เวลาเปิดแอปสั่งเครื่องดื่มแล้วเจอเมนู มัทฉะ กับ ชาเขียว หลายคนก็คงเคยลังเลว่า สรุปแล้วต่างกันยังไง หรือจริง ๆ แค่เปลี่ยนชื่อให้ดูพรีเมียมขึ้น? ทั้งที่ดูเป็นชาเขียวเหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว มัทฉะกับชาเขียวต่างกันตั้งแต่วิธีผลิต รสชาติ ปริมาณคาเฟอีน ราคา ไปจนถึงคุณประโยชน์ที่ได้รับเลยทีเดียว บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ ว่าเครื่องดื่มแต่ละแบบเหมาะกับใคร เพื่อให้ครั้งหน้าคุณเลือกสั่งได้ตรงใจมากขึ้น และคุ้มกับเงินที่จ่ายกว่าเดิม

 

มัทฉะ กับ ชาเขียว ต่างกันยังไง?

มัทฉะคือผงชาเขียวที่บดจากใบชาทั้งใบ ดื่มแล้วได้รับสารอาหารจากใบชาเต็ม ๆ ส่วนชาเขียวทั่วไปคือการนำใบชามาชงกับน้ำร้อนแล้วดื่มเฉพาะน้ำ ซึ่งได้สารอาหารเพียงส่วนหนึ่ง ความต่างหลัก ๆ มีดังนี้

  • ความเข้มข้น: มัทฉะมีลักษณะเป็นของเหลวสีเขียวเข้มขุ่น รสชาติเข้มข้น มี umami ชัดเจน ส่วนชาเขียวมีลักษณะใสและโปร่ง สีตั้งแต่เหลืองจาง ๆ ไปจนถึงเขียวสด รสชาติเบากว่า
  • คาเฟอีน: มัทฉะประมาณ 60 ml มีคาเฟอีนอยู่ที่ 38–88 mg ในขณะที่ชาเขียว 1 แก้ว ประมาณ 240 ml มีประมาณ 30–50 mg
  • ราคา: มัทฉะราคาสูงกว่าเนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนกว่า ในขณะที่ชาเขียวจะหาซื้อได้ง่ายกว่าและราคาย่อมเยากว่า

มัทฉะคืออะไร? ทำไมราคาสูงกว่า

มัทฉะ (Matcha) คือชาเขียวชนิดพิเศษจากญี่ปุ่น ที่ผ่านกระบวนการผลิตแบบพิถีพิถันตั้งแต่ต้นจนปลาย

ทำไมมัทฉะถึงแพงกว่าชาเขียว?

มัทฉะไม่ใช่แค่ใบชาเขียวบดธรรมดา แต่มีความพิเศษตั้งแต่กระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน และทั้งหมดต้องใช้ใบชาปริมาณมากเพื่อได้ผงเพียงเล็กน้อยทำให้มีราคาที่สูง

1.การคลุมเงา (Shade-Growing)

ประมาณ 20–30 วันก่อนเก็บเกี่ยว เกษตรกรจะปิดคลุมต้นชาด้วยตาข่ายพิเศษเพื่อกั้นแสงแดดออกไป 70–90% กระบวนการนี้ทำให้ต้นชาสร้างคลอโรฟิลล์และกรดอะมิโนมากขึ้น โดยเฉพาะ L-theanine ซึ่งเป็นตัวให้รสชาติ umami 

2.เก็บเกี่ยวด้วยมือ คัดเฉพาะใบอ่อน

หลังจากใบชาพร้อม จะมีการเก็บเกี่ยวเฉพาะใบยอดอ่อนด้วยมือ จากนั้นนำไปนึ่ง ตาก ตัดก้านและเส้นใบออก ก่อนบดด้วยหินโม่เป็นผงละเอียด กระบวนการแบบดั้งเดิมนี้ใช้เวลานาน ต้องใช้แรงงานและความเชี่ยวชาญสูง

3.การบดด้วยหินโม่

หินโม่หมุนช้ามากเพื่อป้องกันความร้อนที่จะทำลายคุณภาพของผง กระบวนการนี้ช้าจนใช้เวลา 1 ชั่วโมงเพื่อได้ผงมัทฉะเพียง 20 กรัมเท่านั้น แต่ความช้านี้ช่วยรักษาสีเขียวสดและรสชาติที่ละเอียดอ่อน

