ปัญหาการบริหารรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่กลุ่มผู้เริ่มต้นทำงาน (First Jobber) หรือข้าราชการบรรจุใหม่มักประสบอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับข้อจำกัดของรายได้เริ่มต้นที่ 15,000 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน สุดท้ายจึงนำไปสู่การขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือประสบปัญหาเงินเดือนไม่พอใช้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และปัญหานี้ก็ได้นำไปสู่วิกฤตทางการเงินที่ใหญ่กว่า อย่างการไม่มีเงินเก็บและการไม่สามารถสร้างทรัพย์สินอื่น ๆ
ถึงอย่างนั้น สาเหตุหลักของปัญหาดังกล่าวมักไม่ได้เกิดจากจำนวนเงินรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการขาดแบบแผนในการจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจน และขาดความรู้ความเข้าใจในการแยกแยะระหว่าง “รายจ่ายจำเป็น” กับ “รายจ่ายตามไลฟ์สไตล์” ส่งผลให้เงินเดือนส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับรายจ่ายผันแปรจนกระทั่งตึงมือในช่วงปลายเดือน
ด้วยเหตุนี้ KTC จึงได้รวบรวมเคล็ดลับการบริหารเงินสำหรับผู้ที่มีรายได้เริ่มต้นมาแบ่งปันกัน พร้อมเสนอแนวทางการแบ่งสัดส่วนรายได้ที่เหมาะสม เพื่อให้ทราบชัดเจนว่าส่วนใดควรนำไปใช้ และส่วนใดควรนำไปเก็บออม เพื่อจุดประสงค์ในการเปลี่ยนจากสภาวะเงินเดือนแบบเดือนชนเดือน ไปสู่การเป็นมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ที่มีวินัยทางการเงินและสามารถบริหารจัดการเงินเดือนให้มีความคล่องตัว
เงินเดือน 15,000 พอใช้จริงไหม?
สำหรับคำถามที่ว่า เงินเดือน 15,000 บาท พอใช้หรือไม่นั้น คำตอบคือ “สามารถดำรงชีพอยู่ได้และมีเงินเก็บ เพียงแต่จะต้องจัดสรรเงินให้เป็นสัดส่วน และควบคุมรายจ่ายให้เหมาะสมกับรายได้ เพราะความเป็นจริงที่สำคัญก็คือ ปัญหาทางการเงินส่วนใหญ่มักไม่ได้อยู่ที่อัตรารายได้ที่น้อยจนเกินไปเท่านั้น แต่ยังเป็นผลมาจากการขาดการจัดการที่มีประสิทธิภาพร่วมด้วย
เงินเดือน 15,000 ควรจัดสรรอย่างไร? เปิดสูตรแบ่งงานสำหรับมือใหม่
การเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดคือการใช้สูตรแบ่งเงินเพื่อสร้างวินัยและเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ ซึ่งแต่ละบุคคลสามารถปรับลดสัดส่วนได้ตามภาระความรับผิดชอบส่วนบุคคล
- ค่าใช้จ่ายจำเป็น คิดเป็นอัตรา 50 - 60% ของเงินเดือน หรือประมาณ 7,500 - 9,000 บาท โดยจะต้องครอบคลุมทั้งค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง และค่าอาหารมื้อหลัก
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและเพื่อไลฟ์สไตล์ สำหรับการพักผ่อน การเข้าสังคม หรือสิ่งของที่ต้องการ คิดเป็นอัตรา 20 - 30% ของเงินเดือน หรือประมาณ 3,000 - 4,500 บาท
- เงินออม และเงินสำรองฉุกเฉิน คิดเป็นอัตรา 10 - 20% ของเงินเดือน หรือประมาณ 1,500 - 3,000 บาท เพื่อแยกเก็บไว้เป็นเงินทุนในอนาคต
ตัวอย่างการจัดงบเงินเดือน 15,000 แบบใช้ได้จริง
