ท่ามกลางโลกธุรกิจที่ทุกสิ่งหมุนเวียนไปอย่างรวดเร็ว “กระแสเงินสด” (Cash Flow) จึงเปรียบเสมือนลมหายใจของคนทำมาค้าขายและเหล่าผู้ประกอบอาชีพอิสระ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าออนไลน์ ร้านอาหารแผงลอย หรือฟรีแลนซ์ที่รับจ้างเป็นรายชิ้นงาน ซึ่งกระแสเงินสดที่มีความคล่องตัว จะสะท้อนความก้าวหน้าและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต แต่หากเมื่อใดที่ขาดสภาพคล่อง สิ่งนี้ก็จะเป็นตัวชี้วัดถึงปัญหาการติดขัดในการทำธุรกิจ เพื่อนำไปสู่การคิดหากลยุทธ์แก้เกม ที่อาจเป็นได้ทั้งการปรับแผนธุรกิจ หรือการมองหาตัวช่วยทางการเงินสำหรับเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียน
ด้วยความที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระและผู้ประกอบอาชีพค้าขาย ไม่มีสลิปเงินเดือน หรือเอกสารทางการเงินเฉกเช่นกลุ่มพนักงานบริษัทหรือผู้มีรายได้ประจำ ดังนั้นการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหมุนเวียนจึงยากกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะหมดโอกาส เพราะปัจจุบันก็มีธนาคาร/สถาบันการเงินมากมายที่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบอาชีพอิสระและพ่อค้าแม่ค้า โดยสามารถใช้เอกสารแสดงรายได้อื่น ๆ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติแทนได้ ในบทความนี้ KTC จึงอยากพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปเจาะลึกถึงตัวช่วยหาเงินทุนหมุนเวียนสำหรับผู้ไม่มีสลิปเงินเดือน พร้อมแนะนำเอกสารที่จำเป็นต้องเตรียม วิธีการยื่นสมัคร เพื่อช่วยให้กระแสเงินสดของคุณกลับมาคล่องตัวและเดินหน้าทำสิ่งต่าง ๆ ต่อได้อย่างไม่มีสะดุด
4 วิธีหาเงินทุนหมุนเวียนยอดฮิต สำหรับผู้ไม่มีสลิปเงินเดือน
เปิด 4 วิธีหาเงินทุนหมุนเวียน สำหรับผู้ไม่มีสลิปเงินเดือน พร้อมแนะนำจุดเด่น และข้อควรระวัง
1. สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance)
สินเชื่อนาโน หรือนาโนไฟแนนซ์ (Nano Finance) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ประกอบการรายย่อยและผู้มีรายได้ไม่แน่นอนโดยเฉพาะ เช่น พ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ผู้ประกอบการรายเล็ก และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพเหล่านี้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสามารถนำไปใช้ต่อยอดในเส้นทางอาชีพต่อไปได้ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับพ่อค้าแม่ค้าตลาดนัด เจ้าของร้านอาหารขนาดเล็ก คนรับจ้างอิสระที่ต้องการเงินก้อนเล็กถึงกลาง
จุดเด่น
- วงเงินกู้สูงสุดที่ 100,000 บาท (ขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ให้บริการ)
- ไม่ต้องมีสลิปเงินเดือน ใช้หลักฐานรายได้อื่น ๆ ทดแทนได้
- มีหลากหลายผู้ให้บริการให้เลือก ทำให้เข้าถึงง่ายไม่ต่างจากธนาคาร
ข้อควรระวัง
- อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อทั่วไป โดยอัตราดอกเบี้ยสูงสุดตามกฎหมายกำหนดอยู่ที่ 33% ต่อปี
- ด้วยดอกเบี้ยที่สูงจึงเหมาะกับการเป็นทางเลือกเมื่อต้องการเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น ที่แน่ใจว่าจะสามารถชำระคืนได้เร็วและเต็มจำนวน
2. บัตรกดเงินสด (Cash Card)
บัตรกดเงินสด ทางเลือกสำหรับผู้มองหาเงินทุนสำรองเงินฉุกเฉินที่ได้รับความนิยม เพราะบัตรกดเงินสดเหมาะสำหรับคนที่ต้องการวงเงินสำรองที่พร้อมใช้ทันทีเมื่อจำเป็น โดยไม่ต้องเบิกใช้ทั้งหมดในคราวเดียว และคิดอัตราดอกเบี้ยตามจำนวนที่ใช้จริง แบบลดต้นลดดอกในอัตรา 20% - 25% ต่อปี ซึ่งจะต่างจากสินเชื่อแบบก้อนทั่วไปที่ได้รับเงินเต็มจำนวนในคราวเดียว อีกทั้งต้องคิดอัตราดอกเบี้ยทันทีที่ได้รับเงิน
จุดเด่น
- เบิกใช้ได้ตามความจำเป็น และคำนวณอัตราดอกเบี้ยจากยอดที่เบิกจริงเท่านั้น
- มีความยืดหยุ่นสูง เพราะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก และวงเงินจะกลับมาพร้อมใช้ทันทีที่มีการชำระยอด
- เปิดโอกาสให้ผู้สมัครหลากหลายกลุ่มอาชีพ แม้จะประกอบอาชีพอิสระหรืออาชีพค้าขาย ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน โดยจะใช้เอกสารแสดงรายได้อื่น ๆ แทน ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ให้บริการ
ข้อควรระวัง
- ควรใช้ในกรณีต้องการเงินทุนสำรองฉุกเฉินหรือมองหาตัวช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระยะสั้นเท่านั้น ไม่ควรมองเป็นแหล่งเงินทุนที่สามารถใช้ได้มากตามต้องการ
3. สินเชื่อเงินสดออนไลน์
สินเชื่อเงินสดออนไลน์ เป็นสินเชื่อที่อยู่ในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่อย่าง Shopee และ Lazada ซึ่งก็จะมีทั้งสินเชื่อเงินด่วน เช่น ของแพลตฟอร์ม Shopee ที่ใช้ชื่อว่า “SEasyCash” รวมถึงมีสินเชื่อเงินด่วนสำหรับผู้ขายหรือร้านค้า เช่น ของแพลตฟอร์ม Lazada ที่ใช้ชื่อว่า “Xpress Loan by KBank for Lazada” ให้บริการสินเชื่อสำหรับร้านค้าในแพลตฟอร์มโดยเฉพาะ โดยใช้ข้อมูลยอดขายในแพลตฟอร์มเป็นหลักฐานแทนสลิปเงินเดือน
จุดเด่น
- สำหรับสินเชื่อเงินด่วนทั่วไปบนแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada จะใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานที่เคยลงทะเบียนซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม และอาจต้องกรอกข้อมูลรายได้เพิ่มเติม
- สำหรับสินเชื่อเงินด่วนสำหรับผู้ขายหรือร้านค้าใช้ประวัติยอดขายในแพลตฟอร์มเป็นหลักฐานแสดงรายได้ในการยื่นขอสินเชื่อ
- กระบวนการอนุมัติรวดเร็ว แต่ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับแต่ละแพลตฟอร์ม
- วงเงินที่ได้รับสอดคล้องกับรายได้
ข้อควรระวัง
- ใช้ได้เฉพาะร้านค้าในแพลตฟอร์มนั้น ๆ เท่านั้น
- วงเงินขึ้นอยู่กับประวัติการขายและเรตติ้งร้าน ร้านใหม่อาจได้วงเงินน้อย
- เงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยแตกต่างกันตามแต่ละแพลตฟอร์ม ควรอ่านรายละเอียดก่อน
4. สินเชื่อแบบมีหลักประกัน
สินเชื่อแบบมีหลักประกัน เป็นวงเงินกู้ส่วนบุคคลที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเงินก้อนสามารถนำทรัพย์สินที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน (อสังหาริมทรัพย์) หรือรถยนต์ เงินฝาก พันธบัตร และสิทธิในบำเหน็จตกทอด มาใช้เป็นหลักประกันเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นเงินก้อน โดยที่ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องแจ้งวัตถุประสงค์การใช้เงิน สามารถนำเงินก้อนที่ได้ไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการส่วนตัว เช่น ท่องเที่ยว ซื้อของใช้สอย หรือจะใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพก็ได้เช่นกัน
สำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินสูงกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทั่ว ๆ ไปแบบไม่มีหลักประกัน “สินเชื่อแบบมีหลักประกัน” เป็นทางเลือกที่ให้ทั้งวงเงินที่มากกว่า และมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าด้วย อาทิ สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ที่มี อัตราดอกเบี้ย 21% - 24% ต่อปี โดยให้วงเงินสูงสุดมากถึง 1 ล้านบาท
จุดเด่น
- อัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน
- ได้รับวงเงินก้อนใหญ่ โดยวงเงินจะถูกพิจารณาตามมูลค่าประเมินของหลักประกัน ทำให้ผู้กู้สามารถเข้าถึงเงินก้อนใหญ่ได้มากกว่าการยื่นสมัครสินเชื่อที่ใช้ฐานเงินเดือนในการพิจารณาอนุมัติ และสำหรับสินเชื่อ KTC พี่เบิ้มรถแลกเงิน วงเงินสูงสุดที่ 1,000,000 บาท
- ระยะเวลาผ่อนชำระยาวนาน โดยเฉพาะสินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกัน อาจผ่อนได้นานสูงสุดถึง 15 - 30 ปี
ข้อควรระวัง
- กระบวนการอนุมัติใช้เวลานานกว่าการขอสินเชื่อประเภทอื่น ๆ เพราะต้องมีการนัดหมายกับเจ้าหน้าที่เพื่อลงพื้นที่ประเมินมูลค่าทรัพย์สินจริงและตรวจสอบเอกสารสิทธิ์
เปรียบเทียบจุดเด่นสินเชื่อไม่มีหลักประกัน vs สินเชื่อมีหลักประกัน
โดยในที่นี้สินเชื่อไม่มีหลักประกันก็คือ สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์, บัตรกดเงินสด และสินเชื่อเงินสดออนไลน์ ขณะที่สินเชื่อมีหลักประกันก็คือ สินเชื่อที่ใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่มาเป็นหลักประกัน ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะสมัครสินเชื่อประเภทใดก็ตาม ควรศึกษาอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขการชำระคืนอย่างละเอียด และกู้เฉพาะเท่าที่จำเป็นและสามารถชำระคืนได้จริง
ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนมีรถ “สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน”
สำหรับผู้ประกอบอาชีพค้าขายและอาชีพอิสระที่มีรถเป็นทรัพย์สินในครอบครองของตนเอง สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน คือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการเงินทุนหมุนเวียน ในกรณีไม่มีสลิปเงินเดือนมากที่สุด เพราะได้รับเงินไวหลังผ่านอนุมัติ ทั้งยังสามารถนำรถซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันไปใช้งานได้ต่อ
ทำไม “สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ถึงตอบโจทย์คนค้าขายและอาชีพอิสระ?
อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง
สำหรับพ่อค้าแม่ค้า “เวลา” คือสิ่งสำคัญ ซึ่งการต้องรอผลการอนุมัติสินเชื่อที่อาจใช้เวลาหลายวัน ทำให้เสียโอกาสในการนำเงินทุนหมุนเวียนไปต่อยอดธุรกิจ หรือนำเงินทุนไปบริหารจัดการในเรื่องสำคัญต่าง ๆ ได้ไม่ทันเวลา และการอนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากที่ประเมินรถและจัดส่งเอกสารสำคัญครบถ้วนแล้ว จะช่วยให้พ่อค้าแม่ขายสามารถจัดการปัญหาเงินหมุนได้อย่างทันท่วงที
รับเงินทันที ไม่ต้องรอนาน
เมื่อผ่านการอนุมัติแล้วก็จะได้รับเงินทันที ไม่ต้องการดำเนินการหลายวัน ซึ่งจะเหมาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเพิ่มสภาพคล่องโดยด่วน
ยังคงมีรถใช้ขับตามปกติ
สินเชื่อรถแลกเงินโดดเด่นที่การที่ผู้กู้ยังสามารถนำทรัพย์สินหลักประกัน ซึ่งในที่นี้ก็คือรถยนต์ บิ๊กไบค์ และมอเตอร์ไซค์ไปใช้งานได้ตามปกติ ทำให้ไม่ว่าคุณจะใช้รถส่วนตัวเป็นรถส่งของ รถไปรับสินค้า รถสำหรับทำธุรกิจ หรือรถสำหรับเดินทางไปทำงานทุกวัน ก็ยังคงใช้งานได้ กิจการไม่หยุดชะงัก
บริการไปหาถึงที่
หนึ่งในข้อกังวลที่สำคัญของพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบอาชีพทั้งหลายก็คือ การต้องเดินทางไปตรวจสอบสภาพรถกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจทำให้เสียเวลางานหรือต้องปิดร้าน แต่สำหรับสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน มีบริการเดินทางไปหาผู้กรอกข้อมูลการสมัครถึงที่ ไม่ว่าจะบ้าน ตลาดนัด หรือสถานที่ทำงาน เจ้าหน้าที่ก็พร้อมจะเดินทางไป
เช็กลิสต์ “เอกสารใช้แทนสลิปเงินเดือน” ที่ต้องเตรียมให้พร้อม
ก่อนจะยื่นขอสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตาม การจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและถูกต้อง เป็นการเตรียมพร้อมเบื้องต้นที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติได้มากที่สุด และสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและค้าขาย ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน ทางธนาคาร/สถาบันการเงินจะกำหนดให้ใช้เอกสารแสดงรายได้อื่น ๆ แทนได้ ซึ่งรายละเอียดเอกสารการสมัครก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละผู้ให้บริการ แต่สำหรับสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน รายการเอกสารทั้งหมดเป็นดังนี้
บุคคลธรรมดา ผู้มีรายได้ประจำ / อาชีพอิสระ
- สัญชาติไทย อายุ 20 - 65 ปี
- รายได้ขั้นต่ำ 8,000 บาท ต่อเดือน
- ประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 4 เดือน
- มีรถยนต์ / รถกระบะ / รถตู้ เป็นชื่อของตนเอง อายุรถไม่เกิน 20 ปี (KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน รถยนต์)
- มีรถบิ๊กไบค์ เป็นชื่อของตนเอง โดยรับเฉพาะยี่ห้อ Benelli, BMW, Ducati, Harley-Davidson, Honda, Kawasaki, Royal Enfield, Suzuki, Triumph, Vespa และ Yamaha ตั้งแต่ 250CC ขึ้นไปอายุรถไม่เกิน 10 ปี (KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน บิ๊กไบค์)
- มีรถมอเตอร์ไซค์เป็นชื่อของตนเอง และถือครองเล่มทะเบียนไม่ต่ำกว่า 30 วัน โดยรับเฉพาะยี่ห้อ Honda, Yamaha, Kawasaki, Suzuki, Vespa ต่ำกว่า 250cc อายุรถไม่เกิน 13 ปี (KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน มอเตอร์ไซค์)
เจ้าของกิจการ / ประกอบธุรกิจส่วนตัว
- สัญชาติไทย อายุ 20 – 65 ปี
- รายได้/มียอดขายต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท
- ดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 6 เดือน
- มีรถยนต์ / รถกระบะ / รถตู้ เป็นชื่อของตนเอง อายุรถไม่เกิน 20 ปี (KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน รถยนต์)
- มีรถบิ๊กไบค์ เป็นชื่อของตนเอง โดยรับเฉพาะยี่ห้อ Benelli, BMW, Ducati, Harley-Davidson, Honda, Kawasaki, Royal Enfield, Suzuki, Triumph, Vespa และ Yamaha ตั้งแต่ 250CC ขึ้นไป อายุรถไม่เกิน 10 ปี (KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน บิ๊กไบค์)
- มีรถมอเตอร์ไซค์เป็นชื่อของตนเอง และถือครองเล่มทะเบียนไม่ต่ำกว่า 30 วัน โดยรับเฉพาะยี่ห้อ Honda, Yamaha, Kawasaki, Suzuki, Vespa ต่ำกว่า 250cc อายุรถไม่เกิน 13 ปี (KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน มอเตอร์ไซค์)
เอกสารแสดงตัวตนและรายได้
- บัตรประชาชนตัวจริง
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- สเตทเม้นย้อนหลัง 6 เดือน
- เอกสารแสดงรายได้
- เอกสารแสดงการประกอบอาชีพ
- สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย
- ทะเบียนรถเล่มจริง มีชื่อผู้กู้เป็นเจ้าของ
- หลักฐานการต่อภาษีรถ
- กรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ
เอกสารเกี่ยวกับรถ
- ทะเบียนรถเล่มจริง มีชื่อผู้กู้เป็นเจ้าของ
- หลักฐานการต่อภาษีรถ
- กรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ติดไฟแนนซ์
- สำเนาเล่มทะเบียนรถทุกหน้า (ใช้แทนทะเบียนรถเล่มจริง)
- ใบเสร็จรับเงิน/ใบแจ้งยอดเดือนล่าสุดของสถาบันการเงินเดิม
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการหาเงินทุนหมุนเวียน (FAQ)
Q : พ่อค้าแม่ค้าที่รับเงินโอน (QR Code) เป็นหลัก จะมีผลต่อการยื่นสมัครสินเชื่ออย่างไร?
A : ประวัติการเดินบัญชีที่มีรายการเงินเข้าสามารถนำมาใช้เป็นเอกสารแสดงรายได้ได้ เพียงแต่รูปแบบของการนำมาใช้ยื่นสมัครสินเชื่ออาจจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อกำหนดของแต่ละธนาคาร/สถาบันการเงิน ทั้งนี้ จึงควรสอบถามโดยตรงกับผู้ให้บริการสินเชื่ออีกครั้ง
Q : เพิ่งเริ่มค้าขาย สามารถขอสินเชื่อทุนหมุนเวียนจากธนาคารได้ไหม?
A : ค่อนข้างยากหากต้องการกู้สินเชื่อส่วนบุคคลทั่ว ๆ ไปจากธนาคาร แต่สำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่สามารถพิจารณาขอสินเชื่อแบบมีหลักประกัน อย่างสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน แทนได้ เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีอยู่ในชื่อของตนเองให้กลายเป็นเงินก้อนหมุนเวียนที่คิดอัตราดอกเบี้ยอย่างเป็นธรรม และให้วงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาท
ในปี 2026 การไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับการยื่นขอสินเชื่อเพื่อหาเงินทุนหมุนเวียนอีกต่อไป เพราะหลาย ๆ ธนาคาร/สถาบันการเงินได้ออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่รองรับผู้สมัครในกลุ่มนี้ ทั้งยังกำหนดเงื่อนไขการสมัครและคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงกลุ่มอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น และสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนและมีรถยนต์ บิ๊กไบค์ มอเตอร์ไซค์เป็นชื่อของตนเอง สามารถ สมัครสินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ที่อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์
มองหาเงินทุนหมุนเวียน กู้สินเชื่อ KTC พี่เบิ้ม รถแลกเงิน ได้วงเงินสูง อนุมัติเร็ว
*วงเงินอนุมัติเป็นไปตามความสามารถในการชำระหนี้และราคาประเมินมูลค่ารถ
*อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที เมื่อเอกสารครบถ้วนถูกต้องและโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทยหรือพร้อมเพย์
*กรณีรถยนต์ติดไฟแนนซ์ อนุมัติและโอนเงินหลังจากกรรมสิทธิ์ในรถเป็นชื่อผู้กู้เรียบร้อยแล้ว
*กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 21%-24% ต่อปี



