การเช็กเครดิตบูโรเคยเป็นเรื่องที่หลายคนมองว่ายุ่งยาก ต้องเดินทางไปติดต่อด้วยตัวเองหรือรอเอกสารหลายวัน แต่ปัจจุบันขั้นตอนเหล่านี้ง่ายขึ้นมาก เพราะสามารถยื่นคำขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตและคะแนนเครดิต (Credit Score) ผ่านแอปบนมือถือและรับ e-report ผ่านทางอีเมลได้เลย บทความนี้จะพาไปดูว่าในปี 2569 สามารถเช็กเครดิตบูโรผ่านแอปไหนได้บ้าง แต่ละช่องทางมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ใช้เวลากี่วัน เช็กเครดิตบูโรแล้วต้องดูอะไรบ้าง? และวิธีแก้ไขหากเจอว่าข้อมูลเครดิตผิด

เครดิตบูโรคืออะไร?

เครดิตบูโร หรือชื่อเต็มคือบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau) เป็นหน่วยงานกลางที่รวบรวมประวัติการชำระหนี้ของประชาชนจากธนาคารและสถาบันการเงินทุกแห่งที่เป็นสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลกลาง แล้วให้สถาบันการเงินดึงไปใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

แนะนำ 11 แอปเช็คเครดิตบูโรผ่านมือถือ

 แบบส่งรายงานรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (NCB e-Credit Report) ทางอีเมล ได้ทันที


 ขอบคุณรูปภาพจาก https://play.google.com/store/apps/details?id=com.bbl.mobilebanking&hl=th


1.แอป Bualuang mBanking (ธนาคารกรุงเทพ)

วิธีเช็คเครดิตบูโรผ่านแอป Bualuang mBanking ของธนาคารกรุงเทพ

  • เข้าแอป เลือกเมนู "ธุรกรรม" ที่แถบเมนูด้านล่าง
  • เลือกเมนู "ขอตรวจเครดิตบูโร"
  • ตรวจสอบและยืนยันข้อมูลอีเมลสำหรับรับรายงาน
  • เลือกประเภทรายงาน (รายงานข้อมูลเครดิต / เครดิตสกอริ่ง)
  • ยืนยันตัวตนผ่านระบบ NDID (หากยังไม่เคยทำ) และชำระค่าธรรมเนียมตามที่แอปกำหนด


ขอบคุณภาพจาก : https://www.facebook.com/KiatnakinPhatra

 

2.แอป “KKP Mobile” (ธนาคารเกียรตินาคินภัทร)

วิธีเช็คเครดิตบูโร KKP MOBILE

  • เข้าแอป เลือกเมนู "บริการ"
  • กด "ตรวจสอบเครดิตบูโร" แล้วกด "ส่งคำขอรายงาน"
  • เลือกประเภทรายงานที่ต้องการ
  • อ่านและกดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
  • เลือกบัญชีชำระค่าธรรมเนียม และใส่รหัส PIN ยืนยัน


ขอบคุณภาพจาก https://apps.apple.com/th/app/tlt-simply/id1437469555

3.แอป “TLT Simply” (บริษัท โตโยต้า ลิสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด) บร

วิธีเช็คเครดิตบูโรผ่านแอป TLT Simply

  • เลือกเมนู “บริการอื่นๆ”
  • เลือก “ขอตรวจเครดิตบูโร”
  • เลือกประเภทรายงานที่ต้องการ ได้แก่
  • รายงานข้อมูลเครดิต
  • รายงานข้อมูลเครดิตและคะแนนเครดิต (เครดิตสกอริ่ง)
  • ดำเนินการตามขั้นตอนในแอป
  • รอรับรายงานทางอีเมล โดยระบบสามารถส่งรายงานให้ได้ทันที

 

แบบภายใน 24 ชั่วโมง (เป็นไปตามเงื่อนไขที่เครดิตบูโรกำหนด)

 


ขอบคุณภาพจาก https://play.google.com/store/apps/details?id=ktbcs.netbank

4.แอปKrungthai NEXT (ธนาคารกรุงไทย)

ขั้นตอนเช็คเครดิตบูโรผ่านแอป Krungthai NEXT

  • เข้าแอป เลือกเมนู "บริการ"
  • กดเลือก "ตรวจเครดิตบูโร"
  • เลือกประเภทรายงาน และช่องทางรับเอกสาร (อีเมล/ไปรษณีย์)
  • กดยอมรับข้อกำหนด เงื่อนไข และตรวจสอบข้อมูล
  • ใส่รหัส PIN เพื่อยืนยันการชำระเงิน

