ในปี 2025 นี้ Mo-Mo-Paradise ยังคงเป็นหนึ่งในร้านชาบู-สุกี้ยากี้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทยด้วยการผสมผสานระหว่างคุณภาพวัตถุดิบระดับพรีเมียมและประสบการณ์การรับประทานที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้แบรนด์นี้ครองใจคนรักอาหารญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน


ทำไม Mo-Mo-Paradise ถึงนิยมในไทย

Mo-Mo-Paradise ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 1993 และเริ่มขยายสาขาไปยังต่างประเทศ โดยเปิดสาขาแรกในประเทศไทยที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในปี 2007 ปัจจุบันมีสาขามากถึง 30 แห่งทั่วกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง เช่น ชลบุรี ความนิยมของ Mo-Mo-Paradise ในไทยเกิดจากการนำเสนอประสบการณ์การรับประทานชาบูและสุกี้ยากี้แบบต้นตำรับญี่ปุ่นแท้ๆ โดยเน้นการใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงและการบริการที่ใส่ใจในรายละเอียด ทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพิเศษและแตกต่างจากร้านชาบูทั่วไป


1. วัตถุดิบระดับพรีเมียม

Mo-Mo-Paradise คัดสรรเนื้อวัวและเนื้อหมูคุณภาพสูง เช่น เนื้อวากิวจากญี่ปุ่น เนื้อออสเตรเลีย และเนื้อหมูคุโรบูตะ นอกจากนี้ยังมีผักสดหลากหลายชนิดและไข่ออร์แกนิกที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภคดิบ


2. น้ำซุปและซอสสูตรพิเศษ

ร้านมีน้ำซุปให้เลือกหลากหลาย เช่น ซุปชาบู ซุปสุกี้ยากี้ ซุปคารามิโซะ และซุปทงคตสึ ซึ่งแต่ละชนิดมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมซอสพอนสึและซอสงา (โกมะดาเระ) ที่นำเข้าจากญี่ปุ่น เพิ่มความกลมกล่อมให้กับการรับประทาน


3. ประสบการณ์การรับประทานแบบญี่ปุ่นแท้

Mo-Mo-Paradise มุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศและประสบการณ์การรับประทานที่ใกล้เคียงกับต้นตำรับญี่ปุ่น โดยมีการบริการที่ใส่ใจในรายละเอียด เช่น การแนะนำวิธีการปรุงเนื้อในซุปสุกี้ยากี้และการจิ้มไข่ดิบ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการรับประทานของญี่ปุ่น


ราคา Mo-Mo-Paradise 2025 อัพเดทล่าสุด

Mo-Mo-Paradise (Gold)

  • Premium Menu 1290++
  • Standard Menu 729++

Mo-Mo-Paradise (Standard) 599+


โปรโมชั่น MO-MO-PARADISE และ MO-MO-PARADISE (GOLD) กับบัตรเครดิต KTC




แลกทุก 1,000 คะแนน KTC FOREVER แทนเงินสด 100 บาท
ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 ม.ค. 68 - 31 ธ.ค. 68
รายละเอียดเพิ่มเติม


สาขา Mo-Mo-Paradise ทั้งหมดปี 2025

  • โม โม พาราไดซ์ (โกลด์) สาขา CentralWorld
  • สาขา CDC
  • สาขา Terminal 21
  • สาขา CentralPlaza Rama9
  • สาขา The Promenade
  • สาขา CentralPlaza Bangna
  • สาขา ZPELL
  • สาขา The Mall Lifestore Bangkapi
  • สาขา Seacon Square Srinakarin
  • สาขา CentralPlaza Pinklao
  • สาขา Mega Bangna
  • สาขา CentralPlaza Rama3
  • สาขา ICONSIAM
  • สาขา Silom Complex
  • สาขา The Market Bangkok
  • สาขา Siam Center
  • สาขา CentralPlaza Chaengwattana
  • สาขา CentralPlaza WestGate
  • สาขา CentralPlaza Lardprao
  • สาขา Esplanade Ratchadapisek
  • สาขา CentralPlaza Rama 2
  • สาขา Central Chonburi
  • สาขา Terminal 21 Rama 3
  • สาขา โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์
  • สาขา Central @ EastVille
  • โม โม พาราไดซ์ (โกลด์) สาขา The Emporium (ชั้น 4)
  • สาขา Central Ramindra
  • สาขา MBK Center
  • สาขา The Mall Lifestore Bangkae
  • สาขา Central Westville


5 เมนูลับที่ต้องไปลองที่ Momo Paradise


1. ข้าวหน้าเนื้อภูเขาไฟไข่ดอง




หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับไข่ดองทำเองของ Momo Paradise อยู่แล้ว แต่เมนู DIY นี้เป็นการรวมเมนูข้าวหน้าเนื้อและไข่ดองเข้าด้วยกัน เกิดเป็นอาหารญี่ปุ่นที่เข้ากันมาก ๆ แถมมีวิธีการทำไม่ยุ่งยากเลย ดังนี้

  • แยกไข่แดงออกมาใส่ไว้ในถ้วย แล้วใส่สวีตโชยุ พริกและกระเทียมลงไป ทิ้งให้ไข่ดองประมาณ 30 นาที
  • ลวกเนื้อในน้ำสุกี้ยากี้จนได้ความสุกที่ต้องการ
  • นำเนื้อโปะบนข้าวญี่ปุ่น โดยเน้นให้เนื้อมีความสูงพูนเป็นเนื้อภูเขาไฟ
  • ปิดท้ายด้วยการท็อปไข่ดองลงไป


2.ซุปทงคตสึผักกาดแก้ว




เมนูซุปที่ Momo Paradise ถือว่าโดดเด่นไม่แพ้ใคร โดยเมนูซุปทงคตสึเป็นเมนูซุปที่เพิ่มเนื้อสัมผัสด้วยผักกาดแก้วสดใหม่ที่มีให้เลือกตักภายในร้าน มีวิธีการทำดังนี้

  • ใส่ผักกาดแก้วลงไปในน้ำซุปทงคตสึ แล้วตามด้วยต้นหอมญี่ปุ่นหั่นชิ้น
  • นำเนื้อลงไปแกว่งในน้ำซุปจนสุก
  • จัดวางเนื้อ และผักให้สวยงาม ตักน้ำซุปราด และอาจใส่เส้นอุด้งเพื่อเพิ่มความกลมกล่อมได้


3. ชาบูเย็น




ชาบูเย็นเป็นเมนูดั้งเดิมของญี่ปุ่น นิยมรับประทานในช่วงหน้าร้อน คนที่เบื่อชาบูแบบร้อน ๆ หันมาลองชาบูเย็นภายในร้าน Momo Paradise ได้ มีวิธีการทำดังนี้

  • ลวกหมูคูโรบูตะลงบนน้ำซุปชาบู-ชาบู
  • เมื่อสุกแล้ว นำหมูมาวางพักไว้บนจานน้ำแข็ง เพื่อให้หมูเย็น
  • เวลากินจัดแต่งหมูลงกับผัก เติมโมมิจิ โอโรชิ จิ้มน้ำจิ้มพอนสึ จะได้ชาบูเย็นแสนอร่อย


4. โชยุหวาน + พริกกระเทียม + ไข่แดง

  • นำโชยุหวาน ใส่พริก ใส่กระเทียม
  • ใส่ไข่แดง รอ 15 นาที
  • ทานกับข้าวญี่ปุ่น


5.อูด้งเนื้อโรลไข่ดอง

  • นำเนื้อยูเกะไปห่อเห็ดเข็มทอง และนำไปต้มในน้ำซุป
  • วางเนื้อบนอุด้ง และราดด้วยไข่ดอง


6.ข้าวหน้าหมูคุโรบุตะ

  • นำหมูคุโรบุตะใส่ไปในน้ำซุปให้สุก
  • นำหมูที่สุกมาวางบนข้าวญี่ปุ่น
  • ราดด้วยซอสเซซามิ และโรยด้วยต้นหอม


7.ข้าวต้มญี่ปุ่น

เมนูนี้เป็นเมนูปิดท้าย ที่ใช้ซุปที่เหลือมาต้มกับข้าว ใส่ไข่ และใส่ต้นหอม ถือเป็นการจบการกินที่ฟินสุดๆ


8. ชาเขียวช็อกโกแล็ตเย็น

เมนูนี้สายหวานต้องชอบอย่างแน่นอน เพราะเป็นความหวานที่ลงตัว

  • กดน้ำช็อกโกแล็ตเย็นมา
  • นำไอศกรีมรสชาเขียววางด้านบน

ในปี 2025 Mo-Mo-Paradise ยังคงมัดใจสายชาบูด้วยราคาบุฟเฟ่ต์เริ่มต้นเพียง 599++ บาท พร้อมประสบการณ์การกินแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ และเพื่อให้การกินบุฟเฟ่ต์คุ้มค่ายิ่งขึ้น อย่าลืมนึกถึงบัตรเครดิต KTC ที่มีโปรโมชั่นกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำมากมาย รวมถึงทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรทุกๆ 25 บาท จะได้รับคะแนน KTC FOREVER 1 คะแนน สามารถสะสมคะแนนใช้แทนเงินสด ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษอื่นๆได้ หากยังไม่มีบัตรเครดิต KTC อยู่ในมือ สามารถเลือกบัตรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสมัครบัตรเครดิตด้วยตัวเองได้ง่ายๆ


ทานบุฟเฟ่ต์คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC