ในปี 2026 เทรนด์งานผิวไม่ได้เน้น “ปกปิดแน่นที่สุด” อีกต่อไป แต่กลับไปสู่แนวคิด Skin-first Beauty หรือผิวสวยจากภายในที่ดูเป็นธรรมชาติ รองพื้นที่เคยเป็นตัวท็อปในอดีตจึงไม่ได้การันตีว่าจะ “รอด” เสมอไป เพราะผู้บริโภคเริ่มมองหาผลลัพธ์ที่มากกว่าการแต่งหน้า เช่น การบำรุงผิว ความสบายผิว และความติดทนในชีวิตจริง

บทความนี้จะพาคุณไปเช็กให้ชัดว่า รองพื้นในตำนาน 9 รุ่นที่หลายคนคุ้นเคย ยัง “ปัง” อยู่ไหมในปี 2026 หรือควรพักไว้ก่อน พร้อมเทคนิคเลือกซื้อให้คุ้มที่สุด

ทำไมรองพื้นตัวท็อปบางตัวถึงใช้แล้ว "ร่วง" ในปี 2026?

รองพื้นจะ "รอด" หรือ "ร่วง" ในปี 2026 ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลักคือ เทคโนโลยี Skin-fusing ที่เน้นการหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับผิวธรรมชาติ, ความทนทานต่อสภาพอากาศที่แปรปรวน (Weather-proof), และ ความคุ้มค่าของส่วนประกอบบำรุงผิว (Skincare-infused) หากรองพื้นตัวไหนยังคงเน้นแค่การปกปิดหนาเตอะโดยไม่ช่วยบำรุง มักจะ "ร่วง" ได้ง่าย เพราะเทรนด์ผิวสุขภาพดีที่ดูเป็นธรรมชาตินั้นยังคงครองใจผู้บริโภคและครองตลาดอย่างต่อเนื่อง

เจาะลึก 9 รองพื้นในตำนาน

Dior Forever Skin Wear

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.dior.com/th_th/beauty/makeup/new-dior-forever-skin-glow-skin-wear.html

Dior Forever Skin Wear ถือเป็นหนึ่งในรองพื้นระดับเคาน์เตอร์แบรนด์ที่ถูกยกให้เป็น “ตัวแม่สายงานผิวแมตต์” มายาวนาน และในปี 2026 ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่หลายคนหยิบใช้ในวันที่ต้องการผิวเนียนกริบแบบมืออาชีพ

จุดเด่นที่ทำให้ยัง “รอด” ในปี 2026

รองพื้นรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนที่ต้องการ งานผิวเป๊ะ ติดทน และควบคุมความมันได้ดี โดยมีคุณสมบัติที่ยังสอดคล้องกับเทรนด์ปัจจุบัน ดังนี้

  • Soft Matte Finish ที่ไม่แห้งจนเกินไป
    แม้จะเป็นสายแมตต์ แต่ให้ฟินิชที่ยังดูเป็นผิว ไม่ดูหนาหรือโป๊ะ เหมาะกับคนที่อยากได้ลุค “ผิวดีตั้งแต่เกิด”
  • Blur Effect ระดับสูง
    ช่วยเบลอรูขุมขนและริ้วรอยได้ดีมาก เหมาะกับงานถ่ายรูป งานอีเวนต์ หรือวันที่ต้องการความมั่นใจเต็มร้อย
  • ติดทนยาวนาน (Longwear จริงจัง)
    สามารถอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่ดรอปง่าย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบเมืองไทย
  • มีส่วนผสมบำรุง + SPF ในตัว
    แม้จะเป็นรองพื้นสายปกปิด แต่ก็ยังใส่ใจเรื่องการปกป้องผิว ทำให้ยัง “ไม่ตกเทรนด์” ในยุค Skincare Makeup

เหมาะกับใคร?

  • คนผิวมัน / ผิวผสม
  • คนที่ต้องการรองพื้นติดทนทั้งวัน
  • สาย Full Coverage ที่อยากได้ผิวเนียนกริบ
  • คนที่ต้องแต่งหน้าสำหรับงานสำคัญ เช่น ประชุมใหญ่ ออกงาน หรือถ่ายรูป

Dior Forever Skin Glow

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.dior.com/th_th/beauty/products/

Dior Forever Skin Glow คือรองพื้นที่ถูกยกให้เป็นตัวแทนของเทรนด์ “ผิวโกลว์สุขภาพดี” ที่มาแรงต่อเนื่องจนถึงปี 2026 โดยจุดเด่นของรุ่นนี้คือการบาลานซ์ระหว่างความฉ่ำวาวกับความติดทนได้อย่างลงตัว ทำให้เป็นหนึ่งในรองพื้นที่หลายคนยกให้ว่า “รอดแบบไม่ต้องลุ้น”

จุดเด่นที่ทำให้ “รอด” ในปี 2026

  • Radiant Glow Finish ที่ดูเป็นผิวจริง
    ให้ลุคผิวฉ่ำแบบธรรมชาติ ไม่ใช่ความมันเยิ้ม แต่เป็นความโกลว์ที่ดูเหมือนผิวได้รับการบำรุงมาอย่างดี
  • Hydration สูง แต่ไม่หลุดง่าย
    แม้จะเน้นความชุ่มชื้น แต่ยังคงความติดทนได้ดี เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนทำงานที่ต้องแต่งหน้าทั้งวัน
  • Skin-fusing Technology
    เนื้อรองพื้นแนบไปกับผิวได้ดี ไม่ลอย ไม่เป็นคราบระหว่างวัน ช่วยให้ผิวดูเนียนแบบ “second skin”
  • มีส่วนผสมบำรุงผิว (Skincare-infused)
    ตอบโจทย์เทรนด์ 2026 ที่ต้องการเมคอัพที่ช่วยดูแลผิวไปพร้อมกัน

เหมาะกับใคร?

  • คนผิวแห้ง / ผิวผสมค่อนไปทางแห้ง
  • คนที่ชอบลุค “ผิวฉ่ำแบบไม่โป๊ะ”
  • สายเกาหลี / สาย Glass Skin
  • คนทำงานที่ต้องการลุคสุภาพ แต่ดูสดใสสุขภาพดี

NARS Natural Matte Longwear

 


ขอบคุณรูปภาพ https://www.nars.co.th/en/natural-matte-longwear-foundation/999NAC0000285.html?dwvar_999NAC0000285_color=4251155197&cgid=foundation

NARS Natural Matte Longwear Foundation คือรองพื้นที่นิยามคำว่า “แมตต์ยุคใหม่” ได้ชัดเจนที่สุด ไม่ใช่แมตต์แห้ง ๆ แบบในอดีต แต่เป็นแมตต์ที่ยังดูเป็นผิวจริง ทำให้ยังคงเป็นหนึ่งในรองพื้นระดับตำนานที่ “รอด” ในปี 2026 โดยเฉพาะในกลุ่มคนผิวผสมถึงผิวมัน

จุดเด่นที่ทำให้ยัง “รอด” ในปี 2026

  • Natural Matte Finish — แมตต์แต่ไม่ตาย
    ให้ฟินิชแมตต์แบบพอดี ไม่แบน ไม่ดูหนาเกินไป เหมาะกับคนที่อยากได้ผิวเนียนแต่ยังดูธรรมชาติ
  • Longwear ตัวจริงเรื่องความติดทน
    รองพื้นรุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องความติดทนระดับ “ตั้งแต่เช้าถึงเย็น” โดยไม่ต้องเติมบ่อย เหมาะกับอากาศร้อนชื้น
  • Lightweight Coverage แต่ Buildable
    เนื้อบางเบาแต่สามารถเพิ่มเลเยอร์เพื่อปกปิดได้ ทำให้ใช้ง่ายทั้งวันทำงานและวันออกงาน
  • เฉดสีหลากหลาย ครอบคลุมทุก Undertone
    เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Shade Range ทำให้หาสีที่ตรงผิวจริงได้ง่าย

เหมาะกับใคร?

