ในยุคที่ค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การมีแหล่งเงินสำรองจึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับหลายคน ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ บัตรกดเงินสด และ สินเชื่อแบบผ่อนรายงวด แม้จะเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลเหมือนกัน แต่ทั้งสองรูปแบบมีวิธีใช้งาน ดอกเบี้ย และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า บัตรกดเงินสดคืออะไร ต่างจากสินเชื่อผ่อนรายงวดอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับสถานการณ์ทางการเงินของคุณมากที่สุด
บัตรกดเงินสด คืออะไร?
บัตรกดเงินสด คือ สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหนึ่งที่มาในรูปแบบของ "วงเงินหมุนเวียนพร้อมใช้" อยู่ในรูปแบบของบัตรที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินออกให้แก่ลูกค้า ผู้ถือบัตรสามารถเบิกถอนเงินสดหรือโอนเงินจากวงเงินที่ได้รับมาใช้ได้ตามต้องการ และชำระคืนเป็นรายเดือนตามเงื่อนไขที่กำหนด ดอกเบี้ยจะถูกคิดจากยอดเงินที่ใช้จริง ไม่ได้คิดจากวงเงินทั้งหมด หากไม่มีการเบิกถอนเงินสดออกมาใช้ ก็จะไม่มีการคิดดอกเบี้ยใดๆ ถือเป็นตัวช่วยชั้นดีในการเสริมสภาพคล่องหรือใช้เป็นเงินสำรองในยามฉุกเฉิน นอกจากนี้บางธนาคารหรือสถาบันการเงิน บัตรกดเงินสด สามารถใช้รูดซื้อสินค้า หรือผ่อนสินค้าได้
บัตรกดเงินสด วงเงินเท่าไร?
โดยทั่วไปแล้ว บัตรกดเงินสดนั้น จะมอบวงเงินสินเชื่อ 1.5 – 5 เท่าของรายได้ และการพิจารณาของธนาคารหรือสถาบันการเงิน
ดอกเบี้ยบัตรกดเงินสด คือเท่าไร?
ดอกเบี้ยจะคิดคำนวณเป็นรายวันนับตั้งแต่วันที่รับเงินโอนเข้าบัญชีหรือวันที่ทำรายการเบิกถอนเงินสดหรือรูดซื้อสินค้า และเป็นแบบ ลดต้นลดดอก" (Effective Rate) อัตราดอกเบี้ยออกมาใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงิน)
วิธีการใช้งานบัตรกดเงินสด
บัตรกดเงินสดในปัจจุบันไม่ได้มีไว้แค่กดเงินที่ตู้ ATM เท่านั้น แต่ยังมีความยืดหยุ่นในการใช้งานหลากหลายรูปแบบ ดังนี้:
1. การกดเงินสด (Cash Withdrawal): สามารถนำบัตรไปกดเงินสดจากตู้ ATM ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
2. การโอนเงินเข้าบัญชี (Cash Transfer): ปัจจุบันสามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชันธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อโอนวงเงินจากบัตรเข้าบัญชีเงินฝากได้ทันที สะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินโอนหรือชำระค่าบริการออนไลน์
3. การรูดซื้อสินค้า: บัตรกดเงินสดของหลายธนาคาร/สถาบันการเงินสามารถรูดซื้อสินค้าหรือบริการได้ เหมือนบัตรเครดิต
4. การผ่อนสินค้า: นอกจากจะสามารถรูดซื้อสินค้าหรือบริการได้แล้ว บัตรกดเงินสดยังมีสิทธิพิเศษสามารถผ่อนชำระสินค้าได้ โดยระยะเวลาและเงื่อนไขการผ่อนจะขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของธนาคาร/สถาบันการเงินนั้นๆ เช่น โปรโมชั่นผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้ากับร้านค้าที่ร่วมรายการ 0% 24 เดือน เป็นต้น
การผ่อน/ชำระหนี้ของบัตรกดเงินสด จ่ายอย่างไร
บัตรกดเงินสด สามารถเลือกชำระขั้นต่ำได้เช่นเดียวกับบัตรเครดิตตามที่ธนาคารเป็นผู้กำหนด และเลือกจ่ายเต็มจำนวนที่เรียกเก็บได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้บัตรกดเงินสดบางธนาคารหรือสถาบันการเงินยังเข้าร่วมรายการ การผ่อนชำระสินค้าในอัตราดอกเบี้ยราคาพิเศษได้อีกด้วย เช่น 0% นาน 24 เดือน เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการ
ข้อดีของบัตรกดเงินสด
- มีเงินสำรองใช้ได้ทันที ไม่ต้องยื่นกู้ใหม่ทุกครั้ง
- ใช้งานยืดหยุ่น รูด กด โอน ผ่อน ได้
- ดอกเบี้ยคิดเฉพาะยอดที่ใช้จริง ไม่ได้คิดจากวงเงินทั้งหมด
- เหมาะสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือเงินหมุนระยะสั้น
- สมัครได้โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เพียงแค่มีคุณสมบัติตรงตามที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินกำหนด
สินเชื่อแบบผ่อนรายงวด คืออะไร ?
