมือง
ทั้งนี้ Roots มีสาขาให้เลือกมากมาย ทั้งตามแหล่งออฟฟิศ และแหล่งฮิตทั่วกรุงเทพฯ แต่หากใครอยากได้ไวบ์ชิล ๆ คึกคัก และอยู่ในย่านใจกลางเมือง อย่างไรก็ต้องเป็นสาขา the COMMONS ทองหล่อ ที่เมื่อทำงานเสร็จก็สามารถเที่ยวเล่นต่อได้ทันที
ขอบคุณรูปภาพจาก : YEST WORKS
4. Y'EST WORKS Coffee Bar
“Y'EST WORKS Coffee Bar” เป็นร้านกาแฟที่เหมาะกับสายทำงานและคนที่ชื่นชอบกาแฟ โดยมีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลาย ที่คัดสรรมาจากทั่วโลก และมีบรรยากาศการตกแต่งที่ให้ความรู้สึกสบาย ๆ สามารถนั่งทำงานไปพร้อมจิบกาแฟอร่อย ๆ ได้ ด้วยความที่ร้านตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท จึงเหมาะกับคนที่ทำงานหรือพักอาศัยอยู่ในย่านนี้ และกำลังมองหาพื้นที่สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน
ขอบคุณรูปภาพจาก : Ryoku.cafe
5. Ryoku Café
“Ryoku Café” เป็นคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 35 โดยตัวร้านเป็นบ้านสีขาว 2 ชั้นที่รายล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวให้บรรยากาศคล้ายบ้านในสวน ภายในมีทั้งพื้นที่นั่งด้านในและบริเวณสวน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานในออฟฟิศหรือที่บ้าน
เมนูของร้านมีทั้งซูเฟล่แพนเค้กสไตล์ญี่ปุ่น กาแฟ มัทฉะ และอาหารแนว Japanese-Western Brunch เช่น พาสต้าและเมนูโทสต์ จึงสามารถแวะมานั่งทำงานพร้อมสั่งอาหารและเครื่องดื่มระหว่างวันได้ โดยข้อมูลปัจจุบันระบุว่าร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00-20.00 น. และมี Wi-Fi ให้บริการ
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านสุขุมวิท–พระโขนง
ขอบคุณรูปภาพจาก : ittha_bangkok
6. ITTHA boutique cafe
“ITTHA boutique cafe” เป็นร้านกาแฟที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งในธีมปราสาทแบบตะวันตก ให้บรรยากาศคล้ายกับการเดินทางไปอยู่ในต่างประเทศ โดยมีแสงธรรมชาติและพื้นที่นั่งให้เลือกหลายจุด สำหรับคนที่ชอบทำงานในสถานที่ที่มีบรรยากาศและการตกแต่งเป็นเอกลักษณ์ ร้านกาแฟแห่งนี้มีทั้งเมนูกาแฟ เครื่องดื่ม และขนม จึงสามารถแวะมานั่งพักหรือเปิดโน้ตบุ๊กทำงานในบรรยากาศที่แตกต่างจากคาเฟ่ทั่วไปได้
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านสีลม–สาทร
ขอบคุณรูปภาพจาก : Coqoon BKK Space & Cafe - โคคูน สาทร
7. Coqoon BKK Space & Cafe
“Coqoon BKK Space & Cafe” คาเฟ่บรรยากาศอบอุ่น ที่มาพร้อมเมนูอาหารทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่มหลากหลาย ทำให้สามารถนั่งทำงานและหาอาหารรับประทานระหว่างวันได้ในที่เดียว โดยภายในร้านมีทั้งพื้นที่โซนคาเฟ่ และ Co-Working Space ให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน อย่างห้องเงียบ และห้องประชุม และสำหรับใครที่อยากพักจากงานสักหน่อย ที่ร้าน Coqoon BKK Space & Cafe ก็ยังมีบอร์ดเกมให้เล่นกันอย่างเพลิดเพลิน จึงเหมาะกับคนทำงานอิสระที่อยากได้ทั้งพื้นที่ทำงานและพื้นที่พักผ่อนในร้านเดียว
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านสาทร–เย็นอากาศ
ขอบคุณรูปภาพจาก : The Bookroom Yenakart
8. The Bookroom Yenakart
“The Bookroom Yenakart” เป็นคาเฟ่กึ่งร้านหนังสือที่ตั้งอยู่ในบ้าน 2 ชั้นบนถนนเย็นอากาศ รายล้อมด้วยต้นไม้และพื้นที่สวน มอบความรู้สึกสงบและเป็นส่วนตัว ภายในร้านมีหนังสือหลากหลายประเภท รวมถึงมุมนั่งทั้งแบบ Indoor และ Outdoor จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งอ่านหนังสือหรือทำงานนอกสถานที่ นอกจากพื้นที่อ่านหนังสือแล้ว ร้านยังมีเครื่องดื่มอย่างกาแฟและชา รวมถึงเมนูของหวานให้เลือกสั่งมากมาย จึงตอบโจทย์คนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศนั่งทำงาน โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้สมาธิและต้องการบรรยากาศเงียบ ๆ