  • คนผิวผสม / ผิวมัน
  • คนที่ต้องการรองพื้นที่ติดทน แต่ไม่อยากได้ลุคหนา
  • คนที่มีปัญหารูขุมขนหรือความมันระหว่างวัน
  • สายแต่งหน้าทุกวัน (Everyday Look)

Hermès Luminous Matte Skincare Foundation

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.hermes.com/th/en/product/luminous-matte-skincare-foundation- 11w-balzane-V60652EVW11/

Hermès Luminous Matte Skincare Foundation คือรองพื้นที่สะท้อนแนวคิด Quiet Luxury ได้อย่างชัดเจนในปี 2026 ไม่ได้เน้นความปกปิดจัดเต็ม แต่เน้น “คุณภาพผิว” ที่ดูดีแบบเป็นธรรมชาติ เหมือนผิวจริงที่ได้รับการดูแลมาอย่างดี

จุดเด่นที่ทำให้ยัง “รอด” ในปี 2026

  • Luminous Matte Finish — แมตต์ที่ยังเปล่งประกาย
    เป็นฟินิชที่อยู่กึ่งกลางระหว่างแมตต์และโกลว์ ให้ผิวดูนวล เนียน และมีมิติ ไม่แบน ไม่ดรอประหว่างวัน
  • Skincare-infused สูงถึง 72%
    จุดขายหลักของรุ่นนี้คือการผสานสารบำรุงในระดับสูง ทำให้รู้สึกเหมือนลงสกินแคร์มากกว่ารองพื้น ช่วยให้ผิวดูดีขึ้นในระยะยาว
  • Texture บางเบา สบายผิวมาก
    เนื้อรองพื้นเกลี่ยง่าย แนบผิว ไม่หนักหน้า เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความรู้สึก “แต่งหน้าเยอะ”
  • งานผิวดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม (Effortless Skin)
    ไม่ใช่รองพื้นที่ทำให้ผิวเป๊ะกริบ แต่ทำให้ผิวดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งตรงกับเทรนด์ 2026

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ชอบลุคผิวธรรมชาติแบบ High-end
  • สาย Minimal Makeup / Clean Girl Look
  • คนผิวธรรมดา – ผิวผสม (ที่ไม่มันมาก)
  • คนที่ให้ความสำคัญกับส่วนผสมบำรุงผิว

Armani Luminous Silk Perfect Natural Glow Foundation

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.sephora.co.th/products/armani-beauty-luminous-silk-perfect-natural-glow-foundation/v/1?srsltid=AfmBOopviGxiNIXY_T5-7iPKAFcI7-2VGrzJUSecwISnH1g9tQqsnNLb

Armani Luminous Silk Perfect Natural Glow Foundation คือรองพื้นที่หลายคนเรียกว่า “รองพื้นในตำนานตัวจริง” และแม้จะผ่านมาแล้วหลายปี ก็ยังคงเป็นหนึ่งในรองพื้นที่ “รอด” ในปี 2026 โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการลุคผิวสวยแบบธรรมชาติ ไม่หนา ไม่โป๊ะ

จุดเด่นที่ทำให้ยัง “รอด” ในปี 2026

  • Luminous Silk Finish — ผิวกำมะหยี่แบบมีแสงในตัว
    ฟินิชของรุ่นนี้ไม่ใช่โกลว์ฉ่ำแบบวาว แต่เป็นความโกลว์นุ่ม ๆ ที่ดูแพง ให้ผิวดูละมุนและมีมิติ
  • เทคโนโลยี Micro-fil™ (Liquid Silk)
    ช่วยให้เนื้อรองพื้นบางเบา แนบสนิทไปกับผิว เหมือนเป็น “second skin” ไม่ลอย ไม่เป็นคราบง่าย
  • Buildable Coverage ที่ควบคุมได้
    ปกปิดได้ตั้งแต่ระดับบางเบาไปจนถึงปานกลาง เหมาะกับลุค Everyday และลุคออกงาน
  • ผิวดูดีแม้ไม่เซ็ตแป้งเยอะ
    เหมาะกับเทรนด์ “ผิวจริง” ที่ไม่ต้องแต่งหนัก แต่ยังดูดีทั้งวัน

เหมาะกับใคร?

  • คนผิวแห้ง / ผิวผสม
  • คนที่ต้องการลุค “ผิวดีแบบธรรมชาติ”
  • สาย Clean Makeup / No-makeup makeup
  • คนที่ไม่ชอบรองพื้นหนา ๆ หรือรู้สึกหนักหน้า


Estée Lauder Double Wear Foundation (สูตรใหม่)

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.esteelauder.co.th/product/643/143007/product-catalog/makeup/face/double-wear/stay-in-place-longwear-matte-foundation?

Estée Lauder Double Wear Foundation (สูตรใหม่) คือรองพื้นที่ถูกยกให้เป็น “ตำนานสายทน” มายาวนาน และในปี 2026 ก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับคนที่ต้องการผิวเป๊ะทั้งวัน แต่ความพิเศษของเวอร์ชันล่าสุดคือการปรับสูตรให้ “เข้ากับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่มากขึ้น”

จุดเด่นที่ทำให้ยัง “รอด” ในปี 2026

  • ยังคงความติดทนระดับ 10/10
    จุดแข็งหลักยังอยู่ครบ — กันเหงื่อ กันความมัน และไม่ดรอประหว่างวัน เหมาะกับอากาศร้อนชื้นแบบไทย
  • เกลี่ยง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
    สูตรใหม่ปรับให้เนื้อรองพื้นลื่นขึ้น ทำให้ลงง่าย ไม่ต้องรีบเกลี่ยแบบรุ่นก่อน ลดโอกาสเป็นคราบ
  • ฟินิชดู “ซอฟต์ลง” ไม่แบนเหมือนอดีต
    จากเดิมที่แมตต์จัด ๆ สูตรใหม่ให้ลุคที่มีความ Glow เบา ๆ ทำให้ผิวดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • Full Coverage ที่ยังคุมได้
    ปกปิดได้ดีมากทั้งรอยสิว รอยดำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ แต่สามารถลงบาง ๆ เพื่อให้ดูเป็นผิวได้

เหมาะกับใคร?

  • คนผิวมัน / ผิวผสม
  • คนที่ต้องแต่งหน้าทั้งวัน เช่น ทำงานออฟฟิศ / ออกงาน / ถ่ายรูป
  • คนที่ต้องการรองพื้น “เอาอยู่จริง” ไม่ต้องเติมระหว่างวัน
  • สาย Full Coverage แต่ไม่อยากได้ลุคหนาเกินไป

Her Hyness Poreless Matte Longwear Foundation

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.herhynessbeauty.com/en/products/liquid-foundation?srsltid=AfmBOortlr5cGsRt4ba845m916SqY0W7k-G1nFm-SpmRS1hAoinChM9h

Her Hyness Poreless Matte Longwear Foundation คือรองพื้นสัญชาติไทยที่มาแรงในกลุ่มคนรักผิว โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย เพราะออกแบบมาให้เป็นทั้ง รองพื้น + กันแดด + ไพรเมอร์เบลอผิว ในขั้นตอนเดียว จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนทำงานที่ต้องการความ “จบ ครบ และปลอดภัยต่อผิว”

จุดเด่นที่ทำให้ยัง “รอด” ในปี 2026

  • Poreless Matte Finish — เบลอผิวแบบเนียนกริบ
    ช่วยอำพรางรูขุมขนได้ดี ให้ผิวเรียบเนียนแบบ Soft Focus เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องผิวไม่เรียบ
  • SPF50+ PA++++ ในตัวเดียว
    ลดขั้นตอนการแต่งหน้า เพราะได้ทั้งรองพื้นและกันแดดในขวดเดียว เหมาะกับชีวิตเร่งรีบ
  • สูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์
    เป็นจุดขายสำคัญสำหรับคนผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิวง่าย ลดโอกาสระคายเคือง
  • ติดทน คุมมันได้ดีในอากาศร้อน
    เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย ไม่เยิ้มง่ายระหว่างวัน

เหมาะกับใคร?

  • คนผิวแพ้ง่าย / เป็นสิวง่าย
  • คนผิวมัน หรือผิวผสม
  • คนที่ต้องการรองพื้นแบบ “Minimal Routine” (จบในขั้นตอนเดียว)
  • คนที่อยากได้งานผิวเนียน แต่ไม่อยากใช้หลายผลิตภัณฑ์

Hourglass Illusion Luminous Glow Foundation

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.sephora.co.th/products/hourglass-illusion-luminous-glow-foundation-spf- 30/v/1?srsltid=AfmBOorNFzYd08e6YXdOkoexkpHsRr94OMpVV7_npVcrQMEPjK9OjbeT

 

Hourglass Illusion Luminous Glow Foundation คือรองพื้นสาย High Glow ที่ขึ้นชื่อเรื่องความชุ่มชื้นและฟินิชผิวสวยแบบมีออร่า เหมาะกับคนที่อยากได้ลุค “ผิวดีเหมือนเปิดฟิลเตอร์” โดยเฉพาะในปี 2026 ที่เทรนด์ผิวฉ่ำสุขภาพดียังคงมาแรง

จุดเด่นที่ทำให้ “รอด” ในปี 2026

  • Luminous Glow Finish — โกลว์แบบเล่นแสงขั้นสุด
    ให้ผิวดูฉ่ำ อิ่มน้ำ และสะท้อนแสงสวยมาก เหมาะกับลุคผิว Glass Skin หรือผิวแบบดารา
  • เนื้อครีมเข้มข้น ให้ความชุ่มชื้นสูง
    เหมาะกับคนผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำ ช่วยให้ผิวดูฟูขึ้นทันทีหลังใช้
  • Full Coverage แต่ยังดูผิวดี
    แม้จะปกปิดได้ดี แต่ไม่ทำให้ผิวดูหนาหรือหนักจนเกินไป
  • Blur + Glow ในตัวเดียว
    ช่วยเบลอผิวให้เนียน พร้อมเพิ่มความโกลว์ ทำให้ผิวดูสมูทขึ้นแบบทันที

เหมาะกับใคร?

  • คนผิวแห้ง / ผิวขาดน้ำ
  • คนที่ชอบลุคผิวโกลว์ ฉ่ำ เล่นแสง
  • สายแต่งหน้าที่อยากได้ลุคผิวดูแพง
  • คนที่ต้องการรองพื้นบำรุงผิวไปในตัว

 

 

Clarins Double Serum Foundation

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.clarins.co.th/make-up/face/foundation-612/double-serum-foundation-CS01581782.html


Clarins Double Serum Foundation (สูตรใหม่) คือรองพื้นที่ต่อยอดจากไลน์สกินแคร์ชื่อดังของแบรนด์ โดยนำแนวคิด Double Serum มาผสานเข้ากับเมคอัพ ทำให้รองพื้นตัวนี้ไม่ได้เป็นแค่เครื่องสำอาง แต่เป็น “สกินแคร์ที่แต่งหน้าได้” อย่างแท้จริง

ในปี 2026 ที่เทรนด์ Skincare-infused Makeup มาแรง รองพื้นตัวนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ “รอด” สำหรับคนที่อยากได้ผิวสวยแบบดูสุขภาพดีจากภายใน

จุดเด่นที่ทำให้ยัง “รอด” ในปี 2026

  • Double Serum Technology — บำรุงผิวไปพร้อมการแต่งหน้า
    ผสานสารสกัดจากพืชและสารบำรุงผิวหลายชนิด ช่วยให้ผิวดูชุ่มชื้นและมีชีวิตชีวา
  • Luminous Satin Finish — ผิวโกลว์แบบสุภาพ
    ให้ฟินิชกึ่งแมตต์กึ่งโกลว์ ดูแพงแบบไม่เยิ้ม เหมาะกับลุคทำงานหรือวันสบาย ๆ
  • Coverage สูง แต่ยังดูเป็นผิว
    ปกปิดได้ดี แต่ไม่หนักหน้า ทำให้ได้ลุคผิวที่ดูดีแบบ “ไม่โป๊ะ”
  • ช่วยให้ผิวดูดีขึ้นในระยะยาว
    ด้วยส่วนผสมสายบำรุง ทำให้ผิวไม่แห้งหรือโทรมหลังล้างเมคอัพ

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ให้ความสำคัญกับ “สกินแคร์ก่อนเมคอัพ”
  • คนผิวธรรมดา – ผิวแห้ง
  • คนที่ต้องการลุคผิวสุขภาพดีแบบธรรมชาติ
  • คนวัยทำงานที่อยากได้ลุคสุภาพ ดูแพง

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติรองพื้นในตำนาน 2026

 

แบรนด์และรุ่น

ฟินิชผิว (Finish)

ระดับการปกปิด

จุดเด่นหลัก

Dior (Wear)

Matte

สูงมาก

เบลอผิวสวย, มี SPF

Dior (Glow)

Glow

สูงมาก

ชุ่มชื้น, เล่นแสงสวย

NARS

Natural Matte

สูงมาก

เฉดสีหลากหลาย, ติดทน

Hermès

Luminous Matte

ปานกลาง-สูง

สารบำรุงสูง 72%

Armani

Natural Glow

ปานกลาง

เทคโนโลยี Liquid Silk

Estée Lauder

Glow เบาๆ

สูงมาก

ปกปิดกริบ, เกลี่ยง่าย

Her Hyness

Matte

ปานกลาง

กันแดดจุก, เหมาะผิวแพ้ง่าย

Hourglass

Luminous Glow

สูงมาก

เนื้อครีมแน่น, ชุ่มชื้น

Clarins

Luminous Satin

สูงมาก

เน้นบำรุง, ผิวดูมีลูกเล่น

 

เทคนิคการเลือกซื้อรองพื้นเคาน์เตอร์แบรนด์ให้คุ้มกว่าใครในปี 2026

การซื้อรองพื้นในตำนานให้คุ้มที่สุดคือการช้อปในช่วง Sale ควบคู่กับการใช้บัตรเครดิต KTC เพื่อรับคะแนนสะสม หรือใช้คะแนนแลกรับส่วนลดทันหรือเครดิตเงินคืน เช่น โปรโมชั่นจากบัตรเครดิต KTC


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรองพื้น

Q: รองพื้นเคาน์เตอร์แบรนด์ตัวไหนเหมาะกับคนผิวแห้งแต่อยากได้งานปกปิด?
A: Hourglass Illusion Luminous Glow และ Armani Perfect Natural Glow เป็นตัวเลือกที่รอดแน่นอน เพราะให้ความชุ่มชื้นสูงแต่ยังปกปิดผิวได้สวยงาม

Q: ผิวแพ้ง่ายควรเลือกรองพื้นตัวไหนดี?
A: แนะนำ Her Hyness Poreless Matte เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมและแอลกอฮอล์ ซึ่งช่วยลดโอกาสการระคายเคืองต่อผิวที่บอบบาง

Q: รองพื้นแบบ Matte กับ Glow แบบไหนดีกว่ากันในปี 2026?
A: ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและลุคที่ต้องการ โดยปี 2026 เทรนด์จะเน้น “Natural Skin” มากขึ้น รองพื้นแบบ Glow หรือ Satin จะได้รับความนิยมสูง แต่รองพื้น Matte ก็ยัง “รอด” หากเป็น Soft Matte ที่ไม่ทำให้ผิวดูแห้งหรือหนาเกินไป

Q: รองพื้นควรเลือกให้ตรง Undertone ยังไง?
A: ให้ดูจากเส้นเลือดบริเวณข้อมือ หากเป็นสีเขียว = โทนเหลือง (Warm), สีม่วง/น้ำเงิน = โทนชมพู (Cool), ถ้าดูยาก = Neutral การเลือก Undertone ให้ตรงจะช่วยให้ผิวดูสวยเป็นธรรมชาติ ไม่ลอย ไม่เทา

Q: รองพื้นควรใช้คู่กับอะไรถึงจะติดทนทั้งวัน?
A: แนะนำให้ใช้ร่วมกับไพรเมอร์ (Primer), แป้งเซ็ตผิว และ Setting Spray โดยเฉพาะในอากาศร้อนชื้น จะช่วยล็อกเมคอัพให้อยู่ได้นานขึ้น

Q: จำเป็นต้องใช้รองพื้นทุกวันไหม?
A: ไม่จำเป็น หากวันไหนต้องการลุคเบา ๆ สามารถใช้ BB Cream, Tinted Moisturizer หรือคอนซีลเลอร์เฉพาะจุดแทนได้ แต่รองพื้นยังเหมาะกับวันที่ต้องการความเรียบเนียนและความมั่นใจมากขึ้น

Q: รองพื้นราคาแพงต่างจากราคาถูกยังไง?
A: รองพื้นเคาน์เตอร์แบรนด์มักมีเทคโนโลยีที่ดีกว่า เช่น เนื้อสัมผัสที่บางกว่า ติดทนกว่า และมีส่วนผสมบำรุงผิว แต่ปัจจุบันรองพื้นราคากลางหลายแบรนด์ก็พัฒนาได้ดีมาก จึงควรเลือกจาก “ความเหมาะกับผิว” มากกว่าราคา

Q: รองพื้นทำให้เป็นสิวจริงไหม?
A: อาจเกิดขึ้นได้หากเลือกสูตรที่ไม่เหมาะกับผิว หรือทำความสะอาดไม่ดี แนะนำให้เลือกสูตร Non-comedogenic และล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง

Q: หากใช้รองพื้นแล้วสีดรอประหว่างวัน มีวิธีแก้ไขอย่างไร?
A: ปัญหาสีดรอปเกิดจากรองพื้นทำปฏิกิริยากับน้ำมันบนผิว (Oxidation) แก้ไขได้โดยการใช้ Primer สูตรคุมมันลงก่อน และเลือกเฉดสีที่สว่างกว่าผิวจริงประมาณครึ่งเฉด รวมถึงการใช้บัฟเฟอร์หรือฟองน้ำสะอาดซับความมันส่วนเกินออกก่อนเซตด้วยแป้งฝุ่น

Q: รองพื้นจำเป็นต้องใช้คู่กับกันแดดไหม?
A: จำเป็น แม้รองพื้นบางรุ่นจะมี SPF แต่ปริมาณที่ใช้ไม่เพียงพอต่อการปกป้องผิวจริง ควรลงกันแดดก่อนทุกครั้ง

 

ในปี 2026 รองพื้นที่จะ “รอด” ไม่ใช่แค่ตัวที่ปกปิดดีที่สุด แต่ต้องเป็นตัวที่ตอบโจทย์ทั้ง งานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ ความสบายผิว และมีส่วนผสมบำรุงไปพร้อมกัน จากทั้ง 9 รุ่นในตำนานจะเห็นได้ชัดว่าแต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน ไม่มีคำว่าดีที่สุดสำหรับทุกคน แต่มีคำว่า “เหมาะที่สุดสำหรับผิวคุณ” มากกว่า ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ ควรลองเทสต์จริง เลือกสูตรให้ตรงกับสภาพผิว และเลือกช่วงเวลาช้อปให้คุ้มที่สุด และถ้าอยากให้การลงทุนเรื่องความสวย “คุ้มยิ่งกว่า” แนะนำใช้บัตรเครดิต KTC ตัวช่วยที่ทำให้การช้อปเคาน์เตอร์แบรนด์คุ้มขึ้นไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นการสะสมคะแนน KTC FOREVER เพื่อนำไปแลกส่วนลด หรือรับเครดิตเงินคืน สมัครบัตรเครดิต KTC วันนี้ เพื่อให้ทุกลุคผิวสวยของคุณ มาพร้อมความคุ้มค่าที่มากกว่า

 

ใช้จ่ายคุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC