ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยรุ่นที่อยากเริ่มทำช่องยูทูป พ่อแม่ยุคใหม่ที่อยากทำ Vlog เก็บความทรงจำครอบครัว หรือคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำงานและอยากสร้างรายได้เสริมจากการไลฟ์สด คำถามแรกที่มักจะเจอคือ "ไมค์แบบไหนดี?" เพราะไมค์ที่แพงที่สุด อาจไม่ใช่ไมค์ที่เสียงดีที่สุดหากนำไปใช้ผิดประเภท
ไมค์อัดเสียงแบบไหนเหมาะกับ Podcast, Vlog และไลฟ์?
การเลือกไมค์อัดเสียงขึ้นอยู่กับรูปแบบคอนเทนต์ สถานที่ และจำนวนคนเป็นหลัก หากทำ Podcast ควรเน้นความชัดเจนของเสียงพูด Vlog เน้นความคล่องตัว ส่วนการไลฟ์สดต้องเน้นการควบคุมเสียงได้ง่ายและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันที
ทำ Podcast ควรใช้ไมค์ Dynamic หรือ Condenser?
การจัดพอดแคสต์แบบพูดคนเดียวในห้องนอนหรือห้องทำงานทั่วไปที่ไม่ได้กรุวัสดุซับเสียง ควรเริ่มต้นด้วยไมค์ Dynamic เพราะรับเสียงเฉพาะจุดและตัดเสียงสะท้อนได้ดีกว่า แต่ถ้าคุณมีห้องสตูดิโอที่จัดการเสียงก้องได้สนิท ไมค์ Condenser จะให้เสียงที่นุ่มลึก มีมิติ และเก็บรายละเอียดเสียงปลายทางได้ครบถ้วนกว่า
ถ่าย Vlog ควรใช้ไมค์ไร้สายหรือไมค์ Shotgun?
Vlog แบบเดินถือกล้องพูด (Talking Head) หรือถ่ายบรรยากาศ แนะนำให้ใช้ ไมค์ไร้สาย (Wireless Lavalier) เพราะคล่องตัว ให้ระยะส่งสัญญาณไกล และเสียงคงที่แม้หันหน้าหนีกล้อง แต่มีข้อจำกัดเรื่องแบตเตอรี่ หากคุณเน้นตั้งกล้องถ่ายใกล้ๆ ไมค์ Shotgun ติดหัวกล้องจะตอบโจทย์กว่า เพราะไม่ต้องพะวงเรื่องชาร์จแบตเตอรี่ และรับเสียงด้านหน้าได้พุ่งตรง
ไลฟ์ขายของหรือสตรีมเกมควรใช้ไมค์แบบไหน?
การไลฟ์ผ่านคอมพิวเตอร์ ควรใช้ไมค์ตั้งโต๊ะที่มีปุ่ม Mute ปิดเสียงฉับไว และรองรับ Direct Monitoring (เสียบหูฟังฟังเสียงตัวเองแบบไม่ดีเลย์) ส่วนการไลฟ์ผ่านมือถือ ควรใช้ไมค์ไร้สายที่มีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวน (Noise Cancellation) เพื่อความสะดวกในการหยิบจับสินค้า
ก่อนเลือกไมค์อัดเสียง ต้องตอบคำถามอะไรบ้าง?
แนะนำให้ตอบ 5 คำถามก่อนซื้อ ได้แก่ 1. อัดที่ไหน 2. อัดเสียงใคร 3. ใช้อุปกรณ์อะไรต่อพ่วง 4. ต้องเคลื่อนที่หรือไม่ 5. มีงบรวมอุปกรณ์เสริมเท่าไร คำตอบเหล่านี้สำคัญและช่วยกรองตัวเลือกได้ดีกว่าการตัดสินใจจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว
อัดเสียงในห้องเงียบ ห้องทั่วไป หรือกลางแจ้ง?