สินเชื่อแบบผ่อนรายงวด คือ สินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มาในรูปแบบเงินก้อน เมื่อได้รับการอนุมัติจะมีการโอนเงินตามจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีธนาคารที่ระบุเอาไว้ตอนยื่นขอสินเชื่อ ทำให้สินเชื่อส่วนเงินสดเหมาะกับผู้ที่มองหาเงินก้อนใหญ่เพื่อใช้จ่ายตามที่ต้องการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมบ้าน ค่าซ่อมรถ การลงทุน เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ภายในครอบครัว หรือลงทุนทำธุรกิจ
สินเชื่อแบบผ่อนรายงวด ได้วงเงินเท่าไร ?
วงเงินอนุมัติสูงสุด 5 เท่าของรายได้ โดยพิจารณาตามความสามารถในการชำระหนี้
ดอกเบี้ยสินเชื่อแบบผ่อนรายงวด คือเท่าไร ?
สำหรับอัตราดอกเบี้ยสูงสุดอยู่ที่ 25% ต่อปี การคำนวณดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอก นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถเลือกระยะเวลาผ่อนชำระได้ตั้งแต่ 12 – 60 เดือนโดยจะขึ้นอยู่กับวงเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ
วิธีการชำระสินเชื่อแบบผ่อนรายงวด ทำอย่างไร?
ปัจจุบันการชำระสินเชื่อแบบผ่อนรายงวด มีหลากหลายช่องทางเพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า เช่น
- ชำระผ่าน Mobile Application หรือ Internet Banking ของธนาคารต่างๆ
- ชำระด้วยเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคาร
- ชำระโดยหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ
- ชำระผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารที่มีบัญชี
- ชำระผ่าน เคาน์เตอร์เซอร์วิส
- ชำระผ่านช้อปปี้ เคาน์เตอร์
เป็นต้น
ข้อดีของสินเชื่อแบบผ่อนรายงวด
- ค่างวดคงที่ วางแผนง่าย ผู้กู้จะทราบจำนวนเงินที่ต้องชำระในแต่ละเดือนล่วงหน้า ทำให้จัดการงบประมาณได้ง่าย
- ช่วยวางแผนการเงินระยะยาวได้ดี เหมาะกับการใช้เงินก้อนใหญ่ เช่น ซ่อมแซมบ้าน ค่าเรียน หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นที่ต้องการผ่อนกระจายภาระในระยะยาว
- ดอกเบี้ยชัดเจนตั้งแต่ต้น ผู้กู้จะทราบอัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนตั้งแต่ก่อนทำสัญญา ลดความกังวลเรื่องดอกเบี้ยเปลี่ยนแปลง
- ลดความเสี่ยงหนี้สะสมจากการใช้ซ้ำ เมื่อรับเงินก้อนและผ่อนตามงวดที่กำหนด จะไม่สามารถเบิกเงินเพิ่มระหว่างสัญญาได้ ช่วยควบคุมวินัยทางการเงิน
เปรียบเทียบบัตรกดเงินสดกับสินเชื่อแบบผ่อนรายงวด
สมัครบัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อแบบผ่อนรายงวดดี?
หากเปรียบเทียบบัตรกดเงินสดกับสินเชื่อแบบผ่อนรายงวด จะพบว่าทั้งสองรูปแบบตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวทางการเงินในชีวิตประจำวัน บัตรกดเงินสดมักเป็นตัวเลือกที่เหมาะกว่า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ค่าใช้จ่ายไม่แน่นอนหรือเกิดขึ้นแบบฉุกเฉิน
บัตรกดเงินสดช่วยให้มีเงินสำรองพร้อมใช้ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องยื่นขอสินเชื่อใหม่ทุกครั้งที่ต้องการใช้เงิน ผู้ถือบัตรสามารถเลือกกดเงินสดหรือโอนเงินจากวงเงินมาใช้ได้ตามความจำเป็น และดอกเบี้ยจะคิดเฉพาะยอดที่ใช้จริง ต่างจากสินเชื่อผ่อนรายงวดที่ต้องรับเงินก้อนและเริ่มผ่อนชำระทันทีตามสัญญา
อีกหนึ่งข้อดีของบัตรกดเงินสดคือ ความยืดหยุ่นในการชำระคืน ผู้ใช้สามารถเลือกชำระมากกว่าขั้นต่ำ หรือปิดยอด บางส่วนเมื่อมีเงินเพิ่ม ช่วยควบคุมดอกเบี้ยได้ดีกว่า หากมีการวางแผนที่เหมาะสม นอกจากนี้ เมื่อชำระคืนแล้ว วงเงินจะกลับมาใช้ได้อีก ทำให้บัตรกดเงินสดเหมาะกับการเป็นแหล่งเงินหมุนระยะสั้นหรือเงินสำรองฉุกเฉินมากกว่าสินเชื่อแบบผ่อนรายงวดที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวต่อสัญญา
สมัครบัตรกดเงินสดที่ไหนดี
หากกำลังมองหาบัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อแบบผ่อนรายงวด สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาไม่ใช่แค่วงเงินที่ได้รับ แต่รวมถึงอัตราดอกเบี้ย ความยืดหยุ่นในการผ่อนชำระ และความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงิน การเลือกสมัครกับผู้ให้บริการที่มีเงื่อนไขชัดเจน จะช่วยให้บริหารภาระหนี้ได้ง่ายขึ้นในระยะยาว
หนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยมคือสินเชื่อจาก KTC ซึ่งมีทั้งบัตรกดเงินสดและสินเชื่อแบบผ่อนรายงวดให้เลือกตามความต้องการ โดยออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้เงินในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินไปจนถึงการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ พร้อมขั้นตอนสมัครที่สะดวกผ่านช่องทางออนไลน์ และเงื่อนไขที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตัวเลือกทางการเงินที่ยืดหยุ่นและวางแผนได้ชัดเจน
สมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD ทำยังไง?
1. ตรวจสอบคุณสมบัติการสมัคร
หากเป็นพนักงานบริษัทหรือพนักงานที่มีเงินเดือน ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี
- รายได้ขั้นต่ำ 12,000 บาท/เดือน
- อายุการทำงาน 4 เดือนขึ้นไป
- เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน
หากมีเป็นผู้มีอาชีพอิสระหรือเป็นเจ้าของกิจการ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
- สัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี
- มีรายได้เฉลี่ยขั้นต่ำ 20,000 บาท/เดือน
- มีอายุกิจการตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป
- มีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงาน
2. เตรียมเอกสารการสมัคร
เอกสารการสมัครสำหรับพนักงานบริษัทหรือพนักงานที่มีเงินเดือน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- หนังสือรับรองเงินเดือน / สลิปเงินเดือน เดือนล่าสุด (ฉบับจริง)
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ชื่อผู้กู้)
- สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก (เฉพาะบัญชีที่มีชื่อผู้กู้เท่านั้น)
เอกสารการสมัครสำหรับ ผู้มีอาชีพอิสระหรือเป็นเจ้าของกิจการ
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคล หรือ ทะเบียนการค้า
- สำเนาบัญชีธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน (ชื่อผู้กู้)
- สำเนาหน้าแรกของสมุดบัญชีที่ต้องการรับเงินโอนก้อนแรก (เฉพาะบัญชีที่มีชื่อผู้กู้เท่านั้น)
3. สมัครง่ายๆได้ด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์
สมัครบัตรกดเงินสด KTC PROUD แล้วทราบผลได้อย่างไร?
KTC จะแจ้งผลให้ลูกค้าทราบ ผ่านช่องทาง SMS
บัตรกดเงินสดเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ให้วงเงินหมุนเวียนสำหรับเบิกถอนเงินสดหรือโอนเข้าบัญชีได้ตลอดเวลา โดยคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริงและสามารถชำระขั้นต่ำได้ ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหรือการใช้เงินระยะสั้น ในขณะที่สินเชื่อแบบผ่อนรายงวดจะให้เงินก้อนพร้อมกำหนดค่างวดคงที่ทุกเดือน เหมาะสำหรับแผนการใช้เงินระยะยาว ไม่ว่าจะต้องการเงินด่วนแบบไหน KTC ก็มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สมัครง่ายทางออนไลน์
บัตรกดเงินสด KTC PROUD เงินสดทันใช้ โอนง่ายผ่านแอป