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านวังบูรพา-สามยอด
ขอบคุณรูปภาพจาก : Piccolo Vicolo Cafe
9. Piccolo Vicolo Cafe
“Piccolo Vicolo Cafe” สาขาวังบูรพา เป็นคาเฟ่ที่นำอาคารเก่ามารีโนเวทใหม่ โดยยังคงเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมเดิมผสมเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัย ภายในร้านมีพื้นที่หลายชั้น โดยชั้น 1–3 เป็นส่วนของคาเฟ่และ Co-Working Space พร้อมพื้นที่สีเขียวและแสงธรรมชาติที่ช่วยให้บรรยากาศภายในร้านดูโปร่งสบาย สำหรับคนที่มองหาคาเฟ่นั่งทำงาน จุดเด่นของร้านอยู่ที่ชั้น 2 ซึ่งจัดเป็นพื้นที่ Co-Working Space ในลักษณะคล้ายห้องสมุด ขณะที่ชั้น 3 เป็นโซน Semi Outdoor และ Terrace สำหรับเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างวัน
เมนูของร้าน Piccolo Vicolo Cafe at Wang Burapha Samyot ก็มีทั้งกาแฟ Specialty Coffee มัทฉะ เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ให้เลือกมากมาย ทำให้สามารถแวะมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือพักระหว่างวันได้ในร้านเดียว
ขอบคุณรูปภาพจาก : COF AND COW
10. COF AND COW
“COF AND COW” เป็นคาเฟ่ริมคลองโอ่งอ่างที่นำเรื่องราวของย่านเมืองเก่ามาตีความผ่านงานออกแบบ อาหาร และเครื่องดื่ม ภายในร้านมีพื้นที่หลายชั้น สำหรับนั่งอ่านหนังสือ ทำงาน หรือใช้เวลาพักผ่อน และนอกจากพื้นที่สำหรับทำงานแล้ว คาเฟ่แห่งนี้ก็ยังมีเมนูอาหารและเครื่องดื่มมากมาย ตั้งแต่กาแฟ Specialty Coffee ไปจนถึงเมนูบรันช์ ทำให้เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการทำงานในออฟฟิศ และต้องการคาเฟ่ที่สามารถเดินทางได้สะดวก
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านประชาชื่น-บางซื่อ
ขอบคุณรูปภาพจาก : MAHASAN CAFE - มหาศาล คาเฟ
11. MAHASAN CAFE
“Mahasan Café” เป็นอีกหนึ่งสาขาของ MAHASAN CAFE ที่ตั้งอยู่ในซอยประชาชื่น 20 ย่านบางซื่อ มีเมนูเครื่องดื่มมากมายให้เลือก ทั้งกาแฟสด กาแฟร้อน กาแฟเย็น ลาเต้ ชาเขียว ชาผลไม้ ชานม และชาไข่มุก รวมถึงอาหารเช้าและขนมหวานต่าง ๆ เหมาะกับคนที่ต้องการแวะนั่งพัก รับประทานอาหาร หรือเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานนอกสถานที่ และอีกหนึ่งจุดเด่น คือ เวลาเปิดให้บริการที่ค่อนข้างยาว โดยเปิดทุกวันตั้งแต่ 07.00-01.30 น. ทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้ตั้งแต่ช่วงเช้าไปจนถึงช่วงค่ำ เหมาะทั้งคนที่ต้องการเริ่มทำงานแต่เช้า นักเรียน นักศึกษา หรือคนที่ต้องทำงานต่อหลังเลิกงาน
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านอารีย์–สะพานควาย
ขอบคุณรูปภาพจาก : 34EIGHT Coffee & Community
12. 34EIGHT Coffee & Community
“34EIGHT Coffee & Community” คาเฟ่และ Co-Working Space ในซอยอารีย์ที่มีบรรยากาศผ่อนคลายและเงียบสงบ ตัวร้านเป็นบ้านสีขาวให้บรรยากาศอบอุ่นและแตกต่างจากคาเฟ่ในอาคารทั่วไป และนอกจากใช้เป็นพื้นที่ทำงานหรืออ่านหนังสือแล้ว ร้านยังเป็น Pet-friendly สามารถพาสัตว์เลี้ยงมาใช้บริการได้ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานและอยากพาน้องหมาหรือน้องแมวมาด้วย
ขอบคุณรูปภาพจาก : Aribica Specialty Coffee
13. Aribica Specialty Coffee
“Aribica Specialty Coffee” คาเฟ่ย่านอารีย์ที่โดดเด่นด้วยเมนูกาแฟ Specialty Coffee และพื้นที่นั่งทำงานสไตล์โมเดิร์นมินิมอล โดยมีบรรยากาศที่เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่ค่อนข้างสงบสำหรับทำงาน ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันและการให้เปิดให้บริการตั้งแต่ช่วงเช้า คาเฟ่แห่งนี้จึงเหมาะกับคนที่ต้องการหาพื้นที่ทำงานทั้งวัน
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านรางน้ำ–ราชเทวี
ขอบคุณรูปภาพจาก : Oasis Coffee
14. Oasis Coffee
“Oasis Coffee” สาขารางน้ำ ร้านกาแฟที่ตอบโจทย์กลุ่มคนทำงาน และนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการหาพื้นที่อ่านหนังสือหรือทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ความโดดเด่นของคาเฟ่แห่งนี้ คือ การมีปลั๊กไฟให้บริการหลายจุด พร้อมบรรยากาศสบาย ๆ รวมถึงมีเมนูเครื่องดื่มและขนมให้เลือกมากมาย และอีกจุดที่ทำให้ Oasis Coffee แตกต่างจากคาเฟ่ทั่วไป คือ การเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จึงเหมาะกับคนที่มีงานเร่งด่วน ต้องทำงานช่วงกลางคืน หรือเป็นสายอ่านหนังสือที่ต้องการพื้นที่นอกบ้านในช่วงเวลาที่ร้านทั่วไปปิดให้บริการ
ขอบคุณรูปภาพจาก : Mono cafe bkk
15. Mono Cafe BKK
“Mono Cafe BKK” คาเฟ่ย่านราชเทวีที่ตั้งอยู่ในซอยเพชรบุรี 16 โดยภายในร้านตกแต่งในสไตล์มินิมอล โทนสีขาว พร้อมกระจกบริเวณด้านหน้าที่ช่วยรับแสงธรรมชาติ ภายในมีพื้นที่นั่งให้เลือกตามรูปแบบการใช้งาน และนอกจากกาแฟแล้ว คาเฟ่แห่งนี้ยังให้บริการอาหารเช้าแบบ All Day Breakfast เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และเค้ก จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงาน อ่านหนังสือ หรือพูดคุยงานแบบกลุ่มเล็ก ๆ อีกทั้งร้านเปิดตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้สามารถแวะมานั่งทำงานก่อนเริ่มวันได้อย่างสะดวกสบาย
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านหลักสี่
Alt : Too Fast To Sleep
ขอบคุณรูปภาพจาก : Too Fast To Sleep
16. Too Fast To Sleep
“Too Fast To Sleep” สาขา ชาน แอท ดิ อเวนิว (Charn at The Avenue) เป็นร้านกาแฟนั่งทำงาน โดดเด่นด้วยการเป็น Co-Working Space ที่มีโต๊ะหลากหลายรูปแบบให้เลือกนั่งตามความต้องการ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่สำหรับอ่านหนังสือหรือทำงานเป็นเวลานาน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา รวมถึงคนทำงานที่ต้องการหาสถานที่นั่งทำงานนอกบ้าน ซึ่งเมื่อหลังทำงานเสร็จก็สามารถพักผ่อนเที่ยวเล่นต่อได้อย่างสะดวกสบาย
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านศรีนครินทร์–บางกะปิ
ขอบคุณรูปภาพจาก : Blanc Eatery & Cafe
17. Blanc Eatery & Cafe
“Blanc Eatery & Cafe” คาเฟ่โทนสีขาวที่มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ เหมาะกับคนที่ต้องการนั่งทำงานพร้อมหาอาหารรับประทานระหว่างวัน โดยสามารถเลือกนั่งได้ทั้งโซนคาเฟ่ และ Co-Working Space โดยในโซนนี้มีบริการปลั๊กไฟและ Wi-Fi จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการพื้นที่ทำงานโดยเฉพาะ
ขอบคุณรูปภาพจาก : SNOG XX
18. SNOG XX
“SNOG XX” คาเฟ่ในซอยโยธินพัฒนา ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Minimal x Brutalist ผสมผสานผนังปูนเปลือย กระจก และเฟอร์นิเจอร์เข้ากับพื้นที่ร้านที่ค่อนข้างกว้าง ทำให้บรรยากาศดูโปร่งและทันสมัย ภายในมีที่นั่งหลายรูปแบบ รวมถึงพื้นที่สำหรับนั่งทำงานด้วย ซึ่งนอกจากเมนูกาแฟ คาเฟ่แห่งนี้ก็ยังมีเครื่องดื่ม ขนม เบเกอรี่ และของหวานต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเปิดโน้ตบุ๊กนั่งทำงานอย่างต่อเนื่อง และอยากมีเครื่องดื่มหรือของว่างไว้รับประทานระหว่างวัน
คาเฟ่ทำงานในย่านตลิ่งชัน
ขอบคุณรูปภาพจาก : นิยาย
19. นิยาย
นิยาย (Niyai Cafe) คาเฟ่บรรยากาศสวนในย่านตลิ่งชัน โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์วินเทจและพื้นที่สีเขียวรอบร้าน ภายในมีที่นั่งให้เลือกทั้งโซน Indoor และ Outdoor พร้อมการตกแต่งด้วยของสะสมและของแต่งบ้านที่ช่วยสร้างบรรยากาศเป็นเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งอ่านหนังสือ พักผ่อน หรือทำงานนอกสถานที่ โดยคาเฟ่แห่งนี้ยังมีทั้งเมนูกาแฟ ชา อาหาร ขนม และเมนูอาหารคาวให้เลือกมากมาย เป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการหาคาเฟ่ฝั่งธนบุรีที่มีพื้นที่นั่งหลากหลายรูปแบบ
คาเฟ่นั่งทำงานในย่านบางขุนเทียน
ขอบคุณรูปภาพจาก : PULSE Bangkok
20. PULSE Bangkok
“PULSE Bangkok” คาเฟ่ริมชายทะเลบางขุนเทียนที่เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการทำงานมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โดยร้านมีวิวบริเวณป่าชายเลนและทะเล พร้อมการตกแต่งด้วยสีน้ำตาลและโทนไม้ที่เข้ากับบรรยากาศโดยรอบ ไม่เพียงเท่านั้นคาเฟ่แห่งนี้ยังมีทั้งเมนูกาแฟ เครื่องดื่ม และขนมให้เลือกมากมาย จึงสามารถนั่งทำงานพร้อมพักสายตาและเปลี่ยนบรรยากาศไปพร้อมกันได้ เหมาะกับคนที่ไม่ได้ต้องการเพียงพื้นที่ทำงาน แต่ต้องการสถานที่ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นระหว่างวัน
มารยาทในการนั่งทำงานในคาเฟ่ ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้รบกวนผู้อื่น?
การนั่งทำงานในคาเฟ่หรือร้านกาแฟจะแตกต่างจากการใช้บริการ Co-Working Space ทั่วไป เนื่องจากแต่ละร้านก็จะมีรูปแบบการให้บริการและจำนวนที่นั่งสำหรับรองรับลูกค้ามาก-น้อยแตกต่างกัน และเพื่อให้สามารถนั่งทำงานได้อย่างสบายใจโดยไม่รบกวนลูกค้ารายอื่น สิ่งสำคัญ คือ การคำนึงถึงมารยาทในการใช้พื้นที่ร่วมกัน ซึ่งสามารถปฏิบัติตามได้ง่าย ๆ ดังนี้
- สั่งเครื่องดื่มหรืออาหารตามความเหมาะสม หากต้องการนั่งทำงานเป็นเวลาหลายชั่วโมง ควรอุดหนุนร้านเพิ่มเติมตลอดช่วงเวลาที่ใช้บริการ
- เลือกที่นั่งให้เหมาะกับจำนวนคน และหากมาคนเดียวควรเลือกโต๊ะขนาดเล็ก เพื่อเหลือพื้นที่ให้ลูกค้ารายอื่นที่มาเป็นกลุ่ม
- ควบคุมระดับเสียง หากต้องประชุมหรือคุยโทรศัพท์เป็นเวลานาน ควรเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมหรือร้านที่มีโซน Co-Working Space
- ใช้หูฟังเมื่อจำเป็นต้องดูวิดีโอหรือประชุมออนไลน์ เพื่อไม่ให้เสียงจากอุปกรณ์รบกวนลูกค้ารายอื่น
- ไม่ควรจับจองโต๊ะนานเกินความจำเป็น และหากร้านมีคนรอใช้บริการจำนวนมาก ควรพิจารณาความเหมาะสมในการใช้พื้นที่
- เก็บสัมภาระให้เรียบร้อย ไม่วางกระเป๋า สายชาร์จ หรือสิ่งของกีดขวางทางเดิน
- ตรวจสอบกฎของร้านก่อนนั่งทำงาน บางแห่งอาจมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการนั่ง การใช้ปลั๊กไฟ หรือพื้นที่ Co-Working Space
- เลือกช่วงเวลาให้สอดคล้องกับเวลาทำงานจริง และหากต้องการสมาธิในการทำงาน ควรเลือกใช้บริการในช่วงเวลาที่ร้านไม่พลุกพล่าน และหากจำเป็นต้องประชุมออนไลน์ควรเลือกพื้นที่ที่ไม่รบกวนลูกค้ารายอื่น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาเฟ่นั่งทำงานในกรุงเทพฯ (FAQ)
Q : คาเฟ่นั่งทำงานในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เปิดกี่โมง?
A : คาเฟ่แต่ละแห่งมีเวลาเปิด-ปิดแตกต่างกัน โดยร้านที่เหมาะกับการทำงานช่วงเช้าจะเกิดให้บริการตั้งแต่ประมาณ 06.00-08.00 น. ขณะที่บางร้านเปิดให้บริการถึงช่วงค่ำ หรือบางแห่งอาจเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
Q : คาเฟ่ไหนเหมาะกับคนที่ต้องใช้ปลั๊กไฟและ Wi-Fi ทำงาน?
A : คาเฟ่ส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ มีทั้งปลั๊กไฟและ Wi-Fi ให้บริการ แต่รูปแบบการให้บริการแตกต่างกัน เช่น อาจจะมีปลั๊กไฟให้บริการเพียงบางจุด หรือมีปลั๊กไฟรองรับทุกโต๊ะที่นั่ง ดังนั้นหากต้องทำงานด้วยโน้ตบุ๊กเป็นเวลานาน ควรพิจารณาเลือกคาเฟ่นั่งทำงานที่เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานของตนเอง
Q : มีคาเฟ่นั่งทำงานที่เปิด 24 ชั่วโมงไหม?
A : Oasis Coffee สาขารางน้ำ เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง จึงเหมาะกับคนที่ต้องทำงานดึก อ่านหนังสือ หรือมีงานเร่งด่วนที่ต้องใช้พื้นที่นอกบ้านในช่วงกลางคืน
การเลือกคาเฟ่นั่งทำงานที่เหมาะสม นอกจากจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศและเพิ่มความสะดวกในการทำงานนอกสถานที่แล้ว ยังช่วยให้การทำงานในแต่ละวันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพราะในกรุงเทพฯ มีคาเฟ่ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ Co-Working Space ร้านกาแฟ Specialty Coffee ไปจนถึงคาเฟ่ที่มีสวนหรือวิวธรรมชาติ โดยก่อนเลือกใช้บริการควรพิจารณาทั้งทำเล เวลาเปิด-ปิด พื้นที่นั่ง สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงรูปแบบงานที่ต้องทำ เพื่อให้สามารถเลือกคาเฟ่นั่งทำงานที่ตอบโจทย์มากที่สุด และเมื่อการนั่งทำงานนอกสถานที่มักมาพร้อมค่าเครื่องดื่ม อาหาร หรือขนมทานเล่นระหว่างวัน การเลือกใช้บัตรเครดิต สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ทุกการใช้จ่ายมีความคุ้มค่ามากขึ้น อย่าง “บัตรเครดิต KTC” ที่มีหลากหลายประเภทให้เลือกตามไลฟ์สไตล์ ซึ่งมาพร้อมสิทธิประโยชน์จากโปรโมชั่น และได้รับคะแนน KTC FOREVER ที่สามารถสะสมได้ไม่จำกัดและนำไปแลกรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้
ดังนั้น หากคุณเป็นคนที่ชอบเปลี่ยนสถานที่ทำงาน แวะคาเฟ่เป็นประจำ หรือมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มอยู่เป็นประจำ การเลือกบัตรเครดิต KTC ที่เหมาะกับพฤติกรรมการใช้จ่ายหลากหลายไลฟ์สไตล์ก็อาจช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้
สมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมเลือกใช้จ่ายอย่างมีวินัยและชำระคืนเต็มจำนวนตามกำหนด เพื่อให้สิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิตกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่คุ้มค่าในทุกวัน
ใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC





