- ห้องเงียบ (Treated Room): ใช้ Condenser ได้ดึงรายละเอียดเสียงได้เต็มที่
- ห้องทั่วไป (มีเสียงแอร์/พัดลม): ใช้ Dynamic ช่วยลดเสียงแวดล้อม
- กลางแจ้ง: ใช้ไมค์ไร้สายติด Deadcat (ขนแมวกันลม) เพื่อสู้กับเสียงลมและเสียงรถ
อัดคนเดียว สองคน หรือหลายคน?
หากพูดคนเดียว ไมค์ตัวเดียวแบบรับเสียงด้านหน้า (Cardioid) ก็เพียงพอ แต่ถ้าสัมภาษณ์สองคน ควรใช้ไมค์ไร้สายแบบ 1 ตัวรับ 2 ตัวส่ง (1 RX / 2 TX) เพื่อแยกเสียงแต่ละคนชัดเจน ไม่แนะนำให้ใช้ไมค์ตัวเดียวตั้งตรงกลาง (Omnidirectional) ในห้องที่ไม่เก็บเสียง เพราะจะดูดเสียงก้องเข้ามามหาศาล
ใช้กับมือถือ กล้อง หรือคอมพิวเตอร์?
อย่าลืมเช็กพอร์ตเชื่อมต่อ! มือถือรุ่นใหม่มักใช้ Type-C หรือ Lightning กล้องมักใช้แจ็ค 3.5mm TRS ส่วนคอมพิวเตอร์ใช้ USB-A/Type-C ไมค์บางรุ่นบอกว่า "ใช้กับมือถือได้" แต่อาจต้องซื้อ Adapter แยก
งบที่ตั้งไว้รวมอุปกรณ์เสริมแล้วหรือยัง?
ค่าใช้จ่ายที่มักถูกลืมตอนซื้อไมค์คือ ขาตั้งไมค์ (Boom Arm), สายสัญญาณ, Audio Interface, และอุปกรณ์กันลม (Pop Filter) ควรเผื่องบส่วนนี้ไว้อย่างน้อย 1,500 - 3,000 บาท
Dynamic vs Condenser ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกว่า?
ไมค์ Dynamic ทนทาน รับเสียงรบกวนน้อย เหมาะกับการพูดจ่อใกล้ๆ ในห้องที่ไม่เก็บเสียง ส่วน Condenser ไวต่อเสียงมาก เก็บรายละเอียดได้ใสและกว้าง เหมาะกับห้องเงียบที่จัดการเสียงก้องแล้ว ทั้งคู่ไม่มีแบบไหน "เสียงดีกว่า" อย่างสัมบูรณ์ แต่ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ใช้งาน
ไมค์ Dynamic เหมาะกับห้องไม่เก็บเสียงจริงไหม?
จริง เพราะโครงสร้างรับเสียงของ Dynamic ออกแบบมาให้รับเสียงที่อยู่ใกล้มากๆ (ต้องห่างปากแค่ 1-2 ฝ่ามือ) ทำให้เสียงรบกวนที่อยู่ไกลออกไป (เช่น เสียงแอร์ เสียงรถ) เข้ามาได้ยาก แต่มีข้อควรระวังคือ ถ้าตั้งไกลปากแล้วไปเร่ง Gain สูงๆ มันก็จะรับเสียงก้องเข้ามาอยู่ดี
ไมค์ Condenser เหมาะกับงานประเภทใด?
งานที่ต้องการมิติและความคมชัดของเสียง เช่น จัดรายการ Podcast ในสตูดิโอ, การพากย์เสียง (Voice-over), หรือการร้องเพลง
Phantom Power คืออะไร และจำเป็นกับใคร?
Phantom Power (หรือ 48V) คือไฟเลี้ยงที่ต้องส่งไปขับเคลื่อนวงจรของไมค์ Condenser แบบสาย XLR (ไมค์ Dynamic ปกติไม่ต้องใช้) ไฟนี้มักจะมาจาก Audio Interface หรือ Mixer ส่วนใครที่ใช้ไมค์ Condenser แบบ USB จะมีวงจรจ่ายไฟในตัวอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อเพิ่ม
ไมค์ USB vs XLR vs ไมค์ไร้สาย เลือกแบบไหนดี?
ไมค์ USB เหมาะกับครีเอเตอร์ที่ต้องการความสะดวก เสียบแล้วใช้งานได้ทันที ไมค์ XLR เหมาะกับผู้ที่ต้องการอัปเกรดระบบเสียงให้เป็นมืออาชีพ ควบคุมเสียงได้ละเอียด ส่วนไมค์ไร้สายคือคำตอบของสาย Vlog และงานที่ต้องเคลื่อนที่บ่อยๆ
ไมค์ USB เหมาะกับมือใหม่และการไลฟ์อย่างไร?
เป็นระบบ Plug-and-Play ไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน ไมค์ USB สมัยใหม่มักมีช่องเสียบหูฟังในตัว มีปุ่มปรับ Gain (ความดัง) และปุ่ม Mute ซึ่งครบจบในตัวเดียว ทำให้เริ่มไลฟ์สดหรืออัดเสียงได้ทันที
ไมค์ XLR ต้องซื้ออุปกรณ์อะไรเพิ่ม?
หัวใจสำคัญของระบบ XLR คือต้องมี Audio Interface หรือ Mixer ทำหน้าที่แปลงสัญญาณอนาล็อกเป็นดิจิตอลเข้าคอมพิวเตอร์ ข้อดีคือสาย XLR เป็นแบบ Balanced ช่วยลดสัญญาณรบกวนได้ดีมากหากต้องเดินสายยาวๆ และสามารถอัปเกรดเปลี่ยนไมค์หรือ Interface แยกกันได้
ไมค์ไร้สายเหมาะกับใคร และมีข้อจำกัดอะไร?
เหมาะกับ Vlogger สายลุยที่เน้นเดินถ่ายทำ
ข้อควรระวัง: ต้องหมั่นเช็กแบตเตอรี่ และระวังคลื่นแทรกหากไปในที่คนพลุกพล่าน (สัญญาณ 2.4GHz อาจกวนกับ Wi-Fi)
ไมค์สำหรับ Podcast ควรเลือกอย่างไรให้เสียงชัดและไม่ก้อง?
- ใช้รูปแบบรับเสียงแบบ Cardioid (รับเสียงด้านหน้า)
- หากงบน้อย แนะนำ Dynamic USB
- ต้องหาขาตั้งไมค์แขวน (Boom Arm) เพื่อให้ไมค์เข้ามาใกล้ปากได้มากที่สุด (ห่างประมาณ 1 กำปั้น) จะช่วยลดเสียงก้องของห้องได้ถึง 70%
ไมค์สำหรับ Vlog ควรเลือกแบบหนีบเสื้อ ไร้สาย หรือ Shotgun?
แนะนำไมค์ตามสถานการณ์ถ่ายทำ หากเดินพูด (Walk & Talk) ควรใช้ไมค์ไร้สายหนีบเสื้อ (Lavalier) เพื่อให้เสียงชัดและเท่ากันตลอดเวลา หากตั้งกล้องถ่ายใกล้ๆ (Talking Head) ไมค์ Shotgun จะตอบโจทย์เพราะไม่ต้องติดไมค์ที่ตัว ส่วนงานสัมภาษณ์สองคน ให้ใช้ไมค์ไร้สายที่รองรับตัวส่ง 2 ตัว (Dual Transmitter)
ถ่าย Vlog เดินพูดควรเลือกไมค์แบบไหน?
เน้นไมค์ไร้สายที่น้ำหนักเบา (ตัวส่งไม่ควรเกิน 20-30 กรัม) เพื่อไม่ให้เสื้อรั้ง และควรมีแม่เหล็กติดเสื้อเพื่อหลีกเลี่ยงเสียงเสียดสีจากการใช้คลิปหนีบ
ถ่าย Vlog กลางแจ้งป้องกันเสียงลมอย่างไร?
ฟองน้ำ (Foam) กันลมได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าเจอพายุหรือลมทะเล ต้องใช้ Deadcat (ขนแมว) เท่านั้น ถึงจะเอาอยู่
ทำ Vlog สัมภาษณ์สองคนต้องใช้ไมค์กี่ตัว?
ใช้ระบบไร้สายแบบ 1 ตัวรับ (ต่อกล้อง/มือถือ) 2 ตัวส่ง (ติดที่คนพูด 2 คน) จะสะดวกที่สุดและเสียงบาลานซ์กัน
ระบบบันทึกเสียงสำรองในตัวส่งจำเป็นไหม?
จำเป็นมาก! ไมค์ไร้สายระดับกลางถึงสูงจะมี Internal Storage บันทึกเสียงเก็บไว้ในตัวไมค์เลย หากจังหวะที่คลื่นไร้สายหลุด หรือเสียงเข้ากล้องแตก คุณสามารถเอาไฟล์สำรองนี้มา Sync ซ้อนทับในการตัดต่อได้
ไมค์สำหรับไลฟ์ขายของและสตรีมเกมต้องมีฟังก์ชันอะไร?
สำหรับการไลฟ์ ควรให้ความสำคัญกับ "ฟังก์ชันควบคุม" มากกว่า "สเปคความละเอียดสูงสุด" ไมค์ที่ดีควรมีปุ่ม Mute ฉุกเฉินบนตัวไมค์, ช่องเสียบหูฟังแบบ Direct Monitoring (ฟังเสียงตัวเองไม่ดีเลย์) และเป็นไมค์แบบ Cardioid เพื่อไม่ให้ดูดเสียงรอบข้างเข้าไปในไลฟ์
ไลฟ์ผ่านมือถือกับคอมพิวเตอร์เลือกไมค์ต่างกันไหม?
ต่างกัน มือถือควรใช้ไมค์ไร้สายที่ต่อผ่าน Type-C หรือ Lightning (ระวังเรื่องไม่สามารถชาร์จมือถือพร้อมกับเสียบไมค์ได้ในบางรุ่น ต้องหา Adapter แบบ Pass-through) คอมพิวเตอร์ควรใช้ไมค์ตั้งโต๊ะ USB
สตรีมเกมอย่างไรไม่ให้ไมค์รับเสียงคีย์บอร์ด?
- วางไมค์ให้ "ใกล้ปาก" และ "อยู่ระหว่างคีย์บอร์ดกับปาก"
- หันหลังไมค์ (จุดที่รับเสียงน้อยที่สุด) เข้าหาคีย์บอร์ด (Mechanical Keyboard)
- ตั้งค่า Noise Gate ในโปรแกรม OBS หรือซอฟต์แวร์ของไมค์
Direct Monitoring และปุ่ม Mute สำคัญอย่างไร?
Direct Monitoring คือการได้ยินเสียงตัวเองก่อนถูกประมวลผลเข้าคอมพิวเตอร์ ทำให้รู้ตัวทันทีถ้าระยะห่างปากเปลี่ยนไป ส่วนปุ่ม Mute เอาไว้กดปิดชั่วคราวตอนไอ จาม หรือมีคนในบ้านเดินเข้ามาแทรก
ไลฟ์หลายคนควรใช้ Mixer หรือ Audio Interface?
ถ้ามีแขกรับเชิญมากกว่า 2 คน แนะนำให้ใช้ Mixer เพราะปรับระดับเสียงแต่ละช่อง (Channel) ได้แบบ Real-time ด้วยมือ (Hardware knobs) สะดวกกว่าการใช้เมาส์คลิกปรับในหน้าจอ
ไมค์อัดเสียงต่อมือถือไม่ได้ ต้องเช็กอะไรบ้าง?
- แจ็คสายสัญญาณผิดประเภท: สายเข้ามือถือต้องเป็น TRRS (3 ขีด) ไม่ใช่ TRS (2 ขีด)
- พอร์ตแปลงไม่มีชิป DAC: มือถือบางรุ่น (โดยเฉพาะ Samsung / Apple) ต้องการ Adapter 3.5mm to Type-C ที่มีชิป DAC ของแท้เท่านั้น
- ตั้งค่าในแอปพลิเคชันกล้อง: แอปกล้องวิดีโอติดเครื่องของ Android บางรุ่นไม่รับไมค์ภายนอก ต้องโหลดแอปกล้องเสริม (เช่น Open Camera)
งบซื้อไมค์แต่ละระดับควรได้อะไรบ้าง?
อย่ามองแค่ราคาไมค์เดี่ยวๆ แต่ให้มองเป็น "งบสำหรับระบบที่พร้อมใช้งาน" ซึ่งรวมถึงสาย ขาตั้งไมค์ Adapter และอุปกรณ์ซับเสียง เพื่อป้องกันการซื้อไมค์มาแล้วเสียบใช้งานไม่ได้จริง
งบไม่เกิน 1,000 บาท เหมาะกับการเริ่มต้นแบบไหน?
เน้นไมค์หนีบเสื้อแบบมีสายยาว (Lavalier) หรือไมค์ USB ตั้งโต๊ะแบรนด์เริ่มต้น ข้อจำกัดคือมักจะใช้วัสดุพลาสติกและมี Noise Floor (เสียงซ่าพื้นหลัง) ให้เห็นอยู่บ้าง
งบ 1,000–3,000 บาท ควรอัปเกรดอะไรเป็นอันดับแรก?
คุณจะได้ไมค์ไร้สายระดับ Entry-level ที่ส่งสัญญาณได้ไกลขึ้น หรือไมค์ USB ที่มีซอฟต์แวร์ปรับแต่ง ควรอัปเกรดเรื่อง "ขาตั้งไมค์ Boom Arm" เป็นอันดับแรก
งบ 3,000–8,000 บาท เลือกไมค์หรือชุดไร้สายอย่างไร?
ช่วงราคานี้คุณจะได้ไมค์ไร้สายแบบมีระบบบันทึกสำรองในตัว (Internal Recording) หรือหากเป็นสาย Podcast ก็สามารถซื้อ Audio Interface พร้อมไมค์ XLR ระดับเริ่มต้นได้ครบชุด
งบมากกว่า 8,000 บาท ควรลงทุนกับอะไรนอกจากไมค์?
เมื่อไมค์คุณคุณภาพสูงมาก มันจะยิ่งไวต่อสภาพห้อง คุณควรนำงบไปลงทุนกับ Acoustic Panels (แผ่นซับเสียง) เพื่อลดเสียงก้อง และอัปเกรดปลั๊กไฟกันไฟกระชากเพื่อลดเสียงจี่ทางไฟฟ้า
แนะนำ 10 ไมค์อัดเสียงสำหรับ Podcast, Vlog และไลฟ์
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกรุ่นไหน นี่คือลิสต์ที่จัดหมวดหมู่มาให้ตามการใช้งานจริงในปัจจุบัน
นี่คือรายละเอียดของไมโครโฟนทั้ง 10 รุ่นในรูปแบบข้อความล้วน เพื่อให้อ่านและนำไปใช้งานต่อได้ง่ายขึ้นครับ
สายไร้สาย & Vlog (เน้นสะดวก พกพาง่าย)
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.boyamic.com
1. BOYA BY-V10
- สเปค: ระยะสัญญาณ 50 เมตร, แบตเตอรี่ 9 ชั่วโมง, การเชื่อมต่อแบบ Type-C
- ข้อดี: น้ำหนักเบามาก และไม่ต้องคอยชาร์จแบตตัวรับสัญญาณ
- ข้อสังเกต: เหมาะกับอุปกรณ์ Type-C เท่านั้น และไม่มีตัวเลือกปรับเสียงที่ตัวไมค์
ขอบคุณรูปภาพจาก : shopee.co.th
2. HOCO L20 Series
- สเปค: คลื่นความถี่ 2.4GHz, แบตเตอรี่ 60mAh, รับเสียงได้รอบทิศทาง 360 องศา
- ข้อดี: ราคาประหยัด ใช้งานง่าย และเพียงพอต่อการถ่าย Vlog ทั่วไป
- ข้อสังเกต: คุณภาพวัสดุและเสียงอยู่ในระดับพื้นฐาน
ขอบคุณรูปภาพจาก : shopee.co.th
3. Hollyland LARK M2
- สเปค: ตัวส่งน้ำหนักเพียง 9 กรัม, ระยะไกล 300 เมตร, มีระบบตัดเสียงรบกวน ENC
- ข้อดี: แบตเตอรี่อึดมาก (ใช้งานรวมเคสชาร์จได้ถึง 40 ชม.) และเสียงใสคมชัด
- ข้อสังเกต: โลโก้บนไมค์ค่อนข้างใหญ่ และการยึดติดด้วยแม่เหล็กอาจหลุดได้ง่าย
สาย USB ตั้งโต๊ะ (สตรีมเกม, ไลฟ์สด, Podcast)
ขอบคุณรูปภาพจาก : shopee.co.th
4. COMICA EJoy Uni Pro
- สเปค: รับเสียงแบบ Cardioid, รองรับ Bluetooth, มีปุ่ม One-Key Denoise
- ข้อดี: มีไฟ RGB สวยงาม และสามารถเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Bluetooth ได้
- ข้อสังเกต: ขาตั้งแบบตั้งโต๊ะอาจจะเตี้ยไปสำหรับระดับปากของบางคน
ขอบคุณรูปภาพจาก : shopee.co.th
5. Maono DGM20
- สเปค: ไฟ RGB, ฟังเสียงตัวเองได้แบบ Zero Latency, ปุ่ม Mute แบบสัมผัส
- ข้อดี: ฟังก์ชันครบครันในราคาประหยัด สามารถปรับ Gain เสียงได้
- ข้อสังเกต: ไม่รองรับพอร์ต XLR
ขอบคุณรูปภาพจาก : shopee.co.th
6. Razer Seiren V3 Mini
- สเปค: ไมค์ขนาด 14 มม., พอร์ต USB-C, ปุ่มแตะปิดเสียง (Tap-to-mute)
- ข้อดี: ดีไซน์เล็กกะทัดรัด สวยงาม และแตะ Mute ได้รวดเร็ว
- ข้อสังเกต: ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวนในตัว
ขอบคุณรูปภาพจาก : hyperx.com
7. HyperX SoloCast 2
- สเปค: การรับเสียง Cardioid, 24-bit/96kHz, รองรับซอฟต์แวร์ NGENUITY
- ข้อดี: เสียงนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ เสียบใช้งานได้ทันทีแบบ Plug-and-Play
- ข้อสังเกต: ไวต่อเสียงรบกวนรอบข้าง (เช่น เสียงคีย์บอร์ด) และขาตั้งค่อนข้างเตี้ย
ขอบคุณรูปภาพจาก : shopee.co.th
8. FANTECH MCX01
- สเปค: รับเสียง Cardioid, เชื่อมต่อผ่าน USB, ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.
- ข้อดี: เช็กเสียงตัวเองได้โดยตรง และให้ไฟ RGB ที่โดดเด่น
- ข้อสังเกต: ขนาดตัวไมค์ค่อนข้างใหญ่ กินพื้นที่โต๊ะเล็กน้อย
ขอบคุณรูปภาพจาก : shopee.co.th
9. ONIKUMA HOKO M630
- สเปค: ไมค์แบบตั้งโต๊ะ มีแผ่นกันเสียง (Pop Filter) ในตัว
- ข้อดี: ราคาถูกมาก มีตัวกรองเสียงลมกระแทกมาให้เลย
- ข้อสังเกต: ฟังก์ชันจำกัด ไม่เหมาะกับการทำงานที่ต้องการความละเอียดเสียงสูง
ขอบคุณรูปภาพจาก : shopee.co.th
10. SIGNO MP-710 MERZEE
- สเปค: คอนเดนเซอร์รับเสียงแบบทิศทางเดียว (Cardioid), พอร์ต USB
- ข้อดี: รับเสียงได้ไว และใช้งานง่ายไม่ต้องปรับแต่งให้ยุ่งยาก
- ข้อสังเกต: ขาตั้งอาจจะมีข้อจำกัดในการปรับองศา
ตั้งค่าไมค์อัดเสียงอย่างไรให้พร้อมใช้งานครั้งแรก?
เมื่อได้ไมค์มาแล้ว อย่าเพิ่งเสียบแล้วกด Record ทันที นี่คือ 5 ขั้นตอนที่จะทำให้ได้เสียงที่สะอาดและไม่แตกพร่า
ขั้นตอนที่ 1 เชื่อมต่อไมค์และเลือก Input ให้ถูกต้อง
เสียบสายเข้าคอมพิวเตอร์ จากนั้นไปที่การตั้งค่าเสียงของระบบ (Sound Settings) > เลือก Input Device ให้เป็นชื่อไมค์ของคุณ (อย่าปล่อยให้เป็นไมค์จาก Webcam หรือ Laptop)
ขั้นตอนที่ 2 ตั้ง Gain อย่างไรไม่ให้เสียงเบาหรือแตก
พูดด้วยระดับเสียงดังที่สุดที่คุณจะใช้จริง (เช่น ตอนหัวเราะหรือตื่นเต้นในเกม) แล้วปรับปุ่ม Gain ให้แถบระดับเสียงในโปรแกรม (Audio Meter) วิ่งอยู่แถวๆ สีเหลือง (ประมาณ -12dB ถึง -6dB) ห้ามให้แตะสีแดงเด็ดขาดเพราะเสียงจะแตก (Clipping)
ขั้นตอนที่ 3 วางไมค์ห่างจากปากเท่าไร?
- Dynamic: ห่างประมาณ 1-3 นิ้ว (มุมเฉียงเข้าหาปาก 45 องศาเพื่อหลบเสียงลมหายใจ)
- Condenser: ห่างประมาณ 6-8 นิ้ว (ควรใส่ Pop Filter)
ขั้นตอนที่ 4 ทดลองเสียงพื้นหลังและเสียงพยัญชนะ
เงียบเสียงตัวเองสัก 5 วินาที ดูว่าแถบเสียงขยับไหม (ถ้าขยับแปลว่าไมค์รับเสียงแอร์/พัดลม) จากนั้นทดสอบพูดคำว่า "ปลาสเตอร์, พ่อพันธุ์" เพื่อเช็กว่ามีเสียงลมกระแทกไมค์ (Plosives) หรือไม่
ขั้นตอนที่ 5 บันทึกไฟล์ทดสอบก่อน Podcast, Vlog หรือไลฟ์
อัดเสียงตัวเองสั้นๆ 15 วินาทีแล้วเปิดฟัง! การเช็กไฟล์สุดท้ายจะบอกคุณได้ดีที่สุดว่าเสียงเข้าครบถ้วนและไม่มีเสียงรบกวน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไมค์อัดเสียง
- ไมค์แพงๆ ทำให้เสียงเราเพราะขึ้นไหม? ไมค์ไม่สามารถเปลี่ยนเนื้อเสียงคุณได้ แต่ไมค์ที่ดีจะเก็บรายละเอียดเนื้อเสียงและความชัดเจนได้ครบถ้วนขึ้น
- ใช้หูฟังที่มีไมค์ในตัว (Headset) แทนได้ไหม? ได้สำหรับการคุยงานหรือเริ่มสตรีมใหม่ๆ แต่ถ้าทำ Podcast หรือ Vlog ที่เน้นแบรนดิ้ง ไมค์แยกจะให้ความกังวานและน้ำหนักของเสียง (Low-end) ที่ดูน่าเชื่อถือกว่ามาก
การลงทุนกับ "ระบบเสียง" คือการลงทุนที่คนดูรู้สึกได้ทันทีแม้จะไม่ได้สังเกตอุปกรณ์เลยก็ตาม เพราะภาพเบลอคนยังทนดูได้ แต่เสียงซ่าหรือก้องคนมักจะเลื่อนผ่านทันที และสำหรับใครที่กำลังจะจัดเซ็ตอุปกรณ์ทำคอนเทนต์ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง ไมค์อัดเสียง หรือ Audio Interface ลองมองหาตัวช่วยที่เพิ่มความคุ้มค่า เช่น การสมัครบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ซึ่งสามารถนำมาใช้รับสิทธิ์ผ่อนชำระอุปกรณ์ไอที 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืน (Cashback) สุดคุ้ม ช่วยให้คุณเริ่มต้นเป็นครีเอเตอร์มืออาชีพได้ทันทีแบบไม่ต้องจ่ายเงินก้อน!