KTC ได้จำลองสถานการณ์ของ First Jobber และข้าราชการบรรจุใหม่ที่ได้รับเงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000 บาท พร้อมเปิดตัวอย่างการจัดสรรงบประมาณรายเดือนไว้เป็นดังนี้
- ค่าเช่าหอพักและค่าเดินทาง : 4,500 บาท ซึ่งจะเลือกเป็นที่พักที่อยู่ใกล้กับสถานที่ทำงาน หรืออยู่ใกล้กับระบบขนส่งสาธารณะที่เดินทางได้ง่ายและประหยัดที่สุด
- ค่าอาหาร : 4,500 บาท โดยเฉลี่ยใช้วันละ 150 บาท
- ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าโทรศัพท์ / อินเทอร์เน็ต : 500 บาท
- เงินสำหรับเก็บออม : 2,000 บาท
- งบสำหรับใช้จ่ายตามใจชอบ : 3,500 บาท
จากสถานการณ์จำลองเบื้องต้น พบว่า หากคุณสามารถควบคุมค่าอาหารให้อยู่ในงบวันละ 150 บาท และบริหารจัดการค่าที่พักให้เหมาะสม คุณก็จะสามารถมีเงินเก็บสะสมอย่างน้อยปีละ 24,000 บาท โดยที่ยังสามารถใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่ต้องการได้
อย่างไรก็ดี การออมไม่จำเป็นต้องเริ่มที่ 10 - 20% ของเงินเดือน หรือจะต้องเก็บออมให้ได้อย่างน้อย 2,000 บาท ตามตัวอย่างข้างต้นเสมอไป หากคุณเป็นผู้มีภาระทางครอบครัวสูง และมีรายจ่ายที่ต้องรับผิดชอบจำนวนมาก การเริ่มต้นออมเพียง 5% หรือ 750 บาท ก็นับเป็นก้าวสำคัญที่ดีไม่น้อย เพราะหัวใจสำคัญของการออมก็คือ การสร้างวินัยและความสม่ำเสมอ และเมื่อใดที่มีรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคตจึงค่อยปรับสัดส่วนการออมเพิ่มขึ้นตามศักยภาพ
เทคนิคบริหารเงินเดือน 15,000 ให้อยู่รอดและมีเงินเก็บ
การใช้ชีวิตให้อยู่รอดในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันไม่จำเป็นต้องประหยัดจนสุดโต่ง แต่คือการใช้เงินให้ฉลาดขึ้น โดยอาศัยเทคนิคง่าย ๆ เหล่านี้
- จดบันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกวัน เพื่อให้ทราบสถานะการเงินที่แท้จริง และเห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น
- ตั้งงบประมาณที่สามารถทำตามได้จริง ไม่ควรเคร่งกดรายจ่ายให้ตึงเกินไป เพราะจะทำให้แผนการเงินไปไม่ถึงผลสำเร็จในระยะยาว
- ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น โดยอาจพิจารณาตัดทอนค่าสมาชิกบริการ(Subscription) ที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยออกไป
- ออมเงินทันทีหลังได้รับเงินเดือน เป็นการปฏิบัติตามหลักการออมก่อนใช้ เพื่อป้องกันการนำเงินออมไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย
- ใช้โปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ดี ๆ จากบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดในมือ เนื่องจากบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดของแต่ละธนาคาร/สถาบันการเงินจะมีโปรโมชั่นร่วมกับพาร์ทเนอร์ในหมวดหมู่การใช้จ่ายต่าง ๆ ในตลอดทั้งปี การเลือกใช้ส่วนลด หรือสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวมในแต่ละเดือนได้
สิ่งที่คนเงินเดือน 15,000 ต้องระวัง
- การใช้เงินก่อนแล้วจึงคิดเรื่องออม ถือเป็นสิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่ง เพราะหลาย ๆ ครั้งการใช้จ่ายอย่างอิสระตั้งแต่แรกมักทำให้ไม่เหลือเงินออมตามเป้าหมาย
- การขาดเงินสำรองฉุกเฉิน โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น เจ็บป่วยหรือรถเสีย ทำให้สุดท้ายก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อมารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
- การใช้เงินตามอารมณ์ เพราะไลฟ์สไตล์การใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ กล่าวคือ เป็นการซื้อของตามกระแสโดยไม่วางแผนการเงิน
- ขาดการวางแผนรายเดือนที่ชัดเจน ทำให้ไม่ทราบว่าในแต่ละเดือนมีภาระค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่มาก-น้อยเท่าใด
ใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างไร ให้ช่วยประคองเงินเดือน
เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้จ่ายของผู้ที่มีเงินเดือน 15,000 บาท มากที่สุดก็คือ “บัตรเครดิต” และ “บัตรกดเงินสด” เพราะสามารถช่วยบริหารสภาพคล่องรายเดือน ทั้งยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ด้านการใช้จ่ายอีกมากมาย
- การใช้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดในการชำระค่าใช้จ่ายประจำรายเดือน จะช่วยยืดระยะเวลาการจ่ายคืนให้เป็นไปตามรอบบิล ทำให้กระแสเงินสดยังคงมีความคล่องตัวในระหว่างเดือน
- ใช้โปรโมชั่นผ่อน 0% ที่ร้านค้าที่ร่วมรายการกับบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเงินก้อนในยามที่ต้องซื้อของใช้จำเป็น เช่น คอมพิวเตอร์สำหรับการทำงาน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ชำรุด
- ได้รับสิทธิประโยชน์เหนือระดับกว่าการใช้จ่ายด้วยเงินสด โดยเฉพาะกับบัตรเครดิต KTC ที่จะได้รับ 1 คะแนน KTC FOREVER เมื่อมีการใช้จ่ายครบ 25 บาท ในหมวดหมู่ที่กำหนด ซึ่งจะทำให้รายจ่ายทั่วไปของคุณสามารถเปลี่ยนเป็นคะแนนสะสม เพื่อใช้แลกรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้ในอนาคต
เงินเดือน 15,000 ใช้บัตรเครดิตได้ไหม?
ผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป สามารถสมัครใช้งานบัตรเครดิต KTC ได้ และจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรายเดือนอย่างยิ่ง หากใช้เครื่องมือทางการเงินนี้อย่างมีวินัย เพราะบัตรเครดิตไม่ใช่ตัวการสร้างภาระทางการเงิน แต่คือเครื่องมืออันชาญฉลาด หากคุณใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นและชำระคืนเต็มจำนวนทุกรอบบิล คุณก็จะได้รับสิทธิประโยชน์มหาศาล เช่น คะแนน KTC FOREVER ที่สะสมได้ไม่จำกัด และคะแนนไม่มีวันหมดอายุ รวมถึงได้รับสิทธิในการใช้โปรโมชั่นที่ร้านค้าพาร์ทเนอร์ของบัตรเครดิต KTC ที่จะมีทั้งการได้รับส่วนลด การได้รับสินค้าฟรี การรับเครดิตเงินคืน การผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% หรือแม้แต่การได้รับคะแนนเพิ่มหลายเท่าตัว
เงินไม่พอใช้ในบางเดือน ควรทำอย่างไร?
ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินจนเงินเดือนไม่พอใช้ สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ การลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อให้เหลือรายจ่ายน้อยที่สุด ควบคู่ไปกับการมองหาช่องทางสร้างรายได้เสริม แต่อย่างไรก็ตาม หากต้องการความคล่องตัวในระยะสั้น หรือเพียงแก้ปัญหาฉุกเฉินทางการเงิน การมีตัวช่วยสำรองอย่าง บัตรกดเงินสด KTC PROUD ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย
สำหรับบัตรกดเงินสดนั้น ควรใช้เป็นตัวช่วยสำรองในยามจำเป็นจริง ๆ เช่น จำเป็นต้องจ่ายค่าซ่อมแซมที่พักอาศัยกะทันหัน หรือจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่อยู่นอกเหนือสวัสดิการพนักงานของตนเอง เพื่อให้คุณสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้โดยไม่ต้องกระทบภาพรวมเงินเก็บทั้งหมด พร้อมทั้งยังช่วยรักษาประวัติทางการเงินให้ดีอยู่เสมอได้อีกด้วย
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD สามารถยื่นสมัครด้วยตนเองผ่านทางออนไลน์ และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ โดยเกณฑ์การสมัครของผู้มีรายได้ประจำกำหนดไว้ว่า จะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยที่อายุระหว่าง 20 - 60 ปี และมีรายได้ขั้นต่ำ 12,000 บาท ต่อเดือน และทำงานในสถานที่ทำงานปัจจุบัน 4 เดือนขึ้นไป
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q : เงินเดือน 15,000 ควรเก็บเงินเท่าไหร่?
A : อาจเริ่มต้นที่ 1,500 บาท หรือคิดเป็น 10% ของเงินเดือน แต่หากไม่มีภาระหนี้ หรือรายจ่ายต่อเดือนไม่สูงมาก ให้ปรับจำนวนเงินออมเป็น 3,000 บาท หรือ 20% ของเงินเดือน อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญของการออม คือ ความสม่ำเสมอและการมีวินัย
Q : อยู่กรุงเทพฯ เงินเดือนเท่านี้พอไหม?
A : แม้จะมีเงินเดือน 15,000 บาท ก็สามารถบริหารจัดการให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายได้ หากเลือกที่พักที่ราคาเหมาะสม และทำอาหารรับประทานเองบางมื้อ นอกจากนี้ การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และการพยายามควบคุมงบสำหรับค่าใช้จ่ายตามไลฟ์สไตล์ไม่ให้สูงเกินไปก็เป็นอีกหลักการสำคัญ
Q : เงินเดือน 15,000 บาท ควรใช้บัตรเครดิตหรือไม่?
A : ผู้มีเงินเดือน 15,000 บาท ควรสมัครบัตรเครดิตไว้สำหรับสร้างประวัติทางการเงิน และเป็นตัวช่วยทางการเงินในยามจำเป็น เพียงแต่จะต้องมั่นใจว่า มีวินัยในการชำระคืนเต็มจำนวน
Q : ถ้าไม่มีเงินเก็บเลย ควรเริ่มต้นอย่างไร?
A : เริ่มต้นจากการจดบันทึกรายจ่ายเพื่อสังเกตหารูรั่วหรือตัวการความฟุ่มเฟือย จากนั้นให้ตั้งเป้าหมายออมเงินก้อนแรกเพียง 500 - 1,000 บาท เพื่อสร้างกำลังใจก่อนขยับแผนให้ใหญ่ขึ้นในเดือนถัด ๆ ไป
อย่างไรก็ดี ความสำเร็จทางการเงินไม่ได้วัดกันที่ใครมีรายได้มากกว่า แต่วัดจากการที่ใครสามารถรักษาวินัยและต่อยอดเงินที่มีอยู่ให้งอกเงยได้มากกว่ากัน หากคุณเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้ แม้จะมีเงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท ก็สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของความมั่งคั่งในอนาคตได้ สนใจ สมัครบัตรเครดิต KTC หรือ บัตรกดเงินสด KTC PROUD ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยตนเองได้ง่าย ๆ เพื่อให้ทุกการใช้จ่ายของคุณคุ้มค่าและมีความคล่องตัวสูงสุดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
บัตรเครดิต KTC และบัตรกดเงินสด KTC PROUD ตัวช่วยทางการเงินสำหรับผู้มีเงินเดือนเริ่มต้น


