สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์) ปี 2568 มีขั้นตอนอย่างไร และต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อให้สามารถสอบผ่านได้อย่างไร้ปัญหาตั้งแต่ครั้งแรก โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ และเตรียมตัวทำใบขับขี่เป็นครั้งแรก บทความนี้รวบรวมเอาข้อมูลที่จำเป็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคุณสมบัติของผู้ขอรับใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ เอกสารที่ต้องเตรียม ค่าธรรมเนียม และอื่น ๆ มีอะไรบ้างไปดูกันเลย


ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์





1. ศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่

ก่อนสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ควรศึกษาคู่มืออบรมใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านเว็บไซต์ https://safedrivedlt.com/คู่มืออบรมใบขับขี่ โดยเลือกหัวข้อ "คู่มืออบรมสำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์"


2. จองคิวผ่านแอป DLT Smart Queue

สามารถจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue ของกรมการขนส่งทางบก เพื่อเข้ารับการอบรม ณ สำนักงานขนส่งใกล้บ้าน โดยเลือกเมนูประเภทงานบริการ "งานใบอนุญาต"


3. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

ขั้นตอนการทดสอบสมรรถภาพร่างกายสำหรับการสอบใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การทดสอบการมองเห็นสี (เขียว, เหลือง และแดง)
  2. ทดสอบสายตาทางกว้าง และทางลึก
  3. ทดสอบปฏิกิริยาเท้าเพื่อทดสอบความไวในการเหยียบเบรก


4. อบรม 5 ชั่วโมง

สำหรับผู้ที่สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใหม่ หรือไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน จำเป็นจะต้องเข้ารับการอบรมที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น ไม่สามารถอบรมผ่านออนไลน์ได้ โดยระยะเวลาการอบรมจะอยู่ที่ 5 ชั่วโมง แบ่งเป็นช่วงเช้าเวลา 09.30 - 12.00 น. และช่วงบ่ายเวลา 13.00 - 15.30 น.


5. สอบข้อเขียน

สอบข้อเขียนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ E-exam โดยข้อสอบมีจำนวนทั้งสิ้น 50 ข้อ ต้องตอบถูกผ่านเกณฑ์ 90% หรือ 45 ข้อ จึงจะถือว่าผ่าน ระยะเวลาการสอบทั้งสิ้น 60 นาที


6. สอบปฏิบัติ

ทดสอบขับรถจักรยานยนต์ 5 ท่า ได้แก่

  1. ขับรถจักรยานยนต์โดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร
  2. ขับรถจักรยานยนต์ ทรงตัวบนทางแคบ ทรงตัวไว้โดยไม่ให้เท้าแตะพื้นประมาณ 10 วินาที
  3. ขับรถจักรยานยนต์ซิกแซกเข้าโค้งแคบรูปตัว Z ห้ามชนกรวยล้ม
  4. ขับรถจักรยานยนต์เข้าโค้งรูปตัว S ห้ามชนกรวยล้ม
  5. ขับรถจักรยานยนต์ซิกแซกหลบสิ่งกีดขวาง

7. รับใบขับขี่ Smart Card

หลังจากผ่านการสอบใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ข้อเขียนและสอบปฏิบัติแล้ว ดำเนินการถ่ายรูป ชำระค่าธรรมเนียม จากนั้นรอรับใบขับขี่รถจักรยานยนต์ได้เลย


คุณสมบัติผู้ขอใบขับขี่รถจักรยานยนต์ มีอะไรบ้าง?

  • อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์
  • รถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบรวมกันไม่เกิน 110 ลูกบาศก์เซนติเมตร
  • ไม่เป็นผู้มีร่างกายพิการจนเป็นที่เห็นได้ว่าไม่สามารถขับรถได้
  • ไม่มีโรคประจำตัวที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ
  • ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
  • ไม่อยู่ระหว่างถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ


เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ในการขอสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ มีอะไรบ้าง?

  • บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
  • ใบรับรองแพทย์ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน


ค่าธรรมเนียมในการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ มีอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายในการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 105 บาท แบ่งเป็นค่าใช้จ่าย ดังนี้

  • ค่าคำขอ เป็นเงิน 5 บาท
  • ค่าใบขับขี่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว เป็นเงิน 100 บาท


สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ใช้เวลากี่วัน?

สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้เวลาประมาณ 2 วัน แบ่งเป็นสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ แม้ว่าจะเป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก และใช้ระยะเวลานาน แต่การมีใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ติดตัวไว้ก็มีทั้งข้อดีที่หลากหลาย ดังนี้

  • ถูกกฎหมาย- การทำใบขับขี่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย จึงสามารถขับขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนนได้อย่างถูกต้อง ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกจับปรับ
  • แสดงถึงความสามารถในการขับขี่- ใบขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้ขับขี่ผ่านการทดสอบและมีความรู้ความสามารถในการควบคุมรถจักรยานยนต์ในระดับที่ปลอดภัย
  • เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน- ผู้ที่ผ่านการสอบใบขับขี่จะมีความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรและเทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้อง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุลงได้
  • สิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหาย- ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ผู้ที่มีใบขับขี่ที่ถูกต้องจะมีสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหายจากคู่กรณีหรือบริษัทประกันภัยได้ง่ายกว่า
  • เพิ่มโอกาสในการทำงาน - สำหรับบางอาชีพที่ต้องใช้รถจักรยานยนต์ในการปฏิบัติงาน การมีใบขับขี่หรือทำใบขับขี่สากลเอาไว้ก็ถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม การทำใบขับขี่ก็อาจแลกมาด้วยข้อเสียบางประการเช่นกัน ดังนี้

  • เสียเวลาและค่าใช้จ่าย- การสอบใบขับขี่ต้องใช้เวลาในการเตรียมตัว อบรม และเข้ารับการทดสอบ รวมถึงมีค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ
  • ข้อจำกัดด้านอายุและประเภทรถ- ใบขับขี่รถจักรยานยนต์มีข้อจำกัดด้านอายุผู้ขอ และประเภทของรถจักรยานยนต์ที่สามารถขับขี่ได้ตามความจุเครื่องยนต์ (ซีซี)
  • จำเป็นต้องต่ออายุตามกำหนด - ใบขับขี่มีอายุการใช้งานที่จำกัด และต้องทำการต่ออายุตามระยะเวลาที่กำหนดเช่นเดียวกับการต่อพ.ร.บ. ออนไลน์ เนื่องจากปัจจุบันไม่มีการทำใบขับขี่ตลอดชีพอีกต่อไปแล้ว ซึ่งอาจเป็นภาระสำหรับบางคนได้


สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ออนไลน์ได้ไหม?

ปัจจุบันยังไม่มีการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการทำใบขับขี่ใหม่เป็นครั้งแรก แต่สิ่งที่สามารถทำผ่านออนไลน์เกี่ยวกับใบขับขี่รถจักรยานยนต์ มีดังนี้

  • จองคิวอบรมและสอบ - กรมการขนส่งทางบกมีระบบให้ประชาชนสามารถจองคิวอบรมและทดสอบใบขับขี่ล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ https://gecc.dlt.go.th ซึ่งสามารถช่วยลดระยะเวลารอคิวที่ขนส่งได้
  • อบรมทฤษฎีออนไลน์ (เฉพาะต่ออายุใบขับขี่) - สำหรับผู้ที่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่แล้วและต้องการต่ออายุ สามารถเข้ารับการอบรมภาคทฤษฎีออนไลน์ผ่านระบบ DLT e-Learning ได้ โดยจะมีการอบรมตามระยะเวลาที่กำหนด หลังจากอบรมเสร็จสิ้น จะต้องนำผลการอบรมไปยื่นที่สำนักงานขนส่งเพื่อดำเนินการต่ออายุต่อไป

ส่วนการดำเนินการอื่น ๆ ที่ยังคงต้องเข้ารับบริการที่สำนักงานขนส่ง ได้แก่ การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย, การอบรมสำหรับผู้ที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน, การสอบภาคทฤษฎี และการสอบภาคปฏิบัติ


สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ผ่าน ทำอย่างไรดี?




หากสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ผ่าน โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี ดังนี้

  • กรณีสอบไม่ผ่านภาคทฤษฎี

หากสอบภาคทฤษฎีไม่ผ่าน สามารถสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใหม่ได้ในวันถัดไป โดยไม่ต้องเข้ารับการอบรมซ้ำ หรือหากไม่สะดวกสามารถสอบใหม่ภายใน 90 วัน จึงจะไม่ต้องเข้ารับการอบรมใหม่ทั้งหมด

  • กรณีสอบไม่ผ่านภาคปฏิบัติ

หากสอบใบขับขี่ภาคปฏิบัติไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่จะบันทึกผลและออกใบนัดทดสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ครั้งต่อไป โดยจะต้องนำใบนัดดังกล่าวไปจองคิวทดสอบขับรถใหม่อีกครั้ง ผ่านแอปพลิเคชัน DLT Smart Queue หรือเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก

ทั้งนี้ การสอบซ่อมสามารถสอบได้เรื่อยๆ จนกว่าจะผ่าน แต่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับจากวันที่อบรมครั้งแรก หากเกินกำหนดจะต้องดำเนินการอบรมและสอบข้อเขียนใหม่ทั้งหมด


สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อความมั่นใจ ขับขี่ปลอดภัยบนท้องถนน

สำหรับผู้ที่ต้องการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก หากไม่เคยมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์มาก่อน ควรศึกษาข้อมูลการสอบใบขับขี่อย่างรอบคอบ ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงเตรียมเอกสารให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เสียเวลาดำเนินการ

อย่างไรก็ตามหากใครกำลังเตรียมตัวสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉินในยามเจ็บป่วยอยู่ล่ะก็สินเชื่อรถแลกเงินKTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อบิ๊กไบค์หรือสินเชื่อรถยนต์ก็พร้อมอนุมัติเงินก้อน รู้ผลอนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที ไม่ต้องมีคนค้ำ ผ่อนสบายสูงสุด 84 เดือน สามารถเลือกรับบัตรกดเงินสด KTC พี่เบิ้ม ไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินได้อย่างอุ่นใจ หากไม่มีการกดใช้ก็ไม่เสียดอกเบี้ยแต่อย่างใด





กรุณาศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ก่อนทำการสมัคร

เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ และธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

*วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ

*อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์

*เมื่อวงเงินกู้ 200,000 บาทขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 84 เดือน

*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี

กรณีที่รถยังผ่อนไม่หมด สามารถนำมาประเมินวงเงินเบื้องต้นก่อนได้