ผงมัทฉะมีกี่เกรด

มัทฉะโดยทั่วไปแบ่งได้ 3 เกรดหลัก คือ Ceremonial Grade, Premium Grade, และ Culinary Grade

  1. Ceremonial Grade: เกรดพิธีการ คุณภาพสูงสุด รสนุ่ม อูมามิเด่น สีเขียวสด เหมาะชงดื่มเพียว ๆ
  2. Premium Grade: เกรดสำหรับดื่มประจำวัน รสกลมกล่อม เข้มขึ้นเล็กน้อย เหมาะกับมัทฉะลาเต้
  3. Culinary Grade: เกรดสำหรับทำอาหารหรือขนม รสเข้มกว่า อาจฝาดหรือขมมากขึ้น เหมาะกับเบเกอรี่และเมนูผสม

ผงมัทฉะซื้อที่ไหน มีวิธีเลือกอย่างไร

เวลาเลือกซื้อผงมัทฉะออนไลน์ มีสิ่งที่ควรดูมีดังนี้

  • แหล่งผลิต ญี่ปุ่นถือเป็นมาตรฐาน โดยเฉพาะจากแหล่งชื่อดังอย่าง Uji หรือ Nishio
  • วันผลิตและอายุ มัทฉะสดยิ่งดี ควรดื่มภายใน 3 เดือนหลังเปิด
  • สีบนรูปสินค้า ถ้าสีออกเขียวหม่นหรือเหลือง ให้ระวังว่าอาจเป็นเกรดต่ำหรือเก่าเกินไปแล้ว

สำหรับคนที่อยากลองชงมัทฉะเองที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องบินไปญี่ปุ่นหรือหาร้านชาเฉพาะทางอีกต่อไป เพราะปัจจุบันผงมัทฉะคุณภาพดีหาซื้อได้ง่ายมากผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง Shopee และ Lazada มีให้เลือกหลายเกรด แถมยังคุ้มค่าขึ้นไปอีกด้วยสิทธิประโยชน์จากบัตรเครดิต KTC ไม่ว่าจะเป็นโค้ดส่วนลด เครดิตเงินคืรหรือคะแนน KTC FOREVER ที่ได้จากทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร 25 บาท = 1 คะแนน



ชาเขียวคืออะไร? ทำไมดื่มง่ายกว่า

ชาเขียว (Green Tea) คือชาที่ผ่านความร้อนเพื่อหยุดการหมักของใบชา ก่อนนำมาชงกับน้ำร้อน วิธีผลิตเรียบง่ายกว่า ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า และมีรสชาติที่ดื่มง่ายกว่ามาก

ทำไมชาเขียวถึงดื่มง่ายกว่า

ชาเขียวผ่านความร้อนและการอบแห้งทันทีหลังเก็บเกี่ยว เพื่อหยุดการหมักและรักษาสีเขียวพร้อมรสชาติสดไว้ ความเรียบง่ายในขั้นตอนนี้เองที่ทำให้ชาเขียวเข้าถึงได้ง่ายกว่า ทั้งในแง่การผลิตและราคา

ชาเขียวมีกี่แบบ

หลายคนนึกถึงชาเขียวแล้วเห็นภาพถุงชาในซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จริง ๆ แล้วชาเขียวมีหลายสายพันธุ์และรูปแบบที่รสชาติต่างกันพอสมควร

  • เซนฉะ (Sencha): ชาเขียวที่คนญี่ปุ่นดื่มกันในชีวิตประจำวัน ทั้งในบ้านและที่ทำงาน รสชาติสมดุลระหว่างความหวาน ความสดชื่น และความฝาดเล็กน้อย ถือเป็นชาเขียวพื้นฐาน
  • โฮจิฉะ (Hojicha): ทำจากใบเซนฉะที่นำมาคั่วไฟสูง ได้รสชาติอบอุ่น กลิ่นคาราเมลนิด ๆ และรสควันอ่อน ๆ คาเฟอีนต่ำมาก เพราะความร้อนสูงจากการคั่วทำให้คาเฟอีนระเหยออกไปมาก เหมาะสำหรับคนไม่อยากดื่มคาเฟอีนเยอะ ๆ
  • เก็นไมฉะ (Genmaicha): ชาเขียวที่ผสมข้าวกล้องคั่ว ให้กลิ่นหอมอบอุ่นและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มาก คาเฟอีนต่ำเพราะส่วนหนึ่งของใบชาถูกแทนที่ด้วยข้าว
  • เกียวคุโระ (Gyokuro): ชาเขียวเกรดสูงที่ปลูกแบบคลุมเงาคล้ายมัทฉะ แต่ไม่ได้นำมาบด รสชาติลึก มี umami สูง และถือเป็นชาเขียวระดับพรีเมียมของญี่ปุ่น

รูปแบบของชาเขียวที่พบบ่อย

  • ชาเขียวใส  ชงจากใบชาหรือถุงชา เหมาะสำหรับดื่มเพื่อสุขภาพแบบเบา ๆ ไม่มีความหวาน
  • ชาเขียวขวด สะดวก พร้อมดื่ม ราคาเริ่มต้นเพียงไม่กี่สิบบาท มีขายตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป มีทั้งสูตรน้ำตาล 0% และแบบมีน้ำตาล
  • ชาเขียวแบบแก้ว ชาใส หรือชาเขียวผสมนม ดื่มง่าย เป็นเมนูยอดนิยมในคาเฟ่และแอปเดลิเวอรี่

ตารางเปรียบเทียบ มัทฉะ vs ชาเขียว สรุปครบ เข้าใจง่าย

มัทฉะ

ชาเขียว

สารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ (Epigallocatechin gallate :  EGCG

สูงมาก (สูงกว่า ~137x)

ปานกลาง

L-Theanine

สูง

ต่ำกว่า

คาเฟอีน

38–88 mg/serving

30–50 mg/cup

รสชาติ

เข้ม, umami, ครีมมี่

เบา, สดชื่น, หลากหลาย

ข้อควรระวัง

ต้องเลือกแบรนด์ดี / ไม่ดื่มเกิน 2 แก้ว/วัน

ระวังน้ำตาลในสูตรสำเร็จรูป

แนะนำเมนูมัทฉะและชาเขียวยอดนิยมพร้อมพิกัดร้าน 2026

ด้วยความที่คนไทยนิยมดื่มมัทฉะหรือชาเขียวมากขึ้น ทำให้วิธีการดื่มหลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่ดื่มแบบเพียวหรือผสมนมทั่วไป แต่ยังมีเมนูครีเอทใหม่ ๆ ที่หลาย ๆ ร้านก็คิดขึ้นมาเพื่อให้เป็นซิกเนอเจอร์ร้านอีกด้วย

แนะนำเมนูมัทฉะจากร้านดังที่ไม่ควรพลาด


ขอบคุณรูปภาพจาก peach oriental tea house

1. มัทฉะลาเต้

pastel matcha iced จากร้าน peach oriental tea house เป็นเมนูมัทฉะที่มาในโทนละมุน ดื่มง่าย ได้ทั้งความหอมของชาและฟีลสดชื่นสไตล์คาเฟ่มินิมอล เหมาะกับคนที่อยากเริ่มดื่มมัทฉะแบบไม่เข้มเกินไป ราคา 165 บาท


ขอบคุณรูปภาพจาก grow tea.studio

 

2. มัทฉะผสมส้มยุสุรสสดชื่น ดื่มง่าย

ความเข้มของชาเขียวตัดกับรสเปรี้ยวสดชื่นของยุสุ ทำให้ดื่มง่ายกว่ามัทฉเพียว ๆ ทั่วไป โดยเมนูแนะนำคือ yuzu usucha จากร้าน grow tea.stodio ราคา 195 บาท

 


ขอบคุณรูปภาพจากร้าน Mikka coffee roasters

3.มัทฉะกับน้ำมะพร้าว หอมหวาน อร่อย

ความเข้มและกลิ่นหอมของมัทฉะเมื่อจับคู่กับน้ำมะพร้าว จะได้รสชาติที่นุ่มละมุนขึ้น มีทั้งความสดชื่นและหวานธรรมชาติ ดื่มง่ายแบบไม่เลี่ยน โดยเมนูแนะนำคือ “Coconut Matcha” จากร้าน mikka coffee roasters น้ำมะพร้าวท็อปด้วยโฟมมัทฉะ หวานหอม ราคา 90 บาท


ขอบคุณภาพจากร้าน MITCH

4.มัทฉะสตอเบอร์รี่ เปรี้ยวหวานลงตัว

เมนูที่ได้ความเข้มและหอมของมัทฉะ ผสมกับนมสไตล์ญี่ปุ่นที่ให้รสนุ่มละมุน ดื่มง่าย มีความครีมมี่เบา ๆ ผสมกับแจมสตอวเบอร์รี่ ให้ความรู้สึกเหมือนกินขนมหวาน ใครอยากลอง ขอแนะนำเมนุ Matcha Ichigo latte มัทฉะลาเต้ผสมสตอเบอร์รี่ จากร้าน MICH ราคา 190 บาท

 



ขอบคุณภาพจากร้าน seven suns

5.มัทฉะปั่น

มัทฉะปั่นเป็นอีกสไตล์ที่ดื่มง่าย ได้ทั้งความหอมของชาและสัมผัสเย็นละมุนคล้ายของหวาน เหมาะกับอากาศร้อน ๆ หรือคนที่อยากลองมัทฉะแบบไม่เข้มจนเกินไป สำหรับใครที่อยากลอง แนะนำ kyoto crunch frappe จากร้าน seven suns ที่เป็นมัทฉะ เก็นไมฉะปั่นท้อปด้วยวิปครีม ราคา 185 บาท

 

แนะนำเมนูชาเขียวยอดนิยม ที่คนสั่งบ่อย


ขอบคุณรูปภาพจาก Chicha san chen

1.ชาดอกไม้

เป็นการนำใบชาเขียวมาอบหรือเบลนด์ให้เข้ากับดอกไม้ต่าง ๆ เพื่อให้ได้ได้ชาใสรสชาตินุ่มละมุน หอมกลิ่นดอกไม้ของชนิดนั้น ๆ ชงแบบใส่น้ำแข็งดื่มเย็นๆ ให้ความสดชื่น แนะนำ Iced osmanthus oolong tea จากร้าน Chicha ที่นำใบชาอู่หลงมาอบหรือเบลนด์รวมกับดอกหอมหมื่นลี้ ราคา 90 บาท

 


ขอบคุณรูปภาพจาก koi the

2.ชาเขียวนม

เป็นการนำชาเขียวมาผสมกับนมจนกลายเป็นเมนูยอดฮิตในใจของใครหลายคน ซึ่งชนิดของใบชาเขียวและนมที่เลือกใช้ก็จะทำให้ได้รสสัมผัสที่ต่างกันออกไป สำหรับใครที่อยากลองชิมเมนูเริ่มต้นที่เป็นพื้นฐานของชานม แนะนำ Green milk tea จากร้าน koi the ราคา 75 บาท เป็นชามะลิผสมนม หอมกลิ่นดอกไม้และนมสุดละมุน

 

 


ขอบคุณรูปภาพจาก Me tea

3.ชาผลไม้

ชาเขียวเมื่อจับคู่กับผลไม้จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและดื่มง่ายขึ้น ได้ทั้งกลิ่นหอมของชาและรสหวานอมเปรี้ยวแบบฟรุตตี้ โดยเมนูแนะนำคือ Light grape tea จากร้าน me tea ราคา 120 บาท


ขอบคุณรูปภาพจาก Chagee

4.ชาใส

ชาใส เป็นชาที่ไม่ได้ผสมอะไร ทำให้ได้รสชาติของใบชาเขียวเต็ม ๆ เมนูแนะนำคือ Glutinous Green Tea หรือ ชาเขียวใบข้าว ของร้าน CHAGEE คือชาเขียวพรีเมียมที่เบลนด์เข้ากับข้าวคั่ว โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของข้าวและสีเหลืองทองของชาเขียว ราคา 95 บาท

เทคนิคสั่งเครื่องดื่มให้คุ้มกว่าเดิมในแอปเดลิเวอรี่

  • เลือกช่วงโปรโมชั่น แอป Grab, LINE MAN ,ShopeeFood และ Robinhood มักจัดโปรลดราคาประจำวันในช่วงกลางสัปดาห์ (วันอังคาร-พุธ) และช่วงสิ้นเดือน บางวันมีโค้ดส่วนลดสูงถึง 30–50%
  • กรองร้านที่มีค่าส่งฟรี ใช้ฟิลเตอร์ "Free Delivery" หรือ "ฟรีค่าส่ง" จะช่วยประหยัดได้ 20–50 บาทต่อออเดอร์โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
  • สะสม Coins และ Points GrabRewards, LINE POINTS และ ShopeeCoins สะสมได้ทุกการสั่ง แลกคืนเป็นส่วนลดได้จริง คนที่สั่งบ่อย ๆ บางเดือนได้ส่วนลดฟรีไปหลายร้อยบาทเลยทีเดียว
  • เลือก Combo Set ร้านส่วนใหญ่มีเซ็ตคู่เครื่องดื่มกับของกินที่ราคาถูกกว่าสั่งแยก โดยเฉพาะร้านคาเฟ่ที่มักแถม cookie หรือขนมญี่ปุ่นเล็ก ๆ มาด้วย
  • ใช้บัตรเครดิตให้เป็น นี่คือเทคนิคที่หลายคนมองข้าม บัตรเครดิตหลายใบในไทยมีสิทธิประโยชน์สำหรับการสั่งอาหารออนไลน์โดยเฉพาะเมื่อมีโปรพิเศษร่วมกับแอปเดลิเวอรี่ ไม่ว่าจะเป็นโค้ดส่วนลด หรือเครดิตเงินคืน

มัทฉะหรือชาเขียวแบบไหนเหมาะกับคุณ? เลือกให้ตรงไลฟ์สไตล์

ถ้าอยากได้สารอาหารครบ ต้องการสมาธิ หรือสนใจผลต่อสุขภาพระยะยาว มัทฉะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าอยากดื่มทุกวันแบบไม่ต้องคิดมาก รสชาติไม่หนักเกินไป และงบไม่ต้องบา ชาเขียวคือคำตอบที่ดีและใช้งานได้จริงกว่าสำหรับชีวิตประจำวัน

 

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมัทฉะและชาเขียว

Q: มัทฉะกับชาเขียว อันไหนคาเฟอีนสูงกว่า?

มัทฉะมีคาเฟอีนสูงกว่าชาเขียวทั่วไป โดยมัทฉะประมาณ 60 ml มีคาเฟอีนอยู่ที่ 38–88 mg ในขณะที่ชาเขียว 1 แก้ว ประมาณ 240 ml มีประมาณ 30–50 mg แต่ทั้งนี้ แม้ว่ามัทฉะจะมีคาเฟอีนที่สูงกว่า แต่เพราะมี L-theanine ที่ช่วยให้คาเฟอีนออกฤทธิ์แบบสงบและต่อเนื่อง ไม่ทำให้ใจสั่นอย่างที่กลัวกัน

Q: ดื่มมัทฉะทุกวันได้ไหม?

ได้ แต่ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม เพราะปริมาณคาเฟอีนค่อนข้างสูงกว่าชาเขียวทั่วไป โดยควรหลีกเลี่ยงดื่มเกิน 3 แก้วต่อวัน เพื่อป้องกันผลข้างเคียง เช่น การนอนหลับยาก

Q: มัทฉะช่วยลดน้ำหนักได้จริงไหม?

ช่วยได้บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด มีงานวิจัยในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition พบว่า EGCG ในมัทฉะช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญ จากระดับปกติ 8–10% ขึ้นไปถึง 35–43% ของพลังงานที่ร่างกายใช้ต่อวัน อย่างไรก็ตาม มัทฉะแทบไม่มีแคลอรี แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อิ่มท้อง ดังนั้นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเกิดขึ้นเมื่อดื่มร่วมกับการออกกำลังกายและการกินที่สมดุล

 

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าชอบมัทฉะแบบไหน การเริ่มจากร้านคาเฟ่หรือสั่งผ่านแอปเดลิเวอรี่ก็เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด เพราะได้หลาย ๆ เมนู แต่สำหรับคนที่เริ่มดื่มบ่อยขึ้น การชงเองที่บ้านอาจตอบโจทย์กว่าในระยะยาว เพราะปัจจุบันผงมัทฉะ หาซื้อได้ง่าย และชงได้หลายแก้ว แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการสั่งเครื่องดื่มผ่านเดลิเวอรี่ หรือสั่งอุปกรณ์และผงชาทางออนไลน์ ก็สามารถช่วยให้คุ้มขึ้นได้ หากเลือกจ่ายผ่านบัตรเครดิต KTC ที่มีโปรโมชั่นและโค้ดส่วนลดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสั่งซื้อผงมัทฉะใน Shopee, Lazada หรือสั่งเครื่องดื่มแสนอร่อยจาก Grab, LINEMAN หรือ Shopee food แต่ถ้าใครยังไม่มีสามารถ สมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าแรกเข้าและธรรมเนียมรายปี คุ้มค่าทุกการใช้จ่ายกับคะแนน KTC FOREVER ที่ไม่จำกัดยอดสะสมคะแนนสูงสุด และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ

 

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC