กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหาร (Gastronomy Destination) ระดับโลก หากคุณมีเพื่อนชาวต่างชาติ แขกบ้านแขกเมือง หรือพันธมิตรทางธุรกิจมาเยือนประเทศไทย แล้วอยากพาไปลิ้มลองรสชาติอาหารไทยแท้ ๆ พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ KTC ได้คัดสรร 20 ร้านอาหารไทยบรรยากาศดี หลากหลายสไตล์ ตั้งแต่ระดับมิชลินไกด์ ไฟน์ไดนิ่ง ซีฟู้ดสดใหม่ ไปจนถึงอาหารอีสานรสแซ่บที่ได้มาตรฐาน พร้อมรับสิทธิประโยชน์สุดคุ้มสำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC ที่จะช่วยเติมเต็มมื้ออาหารนี้ให้พิเศษยิ่งขึ้น
ปักหมุด 20 ร้านอาหารไทย บรรยากาศดี ต้อนรับแขกต่างชาติ
ขอบคุณรูปภาพจาก : Somtamnua
1. ส้มตำนัว (Somtamnua) - สาขาสยามสแควร์
ร้านส้มตำและอาหารอีสานระดับตำนานใจกลางสยามสแควร์ที่เป็นขวัญใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาอย่างยาวนาน โดดเด่นด้วยบรรยากาศร้านสไตล์โมเดิร์นที่สะอาดสะอ้าน ตกแต่งสวยงาม การบริการรวดเร็ว เหมาะสำหรับพาเพื่อนต่างชาติมาเปิดประสบการณ์อาหารอีสานแท้ ๆ ในย่านช้อปปิ้งใจกลางเมือง
- เมนูแนะนำ: ส้มตำไทยไข่เค็ม, ไก่ทอดตะไคร้สูตรเด็ด, ผัดขนมจีนส้มตำนัว
- เวลาทำการ: 11.00 - 21.30 น.
- ที่อยู่: สยามสแควร์ ซอย 3 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS สยาม)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 150 - 300 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : ZaapClassic
2. แซ่บ คลาสสิก (Zaap Classic) - สาขาเอ็มควอเทียร์ / ศูนย์การค้าชั้นนำ
ร้านอาหารอีสานยกระดับที่นำเสนอความแซ่บในบรรยากาศพรีเมียม ขึ้นห้างสรรพสินค้าชั้นนำ จุดเด่นคือระบบการจัดการร้านที่สะอาด วัตถุดิบได้มาตรฐาน และสามารถเลือกระดับความเผ็ดให้ตอบโจทย์ชาวต่างชาติได้ง่าย บรรยากาศร้านนั่งสบาย แอร์เย็นฉ่ำ เหมาะสำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นที่ต้องการความสะดวกสบาย
- เมนูแนะนำ: ส้มตำไทยไก่ย่างข้าวคั่ว, ลาบหมูคลาสสิก, ต้มแซ่บกระดูกอ่อน
- เวลาทำการ: 10.00 - 22.00 น. (ตามเวลาเปิด-ปิดของศูนย์การค้า)
- ที่อยู่: ศูนย์การค้า The EmQuartier ชั้น B แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS พร้อมพงษ์)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 200 - 400 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : กุ้งทอง ซีฟู้ด Kungthong Seafood
3. กุ้งทอง ซีฟู้ด (Kungthong Seafood) - สาขาพระราม 4
ร้านอาหารไทย-ซีฟู้ดชื่อดังย่านใจกลางเมือง ปรุงรสด้วยสูตรโบราณไทยแท้ วัตถุดิบสดใหม่ คัดไซส์พิเศษ บรรยากาศร้านกว้างขวาง มีห้องส่วนตัว เหมาะสำหรับการต้อนรับชาวต่างชาติที่ชอบรสชาติจัดจ้านแบบถึงเครื่อง
- เมนูแนะนำ: เนื้อปูผัดพริกขี้หนูสวน, กุ้งทอดเกลือโบราณ, ฉู่ฉี่กุ้งแชบ๊วย
- เวลาทำการ: 11.00 - 21.00 น.
