สำหรับคนที่กินข้าวนอกบ้านเป็นประจำ ค่าอาหารแต่ละมื้ออาจสูงกว่าการซื้อวัตถุดิบหรือทำอาหารกินเอง และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายตลอดทั้งเดือนก็กลายเป็นเงินก้อนที่ไม่น้อย การเลือกใช้บัตรเครดิตที่มีส่วนลด เครดิตเงินคืน หรือโปรโมชั่นร้านอาหารเยอะ ๆ จึงช่วยให้ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายอยู่แล้วคุ้มค่ามากขึ้น แต่จะเลือกบัตรเครดิตใบไหนดีให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองที่สุด บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่รูปแบบสิทธิประโยชน์ของบัตรเครดิตร้านอาหารว่ามีโปรโมชั่นกับร้านอาหารแบบไหนบ้าง และบัตรเครดิตสำหรับคนชอบกินร้านอาหารบ่อยมีใบไหนบ้างที่น่าสนใจในปี 2026 นี้  

รูปแบบสิทธิประโยชน์บัตรเครดิตร้านอาหาร แบบไหนเหมาะกับคุณ? 

สิทธิประโยชน์บัตรเครดิตร้านอาหารนั้นมีมากมาย แต่ละแบบให้ความคุ้มค่าต่างกันตามยอดใช้จ่ายและพฤติกรรมการกินของผู้ถือบัตร การเข้าใจความแตกต่างของแต่ละแบบจะช่วยให้เลือกบัตรได้ตรงจุดมากขึ้น 

ส่วนลดค่าอาหารทันที  

เหมาะกับคนที่ต้องการลดค่าอาหารทันทีและไม่อยากรอสะสมคะแนนหรือรับเครดิตเงินคืนภายหลัง 

ข้อดี 

  • เห็นส่วนลดจากยอดค่าอาหารได้ทันที 
  • คำนวณความคุ้มค่าได้ง่าย 
  • เหมาะกับคนที่มีร้านอาหารที่ร่วมรายการเป็นประจำ 

ข้อควรระวัง 

  • อาจกำหนดยอดใช้จ่ายขั้นต่ำต่อเซลส์สลิป 
  • บางรายการจำกัดจำนวนสิทธิ์ต่อเดือนหรือต่อบัตร 
  • ส่วนลดอาจใช้ได้เฉพาะเมนูหรือราคาปกติ 
  • บางโปรโมชั่นไม่สามารถใช้ร่วมกับส่วนลดอื่นของร้านได้ 

 

ใช้คะแนนแลกส่วนลด 

เหมาะกับคนที่กินร้านอาหารเป็นประจำและต้องการนำคะแนนสะสมมาใช้ลดค่าใช้จ่ายแทนการเก็บคะแนนไว้เฉย ๆ โดยสามารถนำคะแนนไปแลกส่วนลด ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าจากยอดใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละมื้อ 

ข้อดี 

  • นำคะแนนสะสมมาใช้ลดค่าใช้จ่ายได้ 
  • เหมาะกับคนที่ต้องการใช้คะแนนกับสิทธิประโยชน์ที่เห็นมูลค่าได้ชัดเจน 
  • สามารถเลือกใช้คะแนนกับรายการที่ต้องการได้ตามเงื่อนไข 

 

ข้อควรระวัง 

  • จำนวนคะแนนที่ใช้แลกส่วนลดแตกต่างกันในแต่ละรายการ  
  • ต้องตรวจสอบมูลค่าของส่วนลดเทียบกับจำนวนคะแนนที่ใช้  
  • บางสิทธิประโยชน์อาจมีระยะเวลาการแลกหรือจำนวนสิทธิ์จำกัด  
  • ควรตรวจสอบเงื่อนไขและร้านค้าที่ร่วมรายการก่อนใช้คะแนน 

 

 

ใช้คะแนนแลกรับเครดิตเงินคืน (Cashback) 

เหมาะกับคนที่ต้องการเห็นมูลค่าผลตอบแทนเป็นเงินและไม่ต้องการนำคะแนนไปแลกสิทธิประโยชน์ประเภทอื่น 

ข้อดี 

  • สามารถนำเงินคืนไปลดภาระค่าใช้จ่ายในรอบถัดไปได้ตามเงื่อนไขของบัตร 

ข้อควรระวัง 

  • ควรเช็กเพดานเครดิตเงินคืนสูงสุดต่อเดือน 
  • อาจมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำที่กำหนด 

 

คะแนนสะสมพิเศษ (Reward Points) 

เหมาะกับคนที่มียอดใช้จ่ายค่อนข้างสูงและต้องการนำคะแนนไปแลกเป็นเครดิตเงินคืน ส่วนลด สินค้า ไมล์ หรือสิทธิประโยชน์อื่น 

การดูความคุ้มค่าของคะแนนควรดูทั้งจำนวนคะแนนที่ได้รับและมูลค่าตอนนำไปใช้ ไม่ควรดูเพียงคำว่า “คะแนน x2” หรือ “คะแนน x3” โดยมีสูตรประเมินแบบง่ายดังนี้ 

มูลค่าผลตอบแทนโดยประมาณ = มูลค่าที่แลกได้ ÷ ยอดใช้จ่าย × 100 

 

โปรโมชั่น Buy 1 Get 1 หรือ มา 2 จ่าย 1 

เหมาะกับคนที่กินเป็นกลุ่ม โดยเฉพาะการกินบุฟเฟ่ต์ ชาบู ปิ้งย่าง หรือ Fine Dining สิ่งสำคัญคืออย่าคิดว่าโปร “มา 4 จ่าย 3” หรือ “ซื้อ 1 แถม 1” เท่ากับลด 25% หรือ 50% โดยอัตโนมัติ เพราะต้องดูราคาของรายการที่ได้รับสิทธิ์และเงื่อนไขของโปรโมชั่นจริง 

 

 

สินค้าและบริการ 

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้บัตรตามเงื่อนไขของรายการ โดยไม่จำเป็นต้องนำคะแนนมาแลก แต่ได้รับเมนูอาหารฟรี หรือรับบริการเพิ่มเติมจากร้านค้าที่ร่วมรายการ จึงเหมาะกับคนที่ต้องกินร้านอาหารเป็นประจำและสามารถเลือกใช้สิทธิ์กับร้านที่ตัวเองไปอยู่แล้ว 

ข้อดี 

  • ได้รับเมนูอาหารหรือบริการเพิ่มเติมโดยไม่ต้องใช้คะแนน 
  • ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าจากการใช้บัตรในร้านอาหารที่ร่วมรายการ 

ข้อควรระวัง 

  • ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของโปรโมชั่น เช่น ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ เมนูที่ร่วมรายการ และจำนวนสิทธิ์ 
  • เมนูฟรีหรือบริการที่ได้รับอาจกำหนดเฉพาะรายการ ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ 

 

รวมบัตรเครดิตสำหรับคนกินร้านอาหารบ่อยที่น่าสนใจในปี 2026 


 

บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM 

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 

บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM  เหมาะกับคนที่กินร้านอาหารเป็นประจำและต้องการบัตรเครดิตใบแรกที่ใช้สะสมคะแนนจากค่าอาหารและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง  

จุดเด่นสำหรับสายกิน 

  • ทุก 25 บาทที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER 
  • คะแนนไม่มีวันหมดอายุ จึงไม่ต้องเร่งใช้คะแนนที่สะสมจากค่าอาหาร 
  • เหมาะกับคนที่มีค่าใช้จ่ายร้านอาหารเป็นประจำและต้องการสะสมคะแนนจากการใช้จ่ายทั่วไปไปพร้อมกัน 
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ 

 


บัตรเครดิต KTC PLATINUM MASTERCARD 

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 

เหมาะกับคนที่กินร้านอาหารเป็นประจำและอยากได้ทั้งคะแนนสะสมจากการใช้จ่ายและสิทธิพิเศษด้านร้านอาหาร โดยเฉพาะคนที่ชอบรับประทานอาหารตามร้านอาหารหรูหรือมองหาโปรโมชั่นจาก Mastercard Priceless Special 

จุดเด่นสำหรับสายกิน 

  • มีสิทธิพิเศษ ณ ร้านอาหารหรูทั่วประเทศไทย 
  • รับ 1 คะแนน KTC FOREVER ทุก 25 บาทที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 
  • คะแนนไม่มีวันหมดอายุ จึงสามารถสะสมจากค่าอาหารและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ได้เรื่อย ๆ 
  • มีโปรโมชั่น Mastercard Priceless Special จากร้านค้าและร้านอาหารที่ร่วมรายการทั่วโลก 

 

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM 

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 

บัตรเครดิตสำหรับสายกินและชอบเดินทาง โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะมีสิทธิ์ใช้ Airport Lounge บริการห้องรับรองในสนามบินญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน เกาหลี  สิงคโปร์  มาเลเซีย เวียดนาม เยอรมนี สหราชอาณาจักร และฮาวาย และ JCB Plaza Lounge บริการห้องรับรอง ผ่าน JCB Plaza ทั่วโลก เมื่อเดินทางไปต่างประเทศ (ยกเว้นการใช้บริการห้องรับรอง JCB Plaza Lounge Bangkok) ยังสามารถใช้บัตรเครดิตใช้จ่ายเวลากินข้าวระหว่างทริปและรับคะแนน KTC FOREVER ไปสะสมได้อีกด้วย  

จุดเด่นสำหรับสายกิน 

  • รับ 1 คะแนน KTC FOREVER ทุก 25 บาทที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 
  • รับคะแนน KTC FOREVER x2 สำหรับทุกยอดใช้จ่ายผ่านบัตรฯ ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยไม่จำกัดยอดรับคะแนนสูงสุด ตามเงื่อนไขตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 
  • ใช้จ่ายร้านอาหารในญี่ปุ่นและค่าใช้จ่ายระหว่างทริปพร้อมรับคะแนนตามเงื่อนไข 
  • เหมาะกับคนที่เดินทางไปญี่ปุ่นและมีค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ช้อปปิ้ง และการเดินทางในทริปเดียวกัน 
     

 


บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM 

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 

บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนชอบกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี รับส่วนลด และสิทธิพิเศษจากร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ท่องเที่ยว ระดับพรีเมี่ยมทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมี เหมาะกับคนที่ชอบลองร้านอาหารระหว่างเดินทางและต้องการใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรควบคู่กับการท่องเที่ยว 

จุดเด่นสำหรับสายกิน 

  • มีส่วนลดและสิทธิพิเศษจากร้านอาหารทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 
  • รับ 1 คะแนน KTC FOREVER ทุก 25 บาทที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 
  • ใช้จ่ายที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันเป็นสกุลเงินท้องถิ่น HKD/MOP/TWD รับคะแนน KTC FOREVER x2 ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 
  • มี U Plan e-Coupon ส่วนลดและสิทธิพิเศษต่างๆ ผ่าน U Plan Platform จากร้านค้าชั้นนำที่ร่วมรายการในประเทศไทย และต่างประเทศ ผ่าน UnionPay International WeChat Official Account และหน้าร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ   
  • มีสิทธิพิเศษด้านโรงแรมและการท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 

 
 




  

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA / บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD  

  • รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 

บัตรเครดิตรูปแบบใหม่ ป้องกันการโจรกรรม ด้วยบัตรใสไร้แถบแม่แหล็ก แต่ยังคงใช้จ่ายได้สะดวกสบาย ปลอดภัยกว่าเดิม ไม่ว่าด้วยการแตะจ่าย หรือชำระผ่านเครื่องรูดบัตร (EDC) เหมาะกับคนที่กินร้านอาหารและใช้จ่ายในชีวิตประจำวันผ่านบัตรเป็นประจำ โดยต้องการบัตรที่เน้นความปลอดภัยและจัดการการใช้งานผ่านแอปได้สะดวก 

จุดเด่นสำหรับสายกิน 

  • รับ 1 คะแนน KTC FOREVER ทุก 25 บาทที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ 
  • ใช้ชำระค่าอาหารได้ทั้งการแตะจ่ายและชำระผ่านเครื่อง EDC 
  • ได้รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินต่างประเทศตามเงื่อนไข ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 – 31 ธ.ค. 69 

 ตารางเปรียบเทียบบัตรเครดิตสำหรับสายกินปี 2026

คุณสมบัติ / บัตรเครดิต

บัตรเครดิต KTC VISA PLATINUM

บัตรเครดิต  KTC  PLATINUM MASTERCARD

บัตรเครดิต KTC JCB PLATINUM

บัตรเครดิต KTC UNIONPAY PLATINUM

บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA / KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

รายได้ขั้นต่ำ

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

รายได้ 15,000 บาทขึ้นไป / เดือน

ค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี

จุดเด่น

รับส่วนลดที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำทั่วไทย พร้อมสิทธิพิเศษช้อปออนไลน์ และสั่งอาหารเดลิเวอรี่ตลอดปี

- รับสิทธิพิเศษที่ร้านอาหารหรูทั่วไทยตลอดปี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษทั่วโลกกับ Mastercard Priceless Special

 

- รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายที่ญี่ปุ่นตามกำหนด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69

- สิทธิ์การใช้บริการห้องรับรองสนามบินประเทศที่กำหนด

- รับส่วนลดสุดคุ้มที่ญี่ปุ่น พร้อมเพลิดเพลินกิน ช้อป เที่ยวในไทย

- รับคะแนน KTC FOREVER x2 เมื่อใช้จ่ายที่ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวันตามกำหนด ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 - 31 ธ.ค. 69

- U Collection รับส่วนลด และสิทธิพิเศษหลากหลาย

- รับส่วนลดที่จีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน

- ปลอดภัยกว่า ช้อปออนไลน์มั่นใจขั้นสุดด้วย Dynamic CVV (บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA) และ Dynamic CVC2 (บัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD) รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอ

- สบายใจกว่า เมื่อใช้จ่ายที่ร้านค้าทั่วไป ด้วย Numberless Physical Credit Card บัตรพลาสติกไร้หมายเลขที่สามารถขอได้ผ่านแอป KTC Mobile

- รับส่วนลดที่ห้องอาหารโรงแรมชั้นนำทั่วไทย พร้อมสิทธิพิเศษช้อปออนไลน์ และสั่งอาหารเดลิเวอรี่ตลอดปี เฉพาะบัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM VISA

- รับสิทธิพิเศษที่ร้านอาหารหรูทั่วไทยตลอดปี พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษทั่วโลกกับ Mastercard Priceless Special เฉพาะบัตรเครดิต KTC DIGITAL PLATINUM MASTERCARD

เหมาะกับใคร

ผู้ที่ชื่นชอบการช้อปออนไลน์ สั่งอาหารเดลิเวอรี่ ทานอาหารโรงแรม

ผู้ที่ชอบรับประทานอาหารร้านหรู มีการใช้จ่ายต่างประเทศแถบเอเชียเป็นประจำ และต้องการผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ

ผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น ทั้งผู้ที่ชอบไปเที่ยวพักผ่อน ช้อปปิ้ง ทานอาหารญี่ปุ่นทั้งในไทยและประเทศญี่ปุ่นเป็นประจำ รวมถึงผู้ที่เดินทางต่างประเทศบ่อยและต้องการใช้บริการห้องรับรองสนามบินเพื่อความสะดวกสบาย

ผู้ที่เดินทางหรือใช้จ่ายในจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน พร้อมรับส่วนลดช้อปปิ้งหลากหลาย

ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยในการช้อปออนไลน์ ด้วย Dynamic CVV/CVC2 รหัสหลังบัตรที่เปลี่ยนทุกครั้งที่ขอผ่านแอป KTC Mobile และใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง และต้องการใช้บัตรพลาสติกไร้หมายเลข เพื่อลดโอกาสการถูกโจรกรรมข้อมูล

คุณสมบัติและเกณฑ์รายได้สำหรับสมัครบัตรเครดิตร้านอาหาร 

คุณสมบัติผู้สมัคร 

  • อายุ 20 – 80 ปี 
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้มีรายได้ประจำ หรือเป็นเจ้าของกิจการ รายได้รวมขั้นต่ำ 15,000 บาท/เดือน 
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ รายได้รวมขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน 
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้มีเงินออม มีเงินฝาก / เงินลงทุนย้อนหลัง 6 เดือน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน ได้แก่ 
  • มีเงินฝากประจําในธนาคาร ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือ 
  • มีเงินฝากประจําในสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ 
  • มีเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจํา หรือสลากออมสิน หรือสลาก ธ.ก.ส. หรือพันธบัตรรัฐบาล* หรือหุ้นกู้** หรือกองทุนรวม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันแล้ว มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ 
  • มีเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล ย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท 
  • กรณีผู้สมัครเป็นผู้มีสัญญาโอนสิทธิ ต้องมีสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากตั้งแต่ 20,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรเครดิตที่สมัคร และต้องทำสัญญาที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น) 

เอกสารประกอบการสมัครสำหรับผู้มีรายได้ประจำ 

เอกสารยืนยันตัวตน 

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 

เอกสารแสดงรายได้ 

  • เอกสารแสดงรายได้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) : หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสลิปเงินเดือนล่าสุด (ฉบับจริง) หรือหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ 
  • สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี 

เอกสารประกอบการสมัครสำหรับเจ้าของกิจการ 

เอกสารยืนยันตัวตน 

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 

เอกสารแสดงรายได้ 

  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามส่วนตัวผู้สมัคร ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี 
    หรือ สำเนาบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อกิจการ 
    และเลขที่บัญชี สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น (ผู้สมัครต้องถือหุ้นตั้งแต่ 50% ขึ้นไป) 
  • สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท พร้อมหน้าสุดท้ายที่ระบุวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจ หรือทะเบียนการค้า (ถ้ามี) 

เอกสารประกอบการสมัครสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ 

เอกสารยืนยันตัวตน 

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 

เอกสารแสดงรายได้ 

  • สำเนาบัญชีธนาคารในนามส่วนตัวผู้สมัคร ย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี  
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 ทวิ 

เอกสารประกอบการสมัครสำหรับผู้มีเงินออม 

เอกสารยืนยันตัวตน 

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 

เอกสารแสดงรายการเงินออม 

  • สำเนาบัญชีที่มีเงินฝาก/เงินลงทุนย้อนหลัง 6 เดือน พร้อมหน้าสมุดบัญชีที่ระบุ ชื่อ-นามสกุล และเลขที่บัญชี อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกัน ได้แก่  
  • สำเนาเงินฝากประจําในธนาคาร ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 500,000 บาท หรือ  
  • สำเนาเงินฝากประจําในสหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ  
  • สำเนาเงินฝากออมทรัพย์ หรือเงินฝากประจํา หรือสลากออมสิน หรือสลาก ธ.ก.ส. หรือพันธบัตรรัฐบาล* หรือหุ้นกู้** หรือกองทุนรวม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือรวมกันแล้ว มียอดคงเหลือตลอดระยะเวลา 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท หรือ  
  • สำเนาเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล ย้อนหลังเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน ไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท  

* พันธบัตรรัฐบาล แนบพร้อมหลักฐานการรับดอกเบี้ยครั้งล่าสุด (50ทวิ) 
** หุ้นกู้ แนบสำเนาด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมหลักฐานการรับดอกเบี้ยครั้งล่าสุด (50ทวิ) 

เอกสารประกอบการสมัครสำหรับผู้มีสัญญาโอนสิทธิ 

เอกสารยืนยันตัวตน 

  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน 

เอกสารประกอบการสมัคร 

  • สัญญาโอนสิทธิเรียกร้องในบัญชีเงินฝากตั้งแต่ 20,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนด ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรเครดิตที่สมัคร และต้องทำสัญญาที่ธนาคารกรุงไทยเท่านั้น) 

 


เลือกร้านอาหารที่กินบ่อย ให้จับคู่กับบัตรเครดิตที่ใช่ 

  • สายบุฟเฟ่ต์ ชาบู และปิ้งย่าง ควรเน้นบัตรที่มีโปรมา 4 จ่าย 3 หรือส่วนลดเปอร์เซ็นต์หน้าบัตรที่ร้านบุฟเฟ่ต์ร่วมรายการ เพราะยิ่งไปกินเป็นกลุ่มยิ่งประหยัดต่อหัว 
  • สาย Fine Dining และห้องอาหารโรงแรม ควรเน้นบัตรที่มีส่วนลดร้านอาหารในเครือโรงแรม คะแนนสะสมหลายเท่าเมื่อใช้จ่ายในหมวดนี้ และสิทธิ์จองโต๊ะล่วงหน้าผ่านคอนเซียร์จของบัตร 
  • สายกินร้านทั่วไปในห้างสรรพสินค้า ควรเน้นบัตรที่ให้ Cashback หมวดร้านค้าในห้าง และร่วมรายการโปรโมชั่นของห้างสรรพสินค้าที่ไปประจำ 
  • สายสั่ง Food Delivery ควรเน้นบัตรที่มีโค้ดส่วนลดกับแอปพลิเคชันสั่งอาหารโดยตรง และให้คะแนนหลายเท่าเมื่อใช้จ่ายในหมวดออนไลน์หรือบริการส่งอาหาร 
  • สายเดินทางกินร้านอาหารต่างประเทศ ควรเน้นบัตรที่มีโปรโมชั่นในต่างประเทศและให้คะแนนสะสมหลายเท่าเมื่อใช้จ่ายในต่างประเทศ 

เช็กลิสต์ก่อนเลือกบัตร 

  1. ดูก่อนว่าตัวเองกินร้านแบบไหนบ่อยที่สุดในรอบเดือน 
  2. เทียบสิทธิประโยชน์ของบัตรกับพฤติกรรมการกินจริง ไม่ใช่ดูแค่โปรที่น่าตื่นเต้น 
  3. เช็กค่าธรรมเนียมรายปีเทียบกับความคุ้มค่าที่คาดว่าจะได้รับต่อปี 
  4. ตรวจสอบเงื่อนไขขั้นต่ำในการรับสิทธิ์ทุกประเภทก่อนสมัคร 

เทคนิคใช้บัตรเครดิตสายกินให้คุ้มค่า 

  1. ตรวจสอบ MCC Code (Merchant Category Code) ของร้านค้า — ร้านอาหารในโรงแรมบางแห่งอาจถูกจัดหมวดเป็น Hotel ไม่ใช่ Restaurant ทำให้ไม่เข้าเงื่อนไขรับสิทธิ์หมวดอาหาร 
  2. เช็กเพดานการให้เงินคืนหรือคะแนนโบนัสสูงสุดต่อเดือน — ใช้จ่ายเกินเพดานจะไม่ได้รับสิทธิ์เพิ่มแม้ยอดใช้จ่ายจะสูงกว่าเดิม 
  3. ตรวจสอบยอดใช้จ่ายขั้นต่ำต่อเซลส์สลิป — บางโปรโมชั่นกำหนดยอดขั้นต่ำต่อบิล ถ้าบิลไม่ถึงจะไม่ได้รับสิทธิ์ 
  4. วางแผนชำระเต็มจำนวนตรงเวลา — เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยที่จะทำให้สิทธิประโยชน์ที่ได้มาไม่คุ้มกับดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย 
  5. เช็กวันหมดอายุของคะแนนสะสมและเงื่อนไขการลงทะเบียนรับสิทธิ์ — บางสิทธิประโยชน์ต้องลงทะเบียนผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชันก่อนใช้งาน ไม่ได้รับสิทธิ์อัตโนมัติ 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับบัตรเครดิตสำหรับคนกินร้านอาหารบ่อย 