ขอบคุณภาพจาก : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.mobilife

5. แอป MyMo (ธนาคารออมสิน)
ขั้นตอนเช็คเครดิตบูโรผ่านแอป MyMo ของธนาคารออมสิน

  • เข้าแอป MyMo กดเลือก “เมนูอื่น ๆ” เลือก "ขอตรวจเครดิตบูโร"
  • เลือกประเภทรายงาน และรูปแบบการรับข้อมูล
  • อ่านข้อกำหนด กดยอมรับเงื่อนไข
  • ตรวจสอบรายละเอียด ใส่รหัส PIN MyMo เพื่อชำระเงิน

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://play.google.com/store/apps/details?id=com.baac.amobileplus&hl=th

6.แอป BAAC Mobile (ธ.ก.ส.)

ขั้นตอนเช็คเครดิตบูโรผ่านแอป BAAC Mobile (ธ.ก.ส.)

  • เข้าแอป กดเลือกเมนู "ตรวจเครดิตบูโร"
  • เลือกประเภทรายงาน (รายงานข้อมูลเครดิต / เครดิตสกอริ่ง)
  • เลือกช่องทางการรับรายงาน (อีเมล / ไปรษณีย์)
  • กดยอมรับเงื่อนไข และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล


ขอบคุณรูปภาพจาก https://apps.apple.com/dz/app/ttb-touch/id884079963

7.แอป ttb touch (ธนาคารทหารไทย)

ขั้นตอนเช็คเครดิตบูโรผ่านแอป  ttb touch (ธนาคารทหารไทย)

  • เข้าแอป เลือกเมนู "บริการ" จากแถบเมนูด้านล่าง
  • เลือกหัวข้อ “บริการอื่นๆ” แล้วกดเลือก “ขอตรวจเครดิตบูโร”
  • เลือก ประเภทรายงาน และ ช่องทางการรับเอกสาร
  • กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข
  • เลือกบัญชีชำระเงิน ตรวจสอบข้อมูล และใส่รหัส PIN ยืนยัน

 


ขอบคุณภาพจาก https://play.google.com/store/apps/details?id=com.ktb.customer.qr

8.แอปเป๋าตัง

ขั้นตอนเช็คเครดิตบูโรผ่านแอปเป๋าตัง

  • เข้าแอป ไปที่หน้าหลัก "เป๋าตังเปย์"
  • เลือกบริการ "ตรวจเครดิตบูโร"
  • เลือกประเภทรายงาน และช่องทางรับรายงานที่ต้องการ
  • ตรวจสอบข้อมูลและยอมรับข้อกำหนดเงื่อนไข
  • ใส่รหัส PIN 6 หลัก เพื่อยืนยันชำระเงิน




ขอบคุณรูปภาพจาก https://apps.apple.com/th/app/flash-express/id1322972724?l=th

9.แอป Flash Express (Flash Money)

ขั้นตอนเช็คเครดิตบูโรผ่านแอป Flash Express (Flash Money) 

  • เปิดแอป Flash Express และเข้าสู่ระบบ
  • เลือกบริการ Flash Money
  • เลือกเมนู ตรวจเครดิตบูโร
  • เลือกประเภทรายงานที่ต้องการตรวจ
  • กรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนตามขั้นตอน
  • ชำระค่าบริการผ่านช่องทางที่ระบบกำหนด
  • รอรับรายงานทางอีเมล โดยข้อมูลจากช่องทางที่รวบรวมไว้ระบุว่าใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมง

 

แบบภายใน 3 วันทำการ



ขอบคุณรูปภาพจาก https://apps.apple.com/th/app/sme-d-bank/id6475951585

10. แอป SME D BANK (ธนาคาร SME D BANK)

ขั้นตอนเช็คเครดิตบูโรผ่านแอป SME D BANK (ธนาคาร SME D BANK)

  • เลือกเมนู “ตรวจเครดิตบูโร”
  • อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขการใช้บริการ
  • กรอกข้อมูลและยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่ระบบกำหนด
  • เลือกประเภทข้อมูลเครดิตที่ต้องการตรวจ
  • ยืนยันคำขอและรอรับรายงานตามช่องทางที่กำหนด

 

เช็คเครดิตบูโรฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ไหน?

 


ขอบคุณรูปภาพจาก https://apps.apple.com/th/app/%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3-%E0%B8%90/id1514331336

 

แอปทางรัฐ

“ทางรัฐ” แอปของรัฐบาลที่สามารถเช็คเครดิตบูโรได้ฟรี แต่เป็นแบบสรุปเบื้องต้นว่ามีจำนวนบัญชีเท่าไหร่ มีบัญชีสินเชื่อที่เปิดอยู่เท่าไหร่ ปิดไปแล้วเท่าไหร่ วงเงินสินเชื่อรวม ยอดหนี้คงเหลือ และบัญชีที่เปิดอยู่เป็นประเภทไหน บัตรเครดิต, สินเชื่อ, บ้าน, เช่าซื้อ หรืออื่น ๆ ไว้สำหรับใช้วางแผนทางการเงินเท่านั้น  ไม่สามารถนำไปอ้างอิงเป็นเอกสารทางกฎหมายได้ เพราะไม่มีรายละเอียดข้อมูลเครดิตหรือคะแนนเครดิตได้ จะเหมาะกับคนที่อยากตรวจสอบเครดิตของตัวเองแบบคร่าว ๆ เท่านั้น



ตารางสรุป เช็คเครดิตบูโรผ่านมือถือ แอปไหนฟรี แอปไหนเสียตัง?

ช่องทาง

ประเภทรายงาน

ค่าธรรมเนียม

ระยะเวลารับรายงาน

แอปธนาคารกรุงเทพ

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ได้ทันที

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ได้ทันที

แอป KKP Mobile

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ได้ทันที

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ได้ทันที

แอป TLT Simply

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ได้ทันที

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ได้ทันที

แอป Krungthai NEXT

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

แอป MyMo

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

แอป BAAC Mobile

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

แอป ttb touch

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

แอปเป๋าตัง

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

แอป Flash Express

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ภายใน 24 ชั่วโมง*

แอป SME D BANK

รายงานข้อมูลเครดิต

150 บาท

ภายใน 3 วันทำการ**

รายงานข้อมูลเครดิตและเครดิตสกอริ่ง

200 บาท

ภายใน 3 วันทำการ**

แอป ทางรัฐ

ข้อมูลเครดิตแบบสรุป ไว้สำหรับเช็คส่วนตัว

ฟรี

สามารถรับผลได้ทันที   

 

 

ขอเครดิตบูโร ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

เอกสารที่ต้องใช้จะต่างกันไปตามช่องทางที่เลือก หากตรวจผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ส่วนใหญ่ต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนครั้งแรกที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร หรือผ่านระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของแอปนั้นๆ ก่อน โดยใช้บัตรประชาชนตัวจริงในการสแกนหรือยืนยัน หลังจากลงทะเบียนเสร็จแล้วครั้งต่อไปสามารถเช็กผ่านมือถือได้เลยโดยไม่ต้องเตรียมเอกสารเพิ่ม

เช็กเครดิตบูโรแล้วต้องดูอะไรบ้าง?

รายงานเครดิตบูโรมีหลายส่วน แต่จุดที่ควรอ่านให้ละเอียดมีอยู่ไม่กี่จุด

  • รหัสสถานะบัญชี ตัวเลข 2 หลักที่บอกว่าบัญชีนั้นชำระตรงเวลาหรือค้างชำระ เป็นจุดแรกที่ควรดูก่อนเสมอ
  • ยอดหนี้คงเหลือรวม เทียบกับวงเงินสินเชื่อทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อประเมินภาระหนี้ต่อรายได้ของตัวเอง
  • จำนวนบัญชีสินเชื่อที่เปิดอยู่ ยิ่งมีหลายบัญชีพร้อมกัน ธนาคารอาจมองว่ามีภาระผ่อนชำระสูง ส่งผลต่อวงเงินที่จะได้รับอนุมัติ
  • ประวัติการชำระย้อนหลัง ดูว่ามีเดือนไหนค้างชำระหรือผิดนัดบ้าง เพราะข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้ในระบบสูงสุด 3 ปี
  • คะแนนเครดิต (Credit Score) กรณีเลือกรายงานแบบเต็มที่มีคะแนนแนบมาด้วย ยิ่งคะแนนสูง โอกาสได้รับอนุมัติสินเชื่อก็ยิ่งมากขึ้น

ขั้นตอนกรณีข้อมูลเครดิตผิด

พบข้อมูลในรายงานไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ยอดหนี้ที่ปิดไปแล้วแต่ยังขึ้นค้างชำระ สามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนนี้

  1. รวบรวมหลักฐาน เช่น ใบเสร็จการชำระหนี้ หนังสือรับรองการปิดบัญชี หรือ Statement ที่แสดงการชำระครบถ้วน
  2. ติดต่อสถาบันการเงินเจ้าของข้อมูลก่อน เพราะเป็นผู้ส่งข้อมูลเข้าระบบเครดิตบูโรโดยตรง แจ้งขอให้ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลในระบบให้ถูกต้อง
  3. ยื่นคำร้องที่ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร พร้อมแนบหลักฐานที่เตรียมไว้ กรอกแบบฟอร์มขอตรวจสอบข้อมูล (Investigation Request)
  4. รอผลการตรวจสอบ โดยเครดิตบูโรจะประสานกับสถาบันการเงินเจ้าของข้อมูลเพื่อยืนยันความถูกต้อง ใช้เวลาประมาณ 30 วันทำการ
  5. ตรวจสอบรายงานใหม่อีกครั้ง หลังได้รับแจ้งผลการแก้ไข เพื่อยืนยันว่าข้อมูลถูกปรับให้ถูกต้องแล้วจริง

กรณีสถาบันการเงินไม่ดำเนินการแก้ไขให้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สามารถร้องเรียนไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยได้โดยตรง

(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเช็คเครดิตบูโร

Q: เช็คเครดิตบูโรบ่อยๆ ทำให้ติดแบล็กลิสต์ หรือเสียประวัติไหม?

ไม่เสียประวัติและไม่ติดแบล็กลิสต์ การตรวจสอบด้วยตนเองถือเป็นสิทธิของเจ้าของข้อมูลไม่ถูกนำมาคิดคะแนนเครดิต และไม่ส่งผลต่อการพิจารณาของธนาคารหรือสถาบันการเงินแต่อย่างใด

Q: สถานะเครดิตบูโรแต่ละตัวเลข หมายถึงอะไรบ้าง?

รหัสสถานะบัญชีที่พบบ่อยในรายงาน ได้แก่

  • 10 (ปกติ) ชำระหนี้ตรงเวลา ไม่ค้างชำระ
  • 11 (ปิดบัญชี) ชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว
  • 12 (พักชำระหนี้) อยู่ในโครงการพักชำระหนี้ตามนโยบาย
  • 20 (ค้างชำระเกิน 90 วัน) ซึ่งถือเป็นหนี้เสีย (NPL) ที่ส่งผลกระทบต่อการขอสินเชื่อโดยตรง

Q: ติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโร ต้องรอกี่ปีถึงจะหาย?

เครดิตบูโรเก็บประวัติการชำระหนี้ย้อนหลังไว้สูงสุด 3 ปี ระบบจะลบข้อมูลเดือนที่เก่าที่สุดออกอัตโนมัติทุกครั้งที่มีข้อมูลเดือนใหม่เข้ามา หากปิดหนี้เรียบร้อยแล้ว สถานะจะเปลี่ยนเป็นชำระหนี้เสร็จสิ้น และประวัติเสียเดิมจะค่อยๆ หายไปเมื่อครบกำหนด 3 ปี

Q: ติดเครดิตบูโร แต่ชำระหนี้หมดแล้ว สามารถกู้เงินหรือทำบัตรเครดิตได้ทันทีไหม?

แม้ชำระหนี้หมดแล้ว ประวัติเดิมยังคงแสดงอยู่ในระบบระยะหนึ่ง ควรเว้นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีหลังชำระหนี้เสร็จสิ้น ซึ่งในระหว่างนั้นก็ควรสร้างประวัติทางการเงินที่ดีอย่างต่อเนื่อง เช่น ชำระหนี้ที่มีอยู่ตรงเวลา รักษาวินัยทางการเงิน และมีเงินหมุนเวียนในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการพิจารณาสินเชื่อ ทั้งนี้ ผลการอนุมัติยังขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และดุลยพินิจของแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงินด้วย


การเช็กเครดิตบูโรล่วงหน้าช่วยให้ประเมินความพร้อมก่อนสมัครบัตรเครดิต ลดความเสี่ยงจากการถูกปฏิเสธเนื่องจากข้อมูลเครดิตหรือภาระหนี้ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ หากผลเครดิตอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข ก็สามารถสมัครบัตรเครดิตได้ทันที และสำหรับใครที่สนใจ บัตรเครดิต KTC มาพร้อมสิทธิประโยชน์คุ้มค่ามากมายไม่ว่าจะเป็น ผ่อนชำระสินค้าและบริการด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ตามโปรโมชั่น เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการและรับคะแนนง่ายๆ ทุก 25 บาท ที่ใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เพื่อแลกสินค้า / บริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ โดยคะแนนไม่มีวันหมดอายุ สามารถสมัครบัตรเครดิต KTC ออนไลน์ด้วยตัวเองได้ตลอด 24 ชม. ไม่มีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปี

ใช้จ่าย คุ้มค่า นึกถึงบัตรเครดิต KTC