- ที่อยู่: ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ (ใกล้ MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์)
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/Ph5E9bLzcfnVtc6s7
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 500 - 1,000 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : Nalin Kitchen ครัวนลิน
4. ครัวนลิน (Nalin Kitchen) - ย่านบางรัก
ร้านอาหารไทยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ย่านเจริญกรุง-บางรัก โดดเด่นด้วยการตกแต่งร้านที่น่ารักและสะอาด สะท้อนเสน่ห์ของย่านเมืองเก่า รสชาติอาหารไทยโฮมเมดตามต้นตำรับ รสไม่จัดจนเกินไป ชาวต่างชาติรับประทานได้ง่าย
- เมนูแนะนำ: ผัดไทยกุ้งสด, เนื้อปูผัดผงกะหรี่, ไก่ทอดตะไคร้
- เวลาทำการ: 11.30 - 22.30 น.
- ที่อยู่: 1463 ถนนเจริญกรุง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS สะพานตากสิน)
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/TzZZwQTT89GiK1VP6
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 100 - 250 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : Sapaitai_Food
5. บ้านสะใภ้ใต้ (Sapaitai) - ย่านพญาไท
สัมผัสความเผ็ดร้อนและจัดจ้านของอาหารใต้แท้ ๆ รังสรรค์เมนูอย่างประณีตและจัดแต่งจานสวยงาม บรรยากาศภายในร้านโปร่งสบาย ตกแต่งร่วมสมัย เหมาะสำหรับพาเพื่อนต่างชาติมาเปิดประสบการณ์วัฒนธรรมอาหารภาคใต้ของไทย
- เมนูแนะนำ: แกงเหลืองปลากะพง, ผัดสามเหม็นวุ้นเส้นกุ้งสด, ใบเหลียงผัดไข่เป็ด
- เวลาทำการ: 10.00 - 21.00 น.
- ที่อยู่: ซอยพหลโยธิน 3 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS สนามเป้า)
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/DLqewkWLcs7ZAxmH8
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 250 - 500 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : TongMon Thai-Isan
6. ต้องมนต์ (TongMon) - บางนา
ร้านอาหารไทย-อีสานสไตล์ร่วมสมัย ตั้งอยู่ในศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค นำเสนออาหารอีสานรสชาตินัวลึก ยกระดับด้วยเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่และวัตถุดิบคัดเกรด บรรยากาศโมเดิร์น เดินทางสะดวก เหมาะสำหรับมื้อรับรองหลังเสร็จงานแฟร์
- เมนูแนะนำ: ตำหลวงพระบาง, ยำหมูสามชั้นทอดน้ำปลา, ก้อยเนื้อคั่วสุก
- เวลาทำการ: 10.00 - 19.00 น.
- ที่อยู่: ชั้น B1 โครงการ BITEC BURI ถนนเทพรัตน บางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS บางนา)
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1xebgDqdwfQhNShT7
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 100 - 250 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : Sorn ศรณ์
7. ศรณ์ (Sorn) - ย่านสุขุมวิท
ร้านอาหารใต้ระดับมิชลิน 3 ดาว ที่ขึ้นชื่อเรื่องการจองยากที่สุดร้านหนึ่งในไทย นำเสนออาหารใต้ในรูปแบบ Fine Dining ที่ใช้วัตถุดิบจากชุมชนในภาคใต้ 100% บรรยากาศบ้านเก่าทรงคลาสสิกในซอยสุขุมวิท 26 หรูหราและประณีตทุกรายละเอียด
- เมนูแนะนำ: คอร์สเมนูอาหารใต้ตามฤดูกาล, กานพลู, ข้าวยำ
- เวลาทำการ: 18.00 - 22.00 น. (เปิดเป็นรอบ และต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้า)
- ที่อยู่: 56 ซอยสุขุมวิท 26 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS พร้อมพงษ์)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 4,000 บาทขึ้นไป
ขอบคุณรูปภาพจาก : Sra Bua by Num Weerawat
8. สระบัว บาย เชฟหนุ่ม วีระวัฒน์ (Sra Bua by Num Weerawat) - โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ
จากการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของห้องอาหารไทยระดับตำนานประจำโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่มิติใหม่ภายใต้ชื่อ "Sra Bua by Num Weerawat" โดยได้คว้าตัว เชฟหนุ่ม - วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ (เชฟผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอาหารไทยพื้นบ้านระดับสากล จากร้านซาหมวย แอนด์ ซันส์) เข้ามารังสรรค์รสชาติและคอนเซปต์อาหารไทยไฟน์ไดนิ่ง (Fine Dining) ยุคใหม่ ไฮไลต์ยังคงเป็นความงดงามตระการตาของบรรยากาศสไตล์ Modern Luxury ที่มีสระบัวขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านสร้างความผ่อนคลายอยู่ใจกลางร้าน แต่ถูกเติมเต็มด้วยความคิดสร้างสรรค์อันลึกซึ้งของเชฟหนุ่มที่นำเสนออาหารไทยร่วมสมัยผ่านเทคนิคสากล ดึงเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่หาทานยากและภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยในแต่ละภูมิภาคมาตีความใหม่ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมื้อค่ำเพื่อการรับรองแขกต่างชาติระดับพิเศษหรือพันธมิตรทางธุรกิจที่ต้องการสัมผัสความประณีตที่ไร้กาลเวลา
- เมนูแนะนำ: คอร์สเมนูอาหารไทยร่วมสมัยต้อนรับฤดูกาล (เสิร์ฟในรูปแบบเมนูสร้างสรรค์), ชุดอาหารเรียกน้ำย่อยแรงบันดาลใจจากสตรีทฟู้ด
- เวลาทำการ: มื้อกลางวัน 12.00 - 15.00 น. และมื้อค่ำ 18.00 - 24.00 น.
- ที่อยู่: ชั้น G โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ (สามารถเดินเชื่อมต่อได้สะดวกจาก BTS สถานีสยาม ผ่านทางศูนย์การค้าสยามพารากอน)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 2,200 - 4,600++ บาท (ตามประเภทคอร์สอาหาร)
ขอบคุณรูปภาพจาก : aorpuob_since2017
9. ออปูอบ & ปูไข่ (Aorpuaob Pukhai) - ย่านลาดพร้าว
ร้านเด็ดสำหรับสายซีฟู้ดและปูไข่ดอง วัตถุดิบส่งตรงสดใหม่ทุกวัน จุดเด่นคือน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านครบรส บรรยากาศร้านเป็นกันเอง เหมาะกับเพื่อนต่างชาติสาย Foodie ที่อยากลิ้มลองสตรีทฟู้ดซีฟู้ดระดับพรีเมียม
- เมนูแนะนำ: ปูไข่นึ่งนมสด, กุ้งลายเสืออบวุ้นเส้น, ปูไข่ดองน้ำปลา
- เวลาทำการ: 15.00 - 23.00 น.
- ที่อยู่: ปากซอยโชคชัย 4 ซอย 78 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ (ใกล้ MRT สายสีเหลือง สถานีโชคชัย 4)
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/pM1eibtZY9rB448WA
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 500 - 1,000 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : Hookrajong Haus
10. หูกระจง เฮ้าส์ (Hookrajong Haus) - ย่านวัฒนา
ร้านอาหารสไตล์คาเฟ่แอนด์เรสเตอรองต์ บรรยากาศร่มรื่นล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง มีโซนที่นั่ง Glass House ติดแอร์เย็นสบาย และโซนเอาท์ดอร์รับลมธรรมชาติ เสิร์ฟอาหารไทยฟิวชันและอาหารนานาชาติที่เข้าถึงง่าย
- เมนูแนะนำ: ขาหมูเยอรมันสูตรกรอบ, สเต๊กเนื้อกระทะร้อน, เกี๊ยวปลาหูกระจง
- เวลาทำการ: 11.00 - 22.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
- ที่อยู่: 545 ซอยปรีดี พนมยงค์ 42 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS พระโขนง)
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/RH5hN78fMkdkoJJg7
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 250 - 500 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : ร้านอาหารสราญรมย์-ครัวบ้านช่างเดิม
11. สราญรมย์ (Saranrom - ครัวบ้านช่างเดิม) - ย่านศรีนครินทร์
ร้านอาหารไทยบรรยากาศสบาย ๆ ย่านกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก มีบริการทั้งโซนห้องแอร์ โซนสวน และห้องจัดเลี้ยงคาราโอเกะ เหมาะสำหรับการจัดเลี้ยงสังสรรค์ขนาดใหญ่กับกลุ่มเพื่อนชาวต่างชาติในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
- เมนูแนะนำ: ปลากะพงทอดน้ำปลา, กุ้งแช่น้ำปลา, ส้มตำทะเลเดือด
- เวลาทำการ: 10.00 - 23.30 น. (ปิดวันจันทร์)
- ที่อยู่: 7 ซอยศรีนครินทร์ 58 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ (ใกล้ MRT สายสีเหลือง สถานีศรีอุดม)
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/LJ9BdUkEu5HCYNgp6
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 250 - 500 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : ลำขนาด อาหารเหนือ delivery
12. ลำขนาดอาหารเหนือ (Lum Ka Nad) - ย่านบางบอน
เปิดประตูสู่เสน่ห์อาหารเหนือแท้ ๆ โดยไม่ต้องบินไปถึงเชียงใหม่ รสชาติเข้มข้นจัดจ้านตามสูตรท้องถิ่น บรรยากาศร้านอบอุ่น ตกแต่งเรียบง่ายให้ความรู้สึกเหมือนรับประทานอาหารที่บ้านเพื่อน เหมาะสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารล้านนา
- เมนูแนะนำ: ข้าวซอยไก่, แกงฮังเล, ชุดน้ำพริกหนุ่มไส้อั่ว
- เวลาทำการ: 10.00 - 22.00 น.
- ที่อยู่: 777/7 ถนนเอกชัย (ก่อนถึงซอยเอกชัย 87) แขวงบางบอน เขตบางบอน กรุงเทพฯ
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/1pnq5ebw2xC3TR3X9
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 100 - 250 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.ariyasom.com
13. ณ อรุณ (Na Aroon) - สุขุมวิท ซอย 1
ร้านอาหารไทยในโรงแรมสไตล์บูทีค Ariyasomvilla ตัวร้านเป็นเรือนไม้โบราณอายุกว่า 80 ปี ล้อมรอบด้วยสวนร่มรื่น จุดเด่นคือให้บริการอาหารไทยดั้งเดิมแนวเพื่อสุขภาพ (เน้นมังสวิรัติและซีฟู้ด ไม่ใช้เนื้อสัตว์ใหญ่) เหมาะมากสำหรับชาวต่างชาติสายเฮลตี้หรือทาน Veggie
- เมนูแนะนำ: แกงเผ็ดเป็ดย่างเจ, ผัดไทยมังสวิรัติ, เมี่ยงคำ
- เวลาทำการ: 07.00 - 22.00 น.
- ที่อยู่: 65 ซอยสุขุมวิท 1 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (ใกล้ BTS เพลินจิต)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 300 - 600 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : Rongros ร้านอาหารไทย ริมแม่น้ำ
14. โรงรส (Rongros) - ท่าเตียน
ร้านอาหารไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตรงข้ามวัดอรุณราชวราราม ตกแต่งสไตล์ตึกเก่าคลาสสิกผสมความลึกลับน่าค้นหา ไฮไลต์คือดาดฟ้าที่มองเห็นวิวพระปรางค์วัดอรุณฯ อย่างชัดเจนในยามค่ำคืน เป็นร้านที่ต่างชาติต้องเช็กอิน
- เมนูแนะนำ: แกงเขียวหวานเนื้อร่องซี่โครง, แตงโมหน้าปลาแห้ง, ต้มยำโบราณ
- เวลาทำการ: 11.00 - 22.00 น.
- ที่อยู่: 392/16 ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ (ใกล้ MRT สนามไชย)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 500 - 1,000 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : กะทิบ้านอาหารไทยและขนม
15. ร้านกะทิ บ้านอาหารไทยและขนม (Kati Thai Restaurant) - ย่านตลิ่งชัน
ร้านอาหารไทยรสชาติตำรับดั้งเดิมที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นราวกับเป็นโอเอซิส (Oasis) สีเขียวผืนใหญ่ย่านฝั่งธนฯ ตัวร้านถูกออกแบบตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิกที่ดูโปร่งโล่ง สบายตา โอบล้อมไปด้วยพื้นที่สวนแมกไม้ธรรมชาติและบ่อปลาคาร์ฟขนาดใหญ่ให้เดินชมได้อย่างเพลิดเพลิน ไฮไลต์ของร้านนี้คือการรวบรวมเมนูอาหารไทยโบราณและของว่างชาววังที่หาทานยาก นำมาจัดเสิร์ฟอย่างประณีตและสวยงามในภาชนะแบบไทย รสชาติอาหารแต่ละจานมีความเข้มข้นจัดจ้านถึงรสตามเอกลักษณ์ไทยแท้ ในขณะที่โซนขนมไทยโบราณก็ทำออกมาได้อย่างละเมียดละไม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพาครอบครัว คนพิเศษ หรือเพื่อนชาวต่างชาติมานั่งรับประทานอาหารในบรรยากาศสวนที่ผ่อนคลายและหลีกหนีความวุ่นวายของตัวเมืองหลวง
- เมนูแนะนำ: ชุดของว่างชาววังรวมโบราณ (ม้าฮ่อ, หมูโสร่ง, ปลาแห้งแตงโม, ข้าวตังหน้าตั้ง), แกงสิงหลไก่ (แกงโบราณเน้นเครื่องเทศ), หมูผัดกะปิ, ปลากะพงผัดชะอม, ข้าวแช่โบราณ (ตามฤดูกาล) และขนมหวานซิกเนเจอร์อย่าง "บัวลอยบ้านกะทิ"
- เวลาทำการ: วันจันทร์ - ศุกร์ 10.30 - 21.00 น. / วันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 10.30 - 22.00 น.
- ที่อยู่: 14 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร (ตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ เลียบฟุตปาธข้างสะพานข้ามทางรถไฟตลิ่งชัน ติดกับศูนย์บริการรถยนต์ซูซูกิ มีพื้นที่จอดรถกว้างขวางรองรับด้านหลังร้าน)
- พิกัด Google Map: https://maps.app.goo.gl/u8iZ9bKDuNoPHGTr8
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 250 - 500 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : The Waterside at Chesadabodin
16. เดอะ วอเตอร์ไซด์ เจษฎาบดินทร์ (Waterside Hetsadabodin)
ตั้งอยู่เขตรอยต่อกรุงเทพฯ-นนทบุรี ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มอบทัศนียภาพอันงดงามของสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ บรรยากาศโรแมนติกรับลมแม่น้ำ เหมาะสำหรับการพาชาวต่างชาติมาดินเนอร์ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน
- เมนูแนะนำ: กุ้งแม่น้ำเผา, ปูผัดผงกะหรี่, ต้มยำกุ้งมะพร้าวอ่อน
- เวลาทำการ: อังคาร - ศุกร์ 16.00 - 22.00 น. / เสาร์ - อาทิตย์ 12.00 - 22.00 น. (ปิดวันจันทร์)
- ที่อยู่: 199 ถนนนนทบุรี 1 ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
- พิกัด: https://maps.app.goo.gl/69M5GMoDw9HrsZ2M8
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 500 - 1,000 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : ร้านเมธาวลัย ศรแดง Methavalai Sorndaeng
17. เมธาวลัย ศรแดง (Methavalai Sorndaeng) - ถนนราชดำเนิน
ร้านอาหารไทยระดับตำนานที่ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลินอย่างต่อเนื่อง โดดเด่นด้วยบรรยากาศย้อนยุคสไตล์กรุงเทพฯ ยามค่ำคืน คลอเคล้าด้วยเสียงเพลงลูกกรุงสด เหมาะสำหรับพานักธุรกิจหรือผู้ใหญ่ชาวต่างชาติมาสัมผัสความประณีตดั้งเดิมของไทย
- เมนูแนะนำ: หมี่กรอบชาววัง, แกงคั่วสับปะรดกุ้ง, ทอดมันปลากราย
- เวลาทำการ: 10.30 - 22.00 น.
- ที่อยู่: 78/2 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ (ใกล้ MRT สามยอด)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 500 - 1,000 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : Plu
18. พลู (Plu) - ซอยสวนพลู
ร้านอาหารไทยโมเดิร์นในซอยสวนพลู ตกแต่งบรรยากาศบ้านสไตล์โคโลเนียล หรูหราแต่แฝงความอบอุ่น ได้รับเลือกในคู่มือมิชลินไกด์ (Bib Gourmand) นำเสนออาหารไทยที่ผสมผสานรสชาติความคุ้นเคยเข้ากับเสน่ห์ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
- เมนูแนะนำ: แกงรัญจวน, ยำส้มโอ, น้ำพริกหนุ่มแนมหมูกรอบ
- เวลาทำการ: 11.30 - 24.00 น.
- ที่อยู่: 3 ซอยสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ (ใกล้ MRT ลุมพินี / BTS ช่องนนทรี)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 400 - 800 บาท
ขอบคุณรูปภาพจาก : Sirimahannop
19. สิริมหรรณพ (Sirimahannop) - เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์
เปิดประสบการณ์ต้อนรับแขกต่างชาติระดับเอ็กซ์คลูซีฟในรูปแบบใหม่ ด้วยการพาไปดินเนอร์บน "สิริมหรรณพ" เรือใบสามเสาโบราณขนาดใหญ่ที่จำลองโครงสร้างมาจากเรือทูลกระหม่อม (เรือหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5) ซึ่งจอดเทียบท่าอย่างสง่างามและถาวร ณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านเอเชียทีค โดดเด่นด้วยบรรยากาศสไตล์โก้หรู ย้อนยุคแต่แฝงความโมเดิร์น ไฮไลต์คือการนั่งรับประทานอาหารบนชั้นดาดฟ้าเรือ (Upper Deck) รับลมแม่น้ำแบบเย็นสบาย พร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของเส้นขอบฟ้ากรุงเทพฯ และแสงไฟสะท้อนผิวน้ำในยามค่ำคืน นำเสนอเมนูอาหารไทยประยุกต์และอาหารนานาชาติรสเลิศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเส้นทางการค้าทางทะเลในอดีต ผสมผสานเครื่องดื่มค็อกเทลสูตรพิเศษ ถือเป็นจุดเช็กอินระดับพรีเมียมที่สร้างความประทับใจและความแปลกใหม่ให้ชาวต่างชาติได้อย่างไม่มีวันลืม
- เมนูแนะนำ: แกงคั่วเนื้อแก้มวัวนุ่มรสเข้มข้น, ทาโก้ซีฟู้ดสไตล์ไทย, หอยนางรมสดพรีเมียมเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดและเครื่องเคียง และเครื่องดื่มซิกเนเจอร์สูตรเดินเรือโบราณ
- เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 - 24.00 น.
- ที่อยู่: ท่าเรือเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร (สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีสะพานตากสิน แล้วต่อเรือโดยสารรับส่งฟรีของโครงการเอเชียทีค)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 800 - 1,500 บาทขึ้นไป
ขอบคุณรูปภาพจาก : Jim Thompson, A Thai Restaurant
20. จิม ทอมป์สัน อะ ไทย เรสเตอรองต์ (Jim Thompson, A Thai Restaurant) - ย่านปทุมวัน
สัมผัสประสบการณ์อาหารไทยร่วมสมัยในระดับแลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ ณ "Jim Thompson, A Thai Restaurant" ห้องอาหารแฟล็กชิปโฉมใหม่ล่าสุดที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Modern Luxury ที่มีความโฉบเฉี่ยว ทันสมัย ผสมผสานกับการใช้ผ้าไหมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ไฮไลต์คือเรือนกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทัศนียภาพของเรือนไม้ไทยโบราณและสวนสีเขียวขจีอันเงียบสงบ รังสรรค์เมนูโดยเชฟระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่นำเอาอาหารไทยตำรับพื้นบ้านจากภาคต่าง ๆ มายกระดับด้วยวัตถุดิบพรีเมียมและการจัดจานที่สวยงามแปลกใหม่ เป็นจุดต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองชาวต่างชาติที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพราะได้อิ่มอร่อยกับมื้ออาหารไทยเลิศรสไปพร้อม ๆ กับการซึมซับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยในที่เดียว
- เมนูแนะนำ: แกงคั่วปูใบชะพลู, ข้าวผัดสับปะรดสูตรพรีเมียม, แกงมัสมั่นเนื้อแก้มวัว และขนมไทยโบราณประยุกต์
- เวลาทำการ: เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวัน 12.00 - 15.30 น. และมื้อค่ำ 18.00 - 23.00 น.
- ที่อยู่: ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (เดินทางสะดวกที่สุดด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ทางออก 1 แล้วเดินเข้าซอยประมาณ 5 นาที หรือใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กรับส่งฟรีของโครงการ)
- ราคาเฉลี่ยต่อหัว: 800 - 1,500 บาทขึ้นไป
สำหรับสมาชิกบัตรเครดิต KTC ใช้จ่ายผ่านบัตร รับโปรโมชั่นร้านอาหารมากมาย ทั้ง ส่วนลดค่าอาหาร, แลกคะแนน KTC FOREVER รับเครดิตเงินคืน หรือรับส่วนลดเพิ่ม เป็นต้น สมัครบัตรเครดิต KTC พร้อมรับสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายสมัครออนไลน์ได้เลยทุกวัน 24 ชั่วโมง อาชีพไหนก็สมัครได้ อนุมัติไว เอกสารไม่ยุ่งยาก
FAQ: 5 คำถามยอดฮิตในการพาชาวต่างชาติตานอาหารไทย
Q1: หากเพื่อนต่างชาติทานเผ็ดไม่ได้ ควรเลือกสั่งเมนูอะไร?
A: แนะนำให้สั่งเมนูที่มีรสชาติกลมกล่อม นุ่มนวล เช่น ผัดไทยกุ้งสด, ไก่ห่อใบเตย, แกงจืดเต้าหู้หมูสับ หรือต้มข่าไก่ และในขั้นตอนการสั่งอาหาร สามารถแจ้งพนักงานเพิ่มเติมได้ทันทีว่า "ขอทำรสชาติสำหรับชาวต่างชาติ หรือ เผ็ดน้อย (Mild)" ครับ
Q2: แนะนำร้านอาหารสำหรับชาวต่างชาติที่เป็นมังสวิรัติ (Vegetarian)?
A: ร้าน "ณอรุณ (Na Aroon)" ในซอยสุขุมวิท 1 คือตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจากเป็นร้านอาหารไทยสไตล์บูทีคที่เน้นอาหารเพื่อสุขภาพและมังสวิรัติตามตำรับไทยโบราณโดยเฉพาะ ปรุงอย่างประณีตโดยไม่ใช้เนื้อสัตว์ใหญ่ ทำให้ชาวต่างชาติสายเฮลตี้หรือรับประทาน Veggie สบายใจได้แน่นอน
Q3: ร้านอาหารไทยส่วนใหญ่มีเมนูภาษาอังกฤษและพนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษได้ไหม?
A: สำหรับร้านอาหารใจกลางเมือง ร้านอาหารในศูนย์การค้า หรือร้านในระดับไฟน์ไดนิ่ง เช่น Jim Thompson, A Thai Restaurant, Somtamnua และ Sra Bua by Num Weerawat ทุกร้านมีเมนูภาษาอังกฤษพร้อมรูปภาพชัดเจน และพนักงานสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนร้านอาหารท้องถิ่นย่านชานเมือง แนะนำให้เจ้าบ้านช่วยแนะนำเมนูเพิ่มเติมเพื่อความสะดวกครับ
Q4: จำเป็นต้องสำรองที่นั่งล่วงหน้าหรือไม่?
A: สำหรับร้านอาหารไทยในกลุ่ม Fine Dining หรือระดับมิชลินไกด์ เช่น ศรณ์, Sra Bua by Num Weerawat รวมถึงประสบการณ์พิเศษอย่าง เรือใบโบราณสิริมหรรณพ จำเป็นต้องทำการสำรองที่นั่งล่วงหน้าครับ ส่วนร้านอาหารไทยทั่วไปหรือร้านซีฟู้ดขนาดใหญ่ หากไปเป็นกลุ่มคณะตั้งแต่ 6 ท่านขึ้นไป แนะนำให้โทรจองล่วงหน้าก่อน 1-2 วันเพื่อความสะดวกในการจัดโต๊ะบรรยากาศดีครับ
Q5: เดินทางไปร้านอาหารในกรุงเทพฯ วิธีไหนสะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว?
A: การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯ ทางบทความนี้จึงได้ทำการระบุสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดเอาไว้ให้ในทุก ๆ ร้านเรียบร้อยแล้ว หากร้านใดอยู่ห่างจากสถานีเล็กน้อย สมาชิกสามารถพาเพื่อนต่างชาตินั่งรถแท็กซี่หรือเรียกใช้บริการ Ride-hailing ผ่านแอปพลิเคชันต่อได้ง่ายและสะดวกมากครับ




