Q: ร้านอาหารในโรงแรมหรือร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า จะได้รับสิทธิประโยชน์หมวดร้านอาหารเหมือนกันหรือไม่? 

หากร้านอาหารนั้นเข้าร่วมโปรโมชั่นของบัตรเครดิต ก็สามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ตามเงื่อนไขที่โปรโมชั่นกำหนด ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารในโรงแรมหรือร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า  

Q: ยอดใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันสั่งอาหาร (Food Delivery) นับเป็นหมวดร้านอาหารหรือไม่? 

ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบัตรแต่ละใบ บางบัตรแยก Food Delivery ออกเป็นหมวดออนไลน์หรือไลฟ์สไตล์ต่างหาก ไม่นับรวมกับหมวดร้านอาหาร ขณะที่บางบัตรนับรวมยอดสั่งเดลิเวอรีเป็นหมวดร้านอาหารด้วย ควรเช็กเงื่อนไขเฉพาะของบัตรที่ถืออยู่ 

Q: หากชำระค่าอาหารผ่าน Wallet ที่ผูกกับบัตรเครดิต ยังได้คะแนนไหม? 

ขึ้นอยู่กับช่องทางการชำระเงิน ควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนใช้งานเป็นประจำ อย่างบัตรเครดิต KTC ยอดใช้จ่ายที่เกิดจากการผูกบัตรเครดิต KTC VISA / MASTERCARD ทุกประเภท กับบัญชีทรูมันนี่ วอลเล็ท (TrueMoney Wallet) จะไม่ได้รับคะแนน 

Q: ควรมีบัตรเครดิตสำหรับกินร้านอาหารกี่ใบถึงจะครอบคลุมที่สุด? 

จำนวนบัตรที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับร้านอาหารและรูปแบบการใช้จ่ายของแต่ละคน โดยไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงเครือข่ายบัตรใดบัตรหนึ่ง เพราะแต่ละแบรนด์ เช่น VISA, Mastercard, JCB และ UnionPay อาจมีโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์จากร้านค้าที่แตกต่างกัน การเลือกบัตรให้ครอบคลุมหลายเครือข่ายจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้โปรโมชั่นให้ตรงกับร้านที่กินเป็นประจำ ทั้งนี้ควรเลือกเฉพาะบัตรที่ใช้งานจริงและบริหารยอดชำระได้สะดวก 

 

บัตรเครดิตสำหรับคนกินร้านอาหารบ่อยไม่จำเป็นต้องเป็นบัตรที่ให้ส่วนลดสูงที่สุด แต่ควรเป็นบัตรที่ตรงกับร้านและรูปแบบการกินของตัวเองมากที่สุด  

 


สำหรับ KTC มีทั้งบัตรเครดิตและโปรโมชั่นร้านอาหารที่ครอบคลุมหลายรูปแบบ ตั้งแต่ส่วนลดร้านอาหาร การใช้คะแนน KTC FOREVER ไปจนถึงโปรโมชั่นห้องอาหารโรงแรม จึงควรดูทั้งสิทธิประโยชน์ของบัตรและโปรโมชั่น ณ ช่วงเวลาที่จะใช้จริง ซึ่งคะแนน KTC FOREVER ก็สามารถสะสมได้ง่าย ๆ โดยทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 25 บาท จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER ซึ่งคะแนนไม่มีวันหมดอายุ แลกได้หลากหลาย ใครสนใจแต่ยังไม่มี สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ผ่านแอป KTC Mobile ได้ตลอด 24 ชม. 

อร่อยคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC