สำหรับคนที่มีรถยนต์เป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะปลอดภาระแล้วหรือกำลังผ่อนใกล้หมด และต้องการเงินก้อนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องโดยไม่ต้องขายรถ เงินกู้รถแลกเงิน หรือ สินเชื่อรถแลกเงิน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเปลี่ยนมูลค่าของรถให้เป็นวงเงินสินเชื่อ ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในรูปแบบของ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ และ รีไฟแนนซ์รถยนต์ บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนการขอสินเชื่อ คุณสมบัติ เอกสารที่ต้องใช้ เปรียบเทียบจำนำทะเบียนรถ vs รีไฟแนนซ์รถยนต์ เลือกแบบไหนคุ้มสุด? เพื่อให้เตรียมตัวได้ครบและเลือกประเภทสินเชื่อที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด

เงินกู้รถแลกเงินคืออะไร ต่างจากการขายรถอย่างไร?

เงินกู้รถแลกเงินต่างจากการขายรถ เพราะเจ้าของรถไม่ได้ขายกรรมสิทธิ์รถออกไป แต่ใช้รถหรือทะเบียนรถเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ หากได้รับอนุมัติจะได้เงินก้อนและผ่อนชำระคืนเป็นงวดตามสัญญา เหมาะกับคนที่ต้องการเงินหมุนเวียนแต่ยังจำเป็นต้องใช้รถในชีวิตประจำวันหรือใช้รถทำงาน

จำนำทะเบียนรถ vs รีไฟแนนซ์รถยนต์ ต่างกันอย่างไร?

จำนำทะเบียนรถคือการนำเล่มทะเบียนรถที่ปลอดภาระหรือผ่อนหมดแล้วไปเป็นหลักประกันขอสินเชื่อ โดยแบ่งเป็นสองรูปแบบหลัก

1.   ไม่โอนเล่ม เจ้าของรถยังถือชื่อในเล่มทะเบียนเหมือนเดิม เพียงแต่มอบเล่มทะเบียนตัวจริงให้ผู้ให้สินเชื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน

2.   โอนเล่ม จะมีการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในเล่มทะเบียนไปเป็นบริษัทไฟแนนซ์ชั่วคราวระหว่างผ่อนชำระ แล้วโอนกลับคืนเมื่อปิดบัญชีครบถ้วน แต่ละแบบมีเงื่อนไขวงเงินและดอกเบี้ยต่างกัน ควรสอบถามรายละเอียดจากผู้ให้บริการโดยตรง

ส่วนรีไฟแนนซ์รถยนต์คือการขอสินเชื่อใหม่เพื่อนำไปปิดหนี้รถเดิม หรือปรับเงื่อนไขการผ่อนให้เหมาะขึ้น เช่น ลดค่างวด เพิ่มระยะเวลาผ่อน หรือรับเงินส่วนต่างหากราคาประเมินรถสูงกว่ายอดหนี้เดิม ต่างจากจำนำทะเบียนรถที่มักเหมาะกับรถปลอดภาระหรือรถที่มีเล่มทะเบียนพร้อมใช้เป็นหลักประกัน


เปรียบเทียบ: จำนำทะเบียนรถ vs รีไฟแนนซ์รถยนต์ เลือกแบบไหนคุ้มสุด?

หัวข้อ

จำนำทะเบียนรถ

รีไฟแนนซ์รถยนต์

สถานะรถ

ส่วนใหญ่ต้องปลอดภาระหรือใกล้ผ่อนหมด

ยังติดไฟแนนซ์เดิมอยู่ก็ทำได้

วัตถุประสงค์หลัก

ต้องการเงินก้อนใหม่

ปิดหนี้เดิม/ปรับเงื่อนไขผ่อน

การโอนเล่มทะเบียน

มีทั้งแบบโอนและไม่โอน

โอนเล่มไปยังไฟแนนซ์ใหม่

เงินส่วนต่าง

ได้เต็มวงเงินตามที่อนุมัติ

ได้เฉพาะส่วนที่เกินยอดหนี้เดิม

เหมาะกับ

คนมีรถปลอดภาระต้องการเงินด่วน

คนอยากได้ดอกเบี้ย/ค่างวดที่ดีกว่าเดิม

การเลือกแบบไหนคุ้มกว่าขึ้นอยู่กับสถานะรถและเป้าหมายทางการเงินของแต่ละคน ควรขอใบเสนออัตราดอกเบี้ยจากผู้ให้บริการหลายราย แล้วนำมาเทียบต้นทุนรวมตลอดสัญญาก่อนตัดสินใจ

รวมขั้นตอนการขอสินเชื่อรถแลกเงิน

ขั้นตอนการขอสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ (แบบไม่โอนเล่ม)

1.         เตรียมเอกสารส่วนตัวและเอกสารรถให้ครบ

2.         ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อยื่นคำขอสินเชื่อ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ

3.         รอผลประเมินราคารถและพิจารณาวงเงิน

4.         เซ็นสัญญา มอบเล่มทะเบียนตัวจริงให้ผู้ให้บริการเก็บรักษา

5.         รับเงินโอนเข้าบัญชี และเริ่มผ่อนชำระตามงวดที่ตกลง

ขั้นตอนการขอสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ (แบบโอนเล่ม)

1.         เตรียมเอกสารส่วนตัวและเอกสารรถให้ครบ

2.         ยื่นคำขอและนำรถเข้าประเมินราคา

3.         ดำเนินเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ในเล่มทะเบียนไปยังผู้ให้สินเชื่อที่กรมการขนส่งทางบก

4.         เซ็นสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาสินเชื่อตามรูปแบบที่กำหนด

5.         รับเงินก้อน และผ่อนชำระจนครบ จากนั้นจึงโอนเล่มทะเบียนกลับคืนชื่อเดิม

ขั้นตอนการขอสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์

1.         รวบรวมข้อมูลยอดหนี้คงเหลือจากไฟแนนซ์เดิม

2.         ยื่นคำขอรีไฟแนนซ์กับผู้ให้บริการรายใหม่ พร้อมเอกสารประกอบ

3.         รถเข้ารับการประเมินราคาปัจจุบัน

4.         ผู้ให้บริการใหม่โอนเงินไปปิดยอดหนี้กับไฟแนนซ์เดิม

5.         หากมีเงินส่วนต่าง จะโอนเข้าบัญชีผู้กู้ และเริ่มผ่อนชำระงวดใหม่กับผู้ให้บริการรายใหม่


สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เหมาะกับคนที่ต้องการเงินก้อนอย่างไร?

สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน เหมาะกับคนที่ต้องการเงินก้อนไปใช้หมุนเวียนธุรกิจ ใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือรวมหนี้ให้เหลือภาระเดียว โดยที่เจ้าของยังสามารถใช้รถและเป็นเจ้าของรถ ไม่ต้องโอนเล่ม แถมยังให้วงเงินสูงสุด 100% ทั้งยังอนุมัติไวใน 1 ชั่วโมงและรับเงินทันที ในกรณีที่จัดเตรียมเอกสารครบถ้วนถูกต้อง และผ่านคุณสมบัติ ที่สำคัญคือไปหาถึงที่ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมายังสาขา

  • เลือกรับบัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้ม จากวงเงินสินเชื่อโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • วงเงินเดิม กดเงินสดต่อได้ ไม่ต้องขอใหม่ อุ่นใจทุกครั้งที่ต้องใช้
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมการเบิกถอนเงินสด กดเงินผ่านตู้ ATM หรือโอนผ่านแอป KTC Mobile ได้ตลอด 24 ชม.
  • สะดวก รูดผ่อนสินค้า พร้อมรับโปรโมชั่นสุดคุ้ม ณ ร้านค้าที่มีสัญลักษณ์ Mastercard และ UnionPay

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน

คุณสมบัติ และเอกสาร สมัครสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน

บุคคลธรรมดา ผู้มีรายได้ประจำ/อาชีพอิสระ

  • สัญชาติไทย อายุ 20 – 65 ปี
  • รายได้ขั้นต่ำ 8,000 บาท ต่อเดือน
  • ประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 4 เดือน
  • มีรถยนต์ / รถกระบะ / รถตู้ เป็นชื่อของตนเอง อายุรถไม่เกิน 20 ปี

เจ้าของกิจการ / ประกอบธุรกิจส่วนตัว

  • สัญชาติไทย อายุ 20 - 65 ปี
  • รายได้/มียอดขายต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท
  • ดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
  • มีรถยนต์ / รถกระบะ / รถตู้ เป็นชื่อของตนเอง อายุรถไม่เกิน 20 ปี

เอกสารแสดงตัวตนและรายได้

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน
  • เอกสารแสดงรายได้
  • เอกสารแสดงการประกอบอาชีพ
  • สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย (กรณีโอนเงินผ่านพร้อมเพย์ ใช้หมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น)

 

 

สินเชื่อรถแลกเงินคิดดอกเบี้ยยังไง ? ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกคืออะไร?

สินเชื่อรถแลกเงินส่วนใหญ่คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก คือดอกเบี้ยแต่ละงวดคำนวณจากเงินต้นคงเหลือ ยิ่งผ่อนไปเรื่อยๆ ดอกเบี้ยยิ่งลดลง ซึ่งอย่างสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินจะคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) 21% - 24% ซึ่งมีวิธีคิดดังนี้

วิธีการคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน

(เงินต้นคงเหลือ x อัตราดอกเบี้ยต่อปี x จำนวนวัน) / จำนวนวันในรอบปี

  • เงินต้นคงเหลือ หมายถึง เงินต้นยกมา หักด้วยที่เหลือจากการชำระหนี้ หลังจากชำระดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (หากมี)
  • อัตราดอกเบี้ยต่อปี หมายถึง อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก
  • จำนวนวันในรอบปี = 365 วัน หรือ 366 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนวัน ในแต่ละปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี 28 วัน หรือ 29 วัน

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อแบบผ่อนชำระรายงวด (Installment)

วงเงินกู้ของลูกค้า 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก 21% ต่อปี
จำนวนงวดผ่อนชำระ 60 งวด กำหนดค่างวดต่อเดือน 2,706 บาท
= 100,000 x 21% (ต่อปี) x 31 วัน / 365
= 1,783.56 บาท ต่องวด ต่อเดือน

ตัวอย่างการคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อประเภทหมุนเวียน (บัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้ม)

ลูกค้าเบิกถอนเงินกู้ 25,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 21% ต่อปี
= 25,000 x 21% (ต่อปี) x 31 วัน / 365
= 445.89 บาท ต่อรอบบัญชี
สรุปยอดการเรียกเก็บของรอบบัญชีนี้ 25,000 + 445.89 = 25,445.89 บาท
*ลูกค้าสามารถเลือกชำระเต็มจำนวน ชำระบางส่วน หรือชำระขั้นต่ำ 3% แต่ไม่ต่ำกว่า 300 บาท

1. ผลการคำนวณข้างต้นเป็นเพียงประมาณการ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการนำเสนอเท่านั้น อาจเปลี่ยนแปลงได้ซึ่งการอนุมัติวงเงินสินเชื่อขึ้นอยู่กับราคาประเมินมูลค่ารถและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
2. ยอดผ่อนชำระต่อเดือนคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยลดต้นลดดอก 21% ต่อปี หากเลือกระยะเวลาในการผ่อนนาน จะทำให้เสียดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาเพิ่มขึ้น
3. เมื่อมีวงเงินกู้ 200,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระนานสูงสุด 84 เดือน

ข้อควรระวังนอกจากค่างวด

นอกจากค่างวดรายเดือนแล้ว ยังมีต้นทุนแฝงที่ต้องระวัง เช่น ค่าธรรมเนียมการทำสัญญา ค่าอากรแสตมป์ ค่าติดตามทวงถามหากผิดนัดชำระ และค่าปรับกรณีปิดบัญชีก่อนกำหนดในบางสัญญา ก่อนเซ็นสัญญาจึงควรขอดูตารางการผ่อนชำระเต็มจำนวน เพื่อดูต้นทุนรวมทั้งสัญญา ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขค่างวดต่อเดือนเพียงอย่างเดียว


FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเงินกู้รถแลกเงิน

Q: วงเงินรถแลกเงินอนุมัติจากอะไร?

วงเงินที่ได้รับส่วนใหญ่พิจารณาจากราคาประเมินรถ ณ ปัจจุบัน สภาพรถ ปีรถ ยี่ห้อและรุ่น รวมถึงรายได้และๆความสามารถในการผ่อนชำระของผู้กู้ประกอบกัน

Q: รถปีเก่า ขอสินเชื่อได้ไหม?

รถปีเก่าอาจมีโอกาสขอได้ แต่ต้องดูเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร/สถาบันการเงินว่ากำหนดเงื่อนไขไว้อย่างไร อย่าง สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ถ้ารถอายุไม่เกิน 20 ปีก็สามารถยื่นขอสมัครสินเชื่อได้

Q: รถยังผ่อนไม่หมด ขอสินเชื่อแลกเงินได้ไหม?

ในบางกรณีทำได้ผ่านการรีไฟแนนซ์ แต่ต้องผ่านการประเมินหลายปัจจัยประกอบกัน ทั้งยอดหนี้คงเหลือกับไฟแนนซ์เดิม ราคาประเมินรถ ณ ปัจจุบัน รายได้และความสามารถในการผ่อนชำระ รวมถึงเงื่อนไขเฉพาะของผู้ให้บริการแต่ละราย หากราคาประเมินรถสูงกว่ายอดหนี้เดิมมากพอ ก็มีโอกาสได้รับอนุมัติและอาจได้เงินส่วนต่างกลับมาด้วย กรณีรถยังติดไฟแนนซ์อยู่ (ยกเว้นรถบิ๊กไบค์หรือจักรยานยนต์) และต้องการขอกู้สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน สามารถติดต่อ KTC PHONE 02 123 5300 เพื่อประเมินวงเงิน และรู้ผลการอนุมัติเบื้องต้นได้ ก่อนจะปิดสินเชื่อกับสถาบันการเงินเดิม

Q: รีไฟแนนซ์รถแล้วได้เงินส่วนต่างคืออะไร?

หากวงเงินสินเชื่อใหม่ที่ได้รับอนุมัติสูงกว่ายอดหนี้คงเหลือของไฟแนนซ์เดิม ผู้กู้จะได้รับเงินส่วนต่างคืนหลังจากหักยอดปิดบัญชีเดิมเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนตัดสินใจควรคำนวณดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาใหม่ เปรียบเทียบกับภาระเดิม และดูค่างวดใหม่ให้สอดคล้องกับรายได้จริง เพราะบางครั้งได้เงินก้อนมาแต่ภาระรายเดือนอาจสูงขึ้นกว่าที่คิด

Q: รถแลกเงินต้องจอดรถไว้กับไฟแนนซ์ไหม?

ส่วนใหญ่ไม่ต้อง เพราะสินเชื่อรถแลกเงินแบบจำนำทะเบียนใช้เพียงเล่มทะเบียนเป็นหลักประกัน เจ้าของรถยังใช้รถได้ตามปกติ แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละผู้ให้บริการก่อนสมัคร


ไม่ว่าจะเป็นจำนำทะเบียนรถแบบโอนเล่มหรือไม่โอนเล่ม หรือการรีไฟแนนซ์เพื่อปิดหนี้เดิม สิ่งที่ตัดสินว่าคุ้มค่าหรือไม่ ไม่ใช่แค่วงเงินที่ได้รับ แต่คือดอกเบี้ยรวมและค่างวดที่ต้องจ่ายจริงตลอดสัญญา รวมถึงความยืดหยุ่นเรื่องการใช้รถระหว่างผ่อน สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงินช่วยคุณได้ด้วยบริการสินเชื่อวงเงินก้อนใหญ่ สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก อีกทั้งยังมีบริการ พี่เบิ้ม Delivery ไปประเมินราคารถให้ถึงหน้าบ้าน อนุมัติไวใน 1 ชม. รับเงินก้อนได้ทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน และผ่อนได้นานสูงสุด 84 เดือน โดยสามารถเลือกรับบัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้ม ไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินได้อย่างอุ่นใจ หากไม่มีการกดใช้ก็ไม่เสียดอกเบี้ยแต่อย่างใด

KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ทางออกสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน

*วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ
*อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์
*เมื่อวงเงินกู้ 200,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 84 เดือน
*กรณีรถยนต์ติดไฟแนนซ์ อนุมัติและโอนเงินหลังจากกรรมสิทธิ์ในรถเป็นชื่อผู้กู้เรียบร้อยแล้ว
*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21% - 24% ต่อปี